“ข้าอุตส่าห์ดั้นด้นไปสืบเสาะหายอดอาจารย์มาสอนสั่งตำราให้ท่านอย่างไรเล่า” เหยียนลั่วหลีแย้มยิ้มกริ่ม เมินเฉยต่ออาการแข็งทื่อราวกับหินสลักของทูตขวาพลางหัวเราะในใจยอดบุรุษร่างยักษ์ผู้นี้ กล้าหาญชาญชัยในสนามรบไม่กลัวตาย ทว่าสิ่งเดียวที่เขาขยาดที่สุดก็คือการต้องมานั่งอ่านตำราเรียนหนังสือทูตขวาค่อย ๆ ขยับฝีเท้าถอยหลังพลางพึมพำ“เอ่อ ข้า ข้านึกขึ้นได้ว่าต้องไปตรวจตราหลังจวนเสียหน่อย” พูดจบเขาก็หายวับไปภายในชั่วอึดใจเดียว“เจ้าเด็กนี่ก็ช่างกระไร มาถึงก็แกล้งหยอกเขาเสียจนเสียอาการ”ชายชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งก้าวออกมาจากห้องโถงแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนตั่งประธาน เหยียนลั่วหลีนำอาจารย์ชราให้นั่งลงก่อนจะหันไปประสานมือคารวะผู้อาวุโสเบื้องหน้า “คราวนี้ข้าน้อยจำต้องมารบกวนท่านอีกคราแล้ว”“เจ้ามันพวก 'ไร้ธุระไม่เข้าวิหาร' จริง ๆ นะ”ประมุขพรรคกระยาจกยกมือขึ้นลูบเคราขาวรำพึงอย่างเอ็นดู เด็กหนุ่มผู้นี้ราวกับมีสัญชาตญาณของแมวป่า ความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในเมืองเวลานี้ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดหูตาของเขาไปได้ เขาเฝ้ามองเหยียนลั่วหลีเติบโตมาตลอดสามปี ยิ่งใกล้ชิดก็ยิ่งรู้สึกสะพรึงกลัวในความสามารถ หรือในใต้หล้าจะมีผู้ที
Read more