All Chapters of ข้าคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาว: Chapter 21 - Chapter 30

61 Chapters

บทที่ 10 ใครคู่หมั้นของท่านกันแน่ 2/2

“ท่านมีความแค้นกับเขารึ” นางถามองค์ชายน้อย “เปล่า...ข้าแค่เห็นเขาแล้วรู้สึกเหมือนโดนใบกุ่ยเจินเฉ่าหญ้าปีศาจที่โดนแล้วคันไปทั้งตัว...ข้าว่าชาติที่แล้วนางต้องเกิดเป็นต้นนี้แน่ ๆ” นางขบขันองค์ชายน้อย วาจาเฉียบคมยิ่งกว่านางเสียอีก ให้ตายเถอะ “องครักษ์เจิ้นท่านรับหาบซาลาเปาข้าเอาไว้ก่อน เดี๋ยวข้าไปหาเรื่องคนเสร็จแล้วจะมาเอาคืน” องค์ชายน้อยแบบนี้ทุกที องครักษ์เจิ้นจะห้ามปรามก็ไม่ได้ เพราะองค์ชายน้อยไม่ฟัง! “ไปกันพี่สาว” ฟางเหม่ยเหยาถูกลากเข้าร้านเครื่องประดับ มี่เอ๋อร์ที่เดินตามหลังรีบเดินสับเท้าตามไป จนกระทั่งนางไปถึงหน้าร้าน องค์ชายน้อยเดินเอามือไพล่หลังเชิดหน้าขึ้นดังคุณชายสูงศักดิ์ แต่เดี๋ยวนะ...ชุดนั่น...อีกนิดหนึ่งก็ขอทานแล้ว นางยกมือกุมขมับให้กับเจ้าเด็กจอมแสบและซนผู้นี้ทันที ‘ไทเฮาสั่งสอนเองกับมือ...’ นางท่องเอาไว้ เพราะสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดินสั่งสอนเช่นนี้ นางจะตำหนิติเตียนไม่ได้เด็ดขาด “อุ้ย...วันนี้รับบทเป็นชู้หรือพี่สาว...อุ้ย ๆ นั่นคล้องแขนเสียด้วย” เสียงเด็กน้อยคุ้น ๆ ทำ
last updateLast Updated : 2026-06-05
Read more

บทที่ 11 ชาตินี้ขอบุรุษรักเดียว 1/2

นางเอามือตบที่หลังมือน้องสาวพร้อมกับยิ้มให้ก่อนจะเอ่ย “ข้ารู้ว่าน้องสาวใส่ใจเรื่องของข้า...และว่าที่สามีอย่างดี!” นางจงใจเอ่ยประโยคท้ายเสียงเข้มขึ้นจากนั้นมองไปยังเสิ่นอวี้ บุรุษที่นางเคยมองว่าเขาดีแสนดี แต่ในงานเลี้ยงนางจำได้แม่นยำว่าเขาเอาแต่เข้าข้างน้องสาว ขโมยความดีความชอบของนางไปจนหมด แม้แต่ความสามารถแก้ปริศนาราวกับเล่นมายากลได้ นางหลอกให้ข้าสอนนาง แล้วนางก็เอาไปทำต่อหน้าพระพักตร์ ตอนนั้นโทษหนักจึงตกมาอยู่กับนาง แต่ชาตินี้นางไม่ได้สอนเพราะกล่องภาพวาดนั้นคือของปลอม! “ท่านสงสัยน้องสาวได้อย่าง พี่เสิ่นอวี้ข้าเคยบอกท่านแล้ว มีอะไรก็เอ่ยกับพี่สาวตรง ๆ ท่านน่ะมัวแต่ขี้อาย...อีกไม่ถึงปีจะแต่งงานแล้วนะเจ้าคะ จะเป็นคนเดียวกันแล้วมีอะไรก็ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จาสิ” “ฮะ...กล้าเอาชายที่พี่สาวหมายปองมากกมากอดแล้วก็คืนให้พี่สาวได้...ชิหน้าไม่อาย” องค์ชายน้อยเอ่ยงึมงำแต่เหม่ยเหยาได้ยินชัด ส่วนอีกคนขัดขึ้น “องค์ชายน้อยข้าไม่รู้ท่านขุ่นเคืองข้ากับใต้เท้าเสิ่นเรื่องใด แต่อย่าทำให้บ้านคนอื่นแตกแยกเด็ดขาด” ฟางเฟิงเล่ออยากจะบอกว่า อย่าทำให้
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more

