แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า

แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า

last updateآخر تحديث : 2026-08-13
بواسطة:  กระดิ่งจันทร์تم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
91فصول
2.0Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ชาติก่อน เฉินอวี้หลานทุ่มเททุกสิ่งแม้แต่จวินกงของบิดา เพื่อผลักดันหลงจื่อซวน องค์ชายรองให้ขึ้นสู่บัลลังก์มังกร วางแผนสู้รบตบมือกับหลงมู่เฉิน องค์ชายห้าผู้เป็นดั่งพยัคฆ์หมอบซ่อนคม ทว่าหลังครองราชย์ได้เพียงเจ็ดวัน สามีกลับทรยศ ยัดข้อหากบฏกวาดล้างตระกูลเฉินของนางจนสิ้นซากในงานแต่งงานของพี่ชายใหญ่! ความแค้นยังไม่ได้รับการชำระ สวรรค์ส่งนางกลับเข้ามาในร่างของเหวินจือเวย บุตรสาวพ่อค้าเจ้าของร้านเครื่องเขียน! จากคุณหนูจวนแม่ทัพกลายเป็นเพียงบุตรีพ่อค้า แล้วนางจะเอาสิ่งใดไปล้มองค์ชายชั่วนั่นกัน? นอกจากนี้ ดวงตาคู่ใหม่ของนางดันมองเห็นเส้นวาสนาด้ายแดง... ระหว่างเฉินอวี้หลานกับศัตรูตัวฉกาจอย่างหลงมู่เฉิน! ที่แท้... เนื้อคู่ฟ้าลิขิตของนางคือพยัคฆ์ร้ายตนนี้น่ะหรือ? อา... เข้าใจแล้ว ในเมื่อชาตินี้ ข้าอยู่ในร่างของเหวินจือเวย ข้าก็จะเป็นแม่สื่อ ผูกวาสนาให้ร่างเดิมของนางกับองค์ชายห้าได้ครองคู่กัน เพื่อยืมมือเขาแก้แค้น! ทว่า... เหตุใดเสือร้ายตัวนั้นถึงไม่ยอมไปหาคู่หมาย กลับเอาแต่ตามตื๊อตามรังควานนางไม่เลิกรากันเล่า! “โน่น! คู่วาสนาด้ายแดงของท่านอยู่ตรงโน้น ส่วนหม่อมฉันเป็นเพียงแม่สื่อเท่านั้นเพคะ องค์ชาย!”

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

“กบฏ!? ท่านบอกว่าตระกูลเฉินของข้าก่อกบฏอย่างนั้นหรือ!?” เฉินอวี้หลาน หรือ เฉินฮองเฮาร้องถามเสียงสูงต่อหน้าฮ่องเต้จื่อซวน ผู้เป็นพระสวามีที่กำลังยืนกดสายตามองนางอยู่ตรงหน้า

ในขณะที่เฉินอวี้หลานประคองกอดร่างไร้วิญญาณของบิดา เฉินสงหยวน แม่ทัพใหญ่เฉินแห่งแคว้นต้าถังที่สละร่างกายเป็นโล่กำบัง ปกป้องนางจากห่าธนูที่ยิงเข้าใส่พวกนาง ข้าง ๆ นางนั้น ยังมีร่างของหวังจาวจวิน มารดาของนางที่แผ่นหลังเต็มไปด้วยลูกธนูไม่ต่างไปจากแผ่นหลังของบิดา

ฉากหลังของเฉินอวี้หลานคือจวนเจิ้นกั๋วกงแห่งตระกูลเฉินที่กำลังจัดงานแต่งงานให้กับเฉินอี้เฟย พี่ชายใหญ่สายตรงของนาง กับคู่หมั้นหมายอย่างเซี่ยหว่านอิ่ง บุตรสาวคนโตของราชครูเซี่ย

งานเลี้ยงมงคลที่ประดับตกแต่งด้วยผ้าแดงและโคมไฟสีแดงสดที่เคยห้อยระย้าประดับประดาไปทั่วทางเดิน บัดนี้ ทั่วทั้งจวนกลับถูกปักประดับไปด้วยห่าธนูจากเหล่าองครักษ์เสื้อแพรของฮ่องเต้จื่อซวน…

ฮ่องเต้จื่อซวน… หลงจื่อซวน อดีตองค์ชายรองที่ไม่เคยอยู่ในสายพระเนตรของฮ่องเต้เทียนฉี่ แต่เพราะนาง! บุตรสาวสายตรงเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เฉิน!

