جميع فصول : الفصل -الفصل 240

395 فصول

230

เมื่อพวกปีศาจจิ้งจอกเห็นเด็กๆ ที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่เบื้องหน้าก็ยิ่งหัวเราะร่า เสียงหัวเราะอันน่าขนลุกดังก้องไปทั่วทั้งอำเภอเมื่อเห็นว่าเหลือระยะทางอีกเพียงห้าสิบลี้ก็จะถึงทางเข้า ชายชุดดำทั้งสิบห้าคนที่ซุ่มซ่อนอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว“ฟิ้ว” เส้นด้ายสีเงินหลายสายพุ่งออกมาจากเงามืด พุ่งตรงไปยังปีศาจจิ้งจอกทั้งหกตน“อึก โอ๊ย”ปีศาจจิ้งจอกสองตนไม่ทันระวังตัว ถูกด้ายรัดคอและมัดแขนขาจนล้มกลิ้งลงกับพื้น ส่วนอีกสี่ตนที่เหลือรีบกระโดดหลบด้ายเงินและมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง“อืม มนุษย์ผู้น่าลิ้มลอง” ปีศาจจิ้งจอกชุดแดงที่เป็นจ่าฝูงไม่เพียงแต่ไม่โกรธเคือง ทว่ากลับเลียปลายนิ้วอันเรียวยาวของตนพลางยิ้มอย่างชั่วร้าย“คืนนี้พวกเราจะได้เปิดฉากสังหารหมู่กันแล้ว” ปีศาจจิ้งจอกชุดขาวอีกตนเอ่ยสมทบพลางหัวเราะคิกคัก“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว” ยังไม่ทันที่พวกปีศาจจิ้งจอกจะทันได้ขยับตัว ด้ายสีเงินอีกสี่สายก็พุ่งออกมาจากเงามืด พุ่งตรงไปยังพวกมันทั้งสี่ตน“เหอะ” ปีศาจจิ้งจอกกระโดดหลบทว่ายังไม่ทันได้ยืนหยัด ด้ายเงินเหล่านั้นก็ราวกับมีตา คอยไล่ตามอย่างไม่ลดละในขณะที่ปีศาจจิ้งจอกกระโดดหลบหลีกไปมา ทันใดนั้นเส้นด้า
اقرأ المزيد

231

เหยียนซานพูดอย่างไม่ใส่ใจ ในมือถือมีดเล่มเล็กส่องประกายวาววับ จ้องมองพวกปีศาจจิ้งจอกด้วยสายตาคลั่งไคล้ราวกับคนบ้าคนอื่นๆ ต่างก็ชินชากับท่าทางเช่นนี้ มีเพียงพวกปีศาจจิ้งจอกที่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ คนผู้นี้ช่างเหมือนกับไอ้บ้าที่คอยปรุงยาให้ประมุขในลัทธิของพวกนางไม่มีผิดเมื่อยาเม็ดนั้นตกลงไปในท้อง ลมปราณที่ปั่นป่วนของจิ้งจอกแดงก็สงบลง เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็วในร่างกายก็รู้สึกตกตะลึงและเจ็บใจ นี่พวกนางเตะโดนตอเข้าให้แล้วขณะที่กำลังคิดหาทางหลบหนี คนสามคนก็เดินออกมาจากอาคารสามชั้นริมถนน ดึงดูดสายตาของทุกคนไปในทันทีหวังหมาจื่อเข็นรถเข็นของเจิ้งเส้าหัวตามหลังเหยียนลั่วหลีมา เมื่อเห็นพวกปีศาจจิ้งจอกที่ถูกมัดอยู่บนพื้นก็ชะโงกหน้าออกไปดู “จุ๊ๆ หน้าตาก็งดงามดี เหตุใดจิตใจถึงได้ดำมหิตเช่นนี้”เมื่อได้ยินเสียง จิ้งจอกแดงก็เงยหน้าขึ้น เจิ้งเส้าหัวมองดูปีศาจจิ้งจอกที่ถูกมัดเอาไว้ ต่อให้กลายเป็นผีเขาก็ไม่มีทางลืมปีศาจตนนี้เด็ดขาด เขาพูดออกมาเพื่อยืนยันว่า “ปีศาจจิ้งจอกตนนี้แหละ”“ฮี่ ฮี่ ฮี่ ที่แท้ก็ท่านนายอำเภอนี่เอง เป็นอย่างไร เนื้อของเด็กนั่นยังไม่พอใจอีกหรือ ถึงได้ยอมอ
اقرأ المزيد

