ชายาพิษหวนทวงแค้น의 모든 챕터: 챕터 21 - 챕터 30

30 챕터

บทที่ 21

“…”ในเวลาเดียวกัน ซูสือจิ่นได้เดินทอดน่องกลับมาถึงบริเวณใกล้เคียงจวนอัครเสนาบดีแล้วเดิมทีควรจะตรงกลับไปทันที ทว่ากลับบังเอิญเหลือบไปเห็นคนชุดดำผู้หนึ่งนอนหายใจร่อแร่ใกล้ตายอยู่กลางทางคนผู้นั้นเอนกายอยู่ตรงทางเข้าตรอกอันมืดมิดสายหนึ่ง หากมิใช่เพราะว่ากวาดสายตามองอย่างละเอียดคราหนึ่ง ซูสือจิ่นก็เกือบจะไม่ทันสังเกตเห็นแล้วเช่นกันยามที่เดินผ่านปากตรอก ซูสือจิ่นจึงเบนสายตามองไปยังด้านข้างอีกครา เป็นคนผู้หนึ่งจริงๆ อีกทั้งตามร่างกายคล้ายว่ายังคงมีโลหิตไหลริน...“ช่วยข้าด้วย...”คนผู้นั้นค่อยๆ เอ่ยปาก น้ำเสียงฟังดูคล้ายเป็นเด็กหนุ่มอายุราวสิบแปดสิบเก้าปีซูสือจิ่นกวาดมองซ้ายขวา ยามนี้บริเวณรอบๆ หาได้มีผู้คนสักเท่าใดนัก ดูท่าแล้วกำลังพูดคุยอยู่กับตนเองอยู่เดิมทีคิดอยู่ว่าจะไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่คนผู้นั้นกลับร้องเรียกออกมาประโยคหนึ่ง “ช่วยข้าด้วย...”ท้ายที่สุดซูสือจิ่นก็หยุดฝีเท้าลงจนได้เอาเถอะ ผู้ใดใช้ให้ตนเป็นหมอเล่ายามได้ยินคนร้องขอความช่วยเหลือต่อตนเอง ท้ายที่สุดก็ไม่อาจเพิกเฉยข้ามผ่านไปได้...ด้วยเหตุนี้จึงหันหลังกลับไปแล้วเดินมาถึงข้างกายของเด็กหนุ่ม กวาดสายตามองพินิ
더 보기

บทที่ 22

ซูลั่วเยว่ตีเขาเบาๆ ทีหนึ่ง “เช่นนั้นก็ห้ามเสี่ยงอันตรายอีกเพคะ! เรื่องเสี่ยงภัยปล่อยให้พวกผู้ใต้บังคับบัญชาไปทำก็พอแล้ว ท่านทรงเป็นถึงองค์รัชทายาทผู้สูงส่ง เหตุใดต้องลงแรงทำด้วยตนเองไปเสียทุกเรื่องเล่าเพคะ?”“เยว่เอ๋อร์ไม่ต้องกังวล ข้ารู้จักหนักเบาดี วันนี้เป็นเพราะแผนที่ขุมทรัพย์ปรากฏขึ้นที่นอกเมือง คนที่รุดหน้าไปแย่งชิงมีมากเกินไป ด้วยเหตุนี้ถึงได้ถูกคนลอบโจมตีท่ามกลางความโกลาหล ความจริงแล้วตัวข้าบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เหล่าชาวยุทธด้านนอกพวกนั้นต่างหากที่บาดเจ็บสาหัสของจริง”“…”ซูสือจิ่นมิได้ใส่ใจความรักใคร่หวานชื่นของคนทั้งสองเลยแม้แต่น้อย นางอาศัยจังหวะที่พวกเขาไม่ทันสังเกต หมายจะลอบกลับไปยังเรือนเล็กผลปรากฏว่าเพิ่งเดินไปได้เพียงสองก้าว ข้างหูก็มีน้ำเสียงอันเย็นเยียบของฉู่มู่เฉินดังแว่วมา “หยุดนะ”ซูสือจิ่นเร่งความเร็วฝีเท้า แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินโดยสิ้นเชิงฉู่มู่เฉินแผดเสียงคำรามลั่น “ซูสือจิ่น เจ้าจงเดินมาหาข้าเดี๋ยวนี้!”คราวนี้ย่อมไม่มีทางแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอีกต่อไปแล้ว...ซูสือจิ่นหันหลังกลับไปด้วยความเอือมระอาเล็กน้อย ทันได้เห็นฉู่มู่เฉินเดินหน้าบึ้งตึงตรงออก
더 보기