บุตรสาวคนดีที่มาคุกเข่าขอร้องบิดา เพื่อให้ยินยอมยกความดีความชอบทางการทหารในการติดต่อและยึดครองแคว้นต้าหมิงอย่างลับ ๆ มาให้เขา ทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไท่จื่อ! กลายเป็นฮ่องเต้จื่อซวนอย่างทุกวันนี้!

แต่พอมาวันนี้... วันที่เขาได้ครอบครองบัลลังก์มังกรทองสมใจ แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาคู่แผ่นดินแล้ว หลังจากนั้นอีกเจ็ดวัน ซึ่งเป็นวันวิวาห์มงคลของพี่ชายที่ทุกคนในตระกูลต่างมาร่วมแสดงความยินดี

เขากลับสั่งกององครักษ์เสื้อแพรมาล้อมจวนเจิ้นกั๋วกง แล้วระดมยิงห่าธนูเข้าใส่ด้วยข้อหากบฏ! ฆ่าล้างบางทุกคนในตระกูลของนางจนหมดสิ้น!

ทุกคนที่มาร่วมงานล้วนแต่แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสวยงามหรูหรา มิใช่เสื้อเกราะชั้นดีอย่างในสนามรบ ห่าธนูเหล่านี้จึงได้ปลิดชีวิตพวกเขาไปได้อย่างง่ายดาย ไม่เว้นแม้แต่บิดาผู้ยิ่งใหญ่ของนาง แม่ทัพใหญ่เฉินแห่งแคว้นต้าถัง!

“ท่านลืมไปแล้วหรือว่าเพราะตระกูลเฉินของข้า! เพราะท่านพ่อของข้ายอมยกความดีความชอบในการยึดแคว้นต้าหมิงให้ท่าน ท่านจึงได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้น่ะ!” เฉินอวี้หลานกรีดร้องขึ้นมา ท่ามกลางซากศพนับร้อยชีวิตของตระกูลเฉิน

อาภรณ์หรูของนางเลอะไปด้วยคราบเลือดของบิดาที่นางประคองกอดแน่น สองแก้มอาบไปด้วยหยาดน้ำตา แม้ว่านางจะรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งกายและใจ เพราะแม้ว่าบิดามารดาจะอุทิศร่างเป็นโล่กำบังให้แล้ว หากแต่ห่าธนูนั้นก็ยังปักลงบนไหล่บางของนางสองดอก

หากแต่ด้วยเลือดแม่ทัพแห่งตระกูลเฉินยังคงผลักดันให้นางเชิดหน้าสูง แค่นเสียงถามต่อสวามีที่ยืนเด่นอยู่ตรงหน้า ซึ่งรายล้อมไปด้วยกององครักษ์เสื้อแพรนับร้อย เกิดเป็นภาพกำแพงทะมึนอยู่เบื้องหลังของเขา

“ข้ามิได้ลืม…” ฮ่องเต้จื่อซวนตอบกลับด้วยเสียงเนิบนาบอย่างไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี พลางแบมือไปทางด้านหลัง โม่หราน คนสนิทวางด้ามดาบคมกริบลงบนมือของเขาอย่างรู้หน้าที่

ใบหน้าคมคายที่นางเคยมองว่าหล่อเหลาละมุนดุจหยกชั้นดีกลับยกยิ้มเหี้ยมเกรียม ลากฝ่าเท้ามาที่นางอย่างช้า ๆ “ข้ารู้ดีเชียวล่ะ... ว่าข้าได้บัลลังก์นี้มาเพราะมีสุนัขรับใช้หน้าโง่อย่างพวกเจ้าน่ะสิ”

ใบหน้าของเฉินอวี้หลานพลันซีดเผือด เมื่อได้ยินคำเปรียบเปรยถึงความรักเทิดทูนของนางที่มีต่อเขาว่านางและตระกูลเป็นเพียงสุนัขรับใช้เท่านั้น!

เงาร่างของฮ่องเต้จื่อซวนพาดทับร่างของนางไว้ เงื้อดาบคมขึ้นเหนือศีรษะ “แต่ตอนนี้ พวกเจ้าหมดประโยชน์แล้วล่ะ!”

จบคำ ดาบนั้นก็ถูกฟาดฟันลงมาอย่างเต็มแรง!

