All Chapters of แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า: Chapter 131 - Chapter 140

151 Chapters

บทที่ 130 พู่กันสลักลายมังกรซ่อนวารี

แต่ทว่า... เหวินจือเวยก็คือเหวินจือเวย ที่หมายถึงเหวินจือเวยตัวจริง ในเมื่อนางตั้งมั่นไว้แล้วว่าจะไม่ให้เข้าเยี่ยมหนึ่งเดือนก็คือหนึ่งเดือน นอกจากนี้ นางยังไม่อยากจะเจอหลงมู่เฉิน เพื่อสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ให้กับเขาอีกด้วย...เฮอะ! พูดจาสวยหรูเป็นเหตุเป็นผลไปเช่นนั้น แต่ความจริงแล้ว นางไม่อยากเจอเขา...นางรำคาญ!หลังจากรถม้าแวะจอดซื้อชาอู่หลงที่โรงเตี๊ยมวั่งเย่วตามความตั้งใจของเฉินอวี้หลานแล้ว รถม้าของจวนมู่อ๋องก็เคลื่อนมาถึงหน้าร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ เมื่อพวกนางแจ้งความจำนงต้องการเข้าเยี่ยมเหวินจือเวยไปรั่วอิ๋น สาวใช้คนสนิทของเหวินจือเวยกลับเดินก้มหน้าออกมาต้อนรับด้วยท่าทางลำบากใจ นางย่อกายลงคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “ยามนี้ ร่างกายของคุณหนูยังไม่สู้ดี อาการป่วยไข้ยังไม่ทุเลาลงเท่าใดนัก จึงยังไม่พร้อมเปิดเรือนต้อนรับผู้ใดเพคะ”คำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยนั้น ทำให้ใบหน้าคมคายของหลงมู่เฉินหม่นแสงลง ดวงตาคู่คมฉายแววเศร้าสร้อยวูบหนึ่งอย่างยากจะปกปิดเฉินอวี้หลานที่ยืนเคียงข้างลอบมองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที
last updateLast Updated : 2026-09-11
Read more

บทที่ 131 ข้าต้องพิสูจน์

ตลอดการเดินทางกลับจากร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ บรรยากาศภายในรถม้าพลันตกอยู่ในความเงียบงัน หลงมู่เฉินนั่งเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง สมองอันชาญฉลาดของเขาขบคิดหาคำตอบให้แก่ปริศนา ‘พู่กันมังกรซ่อนวารี’ จนหัวหมุน ทว่ากลับไม่พบร่องรอยความเกี่ยวโยงใด ๆ ได้เลยหรือว่าเวยเวยจะเคยบอกชื่อนี้กับนาง...?กลับกัน ยิ่งเห็นหลงมู่เฉินตกอยู่ในสภาวะสับสนและงุนงงจนเสียกิริยาเช่นนั้น เฉินอวี้หลานที่นั่งฝั่งตรงข้ามกลับยิ่งลอบยกยิ้มพรายในใจอย่างเป็นสุข ยิ่งเขาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวเท่าใด นางก็ยิ่งนึกสนุกที่ได้ปั่นหัวสวามีให้ติดกับดักความคิดของตนเองพอกลับมาถึงจวนมู่อ๋อง เฉินอวี้หลานไม่ปล่อยให้สวามีมีเวลาได้พักหายใจในความคลางแคลง นางก้าวลงจากรถม้าแล้วหันมาเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงฉะฉานทันที“ท่านพี่เพคะ พอดีมีสมุดบัญชีร้านค้าบางเล่มที่มีตัวเลขผิดสังเกต หม่อมฉันอยากรบกวนให้ท่านช่วยไปตรวจดูความถูกต้องเสียหน่อยเพคะ”หลงมู่เฉินที่ยามนี้ สติยังคงล่องลอยทำเพียงพยักหน้ารับอย่างแกน ๆ แล้วก้าวเดินตามหลังนางเข้าไปยังห้องหนังสือส่วนตัวของนางอย่างว่าง่าย
last updateLast Updated : 2026-09-12
Read more

