All Chapters of เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา: Chapter 21 - Chapter 30

395 Chapters

21

ออกไปยืดเส้นยืดสายเพียงชั่วครู่ก็จวนจะล่วงเข้าสู่ยามวิกาลเสียแล้ว ดวงตะวันคล้อยต่ำเหลือเพียงครึ่งดวง แสงอาทิตย์อัสดงสีแดงฉานสาดส่อง มีเพียงช่วงเวลานี้เท่านั้นที่เงียบสงบอย่างแท้จริง“พักที่นี่สักคืน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ”เหยียนลั่วหลีตรวจดูของที่ยึดมาได้ด้วยความพึงพอใจ ไม่เสียแรงที่เหน็ดเหนื่อยไปตั้งมากมาย ดาบโค้งและดาบใหญ่หลายเล่ม ห่อสัมภาระอีกหลายห่อ พอเปิดดูก็พบว่าเต็มไปด้วยสมบัติ และเงินสารพัดชนิด กระทั่งทองคำแท่งก็ยังมี ครั้งนี้ถือว่าร่ำรวยมหาศาลแล้วเมื่อรวมกับของเดิมที่มีอยู่ ก็มากพอให้พวกเขาทั้งสามคนลงหลักปักฐานได้อย่างสุขสบาย นางโยนแผ่นแป้งปึกหนึ่งให้เซียวเย่หยาง“เอาแผ่นแป้งพวกนี้ไปย่างเสียหน่อยเถอะ หยาจื่อ เจ้ารออยู่นี่นะ พี่ใหญ่จะไปตักน้ำมาให้”นางตบศีรษะเล็ก ๆ แล้วคว้ากระบอกน้ำเดินไปที่ปากถ้ำ ทิ้งให้สองคนในถ้ำนั่งจ้องตากันปริบ ๆพอเดินออกมา เหยียนลั่วหลีก็เห็นว่าที่ตีนเขากลับคืนสู่ความสงบแล้ว มีเสียงจอแจดังแว่วมาเป็นระยะ ทำให้ฝูงนกที่กำลังบินกลับรังแตกตื่น“ฟู่”นางพ่นลมหายใจออ
Read more

22

ยุคสมัยนี้ช่างไม่ยุติธรรมต่อสตรีเอาเสียเลย พี่สาวของเขาเก่งกาจถึงเพียงนี้ ต่อให้วันหน้ามีสามี สามีก็ต้องเป็นยอดบุรุษที่สง่างาม เจ้าหน้าขาวจอมสำอางผู้นี้ไม่คู่ควรหรอก ภายในใจของเหยียนหยาจื่อคิดแผนการไว้สารพัด รอให้เขาโตก่อนเถอะ จะคอยคัดกรองบุรุษให้พี่สาวด้วยตนเองเลย “ไม่คิดเลยว่าน้ำแกงงูจะเลิศรสถึงเพียงนี้”เซียวเย่หยางซดน้ำแกง คีบเนื้องูกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นหอมและรสสัมผัสนุ่มละมุนนี้ อร่อยกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไปที่เขาเคยกินเสียอีก เหยียนหยาจื่อก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แล้วก้มหน้าก้มตากินอย่างเอาเป็นเอาตายเหยียนลั่วหลีมองดูเหยียนหยาจื่อที่ถือชามใบใหญ่เคี้ยวตุ้ย ๆ ก็รู้สึกขบขัน นางค่อย ๆ เคี้ยวละเลียดลิ้มรสอาหารมื้ออร่อยที่หาได้ยากยิ่ง ดูท่าสถานการณ์จะเลวร้ายกว่าที่คิดไว้เสียแล้ว เมื่อนึกถึงพยัคฆ์ร้ายที่พบเจอเมื่อวันก่อน และงูยักษ์ในวันนี้ เวลานี้แม้แต่สัตว์ป่ายังต้องออกหากินนอกถิ่น แล้วชาวบ้านจะอดทนไปได้อีกนานสักแค่ไหนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทั้งสามคนจัดเตรียมสัมภาระเพื่อเร่งเดินทางมุ่งหน้าสู่หลิ่งเป่ย ตอนนี้มีม้าแล้ว การเดินทา
Read more

