All Chapters of แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า: Chapter 1 - Chapter 10

92 Chapters

บทนำ

“กบฏ!? ท่านบอกว่าตระกูลเฉินของข้าก่อกบฏอย่างนั้นหรือ!?” เฉินอวี้หลาน หรือ เฉินฮองเฮาร้องถามเสียงสูงต่อหน้าฮ่องเต้จื่อซวน ผู้เป็นพระสวามีที่กำลังยืนกดสายตามองนางอยู่ตรงหน้าในขณะที่เฉินอวี้หลานประคองกอดร่างไร้วิญญาณของบิดา เฉินสงหยวน แม่ทัพใหญ่เฉินแห่งแคว้นต้าถังที่สละร่างกายเป็นโล่กำบัง ปกป้องนางจากห่าธนูที่ยิงเข้าใส่พวกนาง ข้าง ๆ นางนั้น ยังมีร่างของหวังจาวจวิน มารดาของนางที่แผ่นหลังเต็มไปด้วยลูกธนูไม่ต่างไปจากแผ่นหลังของบิดาฉากหลังของเฉินอวี้หลานคือจวนเจิ้นกั๋วกงแห่งตระกูลเฉินที่กำลังจัดงานแต่งงานให้กับเฉินอี้เฟย พี่ชายใหญ่สายตรงของนาง กับคู่หมั้นหมายอย่างเซี่ยหว่านอิ่ง บุตรสาวคนโตของราชครูเซี่ยงานเลี้ยงมงคลที่ประดับตกแต่งด้วยผ้าแดงและโคมไฟสีแดงสดที่เคยห้อยระย้าประดับประดาไปทั่วทางเดิน บัดนี้ ทั่วทั้งจวนกลับถูกปักประดับไปด้วยห่าธนูจากเหล่าองครักษ์เสื้อแพรของฮ่องเต้จื่อซวน…ฮ่องเต้จื่อซวน… หลงจื่อซวน อดีตองค์ชายรองที่ไม่เคยอยู่ในสายพระเนตรของฮ่องเต้เทียนฉี่ แต่เพราะนาง! บุตรสาวสายตรงเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เฉิน!บุตรสาวคนดีที่มาคุกเข่าขอร้องบิดา เพื่อให้ยินยอมยกความดีความชอบทางการ
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 1 ข้าคือเหวินจือเวย...?

กรุ๊ง… กริ๊ง…กระดิ่งหยกที่แขวนอยู่ใต้ชายคาของเรือนนอนส่งเสียงดังขึ้นแผ่วเบาตามแรงลม เสียงของมันใสบริสุทธิ์กังวานจนปลุกให้ใครบางคนค่อย ๆ รู้สึกตัวความเจ็บปวดรวดร้าวที่เคยแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลังจนแทบขาดใจค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าและหนักอึ้งราวกับจมอยู่ใต้น้ำลึกเฉินอวี้หลานค่อย ๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตปรือลืมขึ้น ก่อนจะเห็นเพดานเรือนที่ไม่คุ้นตา กลิ่นหอมกรุ่นของสนหอมและน้ำหมึกลอยอบอวลบางเบาอยู่ในอากาศนางขยับกายพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกนุ่มนวลจากฟูกที่นอน ซึ่งทำจากแพรพรรณชั้นดี ทำให้นางกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความสับสน...ที่นี่ที่ไหน… นี่ไม่ใช่เรือนของข้า ไม่ใช่จวนเจิ้นกั๋วกง…เบื้องหน้าของนางคือเรือนนอนที่ตกแต่งอย่างประณีตและอบอุ่น แสงแดดยามเช้ารำไรลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักพาดทับบนฉากกั้นไม้จันทน์ที่วาดลวดลายทิวทัศน์งดงามบนโต๊ะไม้ข้างเตียงมีพู่กันขนแกะวางเรียงรายอยู่บนแท่นหยก และมีกระดิ่งลมขนาดเล็กแขวนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบาตามสายลมพัดเอื่อยนี่ข้า... ยังไม่ตายหรือ?ความคิดนั้นทำให้นางก้มลงมองมือของตนเองทั
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 2 ได้ย้อนเวลากลับมา!