เฉินอวี้หลานเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่คิดที่จะปริปากกรีดร้องออกมา แม้ว่าคมดาบเฉือนจะเข้าที่หัวไหล่ลึกไปจนถึงกลางแผ่นหลัง ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสประดุจถูกไฟลามเลียแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ

ร่างบางกระตุกวูบและล้มฮวบลงไปกองกับพื้นหินกลางลานที่ชุ่มด้วยเลือด ลมหายใจของนางค่อย ๆ ขาดห้วง สติเริ่มเลือนรางราวกับเปลวไฟที่จวนเจียนจะมอดดับ

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! คงจะไม่คิดเลยสินะว่าจะมีวันนี้ เฉินอวี้หลาน!” ฮ่องเต้จื่อซวนหัวเราะในลำคออย่างสะใจ แล้วก้าวเข้าไปประชิดร่างที่กำลังหายใจรวยรินของนาง พลางเงื้อดาบขึ้นอีกครั้งหมายจะปลิดชีพนางให้สิ้นซากในดาบเดียว “ขอบใจนะ ที่ยอมเป็นแท่นหินให้ข้ากับ… อุ๊ก!!”

ฉึก!

เสียงเหล็กกล้าเยียบเย็นแหวกผ่านอากาศและเนื้อหนังดังก้องในโสตประสาทที่พร่ามัวของเฉินอวี้หลาน ปลายดาบคมปลาบเล่มหนึ่งแทงทะลุหน้าอกของฮ่องเต้จื่อซวนออกมาจากทางด้านหลัง

ร่างสูงของฮ่องเต้จื่อซวนชะงักกึก ดวงตาที่เคยมั่นใจกลับเบิกโพลงด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก เขาค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองหน้าอกของตนเอง จึงได้เห็นหยดเลือดสด ๆ ไหลรินตามร่องดาบลงสู่พื้นหิน

มุมปากของเฉินอวี้หลานยกสูงอย่างสาแก่ใจ แม้ว่าตนเองจะเหลือเพียงลมหายใจรวยรินอยู่บนพื้นเย็น และจากมุมสายตาของนาง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นวีรบุรุษ ผู้ปลิดชีพสุนัขเนรคุณผู้นั้นได้

‘ผู้ใดกัน?’

“จะ… เจ้า…” ฮ่องเต้จื่อซวนแค่นเสียงจากลำคออย่างยากลำบาก ผู้ใดกันที่กล้ามาลอบสังหารเขาในเวลานี้ แล้วบรรดาองครักษ์เสื้อแพรของเขาเล่า!?

ยังไม่ทันที่ฮ่องเต้จื่อซวนจะได้หันไปหาคำตอบ มือหนาที่กุมด้ามดาบไว้อย่างมั่นคงพลันขยับวูบ แทนที่จะดึงดาบออกเพื่อแทงซ้ำ เขากลับตัดสินใจจบชีวิตคนตรงหน้าอย่างดุดันด้วยการกระแทกฝ่ามือลงบนหัวดาบแล้วดันสุดแรง จนโคนดาบมิดเข้าไปกลางแผ่นหลังทะลุทรวงอก

เสียงกระดูกซี่โครงลั่น กร๊อบ สอดประสานกับเสียงสำลักเลือดของฮ่องเต้จื่อซวน ก่อนที่บุรุษปริศนาจะออกแรงกระชากดาบเล่มนั้นกลับคืนไป!

ส่งผลให้ร่างฮ่องเต้จื่อซวนกระตุกอย่างแรง แล้วล้มฮวบคุกเข่าลงตรงหน้าร่างของเฉินอวี้หลานและเฉินสงหยวนราวกับตั้งใจคุกเข่าขอขมา

‘เฮอะ! ไอ้คนเนรคุณ สุดท้ายเจ้าก็ต้องมาคุกเข่าต่อหน้าข้า! ต่อหน้าท่านพ่อของข้า!’ เฉินอวี้หลานยกยิ้มมุมปากดูแคลนอย่างสะใจ จนกระทั่งร่างของฮ่องเต้จื่อซวนเซล้มตึงลงไปทางด้านข้าง

ดวงตาแดงก่ำที่พร่าเลือนของนางจึงค่อย ๆ เลื่อนไปบนใบหน้าของบุรุษปริศนา ผู้ที่ล้างแค้นปลิดชีพคนทรยศให้นางในลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