บทที่ 132 มาเยือนยามวิกาล

ตกดึกคืนนั้น บรรยากาศภายในเรือนไม้แยกกลางลานประดิษฐ์อักษรของร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ตกอยู่ในความเงียบสงบ แสงตะเกียงน้ำมันดวงน้อยส่องสว่างนวลตาขับเน้นร่างระหงของเหวินจือเวยที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้มีดแกะสลักด้ามพู่กันอย่างตั้งอกตั้งใจเสียงเนื้อไม้ถูกขูดถากดังเป็นจังหวะแผ่วเบา คลอเคล้าไปกับเสียงฝีเท้าของเหวินโหย่วปินที่ก้าวเข้ามา ร่างสูงโปร่งของพี่ชายทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งข้าง ๆ ดวงตาคมกริบของจอหงวนหนุ่มกวาดมองน้องสาวพลางเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา“เวยเวย... เมื่อเย็นนี้ ข้าได้ยินท่านพ่อท่านแม่บอกว่าวันนี้มู่อ๋องพาพระชายามาหาเจ้าที่ร้านหรือ?”มือเรียวที่กำลังตวัดปลายมีดชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนจะเริ่มแกะสลักเนื้อไม้ต่อด้วยท่าทางสงบนิ่ง “เจ้าค่ะ ท่านพี่... พวกเขามาซื้อเครื่องเขียน”“แล้วเหตุใดเจ้าจึงส่งรั่วอิ๋นออกไปปฏิเสธไม่ยอมพบหน้าเขาเล่า?” เหวินโหย่วปินขมวดคิ้ว น้ำเสียงแฝงความขัดใจและห่วงใยอยู่นัย ๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามตัดใจ ทว่าท่านอ๋องทรงห่วงใยเจ้าจากใจจริง ตลอดหนึ่งเดือนมานี้เขาก็ส่งทั้งหมอและยามามิได้ขาด กา
last updateLast Updated : 2026-09-12
Read more

บทที่ 133 สัญญาณที่ดี

หลงมู่เฉินกะพริบตาปริบ ๆ มองพู่กันไม้ที่กลิ้งหลุน ๆ อยู่บนพื้นหินด้วยความตะลึงงันระคนงุนงง ใบหน้าคมคายที่เคยเคร่งขรึมพกความมุ่งมั่นมาเต็มเปี่ยมบัดนี้หลงเหลือเพียงความเหวอ...ทำอะไรของนางน่ะ? เขาแค่โผล่มาเงียบ ๆ ก็ต้องตกใจถึงขั้นขว้างพู่กันทิ้งขนาดนี้เลยเชียวหรือ?ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากทักทาย เหวินจือเวยก็ปัดฝุ่นที่มือแผ่วเบาแล้วเบนสายตาเย็นชากลับมามองหน้าเขา ดวงตากลมโตไม่มีความอ่อนหวานละมุนดั่งวันวานหลงเหลืออยู่เลย นอกเสียจากความเฉยชาที่ทำเอาคนมองรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ“องค์ชายเสด็จมาในยามวิกาลเช่นนี้... ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดกับบุตรีพ่อค้าเครื่องเขียนอย่างหม่อมฉันหรือเพคะ?” เหวินจือเวยถามเสียงเรียบหลงมู่เฉินชะงักค้าง ความเย็นชาที่สาดซัดเข้ามา ทำให้อกซ้ายของเขาเจ็บแปลบอยู่บ้าง ทว่า... มันกลับเป็นความเจ็บที่เบาบางอย่างแปลกประหลาดเขาลอบสังเกตสตรีตรงหน้า ดึงสายตาไล่ตั้งแต่เรือนผมที่สยายเต็มหลัง ท่วงท่าการยืนกอดอกดูไร้จริตจะก้านอย่างที่เคยเป็น ยิ่งมอง... เขากลับยิ่งรู้สึกว่าเหวินจือเวยคนนี้เริ่มกลายเป็น ‘คนแปลกหน้า’ สำหรั
last updateLast Updated : 2026-09-13
Read more

