All Chapters of เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา: Chapter 41 - Chapter 50

395 Chapters

41

เหยียนหยาจื่อส่งเสียงฮึดฮัด ปรายตามองไอ้คนกะล่อนผู้นี้ ยังอยากได้ปิ่นปักผมที่พี่สาวทำเองอีกหรือ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน ท่านอาจารย์ไม่เคยสอนหรืออย่างไร เสียแรงที่เกิดมาตัวโตเสียเปล่า“เช่นนั้นน้ำแกงไก่นี่เจ้าก็ไม่ต้องกินแล้วสิ ดูสิ น้ำแกงนี้ใส่สมุนไพรลงไปตั้งมากมาย จะบำรุงร่างกายได้ดีเพียงใดหนอ” เซียวเย่หยางส่ายหัวไปมาพร้อมพูดจาหลอกล่อ เหยียนหยาจื่อผู้นี้เกิดมาเพื่อเป็นดาวข่มของเขาชัด ๆ“เซียวเย่หยาง เจ้าหุบปากไปเลยนะ น้ำแกงไก่หม้อนี้ก็มีส่วนของข้า ข้าเป็นคนก่อไฟให้เชียวนะ”พอมัดผมเสร็จ เหยียนหยาจื่อก็วิ่งเข้าไปคิดบัญชี ผมจุกบนหัวแกว่งไปมา เพียงไม่นานภายในห้องครัวก็มีเสียงหยอกล้อปนด่าทอของคนทั้งสองดังขึ้น เหยียนลั่วหลีเหลาท่อนไม้ในมือพลางส่ายหัว สองคนนี้ช่างฝีปากกล้าไม่ยอมแพ้กันเลยจริง ๆ ตลอดทางก็ทะเลาะเบาะแว้งกันมาเรื่อย กลายเป็นคู่กัดกันเสียแล้วเมื่อทำปิ่นปักผมเสร็จ นางก็จัดการรวบผมให้ตนเองเป็นทรงที่ดูสง่างามดุจหยก สะบัดศีรษะอย่างพึงพอใจแล้วเดินเข้าไปในห้องโถงบนโต๊ะอาหาร ทั้งสามคนถือชามใบใหญ่กินข้าวสวยร้อน ๆ น้ำแกงไก่ป่า
Read more

42

หัวหน้าหมู่บ้านหันมองเด็กหนุ่มกับเด็กน้อยทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด พวกเขาย่อมรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้หมายถึงสิ่งใด ซ้ำนี่ยังเป็นการทำเพื่อหมู่บ้านของพวกเขาอีก“ไม่ขอรับ ข้าจะรอพี่ใหญ่ที่บ้าน”เหยียนหยาจื่อหงอยเหงาหดหู่ราวกับมะเขือม่วงที่โดนน้ำค้างแข็ง กระทั่งผมจุกบนศีรษะก็ดูไร้ชีวิตชีวาไปถนัดตาเซียวเย่หยางลูบผมจุกนั้นด้วยความปวดใจไม่แพ้กัน “หัวหน้าหมู่บ้านวางใจเถิด ลั่วหลีจัดการเตรียมการไว้แล้ว จะไม่มีปัญหาอันใดอย่างแน่นอน พวกเราต้องเชื่อมั่นในตัวเขา”เซียวเย่หยางมองดูเงาม้าที่หายลับไปตรงทางแยกพลางรำพึงในใจ คนผู้นี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้งหัวหน้าหมู่บ้านอ้าปากค้าง ทว่ากลับพูดสิ่งใดไม่ออก “เอาเถิด” จากนั้นก็หันไปประกาศกร้าวกับชาวบ้าน“ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ทุกครัวเรือนต้องส่งคนมาหนึ่งคนเพื่อจัดตั้งทีมลาดตระเวนเฝ้าหมู่บ้าน หากข้ารู้ว่าผู้ใดแอบอู้ ก็อย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน”“หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านวางใจได้เลย”“ใช่แล้ว ลูกเมียข้าก็ยังอยู่ที่นี่ จะไม่ตั้งใจได้อย่างไร”“หากพวกคนเถื่อนนั่นกล้ามา บิดาจะสับพวกมันให้เละเลย”ชาวบ้านต่างส่งเสียงฮึกเหิม ชายชาตรีใ
Read more