แอ๊ด...สิ้นประโยคคำถาม เสียงบานประตูไม้แกะสลักถูกผลักเข้ามาเบา ๆ ตามด้วยเสียงชายอาภรณ์เสียดสีกับพื้นพรม เฉินอวี้หลานที่ยืนอยู่กลางเรือน รีบหันไปมองที่หน้าประตูในทันใดสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง นางสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนปักลวดลายดอกเหมยดูสะอาดตา ผมมวยที่เกล้าขึ้นอย่างประณีตประดับด้วยปิ่นหยกเรียบง่ายใบหน้าของนางงดงามละมุนละไม แม้จะมีร่องรอยของกาลเวลาอยู่ที่หางตาบ้าง ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและรอยยิ้มจางประดับที่มุมปากใครกัน?‘ท่านแม่… โม่อวิ๋นหย่า…’เสียงประหลาดดังขึ้นมาในความคิดของเฉินอวี้หลานอีกหน ทำให้เฉินอวี้หลานสะดุ้งอีกครั้ง ใบหน้าหวานหันซ้ายหันขวาอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมามองหน้า ‘ท่านแม่’ คนใหม่ที่เดินตรงมาที่นาง โดยไร้ทีท่าประหลาดใจในเสียงปริศนาที่ได้ยินเช่นนี้ก็หมายความว่าเสียงเมื่อครู่... มีเพียงข้าเท่านั้นหรือที่ได้ยิน?เสียงเมื่อครู่บอกว่าข้าชื่ออะไรนะ? เฉินอวี้หลานกลอกตาไปมา‘เหวินจือเวย…’เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของนางอีกครั้ง ดวงตากลมโตของเฉินอวี้หลานหรี่ลงอย่างครุ่นคิดดูท่าเสียงนี้... คงจะเป็นเสียงสวรรค์สินะ ที่ช่วยแนะนำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตใหม่ข
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 3 ร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋

เฉินอวี้หลานในชุดกระโปรงยาวสีชมพูกลีบบัวทับด้วยเสื้อคลุมไหล่ผ้าโปร่งปักลายเมฆา ก้าวเท้าออกจากเรือนโม่หลิงของนางด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ในทุกสิ่งรอบตัวที่ได้เห็นแม้ว่าในเรือนนอนที่นางจะเพิ่งตื่นขึ้นมานั้น อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสนหอมและน้ำหมึก ก็พอจะให้นางคาดเดาได้แล้วว่าเหวินจือเวย... ร่างคุณหนูน้อยวัยสิบห้าปีที่เพิ่งจะผ่านพิธีปักปิ่นมานั้น น่าจะเป็นคุณหนูเหวินแห่งร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋แต่สิ่งที่ทำให้เฉินอวี้หลานตกตะลึงคือเมื่อก้าวเท้าออกจากเรือนโม่หลิง ก็ได้เจอกับเขตจวนอาศัยส่วนตัวที่เงียบสงบ เรือนหลักของท่านพ่อและท่านแม่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางล้อมรอบด้วยเรือนปีกของนางและพี่ชายสิ่งที่ตระกูลเหวินภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่สวนดอกไม้ล้ำค่า แต่เป็นลานประดิษฐ์อักษรใจกลางจวน ที่ซึ่งมีเรือนไม้แยกส่วนออกไปสำหรับการผสมหมึกและออกแบบกระดาษเสียงน้ำจากรางไม้ไผ่ที่ไหลลงสู่ถังหินสำหรับล้างพู่กันดังประสานไปกับเสียงตำสมุนไพรและเครื่องหอมที่ใช้ผสมในเนื้อหมึก กลิ่นหอมของสนไหม้และพิมเสนจาง ๆ อบอวลอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นที่บ่งบอกถึงการทำงานหนักและรังสรรค์เครื่องเขียนใหม่ ๆ ออกมาซึ่งเฉินอวี้หลานทำควา
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 4 รู้ใจเฉินอวี้หลาน

