บททั้งหมดของ แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า: บทที่ 111 - บทที่ 120

151

บทที่ 110 ข้าคือ ‘เหวินจือเวย’

คำพูดตัดรอนอย่างไม่มีชิ้นดีและไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์นั้น ทำเอาหลงมู่เฉินถึงกับชะงักนิ่ง ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาถอดสี ดวงตาคมฉายแววเจ็บปวดล้ำลึก ทว่าเขากลับตีความไปอีกทางเวยเวยยังคงตัดรอนข้า เพื่อความมั่นคงในอำนาจของข้าในอนาคตสินะ สิ่งที่นางทำล้วนแต่เพื่อตัวของข้าทั้งสิ้น ดังนั้น นางถึงได้ใช้ถ้อยคำใจร้ายเหล่านี้มาผลักไสข้า!ครั้นเห็นสวามีนิ่งงันด้วยความตรอมใจ เฉินอวี้หลานที่ยืนอยู่เบื้องหลังถึงกับต้องพยายามกลั้นขำจนไหล่สั่น ในใจพลันร้องซี้ด เมื่ออาการกลั้นขำสะเทือนบาดแผลไม่น้อย‘เฉินอวี้หลาน’ ในร่างเหวินจือเวยช่างแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ปฏิเสธมู่อ๋องแบบไร้เยื่อใยอย่างเด็ดขาด ราวกับแสดงออกมาจากใจจริง ๆ !เหวินจือเวยบนเตียงถอนหายใจยาว ก่อนจะเบนสายตามองเลยหลงมู่เฉินตรงมายังเฉินอวี้หลาน แววตาของนางวูบไหวเล็กลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก “หม่อมฉันมีวาจาบางคำอยากจะสนทนากับพระชายาเป็นการส่วนตัวเพคะ... ท่านอ๋อง โปรดเชิญออกไปรอข้างนอกก่อนเถิด”หลงมู่เฉินหันมองเฉินอวี้หลานสลับกับเหวินจือเวยด้วยแววตาสับสน แต่ทว่าเมื่อสตร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-01
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 111 ในวันนั้น

รัชศกชางซิ่ง ปีที่สิบเจ็ดแม่ทัพใหญ่เฉิน เฉินสงหยวน บิดาของเฉินอวี้หลานได้ลักลอบทำข้อตกลงกับขุนนางทรยศของแคว้นต้าหมิงว่าจะไม่รุกรานแคว้นต้าหมิงด้วยกำลังทางทหาร แต่ทางแคว้นต้าหมิงเองก็จำต้องส่งเครื่องบรรณาการอย่างลับ ๆ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ชาวบ้านแคว้นต้าถังไปตั้งรกราก บุกเบิกค้าขายที่แคว้นต้าหมิงได้อย่างอิสรเสรีซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้แคว้นต้าถังสามารถขยายอาณาเขต ยึดแคว้นต้าหมิงเป็นเมืองขึ้นได้โดยที่ไม่สูญเสียชีวิตทหารเลยสักนายเดียว ความดีความชอบนี้ ช่วยผลักดันให้หลงจื่อซวนครอบครองตำแหน่งไท่จื่อ ส่วนเฉินสงหยวนก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจิ้นกั๋วกงในเวลาต่อมารัชศกชางซิ่ง ปีที่สิบแปดหลังจากที่หลงจื่อซวนได้ขึ้นครองบัลลังก์และแต่งตั้งให้เฉินอวี้หลานเป็นฮองเฮาคู่บัลลังก์ เพื่อตบตาใต้หล้าและดึงฐานกำลังทหารจากจวนเจิ้นกั๋วกงแต่ทว่า... งานมงคลผ่านพ้นไปเพียงเจ็ดวัน คราบน้ำหมึกบนตราตั้งหงส์ยังไม่ทันแห้งดี หลงจื่อซวนกลับเผยสันดานทรราช ออกพระราชโองการตราหน้าว่าตระกูลเฉินสมคบคิดต่างแคว้น ก่อกบฏล้มล้างราชบัลลังก์ โทษประหารเก้าชั่วโคตร!ในวันนั้น จวนเจิ้น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-02
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 112 ข้ายินยอม