43

เสียงของมีคมแทงทะลุเนื้อดังขึ้นอีกสามครั้ง ร่างทั้งสามถูกตอกตรึงติดกับกำแพงเมืองซ้อนทับกันราวกับเนื้อแผ่นตากแห้งท่ามกลางฝูงชน ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะแผดเสียงร้อง“หนีเร็ว รีบหนีเร็วเข้า”“หนีเร็ว มียอดฝีมือมาแล้ว”“หนีเร็ว”เหล่าผู้อพยพแตกฮือกระเจิงไปคนละทิศละทางในพริบตา ไม่พุ่งเป้าไปที่ประตูเมืองอีกต่อไป ผู้คนที่ตั้งใจจะฉวยโอกาสลอบเข้าไปในเมือง หรือหวังจะตักตวงผลประโยชน์ต่างก็พากันหลบหนีจ้าละหวั่นเสียงร่ำไห้และเสียงตะโกนร้องดังก้องกังวาน ผู้อพยพหนีตายโดยไม่ทันได้คว้าสัมภาระใด ๆ ติดมือไป เหยียบย่ำกันเองเพื่อหนีเอาชีวิตรอดออกไปให้ไกลผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ลานกว้างหน้าประตูเมืองก็กลับมาอยู่ในความสงบ นอกจากเพิงพักที่ผุพังแล้ว ก็เหลือเพียงผู้อพยพสิบกว่าคนที่ถือดาบโค้งอยู่ ไม่สิ สมควรเรียกว่าคนแคว้นเว่ยต่างหากทหารยามรักษาประตูเมืองยืนอึ้งตะลึงงัน ยังไม่ทันได้ดึงสติกลับมาด้วยซ้ำ วีรบุรุษจากที่ใดมาช่วยเหลือพวกเขากันไอ้พวกคนแคว้นเว่ยชาติสุนัขพวกนี้อาศัยความมืดลอบแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มผู้อพยพแล้วก่อสงครามขึ้น เดิมทีพวกเขาคิดจะเรียกกำลังเสริม ทว่าใครจะคาดคิดว่าประตูทางทิศเหน
Read more

44

สีหน้าของเหล่าทหารพลันเปลี่ยนไป หวงเฉาก้าวขึ้นมาประสานมือคารวะอีกครั้ง น้ำเสียงที่กล่าวยิ่งอ่อนโยน และนอบน้อมมากขึ้น“ขอเชิญน้องชายเข้าไปพูดคุยกันด้านในเมืองเถิด เรื่องเงินรางวัลย่อมไม่มีขาดตกบกพร่องแน่”“ท่านแน่ใจหรือว่าในเมืองนี้” เหยียนลั่วหลียิ้มบาง ๆ แม้จะอยู่ห่างออกไปก็ยังได้ยินความเคลื่อนไหวภายในเมืองนางรวบรวมสมาธิ เปลี่ยนสีหน้าในชั่วพริบตาก่อนจะตวาดลั่น “เปิดประตู”เมื่อนางกระตุ้นม้าให้เดินเข้าไปใกล้ ทหารก็ค่อย ๆ เปิดประตูเมืองออกภายในเมือง ทั้งทหารและม้าวิ่งไปมาดูวุ่นวายสับสน บนถนนใหญ่มีผู้คนวิ่งหนีตายกันขวักไขว่ เมื่อมองไปไกล ๆ ก็เห็นเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นหลายจุด หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่เกินสองสามชั่วยามเมืองหลิ่งเป่ยแห่งนี้คงต้องตกอยู่ในทะเลเพลิงเป็นแน่หวงเฉาถือดาบก้าวเข้าไปหา “น้องชายจะไปกับพวกเราหรือไม่”เหยียนลั่วหลีครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจแล้วส่ายหน้า“พวกท่านไปเถิด เมื่อเรื่องราวสงบลง ข้าจะไปหาด้วยตนเอง”“รับนี่ไป” หวงเฉาดึงหยกพกที่เอวออกแล้วโยนให้คนบนหลังม้า “วันหน้าน้องชายจงนำป้ายหยกนี้ไปหาข้าที่จวนเจ้าเมืองได้เลย”เหยียนลั่วหลีเชิดหน้ารับไว้ นางทิ้งเชลยสายลับแคว้นเว่ยไว
Read more

