All Chapters of ชายาพิษหวนทวงแค้น: Chapter 1 - Chapter 10

30 Chapters

บทที่ 1

“ซูสือจิ่น ข้าเคยรับปากเจ้าแล้วว่า ต่อให้เยว่เอ๋อร์จะแต่งเข้ามาพร้อมกับเจ้า ตำแหน่งพระชายารัชทายาทก็จะเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว เท่านี้ก็น่าจะพอใจได้แล้ว เหตุใดต้องมาอาละวาดก่อเรื่องเช่นนี้อีก?”เหนือหน้าผาอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ต้นไม้โบราณพันปีต้นหนึ่งหยัดยืนอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสายลมและหิมะข้างต้นไม้โบราณ ซูสือจิ่นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย นั่นคือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นหนาน และยังเป็นคู่หมั้นคู่หมายของนางอีกด้วย“ท่านก็คิดว่าข้ากำลังอาละวาดก่อเรื่องงั้นหรือ?”ฉู่มู่เฉินมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ “นับตั้งแต่ข้าเอ่ยปากว่าจะแต่งเยว่เอ๋อร์เข้ามา เจ้าก็คอยวางแผนร้ายเล่นงานเยว่เอ๋อร์ ทั้งยังเรียกร้องความสนใจด้วยการทำร้ายตัวเอง มาบัดนี้จวนจะถึงกำหนดวันวิวาห์ เจ้ากลับยังคิดจะวิ่งมากระโดดหน้าผาถึงที่นี่ นานขนาดนี้แล้ว เจ้ายังก่อเรื่องไม่พออีกหรือ?”ซูสือจิ่นยิ้มขื่น “ข้าเรียกร้องความสนใจด้วยการทำร้ายตัวเองหรือ? บาดแผลเหล่านั้นตามตัวข้า...”“พอที! เจ้าอยากจะบอกอีกแล้วใช่หรือไม่ว่า ทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของเยว่เอ๋อร์? เยว่เอ๋อร์ไร้เดียงสาและจิตใจดีงาม นางไม่เคยแม้แต่จะกล่าววาจาให้ร้า
Read more

บทที่ 2

สายลมหนาวหวีดหวิว หิมะโปรยปรายลอยล่องหน้าผาอันสูงชันขาวโพลนดั่งหิมะทั่วบริเวณหนึ่ง แม้กระทั่งใต้ก้นหน้าผา ก็ยังทับถมเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะอันหนาทึบ ในขณะเดียวกันก็ทำให้เสื้อผ้าของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเปียกชื้นคล้ายกับได้ยินเสียงบางอย่าง เด็กหนุ่มก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ พอเงยหน้าขึ้น ก็พลันเหลือบไปเห็นสีแดงอันบาดตา“นายท่าน เป็นศพขอรับ”เด็กหนุ่มค่อยๆ เอ่ยปาก พลางมองดูสตรีที่ไร้ซึ่งพลังชีวิตซึ่งพาดเกี่ยวอยู่บนต้นไม้ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ดูเหมือนจะตกลงมาจากด้านบนขอรับ...”สิ้นคำกล่าว ท่ามกลางหิมะก็ปรากฏบุรุษชุดขาวขึ้นอีกผู้หนึ่ง บุรุษผู้นั้นในมือถือกระบี่ยาว เส้นผมยาวสีดำขลับรวบผูกขึ้นสูง แม้พายุหิมะจะรุนแรงเพียงใด ก็ไม่อาจปกปิดกลิ่นอายอันตรายบนร่างได้เลย“มิต้องใส่ใจ เดินทางต่อ!”“นายท่าน ท่านได้รับบาดเจ็บแล้ว กระนั้นก็พักผ่อนที่นี่สักครู่ก่อนเถิดขอรับ คนพวกนั้นคงไล่ตามมาไม่ทันในเวลาอันสั้นนี้ ยามนี้พายุหิมะรุนแรงยิ่งนัก ผู้น้อยจะไปลองหาดูว่าแถวนี้พอมีสถานที่สำหรับพักแรมระหว่างทางหรือไม่ รอให้หิมะซาลงบ้าง พวกเราค่อยออกเดินทางตามหาดินแดนสุญญตาแห่งนั้นกันต่อ”ชิงม่อก
Read more