บทที่ 11 ชาตินี้ขอบุรุษรักเดียว 2/2

ชะอุ้ย...นี่ข้าเกือบทำพี่สาวโกรธแล้ว ดีนะพี่สาวอุดปากทัน ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าค่อยไประบายกับเสด็จแม่ใหญ่ก็แล้วกัน “พี่สาวยังไม่เลยเวลาเพล พวกเราแวะวัดก่านเยว่ก่อน ข้ามีอาหารเจที่เสด็จแม่ใหญ่ฝากมาให้ท่านแม่” ดีนัก...องค์ชายน้อยเล่นเพลินจนเกือบลืมมารดาให้กำเนิด เป็นเช่นนี้ตลอดสินะ แต่นางไม่ได้ไปวัดก่านเยว่นานแล้ว ไปไหว้พระขอพรก็ดีเหมือนกัน จึงเดินตามองค์ชายน้อยไปถึงวัดที่เชิงเขาของเมืองหลวง บรรยากาศสงบร่มเย็น มีชาวบ้านมาจุดธูปขอพรกันมากมาย กลิ่นธูปควันเทียนฟุ้งกระจายหน้าวิหาร นางเลือกเดินถัดมาอีกหน่อยมีที่นั่งสงบเล็กน้อย ก่อนจะลงมือกราบพระ ‘ข้ามีโอกาสเพียงหนึ่งครั้งเพื่อแก้ไข...พุทธองค์โปรดชี้ทางสว่างให้ข้าเถิด!!’ นางขอพรเสร็จจึงเดินออกมาก่อนจะพบเข้ากับหลวงจีนที่ชราภาพแล้ว ใบหน้าผุดผ่องเหมือนมีแสงออกจากตัวได้ ใบหน้ายิ้มแย้มมีเมตตาทำให้นางยอบกายคารวะ “ประสก...ชะตาวุ่นวายนัก...แต่สักพักจะดีเอง” หลวงจีนผู้เฒ่าเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะเดินเลยไปแต่เมื่อนางกะพริบตาเพียงหนึ่งครั้ง กลับไม่เห็นแล้ว “มี่เอ๋อร์...หลวงจีนผู้เฒ่าไปไหนแล้ว” นางเหลียวมอง
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more

บทที่ 12 ก็ไม่ได้อยากหมั้น 1/2

ขึ้นรถม้าของตำหนักฟู่อ๋องมาได้สักพัก เพราะท่านอ๋องไม่อยากให้พวกเราแยกกันไปคล้ายกับรู้ว่านางกำลังจะหาทางหนีหน้า แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นมาด้วยองครักษ์มากมายยืนห้อมล้อมเอาไว้ นี่หรือวิธีเชิญแขกของฟู่อ๋อง ช่างชวนให้ประทับจิตประทับใจจริง ๆ นางนึกฉุนเขาแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ จึงทำได้แค่ติดตามองค์ชายไปยังฝั่งตะวันตก แต่ทว่าวันนี้นอกจากจะมีองค์ชายเอาซาลาเปาหมูสับกับไส้หวานและหมั่นโถวมาแล้ว ยังมีข้าวต้มที่ใส่ซี่โครงหมู ยังมีเส้นหมี่ต้มไข่ดาวอีกด้วย เรียกได้ว่าขอทานตะวันตกเหล่านี้กินดีอยู่ดีกว่าชาวบ้านธรรมดาเสียอีก นางจึงถามเพื่อไขข้อสงสัย “องค์ชายเพคะ เหตุใดที่นี่อาหารบริบูรณ์นัก” “เพิ่งบริบูรณ์นี่แหละ ข้าเพิ่งมาเดินเล่นแถวนี้ไม่นาน พบว่าคนที่นี่อดอยากเกินไป ข้าจึงเสนอให้เสด็จพี่ฮ่องเต้ กับเสด็จพี่รองอดอาหารแข่งกับสหายข้า ใครชนะจะได้อาหารมื้อใหญ่” “....” องค์ชายไปเสนอฝ่าบาทให้อดอาหารแข่งกับขอทาน นางหูฝาดหรือเปล่า นี่องค์ชาย... “ท่านทำหน้าเช่นนั้นอยากรู้ใช่หรือไม่เล่าว่าใครเป็นผู้ชนะ” นางคิดตามสิ่งที่องค์ชายเจ็ดแล้วพลันขมวดคิ้ว หากใ
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more