23

เซียวเย่หยางทิ้งตัวลงนอนพลางสวนกลับ “เจ้าเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าใดหรอก”ยามนี้เขาคิดตกแล้วว่าเจ้าเด็กนี่มันคือหมาป่าตาขาวตัวน้อยชัด ๆ ยามที่ต้องพึ่งพาเขาก็หลอกล่อสารพัด พอมาถึงที่หมายก็คิดจะสลัดเขาทิ้งงั้นรึ ไม่มีทางหรอกเจ้าเด็กนี่ไม่เอาไหน ทว่าเหยียนลั่วหลีผู้นี้กลับไม่เลวเลย เป็นคนมีน้ำใจและมีเมตตา หน้าตาก็ดูดีใช้ได้ ยามนี้แม้จะยังเด็ก และขาดสารอาหารไปบ้าง ทว่าใบหน้าก็ยังหมดจด รอให้ถึงวัยสวมกวานก็คงจะเป็นชายหนุ่มรูปงามเป็นแน่เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน เซียวเย่หยางก็รู้สึกว่าหากเหยียนลั่วหลีเป็นสตรี เขาจะต้องตามเกี้ยวพาราสีนางอย่างแน่นอน หว่านล้อมนางพากลับไปเป็นภรรยาเอกที่จวนก็ไม่เลวเลย“นั่นเป็นเพราะข้ายังเด็กต่างหาก รอให้ข้าโตเท่าเจ้า ข้าจะต้องเก่งกาจกว่าเจ้าเป็นแน่”ยามนี้เขากำลังอยู่ในวัยกำลังโต รอให้โตเท่าพี่ใหญ่เมื่อใดก็ย่อมไม่ด้อยไปกว่ากันหรอก ทั้งสองนั่งเผชิญหน้ากันโดยไม่ปริปากพูดจา เป็นความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งทางด้านเหยียนลั่วหลีที่วิ่งตะบึงมาตลอดทาง ยามนี้ก็มาถึงหน้าประตูเมืองหลิ่งเป่ย
Read more

24

ผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป ก็มีคนวิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล เหยียนหยาจื่อเขย่าชายเสื้อพี่สาวด้วยความประหม่า แม้แต่เซียวเย่หยางก็ยังลุกขึ้นยืนเพ่งมอง มาแค่คนเดียว หากมีเรื่องอันใดเขาก็พอจะรับมือไหวเมื่อหวังหมาจื่อมาถึงก็เห็นเด็กหนุ่มสามคนกับม้าอีกสองตัว ทุกคนล้วนเป็นเด็กที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ไม่รู้ว่าพวกเขาปกป้องทรัพย์สมบัติเหล่านี้มาได้อย่างไร“พวกเจ้ารีบตามข้ามาเร็วเข้า”หวังหมาจื่อโบกมือเรียกแล้วเดินนำไปอีกทางหนึ่ง ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว เขาต้องรีบกลับไปให้ทันก่อนที่ประตูเมืองจะปิด ทั้งสามจึงขึ้นม้าแล้วตามหวังหมาจื่อไป“นี่ไม่ใช่ทางเข้าเมืองนี่”เซียวเย่หยางมีสีหน้างุนงง พวกเขาไม่ได้จะไปอาศัยอยู่ในเมืองหรอกหรือ เหยียนลั่วหลีส่งสายตาให้เซียวเย่หยาง เมื่อเห็นอันธพาลข้างถนนเดินขากะเผลกนำทางไปเซียวเย่หยางก็มีสีหน้าแข็งค้าง เขาควบม้าเข้าไปคว้าตัวหวังหมาจื่อขึ้นมาพาดบนหลังม้าโดยไม่สนใจการดิ้นรนขัดขืนใด ๆ เหยียนลั่วหลีพูดสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหวังหมาจื่อที่กำลังดิ้นรนขัดขืนด้วยซ้ำ
Read more

25

“ขอเรียนถามว่า คนในบ้านเหล่านี้หายไปที่ใดกันหมดหรือ”บ้านเหล่านี้ถือว่าไม่เลวเลย นางไม่อยากให้หลังจากที่เก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จแล้ว กลับมีคนมาอ้างสิทธิ์แย่งชิงไป“หนีภัยแล้งไปหมดแล้ว เจ้าวางใจได้เลย กฎของหมู่บ้านพวกเราคือ ผู้ใดที่ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไปแล้ว ก็จะไม่ถือว่าเป็นคนของหมู่บ้านอีกต่อไป”ชายหนุ่มปรายตามอง ไอ้หนูนี่ไม่ได้โง่เสียทีเดียว รู้จักซักถามให้กระจ่างแจ้ง เมื่อเห็นดาบในมือ และม้าที่จูงมาด้วย ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกนางก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว“เอาหลังนี้ก็แล้วกัน”ทั้งสามคนเดินดูไปรอบ ๆ เหยียนลั่วหลีตบประตูไม้ของบ้านหลังหนึ่งพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เก็บกวาดทำความสะอาดเสียหน่อยก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวชายหนุ่มมองดูแวบหนึ่งแล้วพยักหน้ารับ “ตกลง เก็บกวาดเสร็จเมื่อใดก็ไปจ่ายเงินค่าตั้งรกรากให้หัวหน้าหมู่บ้านได้เลย”“รบกวนพี่ชายช่วยนำทางให้สหายของข้าทีเถิด”เหยียนลั่วหลีตะโกนบอกชายหนุ่มที่กำลังเดินจากไป เขาชูมือขึ้นโบกไปมาเป็นเชิงรับรู้ ประเพณีของผู้คนที่น
Read more