บทที่ 23

ซูลั่วเยว่ที่เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติรีบถลาออกมาทันที “พี่หญิง ท่านอย่ากล่าวเช่นนี้เลย วันนี้พี่ใหญ่ยังพูดอยู่เลยว่าเขาละเลยท่านไป ในใจของเขายังคงให้ความสำคัญกับน้องสาวอย่างท่านที่สุดนะเจ้าคะ ในใจของพี่ชายรัชทายาทก็มีท่านอยู่เสมอ ทุกคนล้วนรักและตามใจท่านที่สุดแล้ว ไฉนท่านจึงกล่าวเช่นนี้เล่า? นี่มันช่างทำให้คนรู้สึกผิดหวังและสะเทือนใจเหลือเกิน...”“เจ้าหุบปากไปซะ เมื่อสักครู่ยามที่องค์รัชทายาทก่นด่าข้าเมื่อ ไม่เห็นเจ้าเสนอหน้าออกมา พอข้าอ้าปากพูดเจ้าก็วิ่งแจ้นออกมาทันที กลัวว่าข้าจะทำให้พวกเขารู้ความจริงกระมัง?”ซูสือจิ่นตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า ร่างเดิมวาจาไม่คมคาย เถียงสู้พวกคนถ่อยไร้ยางอายกลุ่มนี้ไม่ไหว ทว่าตัวนางไม่มีทางยอมตามใจพวกเขาแน่!ดังนั้นจึงพูดอีกว่า “หากข้าคาดเดาไม่ผิดล่ะก็ ต่อหน้าองค์รัชทายาท เจ้ามักจะพูดว่าพี่ใหญ่ดีต่อข้ามากเพียงใด และข้าช่างไม่รู้ความมากแค่ไหน จากนั้นพออยู่ต่อหน้าพี่ใหญ่ เจ้าก็มักจะพูดว่าองค์รัชทายาทพึงใจในตัวข้ามากเพียงใด จนทำให้เขาสองคนต่างคิดไปเองว่าข้าได้รับความรักอย่างท่วมท้น หรือว่าพวกเขาทั้งหมดต่างพากันคิดว่า ในใต้หล้านี้มีเพียงตัวพวกเขาเองเท
더 보기

บทที่ 24

ซูหลี่หรานสีหน้าย่ำแย่จนถึงขีดสุด ได้แต่ยืนอึ้งอยู่นานสองนานโดยไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาส่วนซูสือจิ่นนั้นหันขวับไปจ้องมองฉู่มู่เฉินตั้งนานแล้ว“ยังมีองค์รัชทายาทผู้เสแสร้งจอมปลอมอีกคน ทั้งที่คนที่ท่านพึงใจที่สุดคือซูลั่วเยว่ ทว่ากลับยังดึงดันจะมาพัวพันและเหนี่ยวรั้งข้าเอาไว้ ทุกคนล้วนบอกว่าข้าคือคนที่มีความสุขที่สุดในใต้หล้านี้ แต่คนที่ได้รับกรรมถูกก่นด่าประณามมากที่สุดคือข้า! คนที่โดนเยาะเย้ยถากถาง คนที่โดนรังแกข่มเหงก็คือข้าเช่นกัน!”“พวกท่านต่างพูดกันว่าข้ามีความสุข ล้วนบอกว่าข้าอยู่ในจวนใช้ชีวิตราวกับเทพเซียน ไยเรื่องที่ข้าทำในแต่ละวัน สาวใช้ในเรือนถึงยังเอาไปบอกพวกท่านทีละเรื่องอย่างละเอียดลออเล่า? แล้วไฉนคนในเรือนของซูลั่วเยว่ถึงสามารถปิดปากเงียบกริบกันได้ทุกคน? น่าขันสิ้นดี ช่างน่าขำให้ตายจริงๆ!”ฉู่มู่เฉินคิ้วกระตุก พลางเหลือบมองซูหลี่หรานด้วยความรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง คล้ายกำลังสงสัยว่าพี่ใหญ่ผู้นี้ได้ปฏิบัติตนเหมือนอย่างที่ซูสือจิ่นกล่าวหาจริงๆ หรือไม่ทว่าซูหลี่หรานกลับนิ่งงันไร้การตอบสนองใดๆเห็นได้ชัดว่า สิ่งที่ซูสือจิ่นเอ่ยพูดมาล้วนแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นไม่ทราบ
더 보기

บทที่ 25

ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม
더 보기

บทที่ 26

นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็
더 보기

บทที่ 27

ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข
더 보기

บทที่ 28

ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ
더 보기

บทที่ 29

ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั
더 보기

บทที่ 30

ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม
더 보기
이전
123
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status