45

ชายฉกรรจ์ร่างกำยำผู้มีตำแหน่งเป็นทูตขวาแห่งพรรคกระยาจกเห็นภาพสหายร่วมเป็นร่วมตายถูกย่ำยีราวกับสุนัขข้างถนนก็ดวงตาแดงก่ำ เส้นเลือดดำปูดโปนบนท่อนแขน เขากำท่อนไม้ขนาดเท่าต้นแขนแน่นเตรียมจะพุ่งทะยานออกไปฟาดกบาลศัตรูทว่าชายชราผมขาวผู้เป็นผู้อาวุโสของพรรคกลับยกมืออันเหี่ยวย่นขึ้นห้ามไว้ ฝ่ามือหยาบกร้านลูบคลำหัวไม้เท้าที่แกะสลักเป็นรูปหัวมังกรไปมา นัยน์ตาขุ่นมัว ทว่าแฝงไปด้วยความลึกล้ำทอดมองไปยังศัตรูเบื้องหน้า“พรรคหมานเป่ย พวกเจ้าตั้งใจจะก่อศึกสายเลือด ชนิดที่ถ้าไม่ตายกันไปข้างหนึ่งก็จะไม่เลิกราเลยใช่หรือไม่”“ตาเฒ่าใกล้ลงโลง พรรคกระยาจกของพวกเจ้ายังกล้าคิดจะต่อต้านอีกรึ เวลานี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ขอบอกไว้เลยว่าจงยอมถอยออกจากเมืองหลิ่งเป่ยไปแต่โดยดี ม้วนเสื่อกลับบ้านเกิดไปเสีย แล้วข้าจะเมตตาละเว้นชีวิตสุนัขของพวกเจ้าให้”เฉินเซี่ยนแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มันออกแรงขยี้ปลายเท้าลงไปบนแผ่นหลังของหวังหมาจื่ออย่างโหดเหี้ยม หวังหมาจื่อร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างน่าเวทนา“มิเช่นนั้นจุดจบของพวกเจ้าทุกคนก็จะเป็นเช่นไอ้สวะนี่”เฉินเซี่ยนยกเท้าขวาขึ้นสูง ใบหน้าของมันบิดเ
Read more

46

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เหยียนลั่วหลีไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ นางบิดเอวพลิกตัวกลางอากาศ อาศัยจังหวะที่เฉินเจี๋ยเสียหลัก เหยียบลงบนหน้าอกกว้างของเขา สองมือเอื้อมไปคว้าจับท่อนแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเฉินเจี๋ยไว้แน่น“ย้าก”สิ้นเสียงคำรามอันทรงพลังของเด็กหนุ่มร่างเล็ก ชายร่างสูงใหญ่กว่าหนึ่งจั้ง น้ำหนักหลายร้อยชั่ง กลับถูกจับเหวี่ยงลอยคว้างขึ้นไปกลางอากาศราวกับนกน้อยที่กำลังถูกพายุพัดกระหน่ำ กระบวนท่ายืมแรงตีแรงถูกนางนำมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ“ตูม”เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า แผ่นหินชิงสืออันแข็งแกร่งบนพื้นถนนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนจะปริแตกออกเสียงดังแครก ๆ รอยร้าวลุกลามแผ่ขยายออกไปดุจใยแมงมุม ปรากฏหลุมยุบรูปมนุษย์ขนาดใหญ่ขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจนร่างของเฉินเจี๋ยที่ตกลงไปกระแทกอยู่ตรงกลางหลุมยุบเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกจากดวงตา หู จมูก และปาก ไหลนองออกมาเป็นสายยาว ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ภายในหลุมยุบก็กลายเป็นแอ่งเลือดขนาดย่อม กระดูกทั่วร่างแหลกเหลว อวัยวะภายในบอบช้ำจนไม่อาจรักษาเยียวยาได้เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดกลัวดังก้อง
Read more

