All Chapters of เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา: Chapter 11 - Chapter 20

395 Chapters

11

เหยียนหยาจื่อปรายตามองเหยียนลั่วหลีแวบหนึ่ง ยามนี้เขาไม่อยากพาเซียวเย่หยางไปด้วยแล้ว ผู้ใดจะรู้ว่าจะมีอันตรายตามมาอีกหรือไม่ หรือจะให้พี่ใหญ่ต้องคอยเอาตัวล่อศัตรูออกไปทุกครั้ง โทษก็แต่ตัวเขาที่ยังเด็ก และอ่อนแอเกินไปมีหรือที่เหยียนลั่วหลีจะไม่รับรู้ถึงความไม่สบายใจของเหยียนหยาจื่อ ในเมื่อช่วยชีวิตเขาไว้แล้ว อย่างไรก็ต้องให้อีกฝ่ายทดแทนบุญคุณให้หมดสิ้นเสียก่อนถึงจะปล่อยตัวไป บุญคุณของเหยียนลั่วหลีผู้นี้ เอาเปรียบกันได้ง่าย ๆ ปานนั้นเชียวหรือ“เจ้าเดินทางรอนแรมอยู่ข้างนอกตลอดเวลา ไม่ได้ยินข่าวคราวอันใดมาบ้างเลยหรือ”เหยียนลั่วหลีไม่มีทางเชื่อหรอกว่าคนผู้นี้จะไม่รู้อะไรเลย ฐานะแท้จริงของเขา นางละเว้นไม่ไต่ถามได้ ทว่าการจะได้อยู่ร่วมกับนางต่อหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณประโยชน์ของเขา นางไม่เลี้ยงดูคนไร้ประโยชน์กินล้างกินผลาญ“เจ้าอยากรู้ข่าวคราวอันใดเล่า” แม้เขาจะถูกตามล่าจนหนีหัวซุกหัวซุนมาตลอดทาง ทว่าเรื่องที่ควรรู้ และไม่ควรรู้ เขาก็พอจะรู้มาบ้าง“อย่างเช่นว่า ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ยังมีสถานที่ใดที่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างส
Read more

12

คนชราและเด็กที่หายไปนั้น นอกจากระหว่างทางที่บ้างก็ตกตาย บ้างก็ถูกทอดทิ้งแล้ว ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่า... สีหน้าของเซียวเย่หยางกับเหยียนหยาจื่อไม่สู้ดีนักเมื่อนึกถึงความเป็นจริงอันโหดร้ายขึ้นมา ทว่าเหยียนลั่วหลีกลับมีใบหน้าเรียบเฉย เพราะทุกอย่างล้วนอยู่ในความคาดหมายของนางมาแต่แรกแล้วโชคดีที่บริเวณนี้นับว่าเข้าสู่เขตแดนเหนือแล้ว คงจะไม่มีไฟสงครามลุกลามใหญ่โตนัก เมื่อไปถึงหลิ่งเป่ย เมืองที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนแห่งนั้น อาศัยเงินทองที่พกติดตัวมาก็คงจะพอตั้งรกรากได้ เหยียนลั่วหลีมั่นใจว่านางสามารถหาเลี้ยงทุกคนได้ ยิ่งไปกว่านั้น เซียวเย่หยางก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียวทั้งสามคนดื่มกินจนอิ่มหนำ และเติมน้ำจนเต็มกระบอกเรียบร้อยตั้งแต่บนเขาแล้ว ข้าวของกองโตก็แบ่งกันพกพา ตัวนางเก็บรักษาสมบัติเงินทอง และแบกดาบใหญ่ที่ใช้ผ้าพันอำพรางเอาไว้ เหยียนหยาจื่อสะพายกระบอกน้ำกระบอกเล็กของตนเอง บนหลังยังสะพายตะกร้าที่ห่อด้วยผ้า ภายในล้วนเต็มไปด้วยผลไม้ป่า ส่วนเซียวเย่หยางหิ้วกระทะเหล็ก และของจิปาถะ ห่อสัมภาระใบใหญ่ที่บรรจุเนื้อสัตว์ป่าย่างจนแห้งถูกห่อหุ้มไว้ถึงสามสี่ชั้น ต่อให้จม
Read more