บทที่ 134 นางถนัดซ้าย

ณ ห้องรับรองส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมวั่งเย่วใจกลางเมืองหลวง สำรับอาหารเลิศรสหลายจานจัดวางจนเต็มโต๊ะกลมตัวใหญ่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและน้ำชาชั้นเลิศหลงมู่เฉินในชุดสีน้ำเงินเข้มนั่งเคียงคู่กับเฉินอวี้หลาน ฝั่งตรงข้ามคือเหวินจือเวยและเหวินโหย่วปิน พี่ชายของนางเมื่อทุกคนนั่งประจำที่ หลงมู่เฉินก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา เอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เป็นทางการยิ่งนัก“คุณหนูเหวิน... ในคราก่อนที่วังหลวง หากไม่ได้เจ้าเอาตัวเข้าปกป้องและรับลูกธนูแทนพระชายาของข้า ยามนี้จวนมู่อ๋องคงต้องเผชิญกับความสูญเสียอันใหญ่หลวง น้ำใจและความกล้าหาญของเจ้าในครานี้ ข้าและพระชายาซาบซึ้งใจยิ่งนัก วันนี้จึงขอเลี้ยงอาหารมื้อนี้เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าอย่างเป็นทางการ ส่วนของขวัญขอบคุณใด ๆ ข้าจะให้คนส่งไปที่จวนของเจ้าอีกครั้ง”เหวินโหย่วปินในฐานะพี่ชายรีบประสานมือตอบรับคำขอบคุณแทนน้องสาวด้วยความซาบซึ้ง“ท่านอ๋องทรงเกรงใจไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ การปกป้องพระชายาถือเป็นหน้าที่ที่พวกกระหม่อมพึงกระทำอยู่แล้ว ไม่เพียงเท่านี้ ท่านยังได้ส่งหมอหลวงและสมุน
last updateLast Updated : 2026-09-13
Read more

บทที่ 135 ทนไม่ไหวแล้ว

เฉินอวี้หลานคีบเนื้อตุ๋นของเหวินจือเวยเข้าปากต่อทันที ทว่าเพราะความรีบร้อนและเอร็ดอร่อยเกินไปหน่อย เนื้อชิ้นนั้นจึงติดคอจนนางพลันไอโขลกและสำลักออกมาเสียงดัง “ค่อก... แค่ก!”“หลานหลาน! ค่อย ๆ กินสิ” หลงมู่เฉินลนลานทำอะไรไม่ถูก รีบกุลีกุจอหยิบถ้วยชาข้างกายส่งให้แม่นางน้อยตรงหน้าจิบอย่างรวดเร็ว “เอ้า! รีบจิบชาแก้สำลักเร็วเข้า”เฉินอวี้หลานรีบรับถ้วยชาไปดื่มรวดเดียว เพื่อดับความแสบร้อนในลำคอ ทว่ายามที่หลงมู่เฉินส่งถ้วยชานั้นให้ กลิ่นอายความหอมกรุ่นแฝงกลิ่นอายควันไฟเบา ๆ พลันลอยแตะจมูก...มันคือชาหลิวอันกวาเพี่ยน...ท่านอ๋องหนุ่มขมวดคิ้วน้อย ๆ พลันหันสายตากลับไปมองถ้วยชาของเหวินจือเวยที่วางอยู่ฝั่งตรงข้าม ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำเอาเขาชาวาบไปทั้งร่าง...ชาในถ้วยของเหวินจือเวยกลับส่งกลิ่นหอมสดชื่น... นั่นคือชาอู่หลงก้านอ่อนนี่!“เวยเวย... เจ้าไม่ได้ดื่มชาหลิวอันกวาเพี่ยนแล้วหรือ? ข้าจำได้ว่าเจ้า...” หลงมู่เฉินเอ่ยถามเสียงพร่า ในใจเต็มไปด้วยความสับสนจนแทบกระอักเหวินจือเวยเลิกคิ้วมองถ้วยช
last updateLast Updated : 2026-09-14
Read more

บทที่ 136 เจ้าคือใครกันแน่?

ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวกลับสู่จวนมู่อ๋อง หลงมู่เฉินนั่งนิ่งราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังผนังรถม้าอย่างเลื่อนลอย ทว่าในสมองกลับหมุนวนขบคิดจนแทบระเบิด ความจริงจากบนโต๊ะอาหารเมื่อครู่ ทำให้ใจของเขาสั่นสะท้านไปด้วยความไม่อยากเชื่อในขณะที่เฉินอวี้หลานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง เฝ้ามองแสงตะเกียงจากร้านรวงริมทางที่ค่อย ๆ ขยับผ่านไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่นางจะละสายตากลับมามองสวามีแล้วเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ดูท่าวันนี้ท่านพี่คงจะมีเรื่องให้คิดมากมายเลยนะเพคะ ตั้งแต่ออกจากโรงเตี๊ยมวั่งเย่วจนขึ้นรถม้ามา ยังมิยอมเอ่ยปากพูดกับหม่อมฉันสักคำ หรือว่า... อาหารจะไม่ถูกปากท่านกัน?”หลงมู่เฉินกะพริบตาเรียกสติ แววตาคมปลาบที่แฝงความเหนื่อยล้าเหลือบมองดวงหน้างาม“ไม่ใช่... ข้าเพียงแต่คิดเรื่องงานในราชสำนัก และเรื่องที่ต้องจัดการในวันพรุ่งนี้... ยามนี้มีสิ่งต่าง ๆ ประดังประเดเข้ามามากมายจนข้ารู้สึกว่า... วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก มีหลายสิ่งทับถมจนข้าเริ่มแยกแยะไม่ถูกแล้ว”เฉินอวี้ห
last updateLast Updated : 2026-09-14
Read more

บทที่ 137 ความจริงทั้งหมด

สองร่างเจ้าของจวนมู่อ๋องเดินก้าวเข้าไปในเรือนหลงเถิง เรือนหอที่หลงมู่เฉินมิเคยย่างกรายเข้ามาอีกเลยนับตั้งแต่คืนวันอภิเษกสมรส ร่างสูงยืนเหม่อลอยอย่างทำตัวไม่ถูกอยู่กลางเรือนเฉินอวี้หลานยกยิ้มบางเบาพลางเอื้อมมือไปจูงมือแกร่งของเขาให้ทรุดตัวลงนั่งเคียงกันบนเตียงกว้าง ภายใต้ผ้าม่านมุ้งสีมงคลที่โบกสะบัดแผ่วเบาไปตามแรงลม“สรุปแล้ว... มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? เจ้าเป็นใคร และปิดบังสิ่งใดข้าไว้ พูดมาเถิด ข้าพร้อมจะรับฟังทุกสิ่ง” หลงมู่เฉินเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นพร่า หน้าอกกระเพื่อมสั่นไหวด้วยความอัดอั้นเฉินอวี้หลานสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติหากว่าข้าได้ย้อนเวลากลับมาในร่างของตัวเอง ก็คงจะอธิบายได้โดยง่ายว่าข้าเพียงแต่หลับและฝันไปตื่นหนึ่ง แต่ทว่า... ข้าดันย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของเวยเวยนี่สิ... เพราะฉะนั้น ข้าจึงกลบเกลื่อนว่าเป็นความฝันไม่ได้ เพราะมันไม่อาจอธิบายช่วงเวลาที่ข้าเป็นเหวินจือเวยได้เฮ้อ... มีแต่จะต้องเล่าไปตามความจริง...ดวงตาคู่สวยทอดมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะเริ่มถ่ายทอดความจริงที่ซ่อนเร้นออกมา“ท่
last updateLast Updated : 2026-09-15
Read more

บทที่ 138 ข้ารักใครกันแน่?