ชายอาภรณ์สะบัดพลิ้วตามแรงลมหนาว ในมือขวาถือดาบยาวที่หยดเลือดกำลังไหลรินลงสู่ปลายแหลม ใบหน้าคมเข้มนั้นเย็นชาประดุจน้ำแข็ง แต่ดวงตากลับสั่นไหวด้วยคลื่นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะอ่านออก

‘อา… นึกว่าใคร… ที่แท้ก็คู่แข่งของไอ้สุนัขนั่นนี่เอง... ขอบใจมากนะ…’

ความคิดสุดท้ายของนางส่งเสียงดังขึ้นมา ดวงตาหงส์ก็ค่อย ๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ ด้วยความปล่อยวาง พร้อมลมหายใจที่แผ่วบาง

‘หลง… มู่… เฉิน…’

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

กระดิ่งจันทร์
กระดิ่งจันทร์
ทั้งหมดมี 150 ตอน ไรท์ลงครบ จบเรียบร้อยค่าาา ขอให้เพลิดเพลินกับการอ่านนะคะ :)
2026-07-03 19:10:45
12
0
91 فصول
บทนำ
“กบฏ!? ท่านบอกว่าตระกูลเฉินของข้าก่อกบฏอย่างนั้นหรือ!?” เฉินอวี้หลาน หรือ เฉินฮองเฮาร้องถามเสียงสูงต่อหน้าฮ่องเต้จื่อซวน ผู้เป็นพระสวามีที่กำลังยืนกดสายตามองนางอยู่ตรงหน้าในขณะที่เฉินอวี้หลานประคองกอดร่างไร้วิญญาณของบิดา เฉินสงหยวน แม่ทัพใหญ่เฉินแห่งแคว้นต้าถังที่สละร่างกายเป็นโล่กำบัง ปกป้องนางจากห่าธนูที่ยิงเข้าใส่พวกนาง ข้าง ๆ นางนั้น ยังมีร่างของหวังจาวจวิน มารดาของนางที่แผ่นหลังเต็มไปด้วยลูกธนูไม่ต่างไปจากแผ่นหลังของบิดาฉากหลังของเฉินอวี้หลานคือจวนเจิ้นกั๋วกงแห่งตระกูลเฉินที่กำลังจัดงานแต่งงานให้กับเฉินอี้เฟย พี่ชายใหญ่สายตรงของนาง กับคู่หมั้นหมายอย่างเซี่ยหว่านอิ่ง บุตรสาวคนโตของราชครูเซี่ยงานเลี้ยงมงคลที่ประดับตกแต่งด้วยผ้าแดงและโคมไฟสีแดงสดที่เคยห้อยระย้าประดับประดาไปทั่วทางเดิน บัดนี้ ทั่วทั้งจวนกลับถูกปักประดับไปด้วยห่าธนูจากเหล่าองครักษ์เสื้อแพรของฮ่องเต้จื่อซวน…ฮ่องเต้จื่อซวน… หลงจื่อซวน อดีตองค์ชายรองที่ไม่เคยอยู่ในสายพระเนตรของฮ่องเต้เทียนฉี่ แต่เพราะนาง! บุตรสาวสายตรงเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เฉิน!บุตรสาวคนดีที่มาคุกเข่าขอร้องบิดา เพื่อให้ยินยอมยกความดีความชอบทางการ
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 1 ข้าคือเหวินจือเวย...?
กรุ๊ง… กริ๊ง…กระดิ่งหยกที่แขวนอยู่ใต้ชายคาของเรือนนอนส่งเสียงดังขึ้นแผ่วเบาตามแรงลม เสียงของมันใสบริสุทธิ์กังวานจนปลุกให้ใครบางคนค่อย ๆ รู้สึกตัวความเจ็บปวดรวดร้าวที่เคยแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลังจนแทบขาดใจค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าและหนักอึ้งราวกับจมอยู่ใต้น้ำลึกเฉินอวี้หลานค่อย ๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตปรือลืมขึ้น ก่อนจะเห็นเพดานเรือนที่ไม่คุ้นตา กลิ่นหอมกรุ่นของสนหอมและน้ำหมึกลอยอบอวลบางเบาอยู่ในอากาศนางขยับกายพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกนุ่มนวลจากฟูกที่นอน ซึ่งทำจากแพรพรรณชั้นดี ทำให้นางกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความสับสน...ที่นี่ที่ไหน… นี่ไม่ใช่เรือนของข้า ไม่ใช่จวนเจิ้นกั๋วกง…เบื้องหน้าของนางคือเรือนนอนที่ตกแต่งอย่างประณีตและอบอุ่น แสงแดดยามเช้ารำไรลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักพาดทับบนฉากกั้นไม้จันทน์ที่วาดลวดลายทิวทัศน์งดงามบนโต๊ะไม้ข้างเตียงมีพู่กันขนแกะวางเรียงรายอยู่บนแท่นหยก และมีกระดิ่งลมขนาดเล็กแขวนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบาตามสายลมพัดเอื่อยนี่ข้า... ยังไม่ตายหรือ?ความคิดนั้นทำให้นางก้มลงมองมือของตนเองทั
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ได้ย้อนเวลากลับมา!
แอ๊ด...สิ้นประโยคคำถาม เสียงบานประตูไม้แกะสลักถูกผลักเข้ามาเบา ๆ ตามด้วยเสียงชายอาภรณ์เสียดสีกับพื้นพรม เฉินอวี้หลานที่ยืนอยู่กลางเรือน รีบหันไปมองที่หน้าประตูในทันใดสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง นางสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนปักลวดลายดอกเหมยดูสะอาดตา ผมมวยที่เกล้าขึ้นอย่างประณีตประดับด้วยปิ่นหยกเรียบง่ายใบหน้าของนางงดงามละมุนละไม แม้จะมีร่องรอยของกาลเวลาอยู่ที่หางตาบ้าง ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและรอยยิ้มจางประดับที่มุมปากใครกัน?‘ท่านแม่… โม่อวิ๋นหย่า…’เสียงประหลาดดังขึ้นมาในความคิดของเฉินอวี้หลานอีกหน ทำให้เฉินอวี้หลานสะดุ้งอีกครั้ง ใบหน้าหวานหันซ้ายหันขวาอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมามองหน้า ‘ท่านแม่’ คนใหม่ที่เดินตรงมาที่นาง โดยไร้ทีท่าประหลาดใจในเสียงปริศนาที่ได้ยินเช่นนี้ก็หมายความว่าเสียงเมื่อครู่... มีเพียงข้าเท่านั้นหรือที่ได้ยิน?เสียงเมื่อครู่บอกว่าข้าชื่ออะไรนะ? เฉินอวี้หลานกลอกตาไปมา‘เหวินจือเวย…’เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของนางอีกครั้ง ดวงตากลมโตของเฉินอวี้หลานหรี่ลงอย่างครุ่นคิดดูท่าเสียงนี้... คงจะเป็นเสียงสวรรค์สินะ ที่ช่วยแนะนำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตใหม่ข
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋
เฉินอวี้หลานในชุดกระโปรงยาวสีชมพูกลีบบัวทับด้วยเสื้อคลุมไหล่ผ้าโปร่งปักลายเมฆา ก้าวเท้าออกจากเรือนโม่หลิงของนางด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ในทุกสิ่งรอบตัวที่ได้เห็นแม้ว่าในเรือนนอนที่นางจะเพิ่งตื่นขึ้นมานั้น อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสนหอมและน้ำหมึก ก็พอจะให้นางคาดเดาได้แล้วว่าเหวินจือเวย... ร่างคุณหนูน้อยวัยสิบห้าปีที่เพิ่งจะผ่านพิธีปักปิ่นมานั้น น่าจะเป็นคุณหนูเหวินแห่งร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋แต่สิ่งที่ทำให้เฉินอวี้หลานตกตะลึงคือเมื่อก้าวเท้าออกจากเรือนโม่หลิง ก็ได้เจอกับเขตจวนอาศัยส่วนตัวที่เงียบสงบ เรือนหลักของท่านพ่อและท่านแม่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางล้อมรอบด้วยเรือนปีกของนางและพี่ชายสิ่งที่ตระกูลเหวินภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่สวนดอกไม้ล้ำค่า