232

สถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร พวกนางที่เป็นแค่ลูกน้องชั้นต่ำจะไปรู้ได้อย่างไร เพียงแต่ได้ยินมาว่าประมุขลัทธิของพวกนางยังเป็นเพียงดรุณีอายุน้อย ทว่ากลับลุ่มหลงในการหลอมโอสถ เพื่อรักษารูปลักษณ์นั้นไว้“ตัวยา ตัวยาอันใดกัน พวกเจ้าช่างมีจิตใจที่เหี้ยมโหดนัก”เจิ้งเส้าหัวได้ยินดังนั้น ร่างกายที่โน้มไปข้างหน้าก็เอนหลังหลับตาลงอย่างแรง อย่าว่าแต่ลูกชายของเขาเลย กระทั่งในอำเภอนี้ก็ไม่รู้ว่ามีเด็กชายเด็กหญิงหายตัวไปเป็นเครื่องสังเวยมากมายเท่าใดแล้ว นี่ล้วนเป็นชาวบ้านของเขาทั้งนั้น“ช่วงเวลานี้พวกเจ้าพาเด็กไปทั้งหมดกี่คนแล้ว” เหยียนลั่วหลีหมุนแหวนหยกสีดำบนนิ้วหัวแม่มือพลางเอ่ยถาม“รวม รวมกับตำบลอื่นด้วยทั้งหมดห้าร้อยหกสิบสามคน”“แหล่งกบดานของพวกเจ้าอยู่ที่ใด นำทางไป”เหยียนลั่วหลีเดิมทีไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน เพียงแต่คนกลุ่มนี้กำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว หากไม่ได้มุ่งเป้าไปที่หมู่บ้านเป่ยซาน เรื่องเหล่านี้นางก็ไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่ายนัก ทว่ายามนี้มือของลัทธิบูชาพระจันทร์กลับยื่นยาวเกินไปแล้วนางเติบโตมาในยุคอนาคต เรื่องอันใดบ้างที่ไม่เคยได้ยิน การหลอมโอสถในยุคโบราณก็เป็นแค่เรื่องหลอกลวงเท่านั้น ห
اقرأ المزيد

234

เจิ้งเส้าหัวส่ายหน้าแล้วตอบว่า “จากไปตั้งนานแล้ว”เมื่อคืนเขาพาคนไปเฝ้าอยู่ที่ทางเข้าอำเภอจนสว่าง จนกระทั่งเห็นพวกของพี่เหยียนกลับมาอย่างปลอดภัยจึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นพวกเขาเดินกลับมามือเปล่าและไม่ได้พาเด็กคนอื่นๆ กลับมาด้วย เขาก็รู้อยู่เต็มอก เกรงว่าคงจะตายมากกว่ารอดเสียแล้ว คนทั้งกลุ่มอาศัยช่วงที่ฟ้ายังไม่สว่างอำลาอำเภอซงเจียงไป มองดูแผ่นหลังที่เดินจากไปเจิ้งเส้าหัวก็ทอดทอนใจนี่สิถึงจะเรียกว่าการผดุงคุณธรรมอย่างแท้จริง เมื่อนึกถึงคำพูดประโยคนั้นของพี่เหยียน เจิ้งเส้าหัวก็อดไม่ได้ที่จะเพ้อฝัน ในช่วงชีวิตที่เหลือ เขาจะได้พบหน้าลูกชายอีกหรือไม่ระหว่างเดินทาง หวังหมาจื่ออดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นว่าพวกเขาหลังจากจัดการกับปีศาจจิ้งจอกเหล่านั้นแล้วก็ไมไ่ด้ทำอันใดต่อ เขาเองก็อยากรู้ว่าผู้อาวุโสเหยียนจะจัดการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร “พวกเราจากมาเช่นนี้เลยหรือ แล้วเรื่องของลัทธิบูชาพระจันทร์จะทำอย่างไรเล่า” หวังหมาจื่อเกาหัวด้วยความงุนงง ออกจากอำเภอซงเจียงมาอย่างงงๆ แล้วก็มุ่งหน้าลงใต้มาตลอดทางเลยหรือ เมื่อเห็นว่าเหยียนลั่วหลียังไม่ตอบ เขาก็ถามต่อไปว่า“เด็กพวกนั้นถูกนำไปทำเป็นตัวยาจ
اقرأ المزيد

