All Chapters of ตัวขี้เกียจอย่างข้าขอไม่เล่นบทนางร้าย: Chapter 31 - Chapter 40

62 Chapters

ตอนที่31

เฉียนซูเหยาพบว่าบัญชีรายจ่ายของร้านในช่วงครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลังราคาพริกไทยและเกลือนั้นผิดปกติ กล่าวคือครึ่งปีหลังของเหล่านี้ราคาถูกกว่าครึ่งปีแรกหนึ่งส่วน เมื่อสอบถามกับทางผู้ดูแล เขาเล่าว่ามีพ่อค้าจากเมืองอื่นนำเกลือและพริกไทยมาเสนอขายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เดิมทีเขาไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าเป็นของไร้คุณภาพ แต่เมื่อเขาตรวจสอบสินค้าก็พบว่านี่เป็นของชั้นดี ดังนั้นจึงได้ทำการค้านี้โดยการแจ้งกับฮูหยินผู้เฒ่าผ่านทางจดหมาย ครั้นนางสอบถามโดยละเอียดก็พบว่าคู่ค้าที่ผู้ดูแลกล่าวมีชื่อว่าร้านค้าสกุลเจิ้ง เมื่อนางเห็นว่าเป็นอักษรเจิ้งตัวใดก็คิดว่าจะว่าจ้างหอชิงไฉสืบข่าว ทว่าพอคิดถึงเงินที่จะเสียไปให้กับหอชิงไฉจู่ ๆ นางก็เปลี่ยนใจบอกกับเขาแทนเพราะไม่ต้องการที่จะเสียเงินเจิ้งซีเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อคิดถึงท่าทีตระหนี่ของหญิงสาว  ไม่กี่วันต่อมาเฉียนซูเหยาก็ได้รับจดหมายจากองครักษ์เงาที่โผล่มาอย่างลึกลับและจากไปอย่างไร้ร่องรอย นางดึงจดหมายออกมาจากซอง อ่านอย่างรวดเร็วจากนั้นก็โยนทิ้งลงในกระถางไฟ รอจดมันมอดไหม้เรียบร้อยแล้วจึงเดินออกไปด้านนอกตรงไปยัง
Read more

ตอนที่32

เมื่อนางสวดมนต์เสร็จก็ปลีกตัวออกไปเดินจงกรมที่ลานด้านหลังอาราม สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างสงบ เฉียนซูเหยาบังเอิญค้นพบเมื่อนางมาสวดมนต์ครั้งก่อน และนางก็ได้พบใครบางคนที่นี่เช่นเดียวกัน นางกำหนดลมหายใจและภาวนาเจริญสติอย่างสงบ กระทั่งเกิดความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยที่ด้านหลังจึงค่อยละจากการปฏิบัติอย่างเชื่องช้าและหันไปมองผู้มาใหม่ "ท่านอา" เฉียนซูเหยายอบกายทักทายอีกฝ่าย เมิ่งจางสาวใช้คนสนิทที่ติดตามอยู่เบื้องหลังเองก็ทำเช่นเดียวกันกับเจ้านาย แม้คุณหนูจะมิได้อธิบายถึงฐานะของชายวัยกลางคนผู้นี้แต่สาวใช้รู้ความอย่างนางก็คาดเดาออกโดยสัญชาตญาณว่าเขาจะต้องไม่ใช่คนธรรมดา ดังนั้นจึงได้ถอยออกมาหลายก้าวเพื่อไม่ให้รบกวนการสนทนาของเจ้านายและผู้สูงศักดิ์"รบกวนเจ้าแล้ว" เสียงนุ่มทุ้มอันอบอุ่นเข้ากันกับใบหน้าที่หล่อเหลาอ่อนเยาว์กว่าวัยกล่าวขึ้นคล้ายเกรงใจเล็กน้อย"ท่านอาเกรงใจเกินไป ซูเหยาจิตใจฟุ้งซ่าน เรื่องนี้ไม่อาจโทษท่าน" เฉียนซูเหยายิ้มอ่อนหวาน ก่อนผายมือเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลง "วันนี้ท่านอาก็มาสวดมนต์หรือเจ้าคะ""ข้าตั้งใจมาพบเจ้า" เขาตอบเฉียนซูเหยาแปลกใจ
Read more

