กลางยามเซิน หลังจากที่กลับมาถึงเรือน เฉียนซูเหยาก็ถือนิยายที่อ่านค้างเอาไว้เมื่อช่วงเช้าเดินตรงมายังศาลากลางสวนภายในบริเวณเรือนของตัวเอง นางเอนกายพิงเสาศาลาต้นใหญ่นั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งอย่างสบายใจ ที่มุมปากสีกลีบบัวยกขึ้นน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี"คุณหนู เหตุใดจึงนั่งชันเข่าเช่นนี้อีกแล้ว หากผู้ใดมาเห็นเข้าจะไม่งามนะเจ้าคะ" ถิงถิงวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะทรงกลมกลางศาลา ก่อนจะหันมากล่าวกับผู้เป็นนายด้วยท่าทีเหนื่อยหน่ายใจ"เอาน่า ตรงนี้ไม่เห็นจะมีใครสักหน่อย" เฉียนซูเหยาตอบอย่างเกียจคร้าน ดวงตายังคงจ้องมองเนื้อหาที่สอดไส้อยู่ด้านในคัมภีร์สามอักษรในมือ"ก็บ่าวอย่างไรเล่าเจ้าคะ บ่าวเห็นท่านกำลังนั่งชันเข่าไม่สำรวม คุณหนูจะกล่าวว่าไม่มีคนเห็นได้อย่างไร""ก็เจ้าเป็นสาวใช้ของข้า ย่อมไม่กล้าเอาข้าไปพูดเสียหาย หากเจ้ากล้าข้าจะตีขาเจ้าให้หัก" เฉียนซูเหยาเอ่ยปากเย้าคนทั้งๆ ที่ยังไม่เงยหน้าจากตำราในมือตามความเคยชิน ถิงถิงรีบหมอบกราบพร้อมทั้งโขกศีรษะลงกับพื้นเย็นจนหน้าผากเป็นรอยปื้นแดง เฉียนซูเหยาผุดลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตกใจ พลันสองแขนรีบคว้าร่างบอบบางตรงหน้าเอาไว้ กล่าวเสียงสั่น "ถิงถิง" มาถึงตรงนี้หญิงสาว
Read more