235

“ข้าว่าสืออู๋คงจะปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมาจนหมดแล้วล่ะ ดูสิ กระทั่งสัตว์ร้ายในทะเลก็ยังไม่อาจทำให้เขาคลายความเบื่อหน่ายได้เลย” เหยียนซื่อเป็นเด็กหนุ่มผิวสีทองแดง เวลาหัวเราะจะเห็นฟันขาวสะอาด ดูสดใสร่าเริงยิ่งนัก“ปล่อยเขาทำไปเถอะ จะได้ไม่อึดอัดจนเป็นบ้าไปเสียก่อน” เหยียนซานที่ไม่มีอันใดทำก็เริ่มหยิบมีดพกขึ้นมาลูบคลำ มีดเล่มนี้เขาฝนจนบางเฉียบดุจปีกจักจั่น ปกติก็ไม่รู้ว่าเอาไปซ่อนไว้ที่ใดหวังหมาจื่อได้ยินก็แอบถอยห่างจากกลุ่มคนประหลาดพวกนี้เงียบๆ ไม่รู้ว่าท่านผู้อาวุโสเหยียนไปสรรหาคนพวกนี้มาจากที่ใด ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนักตอนนี้คนทั้งกลุ่มกำลังถูกคนของลัทธิบูชาพระจันทร์ลอบโจมตีอยู่กลางทาง ดูเหมือนว่าพวกที่อยู่เบื้องบนคงจะรู้เรื่องอำเภอซงเจียงแล้วจึงมาตามล้างแค้น“ดูท่าทางนี่จะเป็นกลุ่มที่เก้าแล้วกระมัง ลัทธิบูชาพระจันทร์แห่งนี้เหตุใดถึงได้มีสตรีมากมายถึงเพียงนี้” หวังหมาจื่อบ่นพึมพำพลางกระชับเสื้อเดินเข้าไปใกล้เหยียนลั่วหลี“พวกนี้ก็แค่มาหยั่งเชิงดูเท่านั้น ตัวจริงที่เก่งกาจคงอยู่ไม่ไกลแล้วล่ะ” เหยียนลั่วหลีนำผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำเช็ดมือพลางมองไปเบื้องหน้า“พูดเช่นนี้ก็คือ ยังมีพวกที่ร้ายกา
اقرأ المزيد

236

เมื่อเห็นคนเดินจากไปไกลแล้ว เหยียนสืออู่ก็พ่นลมหายใจออกจมูก “คิดว่าพวกเราไม่เคยเห็นทะเลหรือเยี่ยงไร พวกเรานี่แหละคือมังกรขาวทลายคลื่น”ตอนที่พวกเขาอยู่บนเกาะ ก็มักจะลงทะเลไปจับปลาจับตะพาบกันทั้งวันมิใช่หรือ ไข่มุกนั่นยิ่งมีมากมายจนนับไม่ถ้วน เกลื่อนกลาดไปทั่วทั้งเกาะ“ถ่อมตัวหน่อย ถ่อมตัวหน่อย อยู่ข้างนอกทำตัวไม่ให้เป็นจุดสนใจจะดีกว่า” เหยียนเอ้อร์ร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม เหยียนเอ้อร์เป็นผู้รอบรู้ประจำทีม งานที่ต้องออกหน้าล้วนให้เขาเป็นคนจัดการจนฝึกปรือฝีปากได้อย่างยอดเยี่ยม กระทั่งเรื่องผิดก็ยังสามารถพูดให้เป็นถูกได้หากไม่ได้คนผู้นี้ เจ้าพวกท่อนไม้กระดานอย่างพวกเขาที่เพิ่งจะลงจากเขา ก็อาจจะตายอยู่กลางทางเพราะไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติของการเข้าสังคมก็เป็นได้เหยียนสืออู่ยังคงเคารพพวกพี่ชายเหล่านี้ เมื่อเห็นเหยียนเอ้อร์พูดก็ไม่ได้โต้แย้ง เพียงแต่เบะปากเท่านั้น หวังหมาจื่อที่แอบฟังอยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้น “ซื่อจื่อเซียวผู้นั้น ใช่คนเดียวกับที่ข้าคิดไว้หรือไม่”คิดไปคิดมาก็มีเพียงคนผู้นี้ที่แซ่เซียว ซ้ำชื่อก็ยังเหมือนกันอีก หรือว่าจะเป็นคนที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายปีก่อนจริงๆ“นอกจากเขาแล้วจะเป็นผู
اقرأ المزيد