บทที่ 3

ซูสือจิ่นไม่กระจ่างแจ้งเลยสักนิดว่าตนเองกลับมายังจวนอัครเสนาบดีได้อย่างไร รู้เพียงว่าวินาทีก่อนตนเองยังคงทอดร่างอยู่ในกองหิมะ ยามลืมตาขึ้นมาอีกครา ก็นอนอยู่บนเตียงใหญ่หลังอันอบอุ่นเสียแล้ว“คุณหนู ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที...”น้ำเสียงน่าสงสารจับใจทำเอาซูสือจิ่นปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่บ้าง นางจึงเหลือบสายตามองสาวใช้ตัวน้อยข้างเตียงแวบหนึ่งอย่างแผ่วเบาในความทรงจำ นี่คือตงเอ๋อร์ สาวใช้ข้างกายของนางเองเห็นเพียงตงเอ๋อร์กุมมือของนางไว้แน่น “คุณหนู บ่าวรู้ว่าองค์รัชทายาททรงทำร้ายจิตใจของท่านจนแหลกลาญ ทว่าอย่างไรเสีย นั่นก็คือองค์รัชทายาท ต่อให้ยามนี้ไม่แต่งคุณหนูสาม วันหน้าก็ย่อมต้องมีสามภรรยาสี่อนุเช่นเดียวกัน เหตุใดท่านจึงคิดไม่ตกถึงเพียงนั้น แอบหนีขึ้นหลังเขาไปกระโดดหน้าผาเล่าเจ้าคะ? ท่านทราบหรือไม่ว่าบ่าวแทบจะตกใจตายอยู่แล้ว บ่าวนึกว่าจะมิได้พบหน้าท่านอีกแล้ว ฮือๆ...”ภายในห้องมืดสลัว คล้ายเป็นยามดึกสงัดแล้วอาศัยแสงเทียนที่สั่นไหว ซูสือจิ่นกวาดสายตาสำรวจห้องตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ “มีเพียงเจ้าคนเดียวงั้นหรือ?”ตงเอ๋อร์น้ำมูกน้ำตาไหลพราก “คุณหนูสามได้ยินว่าท่านจะกระโดดหน้าผาปลิดชีพต
Read more

บทที่ 4

คล้อยหลังฉู่มู่เฉิน ในที่สุดตงเอ๋อร์ก็เรียกสติกลับคืนมาได้ “คุณหนู! ท่านทำสิ่งใดลงไปเจ้าคะ? กว่าองค์รัชทายาทจะมาเยี่ยมท่านได้นั้นแสนยากเย็น เหตุใดท่านยังทำให้พระองค์ทรงกริ้วจนเดินหนีไปแล้วอีก? แล้วยังมีจะ เจ้าสิ่งนี้ รีบฉีกทิ้งเร็วเข้าเจ้าค่ะ โชคดีที่มีเพียงพวกเราสามคนที่รู้เรื่อง ตราบใดที่ฉีกทิ้งก็นับว่าไม่เป็นผลแล้ว...”ตงเอ๋อร์ลนลานหมายจะคว้าหนังสือถอนหมั้นทว่าซูสือจิ่นกลับพับมันเก็บไว้อย่างเบามือ “เหตุใดจึงต้องไม่นับด้วย? นี่คืออิสรภาพของข้าเชียวนะ”ตงเอ๋อร์ร้อนรน “คุณหนู ท่าน...”ซูสือจิ่นปรายตามองนางแวบหนึ่ง “เจ้าช่างหนวกหูนัก”ตงเอ๋อร์ชะงักไป สุดท้ายแล้วก็ไม่กล้าพูดมากอีกได้แต่ถอยออกไป...นางรู้สึกเพียงว่าคุณหนูในวันนี้ดูแปลกพิกลเป็นเพราะโศกเศร้าเกินไปงั้นหรือ?ทว่าเพิ่งจะถอยออกไป หญิงวัยกลางคนท่าทางเหมือนแม่บ้านผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาโดยไม่เคาะประตูด้วยซ้ำ“คุณหนูรอง ท่านเห็นแก่ความปรารถนาส่วนตน ทั้งร้องไห้ฟูมฟายอาละวาดคิดสั้นผูกคอตาย จนทำให้ทุกคนในจวนต้องพลอยตื่นตระหนกตกใจไปกับท่าน ไม่เพียงแต่ผลาญเวลาขององค์รัชทายาทไปทั้งวัน แต่ยังทำเอาคุณหนูสามผู้จิตใจดีงามตกใจแทบแย่
Read more