ตอนที่33

หญิงสาวกระแอมเล็กน้อย กล่าวอย่างระมัดระวัง "มีอันใดหรือเจ้าคะ""บิดามารดาของเจ้าทำงานอะไร" รับสั่งถามด้วยพระพักตร์เรียบนิ่ง"บิดาของข้าเป็นนักดับเพลิงเจ้าค่ะ เขาพลีชีพขณะทำภารกิจช่วยคนจากเหตุดินโคลนถล่มเมื่อยี่สิบเจ็ดปีก่อน""เช่นนั้นมารดาเจ้าล่ะ" สุรเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อย"มารดาของข้าเป็นนักเขียน เจ้าของนามปากกา หลันเยว่ หลังจากที่นิยายเรื่องชะตารักดอกบัวขาวที่นางเขียนตีพิมพ์ได้ราว ๆ สองเดือนนางก็คลอดข้าก่อนกำหนดเพราะว่าตกใจหลังรู้ข่าวการเสียชีวิตของบิดาจากในโทรทัศน์ กว่าที่เพื่อนบ้านจะมาพบและเรียกรถพยาบาล เวลานั้นนางก็คลอดข้าออกมาแล้ว สุดท้ายจากไปเพราะต้องเสียเลือดมาก ข้าที่คลอดออกมาน้ำหนักเพียงหนึ่งพันแปดร้อยกรัมกลับรอดชีวิตเพียงคนเดียว ก่อนจะจากไปนางสั่งเสียกับเพื่อนบ้านที่สนิทสนมว่าจะต้องให้ข้าชื่อซูเหยาและใช้แซ่เฉียนของบิดา""บิดาของเจ้าชื่อเฉียนซูอี้ มารดาของเจ้าชื่อสวี่เยว่เหยา ใช่หรือไม่"เฉียนซูเหยาเลิกคิ้วแปลกใจ "ท่านรู้จักบิดากับมารดาข้าหรือ" โอรสสวรรค์หลั่งพระอัสสุชลออกมา ทำดรุณีน้อยตรงหน้าตื่นตระหนกไม่น้อย เพียงแต่ชั่วครู่ถัดมาพระพักตร์เปียกชื้นก็ปรากฏรอยพระสรวล เร
Read more

ตอนที่34

เฉียนซูเหยาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ปลายยามอิ๋นเพื่อเตรียมอาหารในครัวเล็กข้างเรือนรับรองโดยมีเมิ่งจางเป็นลูกมือ นางเริ่มเคี้ยวน้ำแกงกระดูกหมูตุ๋นรากบัวเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงค่อยทำ หมูสามชั้นน้ำแดง ซี่โครงเปรี้ยวหวาน ไข่ผัดมะเขือเทศ ยำแตงกวา สุดท้ายเป็นจานที่หาวัตถุดิบได้ยากที่สุดเพราะคนในเมืองหลวงไม่นิยมกินโชคดีที่เมื่อวานนี้เมิ่งจางคิดจะไปซื้อปลาสดๆ จากท่าเรือมาทดแทน ดังนั้นนางจึงได้พบกับเรือประมงของพ่อค้าต่างแดน เมื่อพวกเขาได้ยินว่านางกำลังตามหาสิ่งใดก็ลงไปที่ใต้ท้องเรือ ตอนที่กลับขึ้นมาก็ชูเจ้าสิ่งนั้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม กล่าวว่าเดิมทีเขาคัดแยกพวกมันออกมาเพื่อนำกลับไปปรุงอาหารที่บ้าน คิดไม่ถึงว่าชาวต้าซ่งจะรู้จักพวกมันด้วย ตอนที่กลับมาเมิ่งจางรีบรายงานให้เจ้านายของตนฟังอย่างละเอียด"เจ้าเก่งมากๆ ที่หาเจ้านี่จนเจอ ประเดี๋ยวตอนที่ปรุงเสร็จแล้วข้าจะแบ่งเอาไว้ให้เจ้ากับคนอื่นๆ ลองชิมดู""ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู" เมิ่งจางยิ้มดีใจ ดูเหมือนว่าหลายเดือนมานี้คุณหนูจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจนนางและบ่าวหลายคนในเรือนปรับตัวไม่ทัน แต่คุณหนูที่เป็นเช่นนี้ก็ดียิ่งนัก นอกจากจะไม่มีนิสัยโมโหร้ายแ
Read more