แต่เป็นลานประดิษฐ์อักษรใจกลางจวน ที่ซึ่งมีเรือนไม้แยกส่วนออกไปสำหรับการผสมหมึกและออกแบบกระดาษเสียงน้ำจากรางไม้ไผ่ที่ไหลลงสู่ถังหินสำหรับล้างพู่กันดังประสานไปกับเสียงตำสมุนไพรและเครื่องหอมที่ใช้ผสมในเนื้อหมึก กลิ่นหอมของสนไหม้และพิมเสนจาง ๆ อบอวลอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นที่บ่งบอกถึงการทำงานหนักและรังสรรค์เครื่องเขียนใหม่ ๆ ออกมาซึ่งเฉินอวี้หลานทำควา
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 4 รู้ใจเฉินอวี้หลาน
เฉินอวี้หลานหันหน้าไปมองตามเสียงเรียกจึงมองเห็นเหวินฮุ่ยเหอ ผู้เป็นบิดา ซึ่งเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหา ในมือของเขาถือกล่องไม้จันทน์สีแดงชาดสลักลายพู่กันตวัดล้อมก้อนเมฆอันเป็นสัญลักษณ์ของร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ คาดด้วยเส้นไหมทองดูหรูหราสมฐานะ“เวยเวย... นี่คือของขวัญที่เจ้าเตรียมไว้ให้คุณหนูเฉิน อย่าลืมเอาไปเสียเล่า” เหวินฮุ่ยเหอกล่าวพลางลูบฝากล่องกำมะหยี่อย่างภาคภูมิใจ แล้วยกมือขึ้นมาป้องปากกระซิบ “รู้หรือไม่ว่าของขวัญที่เจ้าตั้งใจเลือกให้คุณหนูเฉินนี้ มีขุนนางแย่งซื้อกันมากตั้งเท่าใด”“พอพวกเขารู้ว่าที่ร้านของเรามีพู่กันด้ามหยกขาว ขนส่วนคอของสุนัขจิ้งจอกหิมะก็แห่กันมาถาม เพราะมีเพียงสามด้ามในเมืองหลวงเท่านั้น ต่างก็ตั้งใจจะซื้อไปให้บุตรชายใช้เล่าเรียนในสำนักศึกษา เพื่อหวังเชิดหน้าชูหน้ากันทั้งนั้น!”เฉินอวี้หลานอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปรับกล่องมาถือไว้ ทว่าในจังหวะที่ยื่นมือออกไปนั้นเอง ดวงตาของนางกลับสะดุดเข้ากับบางอย่างที่ผิดปกติแสงสว่างในร้านสะท้อนให้เห็นเส้นด้ายสีแดงสดใสประดุจเส้นไหมผูกเงื่อนตายอยู่ที่นิ้วก้อยของเหวินฮุ่ยเหอ โดยที่ปลายอีกด้านคือโคนนิ้วก้อยของโม่อวิ๋นหย่า“
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ข้าคือเหวินจือเวย!
“เหตุใดอยู่ ๆ เวยเวยจึงได้เปลี่ยนของขวัญของคุณหนูเฉินล่ะ? ลูก” โม่ซื่อถามขึ้น ในขณะที่รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป “พู่กันหยกนี้ ลูกเฝ้ารออยู่ตั้งนานมิใช่รึ?”เฉินอวี้หลานที่กำลังเพ่งมองเส้นด้ายแดงของมารดาที่เชื่อมยาวทะลุออกนอกตัวรถม้า ก่อนที่จะค่อย ๆ จางหายไป เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวออกจากร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋มาสักพักหรือว่านั่นจะเป็นเส้นวาสนาด้ายแดงจริง ๆ ... เฉินอวี้หลานเอียงคอสงสัย แล้วด้ายแดงของข้าเล่า?เฉินอวี้หลานรีบก้มมองปลายนิ้วของตัวเอง หากแต่กลับใสสะอาด ไร้วี่แววด้ายแดงปรากฏให้เห็น ก่อนที่นางจะเหลือบไปมองปลายนิ้วของมารดาอีกครั้ง ยามนี้ก็ไร้ด้ายแดงแล้วเช่นกันเมื่อครู่ ตอนที่ข้าฟื้นขึ้นมา นิ้วของท่านแม่ก็ไม่มีด้ายแดงนะ เพิ่งจะมามองเห็นก็ตอนที่ท่านแม่อยู่ใกล้กับท่านพ่อ...อา! หรือว่าจะต้องอยู่ใกล้ ๆ กันเท่านั้น! อืม... อืม... ต้องใช่แน่ ๆ เพราะยามนี้ ท่านแม่ก็ออกมาไกลจากท่านพ่อแล้ว เส้นด้ายแดงก็หายไปแล้วเช่นกัน!เฉินอวี้หลานพยักหน้าหงึกหงักกับตนเอง เมื่อพอจะเข้าใจความสามารถพิเศษที่ได้รับเพิ่มมาทีละน้อยเสียงสวรรค์ที่ดังขึ้น คอยช่วยอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ช่วยให้นางสามารถ
