ชายาพิษหวนทวงแค้น의 모든 챕터: 챕터 11 - 챕터 20

30 챕터

บทที่ 11

ท่านหมอหลิวสีหน้าแข็งค้างไปทันที แทบจะโมโหจนกระอักเลือดออกมาแล้วทว่าอย่างไรเสียเขาก็เป็นหมอ เมื่อเห็นสตรีที่อยู่ข้างกายซึ่งร้องไห้แทบขาดใจ เขาก็ย่อตัวลงต่อหน้าเด็กอีกครั้ง...ในระหว่างที่เขาตรวจอาการให้เด็กอย่างละเอียดละออ บริเวณรอบข้างก็อื้ออึงเซ็งแซ่อยู่เนิ่นนานแล้ว“คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูชมแล้ว คุณหนูใหญ่ตระกูลสูงศักดิ์คุกเข่ากลางถนนหลวง ช่างเป็นงิ้วฉากเด็ดที่หาดูได้ยากยิ่งนัก...”“นั่นก็เป็นเพราะนางรนหาที่เอง! หน้าตาของจวนอัครเสนาบดีล้วนต้องถูกนางทำขายหน้าจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว...”“จะว่าไปแล้ว นางใช่คุณหนูแห่งจวนอัครเสนาบดีจริงๆ หรือ? ข้างกายไม่มีบ่าวรับใช้เลยสักคน มองดูแล้วไม่เหมือนเลยแม้แต่น้อย...”“เรื่องนั้นใครมันจะไปรู้เล่า? ข้าเองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน คนตั้งมากมายขนาดนั้นล้วนพากันพูดว่าใช่ ย่อมต้องใช่แน่นอนอยู่แล้วล่ะ”“เจ้าเด็กคนนั้นน่าสงสารจริงๆ เลยนะ เดิมทีถูกตะขาบกัดก็นับว่าซวยพอแล้ว ยังต้องมาเจอสตรีที่ไม่รับฟังเหตุผลแบบนี้อีก”“…”กระทั่งชิงม่อที่อยู่ข้างริมหน้าต่างชั้นสองในบริเวณใกล้เคียง ก็ยังอดมิได้ที่จะทอดถอนใจ “คิดว่าตัวเองมีความสามารถล้นฟ้าล้นแผ่นดินหรือ
더 보기

บทที่ 12

“ท่านเองก็รู้ว่าพวกเขาพูดจาร้ายกาจหยาบคาย แต่กลับยังจะมาโน้มน้าวมิให้ข้าเก็บไปใส่ใจ แล้วข้าจะไปกล้าเก็บมาใส่ใจได้อย่างไรกันเล่า?”ซูสือจิ่นกวาดสายตามองดูฝูงชน ยามที่สายตาจับจ้องไปถึง คนส่วนใหญ่ต่างก็พากันก้มศีรษะลงต่ำด้วยความรู้สึกละอายใจ...เมื่อเห็นเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดจาสิ่งใดให้มากความอีก เพียงแค่นยิ้มเย็นชาออกมาคราหนึ่ง แล้วหมุนตัวเดินไปจากสถานที่แห่งนั้นต่อให้ท้องถนนสายนี้จะมีฝีปากมากมายสักเท่าใด สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่ฝูงชนที่รวมตัวกันอย่างไร้ระเบียบกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่คู่ควรให้นางต้องเสียอารมณ์ด้วยเลยสักนิดชิงม่อที่อยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสอง มีสีหน้าตกตะลึงลาน “กระทั่งพิษที่ท่านหมอแห่งสำนักเชียนมิ่งยังไร้ทางถอน นางกลับถอนพิษได้สำเร็จเสียนี่...”หลังจากอุทานเสร็จสิ้น เมื่อเห็นว่าฉู่จวินเช่อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยแม้แต่น้อย เขาจึงหุบปากลงอย่างเงียบๆจะว่าไปก็ถูก หนอนกู่โลหิตบนร่างกายของท่านอ๋องที่ทำให้ท่านหมอทั่วทั้งเมืองหลวงไร้ความสามารถที่จะจัดการได้ มิใช่ถูกสตรีผู้นั้นถอนพิษให้หรอกหรือ?ดูท่าเมื่อครู่นี้ ตนเองจะประเมินนางต่ำเกินไปจริงๆ...ทว่าตลอดหลายปีที่
더 보기