ตอนที่35

คำพูดหยอกล้อเป็นกันเองทำให้หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนที่นางจะกระโดดสวมกอดสตรีตรงหน้าจนอีกฝ่ายตั้งตัวแทบไม่ทัน ทว่าไม่นานนางก็กอดตอบ มือเรียวที่ยังอ่อนเยาว์กว่าวัยลูบไปตามเส้นผมสีหมึกอย่างรักใคร่ "คิดไม่ถึงว่าโชควาสนาจะนำพาให้เราได้พบเจอกัน""หากมิใช่ว่าข้าได้บังเอิญเจอกับนางที่อาราม หากมิใช่ว่าเพราะสนทนาถูกคอ ก็เกรงว่าชาตินี้ทั้งชาติพวกเราอาจจะคลาดกัน นับว่าเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตให้ได้พบจริงๆ" ระหว่างคนทั้งสามมีเรื่องให้สนทนาพูดคุยไม่รู้จบ ดังนั้นแทนที่จะคุยกันเฉยๆ พวกเขาจึงตั้งโต๊ะอาหารกินไปคุยไป บรรยากาศอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความครื้นเครงจนแม้แต่คนที่เฝ้ารออยู่ด้านนอกยังสัมผัสได้ "ลูกชอบอ่านนิยายมาก จึงมักเสียเงินไปกับการซื้อนิยายเพื่ออ่าน เพราะว่าเจอนักเขียนคนหนึ่งที่สำนวนการเขียนคล้ายกับท่านแม่ ดังนั้นเมื่อนางลงนิยายตอนใหม่ในเว็บไซต์หรือตีพิมพ์นิยายเป็นรูปเล่มข้าก็จะซื้อเก็บไว้ บางครั้งก็ใช้เงินเกินตัวสุดท้ายจึงต้องต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตอยู่ครึ่งเดือนกว่าที่เงินจะออก พอมาตอนนี้ข้าก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นใช้ไม่ได้จริงๆ" เฉียนซูเหยาเล่าไปหัวเราะไป ขบขันตัวเองที่แม้ว่าจะเติบโตเป็
Read more

ตอนที่36

เจิ้งซีออกไปทำธุระด้านนอกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางและกลับมาตอนปลายยามเซิน พอมาถึงเขาก็ตรงไปที่เรือนของมารดาน้องสาวก็อยู่ที่นั่นด้วย "ซีเอ๋อร์กลับมาแล้ว" เจิ้งฮูหยินทักทายบุตรชายอย่างอารมณ์ดี ยามนี้นางและบุตรสาวกำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหาร รอให้บ่าวรับใช้ในครัวอุ่นกับข้าวมาขึ้นโต๊ะ "ดูเหมือนข้าจะมาได้ถูกเวลาพอดี" ชายหนุ่มคารวะทักทายมารดาและพยักหน้าให้กับน้องสาวก่อนจะนั่งลง เขามองอาหารที่ถูกทยอยนำมาโต๊ะผ่านๆ หากมีจานหนึ่งที่สะดุดตาเป็นอย่างมาก "นี่คือ...""กุ้งมังกรน้อยหม่าล่าเจ้าค่ะ" เจิ้งเหม่ยถิงตอบพี่ชาย นางยังยื่นจดหมายเล็กๆ แผ่นหนึ่งให้กับเขา "พี่หญิงซูเหยาให้คนนำมามอบให้พวกเราตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ เดิมทีมีอาหารหลายอย่าง ทว่ามีเพียงจานนี้ที่ข้ากับท่านแม่เก็บเอาไว้รอชิมพร้อมกับพี่ใหญ่เพราะเห็นว่าค่อนข้างแปลกตาเจ้าค่ะ""ซีเอ๋อร์ลองชิมสิ" เจิ้งฮูหยินคีบกุ้งมังกรน้อยที่ถูกอุ่นจนมีกลิ่นหอมลอยกรุ่นให้บุตรชาย เจิ้งซีรับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มก่อนจะแกะเปลือกกุ้งออกและค่อยๆ นำเข้าปากอย่างช้าๆ ท่ามกลางมารดาและน้องสาวที่เฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ แรกเริ่มกั๋วกงหนุ่มลังเลเล็กน้อย อย่างไรนี่ก็ไม่ใช่อาหารที่เคยกิ
Read more