เฉินอวี้หลานหันหน้าไปมองตามเสียงเรียกจึงมองเห็นเหวินฮุ่ยเหอ ผู้เป็นบิดา ซึ่งเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหา ในมือของเขาถือกล่องไม้จันทน์สีแดงชาดสลักลายพู่กันตวัดล้อมก้อนเมฆอันเป็นสัญลักษณ์ของร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ คาดด้วยเส้นไหมทองดูหรูหราสมฐานะ“เวยเวย... นี่คือของขวัญที่เจ้าเตรียมไว้ให้คุณหนูเฉิน อย่าลืมเอาไปเสียเล่า” เหวินฮุ่ยเหอกล่าวพลางลูบฝากล่องกำมะหยี่อย่างภาคภูมิใจ แล้วยกมือขึ้นมาป้องปากกระซิบ “รู้หรือไม่ว่าของขวัญที่เจ้าตั้งใจเลือกให้คุณหนูเฉินนี้ มีขุนนางแย่งซื้อกันมากตั้งเท่าใด”“พอพวกเขารู้ว่าที่ร้านของเรามีพู่กันด้ามหยกขาว ขนส่วนคอของสุนัขจิ้งจอกหิมะก็แห่กันมาถาม เพราะมีเพียงสามด้ามในเมืองหลวงเท่านั้น ต่างก็ตั้งใจจะซื้อไปให้บุตรชายใช้เล่าเรียนในสำนักศึกษา เพื่อหวังเชิดหน้าชูหน้ากันทั้งนั้น!”เฉินอวี้หลานอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปรับกล่องมาถือไว้ ทว่าในจังหวะที่ยื่นมือออกไปนั้นเอง ดวงตาของนางกลับสะดุดเข้ากับบางอย่างที่ผิดปกติแสงสว่างในร้านสะท้อนให้เห็นเส้นด้ายสีแดงสดใสประดุจเส้นไหมผูกเงื่อนตายอยู่ที่นิ้วก้อยของเหวินฮุ่ยเหอ โดยที่ปลายอีกด้านคือโคนนิ้วก้อยของโม่อวิ๋นหย่า“
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 5 ข้าคือเหวินจือเวย!

“เหตุใดอยู่ ๆ เวยเวยจึงได้เปลี่ยนของขวัญของคุณหนูเฉินล่ะ? ลูก” โม่ซื่อถามขึ้น ในขณะที่รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป “พู่กันหยกนี้ ลูกเฝ้ารออยู่ตั้งนานมิใช่รึ?”เฉินอวี้หลานที่กำลังเพ่งมองเส้นด้ายแดงของมารดาที่เชื่อมยาวทะลุออกนอกตัวรถม้า ก่อนที่จะค่อย ๆ จางหายไป เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวออกจากร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋มาสักพักหรือว่านั่นจะเป็นเส้นวาสนาด้ายแดงจริง ๆ ... เฉินอวี้หลานเอียงคอสงสัย แล้วด้ายแดงของข้าเล่า?เฉินอวี้หลานรีบก้มมองปลายนิ้วของตัวเอง หากแต่กลับใสสะอาด ไร้วี่แววด้ายแดงปรากฏให้เห็น ก่อนที่นางจะเหลือบไปมองปลายนิ้วของมารดาอีกครั้ง ยามนี้ก็ไร้ด้ายแดงแล้วเช่นกันเมื่อครู่ ตอนที่ข้าฟื้นขึ้นมา นิ้วของท่านแม่ก็ไม่มีด้ายแดงนะ เพิ่งจะมามองเห็นก็ตอนที่ท่านแม่อยู่ใกล้กับท่านพ่อ...อา! หรือว่าจะต้องอยู่ใกล้ ๆ กันเท่านั้น! อืม... อืม... ต้องใช่แน่ ๆ เพราะยามนี้ ท่านแม่ก็ออกมาไกลจากท่านพ่อแล้ว เส้นด้ายแดงก็หายไปแล้วเช่นกัน!เฉินอวี้หลานพยักหน้าหงึกหงักกับตนเอง เมื่อพอจะเข้าใจความสามารถพิเศษที่ได้รับเพิ่มมาทีละน้อยเสียงสวรรค์ที่ดังขึ้น คอยช่วยอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ช่วยให้นางสามารถ
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 6 เฉินอวี้หลานพบเฉินอวี้หลาน