บทที่ 12 ก็ไม่ได้อยากหมั้น 2/2

“คนมีปากพูดได้ก็พูดเพคะ คนฟังมีปัญญาก็ตรึกตรองกันเอา” นางไม่คิดแก้ตัวแต่ก็ขอเสียดสีคนชั่วเล็กน้อยเถิด ใครฟังแล้วไม่มีสมองก็ไม่ได้ตรึกตรองเป็นเรื่องธรรมดา “เจ้าหาว่าข้าโง่เขลาเบาปัญญารึ!” เสียงเข้มของฟู่อ๋องดังขึ้นด้านหน้า ทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมาราวกับต้องการกดข่มนาง นางสาบานได้ว่าเมื่อครู่พูดภาษาคน แต่น่าฉงนใจที่คนฟังกลับไม่รู้ความ “ข้าน้อยมิกล้าอาจเอื้อมเพคะ” แต่ถ้านางเอื้อมถึงก็อยากจะกระชากคอเขาแล้วแทงด้วยเข่าสักทีสองที เมื่อไหร่จะเลิกโยนข้อที่มีโทษตายใส่นาง ไม่รู้ว่านางไปด่าพ่อล้อแม่ทำให้ขุ่นเคืองใจตั้งแต่ชาติปางไหน พบเจอหน้ากันเพียงสองวัน ก็เอาแต่หาเรื่องนาง บอกได้คำเดียวว่านางอ่อนเพลียยามได้สนทนา เกิดชาติหน้าขออย่าได้พานพบประสบพักตร์ “ไม่กล้าอาจเอื้อมหรือว่ามือของเจ้าตอนนี้ไม่ว่างแล้ว?”สิ้นคำถามเหยียดหยัน ร่างสูงใหญ่ของฟู่อ๋องก็ขยับวูบเดียวเข้าประชิดตัวนางจนแทบไร้ช่องว่าง กลิ่นอายบุรุษเพศที่อันตรายและกดดันแผ่เข้าปกคลุมจนฟางเหม่ยเหยาเผลอกั้นหายใจ นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย กวาดมองสำรวจร่างบางตรงหน้าอย่างไร้มารยาท ราวกับนา
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more

บทที่ 13 สิ่งแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า 1/2

นางไม่กล้าโอ้เอ้จำใจวางมือลงบนฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของเขาอย่างเสียมิได้ เพียงครู่เดียวที่สัมผัสแตะต้องเพื่อประคองตัวลงจากรถม้า นางก็รีบชักมือกลับราวกับต้องของร้อน ใบหน้างามร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธเคืองหรือความขัดเขินที่ถูกเขาปั่นหัวเล่นกันแน่ฟู่อ๋องเพียงกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่ได้กล่าววาจายียวนอันใดต่อ เขาหมุนตัวเดินนำหน้า ปล่อยให้องครักษ์และหลงจู๊[1]ที่มารอรับเสด็จนำทางไปยังช่องทางเฉพาะทางเดินนี้มิใช่ประตูหลักด้านหน้าที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและเสียงจอแจของลูกค้า ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงความเงียบสงบคือสิ่งแรกที่สัมผัสได้ ราวกับโลกภายนอกอันวุ่นวายถูกตัดขาดออกไปโดยสิ้นเชิง อากาศภายในนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้จันทน์หอมและเครื่องหอมราคาแพงที่ช่วยให้ผ่อนคลายจิตใจ มิใช่กลิ่นควันไฟหรือกลิ่นอาหารฉุนจมูกอย่างร้านรวงทั่วไปในตลาดตลอดทางเดินปูด้วยไม้เนื้อแข็งขัดเงาวับจนแทบสะท้อนเงาคนเดิน เสาสีแดงชาดต้นใหญ่สลักเสลาลวดลายเมฆมงคลและมังกรเหินวิจิตรบรรจง ทุกระยะประดับด้วยโคมไฟผ้าไหมวาดลวดลายงดงามที่ส่องแสงนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more