13

ช่างรนหาที่ตายเสียจริง ไม่เฆี่ยนก็ไม่ยอมเดิน ผู้คนที่นั่งพักอยู่รอบ ๆ ราวกับสัมผัสได้ถึงรังสีอันตราย ต่างก็ค่อย ๆ ขยับก้นถอยห่างออกจากพื้นที่ของคนทั้งสามเซียวเย่หยางกับเหยียนหยาจื่อหดหัวกลั้นหายใจราวกับนกกระทา ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง ได้แต่ค่อย ๆ แทะแผ่นแป้งในมือทีละน้อย ๆ“ยามเว่ย[1]พวกเราก็น่าจะไปถึงด่านตรวจแล้ว”สถานที่ที่สมควรจะใช้เวลาเดินทางเพียงสองวัน กลับยืดเยื้อลากยาวมาจนถึงสามวันเต็ม ต่อให้เหยียนลั่วหลีเป็นคนใจเย็นอารมณ์ดีแค่ไหนก็ยังอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ เป็นเพราะคนพวกนี้เดินช้าเกินไปแล้วจริง ๆ ครั้นจะเร่งฝีเท้าเดินหน้าฝ่าวงล้อมไปก็เกรงว่าจะดึงดูดความสนใจมากเกินไป ที่นี่ยังมีเหยียนหยาจื่ออยู่อีกคน ฝูงชนนับพันมืดฟ้ามัวดินขนาดนี้ แม้แต่เหยียนลั่วหลีก็จำต้องระแวดระวังตัวให้มาก“ประเดี๋ยวพวกเราเดินให้ช้าลงหน่อย จะได้ถอยลงไปอยู่รั้งท้ายขบวนเลย”นางเคี้ยวแผ่นแป้งแห้งกรังด้วยความขัดเคืองใจ บริเวณนี้จะหาภูเขาก็ไม่มี จะหาแหล่งน้ำก็ไม่มี ทั้งสามคนจึงต้องจำใจประหยัดเสบียงไปก่อน“ข้าไม่กินแล้ว”นางโย
Read more

14

“เป็นทาสรับใช้หรือ เช่นนั้นพวกเจ้าลองบอกมาสิว่าทำสิ่งใดเป็นบ้าง”ต้องหน้าหนาเพียงใดกัน ยามนี้ถึงคิดจะมาตามตื๊อพวกนางอีก สีหน้าของเหยียนลั่วหลีดูไม่สู้ดีนัก แท้จริงแล้วนางจับตามองสองแม่ลูกคู่นี้มาหลายวันแล้ว หากคนทั้งสองนี้ไม่มีเจตนาร้ายก็แล้วไปเถิดนางดึงดาบใหญ่ออกมาแล้วเดินเข้าไปหา ใช้ปลายดาบเชยคางเด็กสาวขึ้น หรี่ตาลงพินิจพิเคราะห์“ใบหน้าหมดจดไม่เลวเลยนี่”เมื่อเห็นสองแม่ลูกหน้าถอดสีรีบโผเข้ากอดกันกลม เหยียนลั่วหลีก็หลุดหัวเราะเสียงต่ำ ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ สตรีผู้หนึ่งกับลูกสาวเอาชีวิตรอดมาได้ สีหน้าก็ไม่ดูย่ำแย่เหมือนผู้อพยพทั่วไป ลองคิดสิว่าเป็นเพราะเหตุใด“หวังพึ่งเรือนร่างของพวกเจ้ากระนั้นหรือ”สิ้นคำกล่าวของเหยียนลั่วหลี สองแม่ลูกก็หน้าถอดสีทันที คนผู้นี้ คนผู้นี้ล่วงรู้ได้อย่างไรทุกครั้งที่ทำการค้าประเวณี พวกนางล้วนระมัดระวังหลบเลี่ยงผู้คนเป็นอย่างดี เดิมทีคิดว่าเด็กหนุ่มทั้งสามคนนี้จะเห็นแก่ความงามแล้วรับพวกนางไว้ วันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีก พวกนางลอบสังเกตมาหลายวันแ
Read more