“ถึงจวนเฉินต้าเจียงจวินแล้วขอรับ นายหญิง คุณหนู” เสียงสารถีดังขึ้นจากด้านนอกรถม้าสองแม่ลูกในรถม้าพยักหน้าให้สัญญาณแก่กัน เป็นโม่ซื่อที่ก้าวเท้าลงมาก่อน ตามด้วย ‘เหวินจือเวย’ ที่เดินลงมาแล้วส่งกล่องของขวัญให้รั่วอิ๋นถือไว้บรรยากาศของจวนเฉินต้าเจียงจวินในวันมงคลนี้ ได้จัดตกแต่งอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติจวนแม่ทัพของแคว้นต้าถัง ตัวจวนหินศิลาถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงชาดทอดยาวตั้งแต่ซุ้มประตูหน้าไปจนถึงห้องโถงใหญ่โคมไฟทรงกลมลายพยัคฆ์คาบแก้วส่องแสงนวลตา กลิ่นอายของเหล้าหมักชั้นดีและอาหารรสเลิศอบอวลอยู่ในอากาศ ท่ามกลางเสียงดนตรีมโหรีที่ขับกล่อมระรื่นหูเหวินจือเวยเดินเข้ามาในจวนเฉินต้าเจียงจวินด้วยความรู้สึกที่แปลกแปร่ง สองตาสอดส่องมองบรรยากาศซ้ายขวาของจวนอย่างถวิลหาย้อนกลับมาสองปี จวนของข้ามิได้มีสิ่งใดแปรเปลี่ยนไปเลย... ในความทรงจำสุดท้ายของข้า จวนเจิ้นกั๋วกงก็กำลังจัดงานแต่งงานให้แก่พี่ใหญ่ ประดับผ้าไหมสีแดง อาหารเลิศรส และเสียงดนตรีขับกล่อมเฉกเช่นวันนี้มิต่างกัน...แต่ในความทรงจำของนาง ปลายทางสิ้นสุดของงานมงคลทั้งสองนั้น ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ในงานเลี้ยงฉลองการหมั้นหมายของนางกับห
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 7 ถูกสวมหมวกเขียว

“อีอี!” เฉินอวี้หลานร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างดีใจ “ข้านึกว่าเจ้าจะไม่มาเสียแล้ว ข้ากังวลแทบแย่ว่าเจ้าจะหายป่วยไม่ทันงานของข้าซะแล้ว”“งานเลี้ยงฉลองการหมั้นหมายของเจ้ากับองค์ชายรองเชียวนะ ข้าจะพลาดได้อย่างไร” แม่นางที่โผล่เข้ามาขัดจังหวะร้องบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง “หากข้าไม่มา เจ้าก็คงไม่นับข้าเป็นสหายสนิทแล้วกระมัง!”เฉินอวี้หลานส่ายหน้าปฏิเสธทันใด “ข้ามีเจ้าเป็นสหายสนิทเพียงคนเดียว ต่อให้เจ้าไม่มา ข้าก็ไม่ว่าสิ่งใดหรอก!”ใช่แล้ว... ในชาติก่อน เฉินอวี้หลานมีสหายสนิทเพียงคนเดียวก็คือหลินจิ้งอี บุตรสาวของใต้เท้าหลิน ขุนนางอาวุโสในสำนักฮั่นหลิน... ที่ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นเท่าใดนักไม่รู้ว่าเหวินจือเวยคิดไปเองหรือไม่ แต่ในเสี้ยวลมหายใจที่เฉินอวี้หลานพูดว่าหลินจิ้งอีเป็นสหายสนิทของนางเพียงคนเดียว เหมือนหลินจิ้งอีจะหันมาปรายตามองเหวินจือเวยด้วยความดูแคลนไม่น้อยเหวินจือเวยส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างไม่เชื่อว่าสหายสนิทที่สุภาพอ่อนหวานตามแบบฉบับบุตรสาวของขุนนางอาลักษณ์อาวุโสในสำนักฮั่นหลินอย่างหลินจิ้งอีจะมีนิสัยเยาะเย้ยถากถางผู้อื่นเช่นนี้“เวยเวย” เสียงเรียกอย่างอบอุ่นใจดังขึ้นที่ข้างตัว เหวินจือเวยจึงหัน
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 8 วาสนาด้ายแดงของเฉินอวี้หลาน