ตอนที่37

เฉียนซูเหยากลับถึงจวนก็ตรงไปที่เรือนรับรองสำหรับใช้พักชั่วคราว จากนั้นก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ไม้ตัวโปรดนอนแผ่เป็นปลาเค็มอย่างสบายใจ อันที่จริงนางอยากทำเช่นนี้ทั้งวันและทุกวัน แต่ก็ติดตรงที่แม่นางเอกแมลงวันหัวเขียวคนนั้นไม่ยอมเลิกราวีกันเสียที ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมไปทำอะไรให้ถึงได้จงเกลียดจงชังกันขนาดนี้เพียงแต่ความสงบสุขนั้นไม่จีรัง เพราะไม่นานช่วงเวลาดีๆ ของนางก็ถูกทำลายลงด้วยสุ้มเสียงหวานระคายหูของพี่สาวผู้แสนดี"น้องหญิงรองออกไปสวดมนต์ที่วัดหรือไปทำอะไรมากันแน่เหตุใดจึงดูหมดเรี่ยวหมดแรงเช่นนี้" เฉียนซูซูจีบปากจีบคอกล่าวด้วยใบหน้าใสซื่อ หากท่าทางทั้งหมดนั้นล้วนมิได้จริงจังนัก"พี่หญิงใหญ่เหตุใดท่านจึงไม่รู้ความเอาเสียเลย" เฉียนซูเหยายิ้มบาง "วาจาเช่นนี้นอกจากจะทำให้ข้าและท่านเสียหายด้วยกันทั้งคู่แล้วก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์ที่จะกล่าวออกมา ท่านลองคิดดู หากน้องสาวถูกกล่าวหาว่าลักลอบไปทำเรื่องงามหน้าที่ด้านนอก พี่น้องสตรีคนอื่นในตระกูลล้วนเสียหายไปด้วย ทีนี้บุรุษสูงศักดิ์ที่ไหนอยากจะแต่งหญิงสาวที่มีน้องสาวชื่อเสียงฉาวโฉว่เข้าไปเป็นฮูหยินเอก"เฉียนซูซูฟังถ้อยประโยคนั้นแล้วก็แทบหาเสียงของ
Read more

ตอนที่38

พิธีปักปิ่นของน้องสาวอันกั๋วกงถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนถัดมา ซึ่งก่อนหน้านี้หลังจากที่มีการแจกเทียบเชิญออกไป เรื่องนี้ก็กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วเมืองหลวง ข่าวลือในอดีตถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีกครั้ง สิบปีก่อนมีข่าวว่าคุณหนูจวนเป่ยจิ้งโหวถูกลักพาตัว ทว่าต่อมาก็มีข่าวที่ถูกประกาศจากจวนโหวว่าคุณหนูเจิ้งเหม่ยถิงไม่ได้หายตัวไป นางเพียงแค่ป่วยหนักจนต้องส่งไปที่รักษากับหมอเทวดาเท่านั้น หากเรื่องจริงมีเพียงฮ่องเต้กับขุนนางที่ทรงไว้วางพระทัยเท่านั้นที่รู้ความจริงเรื่องนี้ หนึ่งในนั้นก็คือบิดาของเฉียนซูเหยา ที่ตอนนั้นแม้จะดำรงตำแหน่งขุนนางขั้นห้าทว่าทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาลับๆ ของฮ่องเต้ก็รู้เรื่องนี้ มาวันนี้เมื่อจวนอันกั๋วกงกล่าวว่าจะจัดงานปักปิ่นให้กับน้องสาวคนเดียวของอันกั๋วกง ผู้คนย่อมตั้งตารอคอย คนที่ได้รับเทียบเชิญก็มากันครบไม่มีผู้ใดพลาด ส่วนชาวบ้านที่ใส่ใจอยากรู้อยากเห็นล้วนแล้วแต่จับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ที่ด้านนอก คอยสอดส่องเผื่อว่าจะได้พบหน้าคุณหนูจวนอันกั๋วกงสักครั้งตอนที่รถม้าของสกุลเฉียนมาถึง เฉียนซูเหยาที่แอบมองลอดผ่านม่านตรงหน้าต่างรถม้าก็เห็นความวุ่นวายจากด้านนอก ขณะที่นางกำลังจะเตรีย
Read more