26

“เอาเถอะ ๆ พรุ่งนี้ข้าจะสอนเจ้าเอง”เหยียนหยาจื่อสะบัดแขนเสื้อลุกขึ้น แล้วเดินหนีไปหาเหยียนลั่วหลี “ผู้ใดอยากให้เจ้าสอนกัน”ทว่าพอหันหลังกลับ ริมฝีปากก็ขยับเป็นยิ้มกว้างทันที เหยียนลั่วหลีส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับคู่กัดคู่นี้ยามค่ำคืนหมู่บ้านแห่งนี้เงียบสงัดเป็นอย่างยิ่ง นอกจากแสงเทียนสลัว ๆ ที่ลอดออกมาจากบ้านเพียงไม่กี่หลังแล้ว ก็ไร้ซึ่งแสงไฟอื่นใดอีก กระทั่งดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้ายังดูสว่างไสวกว่าแสงเทียนเหล่านี้เสียอีกทั้งสามคนนั่งล้อมวงกันในลานบ้าน กระทะเหล็กเดือดปุด ๆ ส่งเสียงดัง กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อสัตว์อบอวลไปทั่วลานบ้าน เสียงฟืนแตกปะทุในกองไฟฟังดูเงียบสงบ และอบอุ่น ต่างคนต่างถือชามน้ำแกงงูซดอย่างเชื่องช้า รสสัมผัสที่ทั้งกรอบ ทั้งหอม และนุ่มละมุนเหยียนลั่วหลีดื่มด่ำกับความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งนี้อย่างเงียบ ๆ เมื่อกินอิ่มแล้วก็ล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้น ทอดสายตามองท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาลที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่สวรรค์ส่งนางมายังโลกใบนี้กระมังนานเท่าใดแล้วนะที่นางไม่ได้พักผ่อนอย่า
Read more

27

ตลอดทางเต็มไปด้วยภาพความแห้งแล้งร่วงโรย ใบไม้แห้งร่วงหล่นเกลื่อนกลาด มันทับถมจนหนาถึงขั้นที่เหยียบย่ำลงไปแต่ละก้าวแล้ว เท้าก็จมมิดลงไปในกองใบไม้ เหยียนลั่วหลีถือไม้ท่อนหนึ่งเคาะตีไปตามพุ่มไม้ และพื้นดินเพื่อเบิกทาง“ฮึบ”สิ้นเสียงตวัดดาบวาววับ ร่างที่กำลังเลื้อยขนาดเท่าท่อนแขนสองร่างก็ร่วงหล่นลงมาตรงหน้า ที่แท้ก็คืองูแมวเซาสัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้มีพิษร้ายแรงนัก มันมักจะซ่อนตัวอยู่ใต้กองใบไม้แห้ง ด้วยสีสันที่กลมกลืนกัน หากไม่ทันสังเกตให้ดีแล้วเผลอไปเหยียบเข้า ก็มีหวังได้ไปเยือนปรโลกเป็นแน่“ไม่เสียแรงเปล่า เจ้างูตัวนี้ตัวใหญ่ไม่เบาเลย”นางตวัดมีดสับหัวงูจนขาดกระเด็น ใช้ใบไม้ห่อหุ้มแล้วฝังกลบลงดินให้มิดชิด ของแบบนี้ต่อให้ถูกสับหัวขาดไปแล้ว หากเผลอไปเหยียบโดนเขี้ยวมันเข้า พิษของมันที่ยังมีอยู่ก็พาไปเที่ยวปรโลกได้เช่นกันนางโยนซากงูที่ห่อด้วยใบไม้ลงในตะกร้าสาน เนื้อของงูพิษนี่แหละคือของอร่อยชั้นยอด“เกาลัด”เมื่อมองไปไกล ๆ เห็นผลไม้เปลือกหนามร่วงหล่นอยู่บนพื้น เหยียนลั่วหลีตาเป็นประกาย มีเกาลัดร่
Read more