บทที่ 13

ซูสือจิ่นเพียงแต่เอ่ยเรียบๆ ว่า “บ่าวรับใช้ของท่านพูดจาไพเราะน่าฟังนัก แม้ว่าการเข้ามาขวางทางข้าจะกะทันหันไปบ้าง แต่ท่าทางของเขากลับดีเลิศยิ่งนัก มิได้ทำให้ข้ารู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์เลยสักนิด อีกทั้งเขายังบอกว่ามีคนต้องการร่วมมือทำการค้ากับข้า เรื่องนี้ถึงได้จุดประกายความสนใจของข้าขึ้นมา”หลังจากชะงักไปเล็กน้อย นางก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าเป็นคนตรงไปตรงมายิ่งนัก เช่นนั้นขอถามแบบเปิดอกคุยกันเลยแล้วกัน ไม่ทราบว่าผู้เฒ่าหยางคิดอยากจะร่วมมือทำอะไรกับข้า?”หยางเฉิงมุมปากกระตุกเบาๆ ปฏิกิริยาตอบรับของนังหนูคนนี้สงบนิ่งเรียบเฉยปานนี้ หรือว่าจะไม่รู้จักตน?เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เอ่ยอีกครั้ง “มิต้องรีบร้อน ข้าเองก็น้อยครั้งนักจะมีเวลาว่างมาร่วมสนทนาพาทีกับผู้อื่น วันนี้ยากนักที่จะมีเวลาว่าง ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้กับคุณหนูอยู่ตรงนี้ มีความสุขเบิกบานใจไม่น้อยเลยทีเดียว มิสู้พวกเรามาพูดคุยกันให้มากกว่านี้อีกสักสองสามประโยคเถิด”ซูสือจิ่นรู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง พวกเขาเพิ่งจะพบกันเป็นครั้งแรก จะมีเรื่องดีๆ อะไรให้ชวนคุยกันได้นักหนาเล่า?ไม่นานนัก บุคคลตรงหน้าก็ช่วยคลายข้อสงสัยให้นางจนกระจ่าง “ข
더 보기

บทที่ 14

พอซูสือจิ่นเดินจากไปได้ไม่นาน หยางเฉิงก็ก้าวตามออกไปเช่นกันบ่าวชายที่อยู่ด้านนอกประตูเอ่ยขึ้นว่า “นายท่าน จะยอมถอดใจไปเช่นนี้เลยหรือขอรับ?”หยางเฉิงเอ่ยปากอย่างเรียบเฉย “ข้าจำได้ว่าคุณชายใหญ่แห่งจวนอัครเสนาบดีผู้นั้นก็นับว่ามีความสนใจในวิชาแพทย์อยู่ไม่น้อย หาเวลาสักวันนัดพบเขาดูสักครา คิดว่าหากให้เขาเป็นผู้ไปเกลี้ยกล่อม น้องสาวของเขาจะต้องเก็บไปไตร่ตรองดูอย่างแน่นอน”บ่าวชายผงกศีรษะรับคำ “สตรีที่มีวิชาแพทย์สูงส่งล้ำเลิศปานนี้หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า หากสามารถดึงตัวนางมายังสำนักเชียนมิ่งได้ ชื่อเสียงของสำนักเชียนมิ่งเราจะต้องยิ่งขจรขจายก้องกังวานขึ้นอย่างแน่นอนขอรับ”“…”อีกด้านหนึ่งเดิมทีซูสือจิ่นควรจะก้าวเดินจากไปทันที ใครจะคาดคิดว่าเพิ่งจะเดินมาถึงตรงหัวบันได ก็ถูกคนผู้หนึ่งฉุดกระชากเข้าไปในห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่งอย่างรวดเร็วฉับไวทันทีที่บานประตูถูกปิดลงอย่างหนักหน่วงรุนแรง ซูสือจิ่นเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรนกระวนกระวายใจในทันควัน “เจ้าเป็นใครกัน? กลางวันแสกๆ กลับกล้าฉุดกระชากลากถูคน...”ชิงม่อสะบัดมือของนางออกอย่างแรง “คุณหนูช่างไร้มารยาทสิ้นดี! ตั้งแต่เช้าตรู่วันนี้ พวกเราก็ได้
더 보기