บทที่ 13 สิ่งแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า 2/2

“ไม่นานเลยพ่ะย่ะค่ะ...เชิญท่านอ๋องกล่าวมาเถิด” “เรื่องภาพที่ซ่อนกลศึกเดาว่าท่านน่าจะพอทราบแล้ว หากข้าต้องการมันท่านเห็นว่าอย่างไร”ฟางเหม่ยเหยาไม่คิดว่าฟู่อ๋องจะกล่าวตรงไปตรงมาเช่นนี้ หากอยากได้ถึงเพียงนั้น นางยอมให้เขาก็ได้แต่นางต้องคิดเรื่องของขวัญให้มากหน่อย เพราะเวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกทีแล้ว แต่เมื่อหันมองไปด้านข้าง เจ้าเด็กปากมากไม่สนใจเรื่องใครจะพูดจะคุย เขาเคี้ยวเนื้อไก่ตุ้ย ๆ จนอยากบิดแก้ม เพราะเจ้าเด็กคนนี้ผู้เดียวทำให้ตระกูลฟางตกที่นั่งลำบาก“ท่านคงทราบ...กลศึกนั้นครอบครองได้ แต่ทว่าแผนผังเมืองและแผนที่ทหารนั้นหากตกไปในมือศัตรูแล้ว โทษเดียวที่พวกท่านได้รับคือ...”เขาเว้นให้พวกนางพ่อลูกเข้าใจถึงสิ่งที่เขาอยากได้เพราะสิ่งใด นางมองบิดาอย่างหนักใจก่อนจะเอ่ยเรื่องต่อรองขึ้น “หากฟู่อ๋องมีของขวัญที่สามารถมอบให้ฝ่าบาทที่ดูน่าสนใจทัดเทียมภาพวาดนี้ ข้าก็ยินดีมอบให้เพคะ” ฟางเหม่ยเหยาไม่รู้จะหวงกระบี่ที่พร้อมปลิดชีพตัวเองไว้ทำไม เพียงแต่นางอยากให้เรื่องเดินไปแบบชาติที่แล้ว เพราะไม่อยากให้เส้นเรื่องเปลี่ยน แต่หากฟู่อ๋องได้มันไปแล้ว...ไม่แน่ว่าจุดจบที่นางคิดอยากเปลี่ยนชะตาจะเป็นเช่นไร
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more

บทที่ 14 ผู้มาเยือนยามวิกาล 1/2

ยามห้าย (21.00 – 23.00 น.) จันทราดวงกลมโตทอแสงนวลกระจ่างแขวนเด่นอยู่กลางฟากฟ้าในคืนรัตติกาลที่ไร้เมฆหมอก แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบกับดอกสาลี่สีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังบานสะพรั่งเต็มต้น จนดูราวกับมีหิมะปกคลุมต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นตระหง่านอยู่หน้าเรือนพักส่วนตัวของฟางเหม่ยเหยาต้นสาลี่อายุร่วมร้อยปีแผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกสาลี่ลอยมาตามสายลมยามค่ำคืน ช่างเป็นทิวทัศน์ที่งดงามและเงียบสงบยิ่งนักทว่า... เจ้าของเรือนที่นั่งเหม่อมองทิวทัศน์นั้นอยู่ริมหน้าต่างกลับมิได้มีความสุขไปกับความงามตรงหน้าเลยสักนิดฟางเหม่ยเหยานั่งกอดเข่าอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่าง ดวงตากลมโตจ้องมองดวงจันทร์อย่างเลื่อนลอย แสงตะเกียงน้ำมันที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างกายส่องสว่างวูบไหว ขับเน้นเสี้ยวหน้าด้านข้างของนางให้ดูงดงามทว่าแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยและกังวลใจเหตุการณ์ในวันนี้ช่างหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่สตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะแบกรับไหว ทั้งการเผชิญหน้ากับฟู่อ๋องผู้คาดเดายาก ทั้งเรื่องสมบัติเก่าของท่านย่าที่อาจนำภัยมาสู่ตระกูล และแผนการแก้แค้นที่ต้องปรับเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ทุกเรื่องราววนเวียนอยู่ในหัวจนท
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more