237

“ได้ ได้ ได้ ข้าเชื่อเจ้าแล้ว”ตอนนี้หลินเจาเป่าถึงกับนึกเกลียดตนเองที่ไม่ใช่สตรี มิเช่นนั้นคงได้ร้องไห้ออกมาดังๆ สักรอบ ใครอยากได้พี่ชายคนนี้ก็รับไปที เขาสูดจมูกแล้วเอ่ย “ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ คนผู้นั้นล่วงเกินไม่ได้จริงๆ หากท่านไม่เชื่อก็ลองถามอาช่านดู”อาช่านก็คือบ่าวรับใช้ส่วนตัว คนผู้นี้ก็เป็นพวกกระโดดโลดเต้นพอกัน ทว่ากลับเข้ากันได้ดีกับพี่รองของเขา เมื่อได้ยินดังนั้นหลินเจาเหรินก็หันไปมองอาช่าน อาช่านไม่รู้ว่านึกถึงสิ่งใดขึ้นมาก็รีบเอ่ยปลอบทันที “คุณชายรอง คนผู้นั้นล่วงเกินไม่ได้จริงๆ นะขอรับ จะมีศพเหลือให้กลับบ้านหรือไม่พวกเรายังไม่รู้เลย”ครั้งนี้หลินเจาเหรินยอมเชื่อ เดาะลิ้นทีหนึ่ง “เอาเถอะ เอาเถอะ ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่อีกนาน” พูดจบก็นั่งกินซาลาเปาไส้เนื้อเงียบๆ ไม่ส่งเสียงอีกหลินเจาเป่าถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อได้สติกลับมาถึงได้พบว่าเหงื่อเปียกชุ่มโชกไปทั้งตัว เขาช่วยพี่ชายได้เพียงเท่านี้แหละกลางดึก เป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เนื่องจากอยู่ทางแดนใต้อากาศจึงค่อนข้างอบอุ่น เมื่อสภาพอากาศเป็นใจขบวนพ่อค้าที่คุ้มกันสินค้าก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ต่างก็หวังจะใช้โอกาส
اقرأ المزيد

238

หลินเจาเป่าเพิ่งจะตั้งสติได้จากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ เมื่อเห็นเหยียนสืออู่ฟันคนขาดเป็นสองท่อนแล้วร่างนั้นก็สลายกลายเป็นกองเลือดในพริบตา เขาก็ถึงกับก้าวขาไม่ออกคืนนี้แสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ลมพัดโชยมาต้องใบไม้ดังสวบสาบ หลินเจาเหรินขยับเท้าเล็กน้อยทว่าก็ไม่กล้าเดินไปไหน โชคดี โชคดีจริงๆ ที่เขาไม่ทำตัววู่วามไปตอแยกับคนพวกนี้เข้า มิเช่นนั้นจุดจบก็คงไม่ต่างกันอย่าว่าแต่จะเหลือศพให้เห็นเลย กระทั่งกระดูกก็คงหาไม่พบแล้วกระมัง เมื่อคิดได้ดังนั้นก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาอยากกลับบ้านแล้ว ณ ลานโล่ง กลุ่มชายชุดดำกำลังเช็ดคราบเลือดบนดาบและกระบี่พลางบ่นพึมพำอย่างตื่นเต้น “ขออีกสักกลุ่มเถอะ กระบี่ของข้าก็จะได้ดื่มเลือดครบพันคนเสียที”“เพิ่งจะครบพันคนหรือ ข้าทะลุเป้าไปตั้งแต่ปีที่แล้วนู่น”“จะโอ้อวดไปไย หากเจ้าไม่ได้ออกไปทำภารกิจบ่อยๆ จะแซงหน้าพวกเราได้หรือ”“โธ่ ก็ช่วยไม่ได้ที่พวกเจ้ามัวแต่ชักช้าอืดอาด ได้ลงมือเป็นคนสุดท้ายตลอด”เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้บ่นพึมพำกันไปมา กลุ่มคนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็หวาดผวา หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่รู้ว่าพวกเขาพูดเรื่องอันใด ทว่าตอนนี้ได้มาสัมผัสด้วยตนเองแล้วครบพันคนหรือ ห
اقرأ المزيد