โม่ซื่อที่เห็นบุตรสาวซูบผอมตรอมใจ จึงได้เอ่ยชวนด้วยความสงสาร ‘หากเจ้าทุกข์ใจถึงเพียงนี้... ไปถือศีลไหว้พระขอพรที่วัดฉางอันกู่เถิด เผื่อผลบุญจะช่วยนำทางดวงวิญญาณของนางได้บ้าง’เหวินจือเวยได้ยินดังนั้น ก็เห็นดีด้วย นางตัดสินใจละทิ้งความวุ่นวายทางโลก เดินทางไปถือศีลกินเจ ไหว้พระสวดมนต์อย่างเคร่งครัดที่วัดฉางอันกู่อันเงียบสงบวันเวลาผันผ่านไปวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า นานนับปีที่นางคุกเข่าอยู่หน้าองค์พระปฏิมา ปล่อยให้เสียงเคาะปลาไม้และบทสวดมนต์กลบซับความระทม ทุกวันคืนนางจะหลับตาพนมมือ และเปล่งคำภาวนาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ‘ข้าแต่มหาเทวาและพุทธะผู้ทรงเมตตา... ตัวข้า เหวินจือเวย ขอมอบอุทิศบุญกุศลและวาสนาทั้งหมดในชาตินี้ เพื่อปกปักคุ้มครองดวงวิญญาณของคุณหนูเฉินอวี้หลาน หากนางปรารถนาหลุดพ้นจากทะเลทุกข์ เข้าสู่แดนสุขาวดีอันสงบร่มเย็น ข้าก็ขอสวรรค์โปรดชี้นำทาง’‘ทว่า… หากดวงวิญญาณของนางยังคงร่ำไห้ด้วยความแค้นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอสวรรค์โปรดเมตตา เปิดเส้นทางให้นางได้มีโอกาสหวนคืนสู่มาตุภูมิเพื่อชำระหนี้เลือด ทวงคืนควา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-02
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 113 ปมในใจ

เหวินจือเวยสบสายตากับเฉินอวี้หลานที่ยามนี้นั่งตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นไก่ไม้ ใบหน้าของคุณหนูจวนเฉินต้าเจียงจวินขาวซีด สมองหมุนวนด้วยความจริงอันน่าเหลือเชื่อทั้งหมด“ดังนั้น... เรื่องทั้งหมดจึงเป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ คุณหนูเฉิน” เหวินจือเวยเอ่ยกลั้วรอยยิ้มอ่อนโยน “การที่ท่านลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองอยู่ในร่างของข้า อีกทั้งยังย้อนเวลากลับมาเมื่อสองปีก่อน... ซึ่งก็คือตอนนี้...”“สิ่งเหล่านี้มิใช่เรื่องบังเอิญ ทว่ามันคือคำสัญญาที่ข้าทำไว้กับสวรรค์ ยามที่ท่านอยู่ในร่างของข้า แล้วได้ยินเสียงกระซิบเตือนในหัว หรือมองเห็นเส้นวาสนาด้ายแดงของผู้อื่น...”“สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจิตวิญญาณของข้าเองที่คอยส่งเสียงเตือนท่าน” เหวินจือเวยยกยิ้มอ่อนโยน “อีกอย่าง... เพราะข้ารู้ดีว่าท่านชื่นชอบในเครื่องเขียน ด้วยข้าเคยเห็นท่านแอบปลอมตัวมาเดินเลือกซื้อของที่ร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋อยู่หลายครั้ง ทุกครั้งที่ท่านมาดู ล้วนแต่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข”“ดังนั้น ไม่เพียงแต่ความแค้นที่ท่านต้องชำระ ทว่าท่านก็สามารถมีความสุขเล็ก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-03
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 114 ขอบคุณนะ

เมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดไม่ยินยอมของอดีตคุณหนูจวนเจิ้นกั๋วกง เหวินจือเวยกลับหลุดหัวเราะคิกคัก นัยน์ตากลมโตฉายแววระยิบระยับอย่างนึกสนุก นางเอียงคอพลางเอ่ยเย้าอย่างเหนือความคาดหมาย“โถ... คุณหนูเฉิน ใครบอกว่าเขาไม่ได้พังพินาศด้วยน้ำมือท่านกันเล่าเจ้าคะ? การที่ท่านแปรพักตร์มาร่วมมือกับมู่อ๋อง ทอดทิ้งความรักจอมปลอมขององค์ชายรองอย่างไม่ไยดี นั่นเท่ากับเป็นการเลื่อยขาเก้าอี้มังกรของเขาจนสั่นคลอนไปแล้วครึ่งหนึ่ง!”“ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังส่งสาร เล่าความลับทุจริตทุกอย่างขององค์ชายรอง เพื่อให้องค์ชายห้าไปจัดการแทน บีบให้องค์ชายรองขาดฐานอำนาจ จนต้องเลือกเดินหมากเข้าตาจนอย่างการก่อกบฏในวังหลวงจนถูกซ้อนแผนจับกุมได้...”“หากนี่มิใช่เพราะท่านเลือกเดินเส้นทางใหม่ มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกอย่างเขาจะตกต่ำสิ้นคิดและลงเอยในคุกมืดรวดเร็วถึงเพียงนี้ สิ่งเหล่านี้มิเรียกว่าการล้างแค้นด้วยการยืมดาบฆ่าคนหรือเจ้าคะ?”เฉินอวี้หลานไม่นึกแปลกใจเลยที่เหวินจือเวยจะล่วงรู้ในทุกสิ่งที่นางลงมือทำ ก็นางอยู่ในร่างนี้มาตลอดนี่น่า!เหวินจือเวย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-03
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 115 ค่อยเป็นค่อยไป

บรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายก็โอบล้อมเรือนโม่หลิงอีกครา เมื่อเรื่องราวในอดีตสองภพสองชาติได้รับการคลี่คลายจนกระจ่าง คราวนี้ก็มาถึงเรื่องราวในปัจจุบันกันบ้าง...เหวินจือเวยที่เอนกายนอนอยู่บนตั่งเตียงทอดสายตามองคุณหนูผู้มีพระคุณของตนด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะขยับกายเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายความสงสัยพลางเอ่ยถามขึ้น“ในเมื่อเรื่องราวทุกอย่างกลับคืนสู่ที่ทางของมันแล้ว... เช่นนั้น คุณหนูเฉินจะทำอย่างไรต่อเจ้าคะ?” เหวินจือเวยถามพลางบุ้ยปากออกไปทางนอกเรือนโม่หลิง สื่อถึงบุรุษที่ถูกขับไล่ออกไปเมื่อครู่คำถามเรียบง่ายแต่กลับจี้ใจดำของเฉินอวี้หลานได้อย่างชะงัก ใบหน้างดงามพลันปั้นยาก สื่อถึงความจนปัญญาออกมาทันที นางลอบถอนหายใจยาวพลางยกมือขึ้นกุมขมับ“เฮ้อ... เรื่องนี้ข้าเองก็มืดแปดด้านเช่นกัน หากข้าเดินไปบอกเขาตรง ๆ ว่าแท้จริงแล้วสตรีที่ท่านปักใจรักมาตลอดหลายเดือนคือข้าในร่างเหวินจือเวย ส่วนสตรีที่อยู่ตรงหน้าท่านยามนี้คือเหวินจือเวยตัวจริง...”“เจ้าลองตรองดูเถิดว่ามู่อ๋องในยามนี้ที่กำลังลุ่มหลงในตัวเจ้าจะคิดเห็นเช่นไร ดีมิดีจะคิดว่าข้าสติฟ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 116 ออดอ้อนสามี