“เหวินฮูหยิน คุณหนูเหวิน” เสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้น ทำให้โม่ซื่อรีบหันหลังมา พร้อมกับเอื้อมมือไปกระตุกแขนเสื้อของบุตรสาวให้หันกลับมาด้วยเช่นกัน“ซูฮูหยิน...” โม่ซื่อเรียกอีกฝ่ายเสียงสดใส “ข้าเพิ่งเห็นท่าน จึงได้ทักทายช้าไป”เหวินจือเวยที่เพิ่งได้สติจากการกระตุกแขนเสื้อของมารดาก็รีบหันกลับมาย่อกายทักทายฮูหยินตรงหน้าด้วยเช่นกัน‘ซูฮูหยิน ฮูหยินของหัวหน้าสำนักฮั่นหลิน...’ซูฮูหยินคลี่รอยยิ้มละไม “ข้าไม่มีสิ่งใดหรอก เพียงแต่จะแวะมาบอกว่าพู่กันขนจามรีคัดพิเศษที่ข้าซื้อไปให้บุตรชายเมื่อเดือนก่อน เขาชมไม่ขาดปากเลยว่าเขียนได้ดีนัก เขาสามารถเขียนฎีกาได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายจนได้รับคำชมจากหัวหน้ากองงานเชียวล่ะ”“เป็นความชอบของใต้เท้าน้อยเองเจ้าค่ะ ที่ขยันหมั่นเพียร ร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ของเราเพียงแต่มอบเครื่องเขียนที่คู่ควรให้เท่านั้น” โม่ซื่อตอบอย่างนอบน้อม“ปากหวานเสียจริง” ซูฮูหยินหัวเราะอย่างถูกใจ “แล้วนี่ที่ร้านมีอะไรใหม่ ๆ บ้างหรือไม่? หากมีสิ่งใดที่แปลกตา ช่วยให้การเขียนของบุตรชายของข้าดีขึ้นอีก ข้าจะได้รีบไปจับจองเป็นเจ้าของ”คำถามนั้นดึงดูดความสนใจของคุณหนูอีกสองสามคนที่ยืนอ
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more

บทที่ 9 องค์ชายห้า

เหวินจือเวยหันขวับไล่สายตาตามเส้นสายสีแดงที่พุ่งผ่านไปทางด้านหลังของนางในทันที ก่อนที่ปลายจมูกรั้นจะหันไปชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของนางปึก!“อ๊ะ! โอ๊ย!” เหวินจือเวยร้องพลางกุมปลายจมูกตนเองไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ทำให้เท้าเล็ก ๆ ก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าในความลนลานนั้น ส้นรองเท้าปักกลับขัดกันเองจนร่างบางเสียหลักหงายหลังแย่แล้ว!สองมือของเหวินจือเวยไขว่คว้าหาที่ยึดมั่น ด้วยไม่อยากล้มลงบนพื้นท่ามกลางสายตาของคนทั้งงาน หากแต่นางกลับคว้าได้เพียงอากาศ“เวยเวย!” เสียงโม่ซื่อร้องดังลั่นในพริบตาก่อนที่นางจะล้มลงไป มือหนาแข็งแรงฉวยจับข้อมือบางของนางไว้แน่น ก่อนจะออกแรงรั้งตัวนางให้กลับมายืนได้อย่างมั่นคง ทว่าเจ้าตัวคำนวณแรงมากเกินไป ทำให้ร่างของเหวินจือเวยถูกรั้งเข้าไปปะทะกับอกกว้างอีกครั้งคราวนี้ จมูกของนางซุกอยู่กับสาบเสื้อไหมเนื้อละเอียดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของไม้กฤษณา ซึ่งเป็นกลิ่นที่ต่างจากน้ำหมึกในร้านของนางอย่างสิ้นเชิงดวงตากลมโตของเหวินจือเวยเบิกกว้างขึ้น เมื่อเงยหน้ามองผู้ที่ช่วยชีวิตนางไ
last updateLast Updated : 2026-07-04
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status