15

เมื่อเหยียนลั่วหลีได้ยินเสียงร้องไห้ก็หันกลับมามอง บนใบหน้าของน้องชายตัวน้อยไร้ซึ่งคราบน้ำตา มีเพียงความภาคภูมิใจที่หลอกเซียวเย่หยางได้สำเร็จ นางหัวเราะเยาะพลางตบศีรษะเล็ก ๆ นั้นเบา ๆ“เจ้าเด็กนี่ช่างฉลาดแกมโกงนัก วันข้างหน้าหากมีผู้ใดมารังแกเจ้า ก็จงมาบอกพี่ใหญ่”เหยียนหยาจื่อเงยหน้ายิ้มแฉ่งอย่างเบิกบานใจ เซียวเย่หยางขบกรามแน่นจนแทบจะแหลกละเอียด“เหยียนลั่วหลี เจ้าจะสอนเด็กเช่นนี้ไม่ได้นะ ดูสิ เด็กดี ๆ ถูกเจ้าสอนจนกลายเป็นคนเช่นไรไปแล้ว”เหยียนลั่วหลีไม่สนใจ คนผู้นี้ช่างชอบแส่หาเรื่องเสียจริง การสั่งสอนน้องชายของนางยังต้องให้เขามาคอยชี้แนะอีกหรือ ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ก็ต้องสั่งสอนให้เป็นเช่นนี้แหละ เด็กที่รู้จักเรียกร้อง และต่อสู้ถึงจะมีขนมให้กิน นางไม่ได้หวังให้เหยียนหยาจื่อเติบโตมาเป็นอันธพาล ทว่าก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้อื่นรังแกโดยไม่ปริปากบ่น“น้องชายของเหยียนลั่วหลีผู้นี้ อยากจะทำสิ่งใดก็ย่อมทำได้”“เจ้าช่างไม่รู้ดีรู้ชั่วเอาเสียเลย นิสัยเช่นนี้ของเขา หากออกไปเผชิญโลกกว้างย่อมต้องเสียเปรียบเป็
Read more

16

มีคนงั้นรึ แถมยังมีจำนวนไม่น้อยเสียด้วย นั่นคือเส้นทางที่พวกเขาจำเป็นต้องผ่าน ไม่รู้ว่าเหยียนลั่วหลีกำลังคิดสิ่งใดอยู่ นางก็กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะกระโดดลงมาจากต้นไม้ กอบผลไม้ใส่ห่อผ้าแล้ววิ่งกลับไป กินดื่มให้อิ่มหนำก่อนค่อยมานั่งวางแผนให้รัดกุมก็แล้วกัน “ว้าว มีของกินเยอะมาก พี่ใหญ่ ท่านเก่งกาจยิ่งนัก”พอเหยียนลั่วหลีโผล่พ้นออกมาจากผืนป่า เหยียนหยาจื่อก็ส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้นพลางวิ่งเข้ามาหา นางเหวี่ยงห่อผลไม้ป่าใส่เขาจนเด็กน้อยเซถลา“เอาเนื้อพวกนี้ไปย่างเสียสิ”นางปลดสัตว์ป่าที่ล่ามาได้ออกจากเอวแล้วส่งให้เซียวเย่หยาง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง แล้วดึงตัวเหยียนหยาจื่อมากอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างมันเขี้ยวเซียวเย่หยางมองสองพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันแล้วก็ไม่กล้าปริปากบ่น ในพวกเขาสามคน เขาเป็นผู้ต่ำต้อยที่สุด ผู้ใดก็สามารถรังแกเขาได้ ทว่าเห็นแก่เนื้อพวกนี้ เขาจะยอมให้อภัยคนทั้งสองก็แล้วกันเซียวเย่หยางรีบวิ่งไปจัดการเตรียมอาหารอย่างกระตือรือร้น รอจนเนื้อย่างบนกองไฟส่งกลิ่นหอมกรุ่นก็โรยเกลือลงไปเล็กน้อย รสชาติที
Read more