หลังจากเยี่ยมผู้ป่วยจนเสร็จเรียบร้อย รถม้าประทับตราประจำจวนมู่อ๋องก็เคลื่อนตัวกลับสู่จวนอย่างช้า ๆ ภายในความเงียบสงบนั้น ดวงตาหงส์ของเฉินอวี้หลานกลับกลิ้งกลอกไปมาอย่างใช้ความคิดปากของนางเพิ่งบอกเหวินจือเวยไปหยก ๆ ว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติและค่อยเป็นค่อยไป ทว่าพอเอาเข้าจริง... ในอกกลับวิตกกังวลไปสารพัดแล้วข้าจะเข้าหาเขาอย่างไรดีเล่า ยามนี้ ในหัวใจของหลงมู่เฉินมีแต่เหวินจือเวยเต็มหัวใจ สายตาที่เขามองข้ามีเพียงความห่างเหินระคนเกรงใจในฐานะพระชายาเอกที่แต่งตามหน้าที่ข้าจะบอกเขาอย่างไร... ว่าคนที่เขาเฝ้าละเมอเพ้อหามาตลอดหลายเดือน แท้จริงแล้วคือจิตวิญญาณของข้าที่ยามนี้กลับคืนสู่ร่างเฉินอวี้หลานแล้ว!เมื่อรถม้าจอดเทียบหน้าจวนมู่อ๋อง หลงมู่เฉินก้าวลงจากรถม้าก่อนตามความเคยชิน ทว่าเขากลับชะงักฝ่าเท้า เมื่อได้ยินเสียงอุทานแผ่วเบาจากด้านหลัง เฉินอวี้หลานแสร้งทำทีเป็นซวนเซเล็กน้อยยามก้าวลงจากบันไดรถม้า มือเรียวรีบคว้าต้นแขนแกร่งของเขาไว้พลางส่งสายตาช้อนมองอย่างออดอ้อน“หม่อมฉันรู้สึกเจ็บที่แผลนัก จึงทรงตัวไม่อยู่เพคะ ขอบพระทัยที่องค์ชายทรงจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 117 ยังพอมีลุ้น

หลงมู่เฉินถอนหายใจยาวระคนเหนื่อยใจ ใบหน้าซูบเซียวฉายแววสับสนขัดแย้งในตนเอง ทว่าสุดท้ายเขาก็จดจำได้ถึงความเสียสละของแม่ทัพตระกูลเฉิน จึงยอมขยับกายลงนั่งบนขอบเตียงเขาเอื้อมมือหยิบถ้วยยาอุ่นขึ้นมาถือไว้ ฝ่ามือแกร่งประคองช้อนขึ้นเป่าไล่ความร้อนอย่างใส่ใจ เฉินอวี้หลานเห็นเช่นนั้นก็รีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหมอนอย่างกระตือรือร้น“ไหนเจ้าบอกว่าเจ็บแผลจนขยับกายไม่ได้ เหตุใดจึงลุกขึ้นนั่งได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้?” หลงมู่เฉินเอ่ยถาม น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดวงตาคมกลับจับจ้องจับผิด“เอ่อ... ก็ยังเจ็บอยู่เลยเพคะ เจ็บมากจริง ๆ นะ” เฉินอวี้หลานแสร้งทำหน้าเหยเก รีบยกมือซ้ายขึ้นมากุมไว้ที่หัวไหล่ขวาของตนเองทันทีหลงมู่เฉินทอดสายตามองท่าทางนั้น ดวงตาคู่คมพลันลึกล้ำและแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบชวนขนลุก เขาส่งเสียง เหอะ ในลำคอเบา ๆ ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้พระชายาถึงกับหน้าแตกยับเยิน“เจ้าโดนปลายลูกธนูถากที่ ‘ต้นแขนซ้าย’ ทว่าเหตุใดเจ้าจึงยกมือซ้ายไปกุม ‘ไหล่ขวา’ เล่า? พระชายา...”“อ้าว... อย่างนั้นรึเพคะ?
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 118 งดเยี่ยม

แสงอรุณของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างเรือนโม่หลิง หลงมู่เฉินในชุดขุนนางเต็มยศที่เพิ่งกลับจากการสะสางราชการเช้าอันเหน็ดเหนื่อย เขามิได้มุ่งหน้ากลับจวนมู่อ๋องทว่ากลับสั่งรถม้าให้เคลื่อนตรงไปยังร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ของเหวินจือเวยตามความเคยชินในหลายวันมานี้ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแฝงแววอิดโรย ทว่าดวงตากลับฉายความห่วงใยอย่างปิดไม่มิดหลงมู่เฉินก้าวเข้ามาในห้องนอนอันอบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพร ทอดสายตามองแม่นางน้อยบนเตียงที่กำลังนั่งเอนกายอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มนุ่ม“เวยเวย... อาการของเจ้าดีขึ้นบ้างหรือไม่? บาดแผลยังระบมอยู่หรือไม่?”เหวินจือเวยลอบถอนหายใจยาวในอก นางมองบุรุษตรงหน้าอย่างนึกเหนื่อยใจ ยามนี้ นางมิใช่ ‘เฉินอวี้หลาน’ หากแต่เป็น ‘เหวินจือเวย’ เจ้าของร่างที่แท้จริง และไม่ได้มีจิตพิศวาสต่อบุรุษตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยข้าเหนื่อยที่จะเห็นหน้าท่านทุกวันแล้วนะ!เหวินจือเวยขยับตัวเล็กน้อยพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยห่างเหิน“ขอบพระทัยองค์ชายที่ทรงห่วงใย หม่อมฉันอาการดีขึ้นมาก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 119 คิดไม่ออก

เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงยังคงฉาบด้วยแสงรำไรสลัว ไอหมอกยามเช้าโรยตัวปกคลุมไปทั่วจวนมู่อ๋องจนดูเงียบสงบ ทว่าภายในห้องหนังสืออันกว้างขวาง บรรยากาศกลับหนักอึ้งหลงมู่เฉินมิได้มีราชการด่วนต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้เทียนฉี่ในเช้าวันนี้ ร่างสูงในชุดลำลองผ้าแพรสีเข้มจึงนั่งปักหลักอยู่หลังโต๊ะหนังสือ ทุ่มเทสมาธิไปกับฎีกาและรายงานตรงหน้า ทว่าแววตาคมปลาบที่เคยนิ่งสนิทดุจผิวน้ำ ยามนี้กลับมีประกายหม่นเขาละสายตาจากม้วนฎีกา เสมองออกไปนอกหน้าต่างทางทิศของร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ ก่อนจะเอ่ยปากเรียกคนสนิทด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าเล็กน้อย “สี่เล่อ...”“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง” สี่เล่อก้าวเข้ามาประสานมือรับคำสั่งอย่างนอบน้อม“จัดเตรียมโจ๊กข้าวกล้องต้มตุ๋นยาจีนอ่อน ๆ และขนมเปี๊ยะอบถั่วเขียว... เจ้าไปกำชับห้องครัวหลวงให้อุ่นกำลังดี แล้วให้คนไปส่งให้คุณหนูเหวินด้วย” หลงมู่เฉินเว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบสั่นไหวด้วยความอาวรณ์“อ้อ... แล้วสั่งหมอหลวงให้ไปตรวจดูอาการ ต้มยาขับพิษไข้ให้ตรงเวลา อย่าได้ขาดตกบกพร่องแม้แต่เค่อเดียว หาก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1011121314
...
16
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status