“ไม่เป็นอันใดหรอก เจ้าก็โตแล้ว สมควรมีเรื่องต้องจัดการด้วยตนเอง ข้าเพียงแต่อยากบอกเจ้าว่า เรื่องราวในใต้หล้านี้ จำเป็นต้องใช้สายตาและสติปัญญาของตนเองในการพิจารณา อย่าได้ทำตัวเป็นเพียงกบในกะลาที่เก่งแต่พูด”พูดจบก็ทอดทอนใจจากนั้นก็พูดต่อไปว่า “รอให้เจ้าโตกว่านี้ และได้เป็นขุนนางเมื่อใด เจ้าก็จะเข้าใจความหมายของสิ่งที่ข้าพูดเอง สิ่งที่เรียนรู้จากตำรานั้นตื้นเขินนัก หากต้องการรู้แจ้งเห็นจริงจำต้องลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง”เหยียนลั่วหลีพูดทิ้งท้ายไว้ ปล่อยให้เหยียนหยาจื่อจมอยู่ในความคิด แล้วเดินออกจากห้องไปเหยียนลั่วหลีเดินผ่านหน้าห้องพักห้องหนึ่ง คิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่งก็หันหลังกลับมายืนรอพลางเคาะประตูยืนรออยู่ไม่นานก็มีคนมาเปิดประตู ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก ไป๋ซู่ชะโงกหน้าออกมาด้วยความดีใจแล้วรีบเชิญนางให้เข้าไปในห้อง “คุณชายเหยียน เชิญเข้ามาด้านในเลยเจ้าค่ะ”เสิ่นเมิ่งซีที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงก็รีบลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าแล้วเดินมาต้อนรับพลางกล่าวทักทาย “คุณชายเหยียน”ขณะที่นางกำลังจะรินชาให้ด้วยตนเอง เหยียนลั่วหลีก็ยกมือขึ้นห้าม วันนี้นางดื่มชาจนแทบจะท้องแตกตายอยู่แล้ว เหยียนลั่วหลีไม่อยาก
Read more