47

เมื่อตระหนักถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้าหาครอบครัว นางก็ไม่รอช้า พุ่งตัวออกวิ่งลัดเลาะฝ่าด่านทหารยามที่กำลังสาละวนกับการเตรียมการ มุ่งหน้าตรงไปยังบันไดทางขึ้นกำแพงเมืองทันที“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามขึ้นมา” ทหารยามสองนายขยับหอกไขว้กันขวางทางนางไว้“ไม่ต้องขวาง ปล่อยเขาขึ้นไป”หวงเฉาที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมาติด ๆ รีบออกคำสั่งเสียงดัง แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดอีกฝ่ายจึงมีอาการเช่นนี้ ทว่าลึก ๆ ในใจกลับมีลางสังหรณ์อันแรงกล้าบอกเขาว่า เด็กหนุ่มร่างเล็กผู้นี้ อาจจะนำพาปาฏิหาริย์ และทางรอดมาสู่พวกเขาได้เมื่อขึ้นมาถึงบนกำแพงเมือง เหยียนลั่วหลียืนเท้าสะเอว สายตาดุจเหยี่ยวทอดมองผ่านความมืดไปทางทุ่งกว้างนอกเมือง ภาพเบื้องหน้าทำให้นางต้องสูดลมหายใจเข้าลึกกองทัพศัตรูนับพันนายตั้งทัพเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ คบเพลิงสว่างไสวเป็นทางยาว ชุดเกราะ และอาวุธสะท้อนแสงไฟวาววับ สิ่งที่ทำให้นางตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือ กองกำลังเหล่านี้ถึงกับมีพลโล่เขนขนาดใหญ่ และที่เลวร้ายที่สุดคือ พวกมันมีบันไดปีนกำแพงเมืองพวกมันเอาความมั่นใจมาจากแห่งหนใดกันว่า ลำพังกำลังพลเพียงแค่นี้ และ
Read more

48

ภายใต้รัตติกาลอันมืดมิดไร้แสงจันทร์ ทั้งฝ่ายศัตรู และฝ่ายป้องกันเมืองต่างตั้งค่ายประจันหน้ากันอย่างตึงเครียด สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่ความโกลาหลหน้าประตูเมืองหลิ่งเป่ย ไม่มีผู้ใดเลยที่จะแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า จึงไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เวลานี้มีเงาร่างหนึ่งกำลังร่อนถลาแหวกอากาศข้ามศีรษะของพวกเขาไปราวกับวิหคเหยียนลั่วหลีสวมชุดรัดกุมสีดำสนิทกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิด นี่คือการพรางตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทว่าต่อให้เวลานี้นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ ก็คงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นอยู่ดี ในเมื่อสมาธิของทุกคนล้วนจดจ่ออยู่กับการรบราฆ่าฟันเบื้องล่างด้วยเส้นเอ็นหนังสัตว์ที่มีความยืดหยุ่นสูงผนวกกับร่างกายที่เบาหวิวราวกับขนนก ทำให้การร่อนถลาของนางเต็มไปด้วยทักษะอันล้ำเลิศ ด้านหลังของนางมีโครงผ้าแพรผืนใหญ่คอยต้านลม และบังคับทิศทางเหยียนลั่วหลีไม่มีความกังวลเรื่องการร่อนลงจอดแม้แต่น้อย ในอดีตชาติ นางกระโดดร่มชูชีพทะลวงแนวข้าศึกมาแล้วไม่รู้กี่หน ต่อให้ปราศจากอุปกรณ์เครื่องร่อน นางก็สามารถพลิกแพลงเอาตัวรอดได้เสมอ ทว่านางก็อดไม่ได้ที่จะขอบคุณร่างกายที่ผอมบาง และน้ำหนักเบาหวิวนี้ หากตัวหนักกว่านี้อีก
Read more