17

เซียวเย่หยางตบหน้าอกฉาดใหญ่ด้วยความโล่งใจ ต่อให้เขาจะเป็นบุรุษเปิดเผยปานใด ก็ไม่อาจเดินเปลือยบั้นท้ายร่อนไปร่อนมาให้ผู้คนหัวเราะเยาะได้ ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ บั้นท้ายนี้ต้องเก็บซ่อนไว้ให้ภรรยาดูเท่านั้น“ไปกันเถิด”เซียวเย่หยางขยี้ผมสั้น ๆ ของเหยียนหยาจื่อไปหนึ่งที เหยียนหยาจื่อสะบัดศีรษะออกพร้อมปัดมือนั้นทิ้งไป ปรายตามองเหยียนลั่วหลีแวบหนึ่ง แล้วก็ยอมแพ้เดินนำหน้าไปเงียบ ๆเซียวเย่หยางหันไปมองเหยียนลั่วหลีอย่างงุนงง“เหยียนหยาจื่อเป็นอันใดไปน่ะ กินอิ่มแล้วยังไม่สบอารมณ์อีกหรือ”เด็กสมัยนี้มีความคิดที่ซับซ้อนเสียจริง เหยียนลั่วหลีไม่สนใจเจ้าทึ่มผู้นี้ และไม่สนใจเหยียนหยาจื่อด้วย ทั้งสองคนนี้ต้องได้รับการดัดนิสัยสั่งสอนเสียบ้าง และยังต้องร่วมเดินทางไปด้วยกันอีกยาวไกล หากมีปัญหาขัดแย้งไม่ลงรอยกันตั้งแต่ยามนี้ แล้วจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไรเซียวเย่หยางมองสองพี่น้องที่ต่างคนต่างเดินโดยไม่มีใครปริปากพูดจา เขาที่รู้จักสังเกตสถานการณ์ก็หุบปากเงียบไปด้วย แล้วทั้งสามคนมุ่งหน้าเดินทางต่อไปท่ามกลางความเงียบงันนั้นอากาศ
Read more

18

“เด็กดี ไม่ต้องกลัว ๆ แม่จะร้องเพลงกล่อมเจ้านะ”หมู่บ้านบริเวณตีนเขาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีบ้านดินมุงแฝกไม่กี่สิบหลัง บ้านแต่ละหลังปลูกสร้างลดหลั่นกันไปโดยมีรั้วไม้เตี้ย ๆ ล้อมรอบ บนขื่อคานยังมีพริกแห้งสีแดง และหนังสัตว์แขวนตากไว้ หากเป็นยามบ้านเมืองสงบสุข ที่นี่ก็คงเป็นสถานที่อันร่มเย็นเป็นสุขทว่ายามนี้ ภายในหมู่บ้านกลับมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นฟ้าไม่หยุด เสียงกรีดร้องและเสียงร่ำไห้ดังระงมไปทั่ว เสียงอ้อนวอนโหยหวนดังก้องไปทั่วสารทิศ สวรรค์อยู่ที่ใดกันเล่า หรือในยุคข้าวยากหมากแพง สวรรค์ยุ่งเสียจนไม่มีเวลามาเป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านตาดำ ๆ ผู้ยากไร้กันเล่าทั้งสามคนหมอบซุ่มอยู่บนหน้าผา มองขุมนรกบนดินเบื้องล่างอย่างเงียบงัน ยามนี้จะทำเช่นไรดี ต่อให้พบเจอหมู่บ้านแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่อาจย่างกรายเข้าไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากเข้าไปแล้วจะมีชีวิตรอดกลับออกมาหรือไม่ก็ยังไม่รู้“พี่ใหญ่”เหยียนหยาจื่อกุมมือเหยียนลั่วหลีไว้แน่น ร่างเล็ก ๆ สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเหลืองซีดจากดินเหลืองบัดนี้กลับขาวซีดไร้สีเลือดอย่างเห็นได้ชัด ฟันขบกันแน่นไม่กล้
Read more