บทที่ 15

ทั้งสองคนจ้องมองนางตาไม่กระพริบ จ้องเสียจนนางรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว“ข้ากับท่านมีวาสนาพานพบเพียงครั้งเดียว อีกทั้งในการพบกันหนนั้น ข้ายังช่วยถอนพิษกู่ให้ท่านด้วย พูดกันตามจริงแล้ว อย่างไรก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของท่าน แต่ท่านกลับใช้ท่าทีเช่นนี้ ปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณช่วยชีวิต...”ไม่บอกกล่าวกันสักคำก็ฉุดกระชากตนมา แถมยังทำท่าทางดุดันหน้ายักษ์ใส่ ทำราวกับตนเองไปติดหนี้พวกเขาก็ไม่ปาน ช่างน่าเอือมระอาสิ้นดี...ชิงม่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกเราส่งคนไปเชิญเจ้าที่จวนอัครเสนาบดีตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว หลังจากนั้นก็เฝ้ารอเจ้าอยู่ที่นี่ตลอดทั้งเช้า เจ้าว่าพวกเราควรจะต้องมีท่าทีเช่นไร?”ซูสือจิ่นชะงักไปวูบหนึ่ง “เหตุใดข้าถึงไม่รู้เรื่อง?”“นั่นมันเรื่องของพวกเจ้า!”ชิงม่อน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ทั่วใต้หล้ายังไม่เคยมีผู้ใดกล้าปล่อยให้นายท่านของข้าเฝ้ารอนานถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะเจ้าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของนายท่านพวกเรา ป่านนี้ศีรษะของเจ้าคงหลุดออกจากบ่าไปแล้ว”“หุบปาก”พอฉู่จวินเช่อเอ่ยปาก ชิงม่อก็หุบปากลงในทันทีในใจของซูสือจิ่นพลันผุดความประหลาดใจขึ้นมาสายหนึ่ง ทั้งสองคนนี้
더 보기

บทที่ 16

ซูสือจิ่นชะงักงันไป คนผู้นี้แท้จริงแล้วคือใครกันแน่?กระทั่งองค์รัชทายาทก็ยังกล้าเอ่ยถึงอย่างง่ายดาย...อีกทั้งคำพูดนี้ของเขา เห็นได้ชัดว่ายังเคยสืบเรื่องของตนมาก่อนชั่วเวลาหนึ่ง ภายในใจของนางพลันยิ่งเพิ่มความระแวดระวัง “ข้ากับองค์รัชทายาทได้ลงนามในหนังสือถอนหมั้นแล้ว ไม่รบกวนให้ผู้อื่นต้องสิ้นเปลืองความคิด”“เพิ่มทองคำให้อีกหนึ่งแสนตำลึง”น้ำเสียงของฉู่จวินเช่อราบเรียบไร้ระลอกคลื่น คล้ายกับว่ากำลังคุยเรื่องอาหารที่อยู่ตรงเบื้องหน้ารสชาติดีมากเช่นเดียวกัน...ซูสือจิ่นผุดความสงสัยขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงค่อยได้สติรับรู้ว่านี่คือเงินก้อนโต เงินจำนวนที่เย้ายวนล่อใจพอสมควร!ย่อมเป็นเช่นนั้น เพราะบนร่างของเจ้าของร่างเดิม ไม่มีเงินมากมายถึงเพียงนี้เลย...ทว่าส่วนลึกในใจยังคงมีเสียงหนึ่งตักเตือนตนเองว่า อย่าได้ก้าวเท้าลงไปในน้ำที่ขุ่นมัวสายนี้นี้เลย...เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางจึงส่ายศีรษะ “นี่หาใช่เรื่องของเงินไม่...”ฉู่จวินเช่อจับจ้องพิจารณาตัวนางโดยไม่ละสายตา คล้ายดั่งปรารถนาจะมองให้ออกถึงสิ่งที่นางอยากได้จากใบหน้าของนางชิงม่อยืนหยัดอยู่ทางด้านข้างหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย เขาโน้มเอวลง
더 보기