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 6 เฉินอวี้หลานพบเฉินอวี้หลาน
“ถึงจวนเฉินต้าเจียงจวินแล้วขอรับ นายหญิง คุณหนู” เสียงสารถีดังขึ้นจากด้านนอกรถม้าสองแม่ลูกในรถม้าพยักหน้าให้สัญญาณแก่กัน เป็นโม่ซื่อที่ก้าวเท้าลงมาก่อน ตามด้วย ‘เหวินจือเวย’ ที่เดินลงมาแล้วส่งกล่องของขวัญให้รั่วอิ๋นถือไว้บรรยากาศของจวนเฉินต้าเจียงจวินในวันมงคลนี้ ได้จัดตกแต่งอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติจวนแม่ทัพของแคว้นต้าถัง ตัวจวนหินศิลาถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงชาดทอดยาวตั้งแต่ซุ้มประตูหน้าไปจนถึงห้องโถงใหญ่โคมไฟทรงกลมลายพยัคฆ์คาบแก้วส่องแสงนวลตา กลิ่นอายของเหล้าหมักชั้นดีและอาหารรสเลิศอบอวลอยู่ในอากาศ ท่ามกลางเสียงดนตรีมโหรีที่ขับกล่อมระรื่นหูเหวินจือเวยเดินเข้ามาในจวนเฉินต้าเจียงจวินด้วยความรู้สึกที่แปลกแปร่ง สองตาสอดส่องมองบรรยากาศซ้ายขวาของจวนอย่างถวิลหาย้อนกลับมาสองปี จวนของข้ามิได้มีสิ่งใดแปรเปลี่ยนไปเลย... ในความทรงจำสุดท้ายของข้า จวนเจิ้นกั๋วกงก็กำลังจัดงานแต่งงานให้แก่พี่ใหญ่ ประดับผ้าไหมสีแดง อาหารเลิศรส และเสียงดนตรีขับกล่อมเฉกเช่นวันนี้มิต่างกัน...แต่ในความทรงจำของนาง ปลายทางสิ้นสุดของงานมงคลทั้งสองนั้น ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ในงานเลี้ยงฉลองการหมั้นหมายของนางกับห
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 7 ถูกสวมหมวกเขียว
“อีอี!” เฉินอวี้หลานร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างดีใจ “ข้านึกว่าเจ้าจะไม่มาเสียแล้ว ข้ากังวลแทบแย่ว่าเจ้าจะหายป่วยไม่ทันงานของข้าซะแล้ว”“งานเลี้ยงฉลองการหมั้นหมายของเจ้ากับองค์ชายรองเชียวนะ ข้าจะพลาดได้อย่างไร” แม่นางที่โผล่เข้ามาขัดจังหวะร้องบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง “หากข้าไม่มา เจ้าก็คงไม่นับข้าเป็นสหายสนิทแล้วกระมัง!”เฉินอวี้หลานส่ายหน้าปฏิเสธทันใด “ข้ามีเจ้าเป็นสหายสนิทเพียงคนเดียว ต่อให้เจ้าไม่มา ข้าก็ไม่ว่าสิ่งใดหรอก!”ใช่แล้ว... ในชาติก่อน เฉินอวี้หลานมีสหายสนิทเพียงคนเดียวก็คือหลินจิ้งอี บุตรสาวของใต้เท้าหลิน ขุนนางอาวุโสในสำนักฮั่นหลิน... ที่ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นเท่าใดนักไม่รู้ว่าเหวินจือเวยคิดไปเองหรือไม่ แต่ในเสี้ยวลมหายใจที่เฉินอวี้หลานพูดว่าหลินจิ้งอีเป็นสหายสนิทของนางเพียงคนเดียว เหมือนหลินจิ้งอีจะหันมาปรายตามองเหวินจือเวยด้วยความดูแคลนไม่น้อยเหวินจือเวยส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างไม่เชื่อว่าสหายสนิทที่สุภาพอ่อนหวานตามแบบฉบับบุตรสาวของขุนนางอาลักษณ์อาวุโสในสำนักฮั่นหลินอย่างหลินจิ้งอีจะมีนิสัยเยาะเย้ยถากถางผู้อื่นเช่นนี้“เวยเวย” เสียงเรียกอย่างอบอุ่นใจดังขึ้นที่ข้างตัว เหวินจือเวยจึงหัน