19

ชายคนนั้นนอนอยู่บนพื้น ดวงตาเบิกกว้าง ที่หน้าอกซ้ายมีท่อนไม้แหลมเสียบคาอยู่ ท่อนไม้แทงทะลุร่างจากด้านหน้าทะลวงออกด้านหลัง เสียชีวิตทันที กระทั่งเสียงร้องสักแอะยังไม่ทันได้ร้องออกมาร่างเล็กถือท่อนไม้แหลมเดินก้าวออกมาจากมุมหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก นางพยักหน้าให้เซียวเย่หยางที่กำลังยืนอึ้ง ก่อนจะเร้นกายหายวับไปอีกครั้งเมื่อได้สติ เซียวเย่หยางก็รีบพุ่งออกไปลากร่างของชายฉกรรจ์เข้าไปซ่อนไว้ในลานบ้านร้างอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขากลับมาจัดการกลบร่องรอยคราบเลือดจนหมดสิ้น แล้วรีบเดินหลบฉากออกไป“หม่าเหลาซานผู้นี้เหตุใดจึงยังไม่กลับมาอีก หรือว่ามัวแต่มองขาอ่อน กระทั่งเด็กหนุ่มคนเดียวยังจับไม่ได้ ข้าไปดูหน่อยดีกว่า”ชายอีกคนผุดลุกขึ้นยืน พวกมันเสียเวลามามากเกินไปแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย“มา ๆ ๆ กินต่อไป หม่าเหลาซานผู้นี้เรื่องอื่นไม่เอาถ่าน แต่เรื่องคาวโลกีย์นี่เก่งนักเชียว”ทหารสามคนที่เหลือมองตามแผ่นหลังของสหายที่เดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ พวกเขายังคงโหวกเหวกโวยวาย และกินเนื้อต่อไป พวกมันไม่เชื่อว่าบริเวณชายแดนแคว้นจิ้งแห่งนี้ จะมีผู้
Read more

20

ดาบโค้งในมือถูกฟันกระเด็นลอยเคว้งหมุนติ้ว ๆ ไปปักลงบนพื้น เมื่อเห็นดาบโค้งพุ่งเข้ามาหา เขาตีลังกากลับหลังเพื่อหลบหลีก ชายฉกรรจ์ที่ลุกขึ้นมาได้ย่อมไม่ปล่อยโอกาสให้เขาพุ่งไปเก็บดาบโค้งบนพื้นได้ เขาเร่งฟันซ้ายป่ายขวาจนเซียวเย่หยางต้องหลบหลีกจ้าละหวั่น ดาบโค้งปลิดชีพสะท้อนแสงแดดพุ่งเข้ามาใกล้ราวกับน้ำแข็งที่ประทับลงบนหัวใจ เขาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บนั้น เขาหนีไม่พ้นแล้ว“หลบไป” เสียงตวาดดังมาจากที่ไกล ๆ ร่างกายของเซียวเย่หยางตอบสนองเร็วกว่าความคิด เขารีบก้มตัวกลิ้งหลบทันที“ฉึก”เสียงของมีคมแทงทะลุเนื้อดังแว่วเข้าหู ที่หน้าอกของชายฉกรรจ์มีดาบโค้งเล่มหนึ่งเสียบทะลุออกมา แรงมหาศาลทำให้ร่างของเขาลอยละลิ่วไปข้างหน้าแล้วถูกตรึงติดกับพื้น“อ่อก ๆ ๆ พรวด”ร่างนั้นดิ้นรนอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งก่อนจะร่วงหล่นลงมา ร่างกายที่หนักกว่าร้อยชั่งกระแทกพื้นดินจนสั่นสะเทือนเซียวเย่หยางลูบใบหน้าที่มอมแมมของตนพลางมองดูภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน เมื่อครู่นี้หากพลาดพลั้งไป จุดจบของเขาก็คงไม่ต่างจากคนผู้นั้น ความหนาวเหน็บแล่นขึ้นจากขั
Read more
PREV
123456
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status