ตอนที่39

เฉียนซูเหยาปลีกตัวออกมาทันทีโดยไม่ลืมที่จะลากชายหนุ่มผู้ถูกรังแกติดมือมาด้วย คนถูกจับจูงมองมือเรียวขาวผ่องที่กอบกุมมือหนาของตนเอาไว้ ดวงตาคู่สวยไหววูบเล็กน้อยกับสัมผัสนุ่มนิ่มอบอุ่น ไม่เคยมีใครแสดงออกต่อเขาอย่างอ่อนโยนเช่นนี้ แม้กระทั่งมารดาบังเกิดเกล้าก็ไม่เคยปฏิบัติต่อซ่งไห่เฉิงเช่นนี้ครั้นเดินออกมาไกลมากแล้วหญิงสาวจึงค่อยหันกลับมาเพื่อพูดคุยกับคนตัวสูงข้างกาย หากใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทวรูปอันคุ้นเคยนั้นทำให้นางชะงักไป "เจ้า?"เฉียนซูเหยาเงียบไปเพราะกำลังครุ่นคิดปะติดปะต่อเรื่องราว เมื่อครู่หากนางฟังไม่ผิดคนผู้นี้ถูกเรียกว่าฉีอ๋องมิใช่หรือ นางไม่เคยเห็นบทบาทของตัวละครตัวนี้ในนิยายมาก่อน อีกทั้งไม่มีใบหน้าของเขาปรากฏในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม "เจ้านั่นเอง เจ้าช่วยข้าเป็นครั้งที่สองแล้ว" ริมฝีปากบางยกขึ้นเล็กน้อยหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มอ่อนจาง "ท่านอ๋องกล่าวหนักไปแล้ว หม่อมฉันเพียงผ่านทางมาแล้วพบเห็นเข้าเท่านั้น มิได้ออกแรงอะไรมากมาย จะนับเป็นความดีความชอบได้อย่างไร""เจ้าพูดกับข้าด้วยคำพูดปกติเถิด ฐานะของข้าแม้ฝ่าบาทไม่ได้ริบคืน ท
Read more

ตอนที่40

เพียงแต่โชคดียิ่งนักที่ในที่สุดพิธีการปักปิ่นก็เริ่มขึ้น เฉียนซูเหยาเปลี่ยนสายตากลับมาจดจ่อที่ลานจัดพิธี เมื่อถิงถิงปรากฏตัวผู้คนล้วนแล้วแต่เงียบงันไปชั่วขณะก่อนจะตามมาด้วยเสียงฮือฮาเพราะนอกจากนางจะมิได้มีใบหน้าอัปลักษณ์อย่างในข่าวลือแล้ว ยังงดงามน่าทะนุถนอมราวกับดอกหลีต้องหยาดฝน หลายคนเริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องการสู่ขอแล้ว ก็นางงดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งพี่ชายยังมีบรรดาศักดิ์กั๋วกงตั้งแต่ยังหนุ่ม ไหนจะทรัพย์สินพระราชทานและของรางวัลต่างๆ จากการรบทัพจับศึกของสกุลเจิ้งที่สะสมมาตั้งแต่สมัยท่านโหวผู้เฒ่า เพียงเท่านี้ก็มากพอให้กินใช้ไม่หมดไปสามรุ่นแล้ว แน่นอนว่าเมื่อคุณหนูเจิ้งเหม่ยถิงออกเรือน นางย่อมได้รับสินเดิมติดตัวออกไปเป็นจำนวนมาก "เป็นนาง?" เสียงหวานที่ยืนอยู่ไม่ไกลพึมพำกับตัวเอง หากเฉียนซูเหยาที่กำลังสอดส่ายสายตารอบๆ เพื่อเฝ้าดูปฏิกิริยาของผู้คนสามารถมองเห็นรูปปากของชางอวี่ได้อย่างชัดเจน นางพาตัวเองไปอยู่ด้านหลังแม่นางดอกบัวขาวคนนั้น ก่อนจะกระซิบเสียงเบาพอแค่ให้ได้ยินกันสองคน"หยุดความคิดสกปรกของเจ้าเอาไว้แล้วออกไปคุยกับข้าข้างนอก" กล่าวจบก็ปลีกตัวเดินนำอีก
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status