บทที่ 17

“เนิ่นนานถึงเพียงนี้เชียว?”สิ้นเสียงของซูสือจิ่น ชิงม่อก็อ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำทันทีซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แล้วจะเป็นอื่นไปได้อย่างไร? หากว่ามันง่ายดายถึงเพียงนั้นจริงๆ พวกท่านก็คงไม่ถึงขั้นที่ต้องลากยาวมาเนิ่นนานหลายปีขนาดนี้หรอกกระมัง?”ชิงม่อ “…”สตรีผู้นี้ช่างปากคอเราะร้ายวาจาคมคายเสียจริงฉู่จวินเช่อกลับดูสงบนิ่งอยู่บ้าง “ขอเพียงแค่สามารถถอนพิษได้ ต่อให้นานกว่านี้ก็ล้วนคุ้มค่า”หลังจากชะงักไปเล็กน้อย เขาก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “ทว่าหากถอนพิษมิได้ เจ้าก็น่าจะรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร?”ซูสือจิ่นเปลือกตากระตุกขึ้นมาคราหนึ่ง “ข้ามีเจตนาดีช่วยถอนพิษให้ท่าน ไม่ว่าท้ายที่สุดจะถอนพิษหรือไม่ นั่นก็ล้วน...”“อนุญาตให้สำเร็จเท่านั้น ห้ามล้มเหลวโดยเด็ดขาด”แม้ว่าน้ำเสียงของฉู่จวินเช่อจะราบเรียบสงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง แต่คำพูดที่เอ่ยออกมากลับเปี่ยมล้นไปด้วยจิตสังหาร สายตาที่เย็นเยือกประหนึ่งน้ำแข็งคู่นั้นกำลังบ่งบอกว่า หากล้มเหลว เจ้าก็จงตายตกไปตามกันเสีย!ริมฝีปากของซูสือจิ่นสั่นระริกเล็กน้อย เพราะเหตุนี้เองนางจึงได้รู้สึกว่านี่คือเรื่องราวที่ยุ่งยากสร้างความเหนื่อยใจเรื่องหนึ่งผู้
더 보기

บทที่ 18

ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งอัดอั้นตันใจ จวนอ๋องหลีอันใดกัน?หรือว่าบุรุษสองคนเมื่อครู่นี้ จะเป็นคนของจวนอ๋องหลี?มิน่าเล่า นอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาเอาการแล้ว ยังวางท่าเย่อหยิ่งไม่เห็นหัวผู้คนถึงเพียงนั้น...จำได้ว่าเมื่อครู่เขาสองคนยังบอกว่าได้นัดหมายกับตัวนางเองไว้ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว แต่เหตุใดพี่น้องคู่นี้ถึงบอกว่าฝ่ายนั้นนัดหมายซูลั่วเยว่กันเล่า?ซ้ำยังบอกว่าส่งผ่านถ้อยคำสลับคนอันใดนั่นอีก...ซูสือจิ่นพลันเข้าใจกระจ่างแจ้งในทันใด!มิน่าเล่าถึงไม่มีผู้ใดแล่นมาบอกกล่าวเรื่องนี้แก่ตนเลยสักคน!ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ยามที่คนของจวนอ๋องหลีนัดหมายตน พี่น้องคู่นี้กลับทึกทักมั่นใจว่าตนนั้นเหลวแหลกไม่มีชิ้นดี ก็เลยคิดเอาเองฝ่ายเดียวในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังนัดหมายซูลั่วเยว่ ด้วยเหตุนี้ถึงได้วิ่งแจ้นมาพบปะกันที่นี่สินะ?เมื่อคิดคำนึงมาถึงจุดนี้ ซูสือจิ่นก็กลั้นหัวร่อไม่อยู่จนหลุดขำออกมา “ข้าว่าพวกท่านสองคนใช่สมองมีปัญหาหรือไม่? มิฉะนั้นก็จงไปตรวจดูสมองเสียหน่อยเถิด ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีผู้ที่ฝ่ายนั่นนัดหมายก็คือข้า ข้าเจรจาทุกสิ่งอย่างกับพวกเขาจนเสร็จสิ้นแล้ว ฝ่ายนั้นก็กินอิ่มหนำสำราญจนกลับไปแล้ว พ
더 보기