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 8 วาสนาด้ายแดงของเฉินอวี้หลาน
“เหวินฮูหยิน คุณหนูเหวิน” เสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้น ทำให้โม่ซื่อรีบหันหลังมา พร้อมกับเอื้อมมือไปกระตุกแขนเสื้อของบุตรสาวให้หันกลับมาด้วยเช่นกัน“ซูฮูหยิน...” โม่ซื่อเรียกอีกฝ่ายเสียงสดใส “ข้าเพิ่งเห็นท่าน จึงได้ทักทายช้าไป”เหวินจือเวยที่เพิ่งได้สติจากการกระตุกแขนเสื้อของมารดาก็รีบหันกลับมาย่อกายทักทายฮูหยินตรงหน้าด้วยเช่นกัน‘ซูฮูหยิน ฮูหยินของหัวหน้าสำนักฮั่นหลิน...’ซูฮูหยินคลี่รอยยิ้มละไม “ข้าไม่มีสิ่งใดหรอก เพียงแต่จะแวะมาบอกว่าพู่กันขนจามรีคัดพิเศษที่ข้าซื้อไปให้บุตรชายเมื่อเดือนก่อน เขาชมไม่ขาดปากเลยว่าเขียนได้ดีนัก เขาสามารถเขียนฎีกาได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายจนได้รับคำชมจากหัวหน้ากองงานเชียวล่ะ”“เป็นความชอบของใต้เท้าน้อยเองเจ้าค่ะ ที่ขยันหมั่นเพียร ร้านเครื่องเขียนเหวินโม่ไจ๋ของเราเพียงแต่มอบเครื่องเขียนที่คู่ควรให้เท่านั้น” โม่ซื่อตอบอย่างนอบน้อม“ปากหวานเสียจริง” ซูฮูหยินหัวเราะอย่างถูกใจ “แล้วนี่ที่ร้านมีอะไรใหม่ ๆ บ้างหรือไม่? หากมีสิ่งใดที่แปลกตา ช่วยให้การเขียนของบุตรชายของข้าดีขึ้นอีก ข้าจะได้รีบไปจับจองเป็นเจ้าของ”คำถามนั้นดึงดูดความสนใจของคุณหนูอีกสองสามคนที่ยืนอ
last updateآخر تحديث : 2026-07-03
اقرأ المزيد
บทที่ 9 องค์ชายห้า
เหวินจือเวยหันขวับไล่สายตาตามเส้นสายสีแดงที่พุ่งผ่านไปทางด้านหลังของนางในทันที ก่อนที่ปลายจมูกรั้นจะหันไปชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของนางปึก!“อ๊ะ! โอ๊ย!” เหวินจือเวยร้องพลางกุมปลายจมูกตนเองไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ทำให้เท้าเล็ก ๆ ก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าในความลนลานนั้น ส้นรองเท้าปักกลับขัดกันเองจนร่างบางเสียหลักหงายหลังแย่แล้ว!สองมือของเหวินจือเวยไขว่คว้าหาที่ยึดมั่น ด้วยไม่อยากล้มลงบนพื้นท่ามกลางสายตาของคนทั้งงาน หากแต่นางกลับคว้าได้เพียงอากาศ“เวยเวย!” เสียงโม่ซื่อร้องดังลั่นในพริบตาก่อนที่นางจะล้มลงไป มือหนาแข็งแรงฉวยจับข้อมือบางของนางไว้แน่น ก่อนจะออกแรงรั้งตัวนางให้กลับมายืนได้อย่างมั่นคง ทว่าเจ้าตัวคำนวณแรงมากเกินไป ทำให้ร่างของเหวินจือเวยถูกรั้งเข้าไปปะทะกับอกกว้างอีกครั้งคราวนี้ จมูกของนางซุกอยู่กับสาบเสื้อไหมเนื้อละเอียดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของไม้กฤษณา ซึ่งเป็นกลิ่นที่ต่างจากน้ำหมึกในร้านของนางอย่างสิ้นเชิงดวงตากลมโตของเหวินจือเวยเบิกกว้างขึ้น เมื่อเงยหน้ามองผู้ที่ช่วยชีวิตนางไ
last updateآخر تحديث : 2026-07-04
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status