บทที่ 5

“เป็นเรื่องของคุณหนูรองจวนอัครเสนาบดีกับองค์รัชทายาทขอรับ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ คงต้องย้อนไปเมื่อสามปีก่อน”ชิงม่อเอ่ยปากรายงาน ครั้นเห็นว่าฉู่จวินเช่อมิได้เอ่ยขัดเขา จึงกล่าวต่อไปว่า “ปีนั้นองค์รัชทายาทขาได้รับบาดเจ็บ คุณหนูสามที่มีกำหนดต้องหมั้นหมายกับเขากลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เพื่อปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา จวนอัครเสนาบดีจึงได้ยกคุณหนูรองที่เป็นบุตรสาวสายตรงเช่นกันให้หมั้นหมายกับเขา หลังจากทั้งสองคนหมั้นหมายกัน คุณหนูรองผู้นั้นก็นับว่าได้อยู่เคียงข้างองค์รัชทายาทผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาได้ จนกระทั่ง...”“จนกระทั่งขาทั้งสองข้างขององค์รัชทายาทหายดีเป็นปกติ คุณหนูสามซูลั่วเยว่ที่หายตัวไปผู้นั้น ก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง...”ฉู่จวินเช่อแค่นเสียงเย็นชา “หลงมัวเมาในเกียรติยศจอมปลอม”“ขอรับ มีข่าวลือไม่น้อยจริงๆ ว่านางฝักใฝ่ลาภยศสรรเสริญ ทว่านางกลับอ้างว่าช่วงสองสามปีที่หายตัวไปนั้น ล้วนแต่เดินทางไปเสาะหาหมอมารักษาองค์รัชทายาท ทั้งยังอ้างว่าตนเองได้กราบหมอเทวดาผู้เร้นกายเป็นอาจารย์นานแล้ว ยามนี้กลับมาพร้อมวิชาแพทย์ติดตัวอยู่บ้างจริงๆ ด้วยเหตุนี้ องค์รัชทายาทจึงซาบซึ้งใ
Read more

บทที่ 6

คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำเอาซูหลี่หรานโกรธจนหอบหายใจสะท้าน “เจ้าช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย!”เขามองซูสือจิ่นด้วยสายตาแค้นใจที่เหล็กไม่กลายเป็นเหล็กกล้า“องค์รัชทายาททรงห่วงใยเจ้า พอได้ยินว่าเจ้าจะกระโดดหน้าผา ก็รีบนำคนไปช่วยเจ้าในทันที ต่อให้เจ้าไม่ได้กระโดดลงไป พระองค์ก็ยังทรงอุ้มเจ้ากลับมาด้วยพระองค์เอง กระทั่งยังทรงเก็บตำแหน่งพระชายาเอกไว้ให้เจ้ามาโดยตลอด ทว่าเจ้ากลับไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ คำพูดเพียงประโยคเดียว ก็ลบเลือนความดีงามทั้งหมดที่พระองค์มีต่อเจ้าจนสิ้น!”“ยังมีน้องหญิงสามอีก นางต้องเผชิญความยากลำบากอยุติธรรมอยู่ข้างนอกมาสารพัด กว่าจะกลับมาได้อย่างยากเย็นแสนเข็ญ แต่เจ้ากลับคอยแต่จะเปรียบเทียบกับนางไปเสียทุกเรื่อง แล้วนางเคยคิดร้ายต่อเจ้าตอนไหนกัน? นางรู้ว่าเจ้าชอบกินขนมกุ้ยฮวา ก็สั่งคนทำให้เจ้ากินทุกวัน นางกลัวว่าบ่าวไพร่ในเรือนของเจ้าจะน้อยเกินไป ยัง...”“พูดไร้สาระพอหรือยัง?”ซูสือจิ่นขัดจังหวะขึ้นมาอย่างนึกรำคาญใจ “ไม่ยอมไปใช่หรือไม่? ดึงดันจะเสวนากับข้าให้ได้ใช่ไหม? เช่นนั้นเราก็นำทุกสิ่งทุกอย่างมาพูดให้กระจ่างชัดในคราวเดียวเลยแล้วกัน!”ซูสือจิ่นถลึงตาจ้องมองเขาด้วยสาย
Read more