49

เหลียงต้าซาน คือชายหนุ่มคนแรกที่เหยียนลั่วหลีพบเมื่อตอนที่ก้าวเท้าเข้ามาในหมู่บ้าน เวลานี้ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด และดินโคลน ทว่าก็ไม่อาจบดบังแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า และเจ็บปวดอย่างสุดแสนได้ มือหยาบกร้านกำด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด คนเหล่านี้ล้วนเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายที่เติบโตมาด้วยกัน เขาย่อมปรารถนาให้ทุกคนมีชีวิตรอดกลับไป ทว่าก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอกลับทำให้เขาไม่อาจเปล่งเสียงปฏิเสธออกไปได้ในหมู่พวกเขาทั้งหมด มีเพียงเขากับเหอเฟิงเท่านั้นที่พอมีวรยุทธ์ติดตัวบ้าง ส่วนคนอื่น ๆ ล้วนเป็นเพียงชาวนาที่อาศัยพละกำลังเข้าสู้ เมื่อเหอเฟิงบาดเจ็บสาหัส ก็ไม่มีผู้ใดเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ตีฝ่าวงล้อมเพื่อนำข่าวไปบอกคนอื่น ๆ ได้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว“ตกลง” เหลียงต้าซานกัดฟันกรอด ขบกรามจนเกิดเสียงดังกึก เค้นคำรับปากออกมาเพียงคำเดียวพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อท้นจนบดบังภาพตรงหน้า“ฆ่ามัน”เหอเฟิงแหงนหน้าขึ้นคำรามก้องฟ้า ดาบใหญ่ในมือถูกกวัดแกว่งฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายชายฉกรรจ์อีกห้าคนที่เหลือก็ราวกับได้รับพลังแห่งความตายที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง พวกเขาพุ่งทะยานเข้าช
Read more

50

ลึกลงไปภายในถ้ำลับที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ทั้งชายหญิง คนชรา และเด็กเล็กกว่าร้อยชีวิตกำลังนั่งยอง ๆ กอดเข่าเบียดเสียดกันเป็นกลุ่มก้อน บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงัดจนน่าขนลุก ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ท่านป้าจางโอบกอดเหยียนหยาจื่อไว้ในอ้อมอกอันอบอุ่น มือหยาบกร้านของหญิงวัยกลางคนลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านของเด็กน้อยครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปลอบประโลมจิตใจที่หวาดกลัวที่บริเวณปากถ้ำ เซียวเย่หยางยืนหยัดอยู่เคียงข้างชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านอีกหลายคนเพื่อทำหน้าที่เฝ้ายาม สายตาของเขาทอดมองแสงคบเพลิงที่กำลังคืบคลานไต่ระดับขึ้นมาตามไหล่เขาอย่างช้า ๆ หัวใจเต้นระทึกจนแทบจะกระดอนหลุดออกมา ความกดดันอันหนักอึ้งถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออกในมือของบุรุษเหล่านี้ล้วนกุมอาวุธไว้แน่น ดาบใหญ่หลายเล่มในมือของพวกเขาคืออาวุธที่เหยียนลั่วหลีแอบนำมาซุกซ่อนไว้บนภูเขาก่อนหน้านี้ก่อนที่เหยียนลั่วหลีจะออกเดินทางเข้าเมือง นางได้บอกตำแหน่งที่ซ่อนดาบเหล่านี้แก่เซียวเย่หยางไว้ล่วงหน้าแล้ว ทว่าเซียวเย่หยางเองก็คาดไม่ถึงเลยว่า อาวุธที่เตรียมไว้เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินจะได้ถูกนำมาใช้งานรวดเร็วถึงเพียงนี้เซียวเย่หยางกระชับด้
Read more
PREV
1
...
34567
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status