บทที่ 14 ผู้มาเยือนยามวิกาล 2/2

นางที่ปรับสายตาได้เมื่อครู่ก่อนมองเห็นเขานอนยักยิ้มพลันนึกอยากจะหาอะไรฟาดสักที นี่ห้องหอของสตรียังทำเป็นลอยหน้าลอยตา ช่างเป็นบุรุษไม่มีสำนึกเสียจริง “ท่านมีธุระอันใดพรุ่งนี้ค่อยสนทนากันเถิดเพคะ” แม้นางไม่อยากข้องเกี่ยว มีแต่เขาคนเดียวที่วิ่งเข้าหานาง แล้วแบบนี้เรื่องที่วางแผนเอาไว้นางจะทำเช่นไร หากมันผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมที่ควรจะเป็น “เหตุใดต้องพรุ่งนี้ในเมื่อคืนนี้เราสามารถนอนคุยด้วยกันได้” นางชักจะลมออกหู เมื่อบุรุษตรงหน้าช่างไร้ยางอายและไร้คุณธรรมถึงเพียงนี้! นี่ห้องหอสตรียังไม่ได้ออกเรือน ยามวิกาลสงัดเงียบ เขาคิดจะ ‘นอนคุย’ กับนางเยี่ยงสามีภรรยาได้อย่างไร!ใบหน้างามที่เดิมทีซีดเผือดด้วยความตกใจ บัดนี้กลับแดงซ่านลามไปถึงใบหู ไม่ใช่เพราะความขัดเขินอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็นเพราะโทสะที่พุ่งพล่านจนแทบระเบิดออกมา นางสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างแรงจนอกกระเพื่อม ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องเขม็งใส่เงามืดตรงหน้า ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่กำลังพองขนขู่ราชสีห์เจ้าป่า ทั้งที่รู้ดีว่ากรงเล็บอันน้อยนิดของตนไม่อาจระคายผิวเขาได้แม้แต่น้อยริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนแทบห้อเลือด นางอยากจะอ้าปากด่าทอควา
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more

บทที่ 15 ไม่ใช่คนแปลกหน้า 1/2

ฟางเหม่ยเหยาอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด! นางหลงกลคนเจ้าเล่ห์ผู้นี้เข้าเต็มเปาอีกแล้ว! ความอับอายที่ถาโถมเข้ามาทำให้นางร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาคู่คมกริบที่คงกำลังฉายแววขบขันอยู่อย่างแน่นอน นางรีบกุลีกุจอปีนขึ้นไปบนเตียงนอนของตนเอง ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมโปงจนมิดศีรษะ ราวกับว่าการทำเช่นนี้จะช่วยลบเลือนความขายหน้าเมื่อครู่ไปได้ “ข้าจะนอนแล้ว... เชิญท่านอ๋องกลับไปได้แล้ว เพคะ” เสียงอู้อี้ลอดออกมาจากใต้ผ้าห่มอย่างแผ่วเบา เป็นการไล่แขกยามวิกาลที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่นางจะกล้าทำ ทว่านางกลับได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้เตียงนอน แทนที่จะเดินไปที่หน้าต่างตามที่คาดคิดเอาไว้ในตอนแรก “แม่นางฟาง...” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่เหนือศีรษะทำให้นางตัวแข็งทื่อ นางเกลียดเขาที่เรียกแม่นางฟาง มันคันยุบยิบที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ทำไมเหมือนกันน้ำเสียงของเขาถึงให้ความรู้สึกเช่นนั้น“จงจำใส่ใจเจ้าเอาไว้ด้วยว่าข้ามิใช่ ‘คนแปลกหน้า’ สำหรับเจ้าอีกต่อไป” คนใต้ผ้าห่มเผลอเบ้ปาก ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงสองวันถ้วน เขากลับกล้าเอ่ยวาจาสนิทสนมเช่นนี้ได้หน้าตาเฉย ช่างเป็น
last updateLast Updated : 2026-06-06
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status