บทที่ 7

เมื่อเห็นซูลั่วเยว่ที่รู้ความอย่างยิ่งตรงหน้า ซูหลี่หรานก็รู้สึกตื้นตันระคนทอดถอนใจอีกครา “ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก นางเห็นแก่ตัวจนเคยชินแล้ว ย่อมไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแน่”ซูลั่วเยว่ลอบทอดถอนใจ “เมื่อวานนางก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ วันนี้ยังออกไปข้างนอกคนเดียวอีก ช่างน่าเป็นห่วงเหลือเกินเจ้าค่ะ...”“เจ้านี่นะ ช่างไม่รู้จักห่วงตัวเองเอาเสียเลย นางไม่กลัวด้วยซ้ำว่าการอาละวาดก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นจะทำให้เจ้าต้องอับอายขายหน้า แต่เจ้ากลับคอยเป็นห่วงนางไปเสียทุกเรื่อง เมื่อวานเจ้าก็พักผ่อนไม่เต็มที่ วันนี้อย่าไปคิดเรื่องของนางอีกเลย ไปพักผ่อนให้เต็มที่สักหน่อยเถอะ”ขณะกำลังพูดคุยกัน บ่าวชายคนหนึ่งพลันเดินเข้ามาจากด้านนอก “คุณชายใหญ่ มีแขกผู้มีเกียรติมาขอรับ!”ซูหลี่หรานชะงักไปแวบหนึ่ง “แขกผู้มีเกียรติคนไหนกัน?”เช้าตรู่ปานนี้ ใครจะมาหาพวกเขาถึงที่นี่?บ่าวชายค้อมศีรษะลงแล้วพูดว่า “บอกว่าเป็นคนจากจวนอ๋องหลีขอรับ พวกเขามาประเดี๋ยวเดียวก็กลับไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียว...”พอคำว่าจวนอ๋องหลีหลุดออกมา ทั้งซูหลี่หรานกับซูลั่วเยว่ต่างก็หน้าเปลี่
Read more

บทที่ 8

ซูสือจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “แม้ข้าจะรู้ไม่มาก แต่ก็รู้ดีว่าแขนของเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย การตัดแขนเด็กเป็นเพียงหนทางขับพิษที่ง่ายที่สุด ทว่าการรักษาแขนของเด็กเอาไว้ต่างหาก ถึงจะเป็นหนทางที่มีเมตตาธรรมที่สุด”ขณะพูด นางก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเด็กน้อยคนนั้น จากนั้นก็ถอนเข็มเงินเล่มหนึ่งบนร่างของเด็กออกมาแล้วแทงลงไปอีกครั้ง “ตำแหน่งนี้ ถึงจะสกัดไม่ให้พิษร้ายแพร่กระจายต่อได้”ท่านหมอที่อยู่ด้านข้างเบิกตาโพลง “จะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่? เรื่องเกี่ยวพันถึงชีวิตคน จะมาล้อเล่นได้อย่างไรกัน!”“ก็เพราะเป็นชีวิตคน ในฐานะหมอ ถึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด”น้ำเสียงของซูสือจิ่นยังคงเรียบเรื่อย หลังจากกล่าวจบก็หันไปมองมารดาของเด็ก “นี่คือบุตรชายของเจ้า ข้าขอถามเจ้าเพียงคำเดียว เจ้าอยากให้เขาปลอดภัยดีหรือไม่?”สตรีผู้นั้นหวาดกลัวจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าถี่ๆซูสือจิ่นเอ่ยต่ออีกว่า “ข้าสามารถรักษาชีวิตรวมถึงแขนของเขาเอาไว้ได้ เจ้าเต็มใจเชื่อข้าหรือไม่?”สตรีผู้นั้นมองนางด้วยความงุนงง ก่อนจะหันไปมองท่านหมอที่อยู่ด้านข้างอีกแวบหนึ่ง “ท่านหม
Read more