“เฉินอวี้หลานคนเดิมได้หล่อรวมเป็นหม่อมฉันคนนี้คนเดียวแล้วเพคะ” เฉินอวี้หลานเอื้อมมือไปกุมมือแกร่งของสวามีไว้แน่น ก่อนจะตอบอีกคำถามของเขา“ส่วนเหวินจือเวยในปัจจุบันก็คือเหวินจือเวย ผู้เป็นเจ้าของร่างที่แท้จริงเพคะ... ในวันนั้น ที่หม่อมฉันได้ไปเยี่ยมนาง พวกเราได้พูดคุยกัน จนได้ทราบว่า...” เฉินอวี้หลานกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างซาบซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่ายที่มีต่อตน“เวยเวยคือผู้มีพระคุณของหม่อมฉัน เพราะนาง... เป็นนางที่คุกเข่าสวดภาวนาต่อพระปฏิมา เพื่อขอให้หม่อมฉันได้มีโอกาสกลับมาแก้ไขอดีต... แต่ทว่ามันมีข้อแลกเปลี่ยนก็คือหม่อมฉันจะต้องคลี่คลายปมต่าง ๆ ในอดีตด้วยร่างของนาง หากทำสำเร็จ พวกเราจึงจะกลับคืนสู่ร่างเดิมได้”“และในตอนนี้ ทุกอย่างก็คลี่คลายลงแล้ว สกุลเฉินอยู่รอดปลอดภัย องค์ชายรองถูกสั่งประหาร เฉินอวี้หลานได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายห้า... ดังนั้น ทั้งหม่อมฉันและเวยเวยจึงได้กลับคืนสู่ที่เดิมเพคะ”เมื่อความจริงถูกเปิดเผยจนหมดสิ้น ลมหายใจของหลงมู่เฉินพลันสะดุด ขอบตาอุ่นร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขายากจะจินตนาการถึ
last updateLast Updated : 2026-09-15
Read more

บทที่ 139 มาเข้าหอกันเถิด (NC)

ยิ่งได้ยินเสียงทุ้มปลอบประโลม ไออุ่นจากอ้อมกอดของเขา กลิ่นไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่ที่ปลายจมูก ก็ทำให้หยาดน้ำตาของกระต่ายน้อยยิ่งไหลรินเป็นสาย สองมือของหลงมู่เฉินลูบหลังแผ่วเบาอย่างปลอบขวัญไม่ใช่เพียงเฉินอวี้หลานเท่านั้นหรอกที่รู้สึกถึงความอิ่มเอมในใจ... รู้สึกเหมือนว่าได้พบเจอสิ่งล้ำค่าที่สูญหายไป หลงมู่เฉินเองก็เช่นกัน นับตั้งแต่วันที่เขาชัดเจนกับความรู้สึกของตนเองว่าชมชอบในตัวของ ‘เหวินจือเวย’เขามักจะพาตนเองเข้าไปใกล้ชิดอยู่เสมอ จนกระทั่งวันที่ ‘เหวินจือเวย’ เริ่มผลักไสเขาออกมา... จวบจนวันที่กงกงมาประกาศโองการสมรสพระราชทานที่จวนมู่อ๋อง แล้วยิ่งเขาได้ยินจากซูกุ้ยเฟยว่าพระราชโองการนี้ได้มาเพราะ ‘เหวินจือเวย’ เป็นผู้แนะนำ ใจของเขาก็ยิ่งร้าวราน มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งชังนางในคราวเดียวกัน!รัก... แต่เหตุใดจึงผลักไสเขาออกมา ชิงชัง... แต่ก็อยากเอาตัวเข้าไปชิดใกล้ความรู้สึกของหลงมู่เฉินราวกับเรือลำน้อยที่อยู่ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่พัดพาไปทางนั้นทีทางนี้ที ทั้งที่คิดว่าจะตัดใจ หมางเมิน และชิงชังที่นางผลักไสเขาแต่ทว่า... ในยามที่เขาเห็น ‘เหวิ
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
PREV
1
...
111213141516
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status