28

“ข้ากลับมาแล้ว”นางผลักประตูไม้ลานบ้านด้วยมือข้างเดียว ก่อนเหวี่ยงร่างหมูป่าลงกระแทกพื้นจนฝุ่นฟุ้งกระจาย“ว้าว หมูป่าตัวเบ้อเริ่มเลย”เหยียนหยาจื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็วิ่งออกมาจากห้องนอน พอเห็นหมูป่าตัวใหญ่กลางลานบ้านก็ถึงกับอ้าปากค้าง ราวกับนึกสิ่งใดขึ้นมาได้ เขารีบพุ่งเข้าไปหาเหยียนลั่วหลี แล้วลูบคลำสำรวจตรวจตราไปทั่วร่าง“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”หมูป่าตัวเขื่องปานนี้ เขี้ยวที่ยาวเฟื้อยนั่นมองดูก็รู้ว่าอันตราย หากโดนขวิดเข้าสักทีคงไส้ทะลักเป็นแน่“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ วันข้างหน้าท่านอย่าไปล่าหมูป่าอีกเลยนะ ข้าไม่ชอบกินเนื้อหมูป่าหรอก”เหยียนหยาจื่อตาแดงก่ำ กอดเหยียนลั่วหลีไว้แน่นพลางอ้อนวอน เขามีเพียงพี่ใหญ่คนเดียวเท่านั้นเหยียนลั่วหลีจับตัวเด็กน้อยมาขยี้ผมอย่างมันเขี้ยว “วางใจเถิด เจ้าไม่เชื่อใจพี่ใหญ่หรือ”เรื่องที่ไม่มีความมั่นใจ นางจะทำไปเพื่อเหตุใดเซียวเย่หยางที่เอาผ้าโพกหัว ยืนถือไม้กวาดมองดูทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม ทว่าไม่รู้ว
Read more

29

เหยียนลั่วหลีอธิบายสถานการณ์ของครอบครัวอย่างคร่าว ๆ ท่านป้าจางฟังแล้วก็อุทานด้วยความเห็นใจไม่หยุด พอพูดถึงจุดที่สะเทือนอารมณ์ นางก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหางตา“ช่างเป็นเด็กที่อาภัพยิ่งนัก” ท่านป้าจางเกาะกุมมือเหยียนลั่วหลีไว้แน่นด้วยความเอ็นดู“เจ้ามาแล้วรึ”ประจวบเหมาะกับที่ชายชราผู้หนึ่งเดินเอามือไพล่หลังเข้ามาพอดี จะเรียกว่าชายชราก็คงไม่ถูกนัก อายุอานามก็เพิ่งจะสี่สิบกว่า ร่างกายยังคงแข็งแรงบึกบึน ทว่าในยุคโบราณที่อายุขัยเฉลี่ยเพียงหกสิบปี เขาก็นับว่าเป็นรุ่นปู่ได้แล้วหัวหน้าหมู่บ้านนั่งลงพินิจพิเคราะห์เหยียนลั่วหลีพลางพยักหน้า เป็นเด็กที่ไม่เลวเลย ท่าทางนี้ไม่อาจดูแคลนได้“ต้าซานเล่าเรื่องของพวกเจ้าให้ข้าฟังแล้วละ สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านเจ้าก็คงเห็นแล้ว ตัดสินใจจะลงหลักปักฐานที่นี่แล้วใช่หรือไม่”“ตัดสินใจแล้วขอรับ รบกวนหัวหน้าหมู่บ้านช่วยลงทะเบียนให้พวกเราด้วย”เหยียนลั่วหลีพยักหน้า ก่อนล้วงเอาถุงใส่เงินออกมา หยิบเงินสามตำลึงวางลงบนโต๊ะ อาศัยสามคน คนละหนึ่งตำลึง สำหรับชาวบ้านผู้ยาก
Read more

30

ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินตามกันไป เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางอีกคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบตามมา“อ้าว ซูซานเองรึ เจ้ามาทำอันใดที่นี่ คนผู้นี้ข้าเป็นคนคุ้มครองอยู่นะ” เหอเฟิงถลึงตาดุดัน เอ่ยปากปรามทันที“เพ้ย ข้าจะมาทำอันใดได้เล่า ก็เจ้าเด็กที่บ้านบ่นอยากกินเนื้อน่ะสิ”ซูซานประสานมือคารวะเหอเฟิงพลางตอบ จากนั้นก็หันไปประสานมือคารวะเหยียนลั่วหลีด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ“น้องชายผู้นี้ ที่บ้านเจ้ายังมีเนื้อเหลืออยู่อีกหรือไม่ พวกเราก็อยากจะขอซื้อบ้าง”“ยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ลำพังเนื้อจะกินเองยังแทบไม่มี แล้วจะมีเนื้อเหลือเฟือมาจากที่ใดเล่า ต่อให้มีก็คงมีไม่มากนักหรอกกระมัง”เหอเฟิงแสร้งทำเป็นโมโหโวยวาย ทว่าในน้ำเสียงกลับแฝงเจตนาที่จะช่วยพูดแทนชาวบ้านอย่างชัดเจน พูดพลางก็ลอบมองปฏิกิริยาของเหยียนลั่วหลีไปด้วยเหยียนลั่วหลีสบตากับเขาด้วยแววตาขบขัน เหอเฟิงรีบหลบสายตา ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อมองซูซานที่กำลังรอคอยอย่างมีความหวัง และชาวบ้านที่ชะเง้อมองอยู่เบื้องหลัง นางก็ยิ
Read more
PREV
123456
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status