บทที่ 9

“ใช่ๆ ถึงว่าเหตุใดข้าจึงคุ้นตานัก? จุ๊ๆ คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่ง ถึงขั้นวิ่งโร่มาทำเรื่องเหลวไหลกลางถนนหลวง นี่คงย่ามใจว่าตนเองฐานันดรสูงส่ง ชาวบ้านธรรมดาสามัญทำอันใดนางมิได้ล่ะสิ?”“ได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดีผู้นั้นอ้วนพีราวกับสุกร จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต วันนี้ได้พบเจอเป็นเช่นนั้นจริงแท้”“นางคงย่ามใจว่าต่อให้ตนเองทำร้ายเด็กผู้บริสุทธิ์ตาย ก็หามีผู้ใดเอาผิดนางได้กระมัง...”“มิน่าเล่าองค์รัชทายาทถึงได้เปลี่ยนใจไปรักคนอื่น หากข้าเป็นองค์รัชทายาท ก็คงไม่อยากแต่งกับคนอ้วนปานนี้แน่”“คนอัปลักษณ์มักเรียกร้องความสนใจแท้ๆ หากทำเด็กผู้บริสุทธิ์คนนั้นตายขึ้นมา ดูซิว่านางจะจัดการอย่างไร?”“…”เสียงวิพากษ์วิจารณ์สารพัดรูปแบบดังมาจากทั่วทุกสารทิศ ราวกับย่ามใจว่าซูสือจิ่นไม่มีปัญญาเอาผิดพวกเขาได้ จึงยิ่งเอ่ยปากพูดจารุนแรงเกินเลยขึ้นเรื่อยๆเวลาค่อยๆ ผ่านพ้นไป หน้าผากของซูสือจิ่นก็เริ่มมีหยาดเหงื่อผุดซึมและหยดลงมายามนี้ ราวกับผู้คนบนถนนทั้งสายกำลังจับตามองเรื่องนี้อยู่คนส่วนใหญ่ล้วนมีแต่แววตาเหยียดหยาม มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่เฝ้ารอให้เด็กน้อยฟื้นตื่นขึ้นมา...ริมหน้าต
Read more

บทที่ 10

สิ้นเสียงของท่านหมอผู้นั้น รอบข้างก็มีเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวลอยตามมาทันที“ท่านหมอหลิว ท่านกำลังพูดจาเลอะเทอะอันใดกัน? จะปล่อยให้เดินจากไปดื้อๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน?”ทันทีที่มีคนเป็นแกนนำ ฝูงชนรอบข้างก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาในพริบตา“ถูกแล้ว ต่อให้เป็นคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ก็ไม่มีสิทธิ์มาทรมานคนเช่นนี้ นั่นยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งแท้ๆ แต่นางกลับโผล่หัวมาจากไหนก็ไม่รู้ ปักเข็มตั้งมากมายลงบนตัวผู้อื่น พอเห็นว่าหมดปัญญาจะรักษาคนให้หายดี ก็ถอนเข็มออกคิดจะแอบหลบหนีไป ไหนเลยจะมีเรื่องดีๆ แบบนั้นกัน?”“นั่นสิ ถึงแม้จะพูดว่าพวกเราจะเป็นแค่ล้วนเป็นชาวบ้านสามัญชนทั่วไป แต่ชีวิตของชาวบ้านก็เป็นชีวิตหนึ่งเหมือนกันนะ!”“ถูกต้อง วันนี้นางทำเด็กผู้บริสุทธิ์คนนี้ตาย พวกเราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ห้ามปล่อยให้นางหนีไปเด็ดขาด!”“นั่นน่ะสิ บนถนนหลวงมีคนตั้งมากมายขนาดนี้ ขอเพียงทุกคนร่วมใจกันยื่นฟ้องร้องเอาผิดนาง จะต้องให้จวนอัครเสนาบดีคืนความยุติธรรมให้แก่มารดาของเด็กให้จงได้!”“…”ฝูงชนอารมณ์พลุ่งพล่าน ปากก็ก่นด่าไปพลาง ร่างก็ขยับล้อมกรอบปิดทางเข้าออกรอบบริเวณจนแม้แต่น้ำก็ไหลผ่านมิได้ท่านหมอหลิ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status