บทที่ 19

ซูลั่วเยว่อับอายจนหน้าเปลี่ยนสี “พี่หญิง ที่นี่ผู้คนพลุกพล่านนัก ท่านทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้ได้อย่างไร? เลิกอาละวาดแล้วรีบกลับบ้านกับพวกเราเถอะเจ้าค่ะ อย่าปล่อยให้ผู้อื่นหัวร่อเยาะเอาได้ ข้ารู้ว่าเรื่องที่พี่ชายรัชทายาทจะตบแต่งข้าเป็นชายาสร้างความสะเทือนใจให้แก่ท่าน จนเป็นเหตุให้ท่านนิสัยเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ทว่า...”“บุรุษสารเลวผู้นั้นข้ายกให้เจ้าไปตั้งนานแล้ว เจ้าช่วยเลิกก่อเรื่องอาละวาดแบบไม่รู้จักจบสิ้นเสียทีได้หรือไม่?”ซูสือจิ่นขัดจังหวะคำพูดของนางนางด้วยสีหน้าเอือมระอา อาศัยจังหวะที่นางไม่ทันตั้งตัว ยื่นมือไปกุมหัวไหล่ทั้งสองข้างของนางไว้มั่น บังคับให้นางพิงเข้ากับเสาประตูที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นจึงค่อยปล่อยมือแล้วก้าวเดินออกไป“ทำเช่นนี้เจ้าก็ย่อมล้มลงไปมิได้แล้ว ข้าล่ะหวาดกลัวการถูกเนื้อต้องตัวเจ้าเหลือเกิน ตั้งแต่เล็กจนโตข้าแตะต้องตัวเจ้าไม่กี่ครา เจ้าก็ล้มพับลงไปทุกครา ช่างชวนให้คนขวัญผวายิ่งนัก”ขณะเอ่ยปากพูด นางยังขยับกายเข้าไปใกล้ซูลั่วเยว่พลางกระซิบว่า “จริงด้วยสิ ของขวัญชิ้นใหญ่ที่เจ้ามอบให้ข้า ข้าชอบมันยิ่งนัก เดิมทียังคิดจะหาเวลาตอบแทนน้ำใจเจ้าอยู่พอดี ในเมื่อเจ้าแล่
더 보기

บทที่ 20

นั่นคือห้องน้ำชาห้องหนึ่ง ซูหลี่หรานซึ่งเดิมทีตั้งท่าจะจากไปกลับถูกเรียกตัวมาอย่างกะทันหัน ทว่าเขากลับหาได้มีท่าทีไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่แย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามของผู้เฒ่าหยาง“เหตุใดท่านผู้เฒ่าหยางถึงกล่าวเช่นนี้เล่าขอรับ?”ผู้เฒ่าหยางหัวเราะ “วันนี้ผู้คนครึ่งค่อนเมืองหลวงต่างพากันโจษจันเรื่องน้องสาวคนนั้นของท่าน ท่านจะไม่รู้เชียวหรือ?”ซูหลี่หรานหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย ความคิดแวบแรกที่ผุดขึ้นมาคือซูสือจิ่นไปทำตัวน่าอับอายขายขี้หน้าอยู่ข้างนอกอีกแล้ว...ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปาก หยางเฉิงก็เอ่ยสมทบขึ้นมาเสียก่อน “แต่ก่อนมิเคยได้ใส่ใจน้องสาวของท่าน วันนี้พอได้เห็น ช่างทำให้ข้าเลื่อมใสยิ่งนัก! เดิมทีตั้งใจจะหาเวลาเชิญท่านมาร่วมลิ้มรสชาด้วยกัน นึกไม่ถึงว่าจะประจวบเหมาะปานนี้ บังเอิญพบกันที่นี่พอดี ท่านคงจะไม่รังเกียจที่ตาเฒ่าอย่างข้าสร้างความยุ่งยากให้หรอกกระมัง?”ซูหลี่หรานส่ายหน้า “ท่านผู้เฒ่าหยางกล่าวอันใดขอรับ? ปีนั้นผู้น้อยไข้ขึ้นสูงเป็นเวลานานไม่ลดลง ก็ได้ท่านผู้เฒ่าหยางช่วยชีวิตของผู้น้อยเอาไว้ หลายปีมานี้ โรคภัยไข้เจ็บทั้งน้อยใหญ่ภายในบ้าน ก็ล้วนแต
더 보기
이전
123
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status