239

หัวและหนังวัวที่เบิกตากว้างถูกวางทิ้งไว้ข้างๆ โดยไม่มีผู้ใดดูแล บนกองไฟขนาดใหญ่ ร่างของวัวขนาดมหึมาถูกย่างด้วยไฟแรงจนส่งเสียงดังฉ่าๆ น้ำมันหยดเยิ้ม ทุกคนต่างลอบกลืนน้ำลายพวกเขาล้วนมาจากครอบครัวยากจน หากไม่ได้มาทำงานคุ้มกันสินค้า ก็คงแทบจะไม่ได้กินเนื้อเลยตลอดทั้งปี ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือวัวลากไถที่ทางการห้ามฆ่าโดยพละการมิใช่หรือแล้ววัวตัวนี้ ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา วัวที่ไม่มีที่มาที่ไปพวกเขาไม่กล้ากินหรอกนะ หากถูกจับได้มิโดนโบยหรือเยี่ยงไร หลินเจาเป่าก็ประหลาดใจเช่นกันเขาจึงถามออกไปด้วยความสงสัยว่า "นี่คือวัวหรือ"วัวมาจากที่ใดกัน หลินเจาเป่าไม่ได้คิดสงสัยว่าคนกลุ่มนี้ขโมยมา พวกเขาจะขาดแคลนสิ่งใดถึงต้องไปขโมยกันเล่าเหยียนสืออู่เดินยิ้มร่าเข้ามา กอดคอหลินเจาเป่าแล้วเดินไปที่กองไฟ “กระทิงป่าน่ะ เมื่อเช้าออกไปล่าสัตว์ ไม่คิดเลยว่าจะพบฝูงกระทิงป่าบนเขา พวกเรามีลาภปากแล้ว”คนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะเข้าถึงยาก ทว่าพวกเขาก็แยกแยะบุญคุณความแค้นได้อย่างชัดเจน คนผู้นี้เมื่อคืนยอมเสี่ยงชีวิตมาช่วย แม้จะไม่ได้ลงมือ ทว่าก็ต้องจดจำน้ำใจนี้ไว้กระทิงป่าหรือ ทุกคนต่างตกตะลึง หัวหน้าผู้คุ้มกันสินค้าเดินต
اقرأ المزيد

240

หลังจากเร่งเดินทางผ่านเมืองต่างๆ มาราวแปดเก้าเมือง ยามนี้ก็เข้าใกล้เขตแดนใต้ตอนกลางมากขึ้นแล้ว ภูเขาสูงตระหง่านอยู่ไกลๆ เริ่มปรากฏให้เห็นหนาตาขึ้น ทุกหนทุกแห่งล้วนเขียวชอุ่มไปด้วยแมกไม้“เฮ้อ ฝนตกอีกแล้ว” หวังหมาจื่อถอนหายใจบ่นพึมพำในช่วงฤดูฝนฟ้าคะนอง แดนใต้จะมีฝนตกชุก วันหนึ่งอาจจะตกหลายระลอก หรือบางครั้งก็ตกติดต่อกันหลายวันโดยไม่หยุดพักเลย กระทั่งเหยียนลั่วหลียังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงท้องฟ้าที่แจ่มใสของแดนเหนือตอนนี้คนทั้งกลุ่มกำลังหลบฝนอยู่ในจุดพักม้าริมถนน ทุกคนว่างเว้นจากงานจึงนั่งจิบชาพูดคุยสัพเพเหระกัน นอกจากนี้ยังมีขบวนพ่อค้าและชาวบ้านที่เดินทางผ่านไปมาเข้ามาหลบฝนจนจุดพักม้าแน่นขนัดไปหมดเหยียนลั่วหลีกับพรรคพวกยึดโต๊ะริมสุดไว้เป็นของตน นั่งมองดูสายฝนและฟังเสียงฟ้าร้องที่ไม่ขาดสาย นางยื่นมือออกไปปัดหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่ตามชายเสื้อพลางถอนหายใจออกมาอย่างหาได้ยาก “คงจะตกอีกนานทีเดียว”หลินเจาเหรินเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางม่านฝนพลางลอบถอนหายใจในใจ ต่อให้ดียอดเยี่ยมเพียงใดก็ไม่ใช่ของเขา ไม่มีวาสนาจะได้ครอบครอง“แดนเหนือของพวกเราตลอดทั้งปีแทบจะไม่ได้เห็นฝนตกหนัก
اقرأ المزيد
السابق
1
...
2223242526
...
40
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status