All Chapters of พอกันที ข้าไม่เป็นชายาองค์ชายห้าแล้ว!: Chapter 51 - Chapter 60

121 Chapters

ไม่ยอมปล่อย (2)

แม่ทัพหญิงส่ายหน้าไปมา รู้สึกทรมานยิ่งนักและราวกับว่าคนตรงหน้าจะยังไม่พอใจที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้ เขาเคลื่อนกายลงไปอีกจนถึงกลางร่าง“องค์ชาย!” ลู่รั่วซีตกใจรีบกระถดหนี กระนั้นก็ถูกสวามีจับยึดเอาไว้แน่น ใบหน้าคมก้มลงแล้วดูดเลียอีกครั้ง แต่คราวนี้สิ่งที่เขากำลังแตะต้องไม่ใช่ยอดอกสีหวานที่ชูชันแต่เป็นร่องรักที่ฉ่ำเยิ้ม ร่างบางบิดสะโพกดิ้นรน ความรู้สึกแปลกใหม่กำลังก่อตัว นางตัวสั่นระริกพร้อมร้องครวญคราง “อ๊า!”เสียงร้องนั้นดูเหมือนจะสร้างความหฤหรรษ์ให้ผู้เป็นองค์ชายได้ สือมู่กระตุกยิ้มแล้วทำมากกว่าขยับเรียวลิ้น เขาใช้นิ้วบดขยี้ที่เนินสาว“กรี๊ด!” ลู่รั่วซีไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป กายบางกระตุกเกร็ง ปลายเท้าจิกงอกระนั้นองค์ชายห้าก็ไม่ใจดีเลย เขาไม่ให้เวลานางได้หยุดพักหายใจ มือแกร่งค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์จนหมดสิ้น เผยให้เห็นหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเป็นลอน แม้จะเชี่ยวชาญด้านการรักษา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักใช้กำลัง เรือนกายแกร่งดูดีมาก สมศักดิ์ศรีสายเลือดสกุลสือที่เล่าลือว่ารูปงามดุจดังเทพเซียนแต่สิ่งที่ลู่รั่วซีควรสนใจ ไม่ใช่เพียงกล้ามท้อง หากแต่เป็นบางส
last updateLast Updated : 2026-07-12
Read more

ไม่ยอมปล่อย (3)

เสียงร่วมรักดังระงมภายในกระโจมที่มืดมิดมีเพียงแสงจันทราที่สาดส่อง ไม่รู้ตะเกียงไฟดับไปตอนไหนและดับได้อย่างไร นี่ทำให้สือมู่นึกเสียดายเขาอยากจะมองลู่รั่วซีให้เต็มตา ถึงอย่างนั้นส่วนที่เห็นอยู่ในตอนนี้ก็ทำให้กายแกร่งแทบคลั่งแล้ว พระชายาของเขางดงามยิ่งนัก เรือนร่างนุ่มนวลหอมกรุ่น กระทั่งกลิ่นสุราคละคลุ้งยังลบเลือนไม่ได้“เจ้าสวยมาก”ชมอย่างเดียวไม่พอ ยังกดกายเข้าออกรัวเร็ว ส่งผลให้แม่ทัพหญิงดิ้นเร่า ๆ จนสองเต้าเด้งกระดอน ผู้เป็นสามีก็ใจดีช่วยจับให้แต่ก็ไม่จับธรรมดาเขาบีบเคล้นเต็มมือ“องค์ชาย!” ลู่รั่วซีราวกับถูกทรมานด้วยกามราคะอยากต่อว่าเขาก็คิดคำพูดไม่ออก สมองของนางขาวโพลน“เจ้าไม่ยอมเรียกข้าว่าเสด็จพี่นานแล้วนะ”“ไม่เรียก” นางส่ายหน้า ท่าทางดื้อรั้นนั้นทำให้คนที่มองดูยกยิ้ม“ข้าไม่บังคับ” ปากว่าเอวขยับ บอกว่าจะไม่บังคับแต่ก็ตีรวนใส่นาง ทำให้กายบางปั่นป่วนจนนอนนิ่งไม่ได้ พอเห็นว่าหญิงสาวใกล้ทานทนไม่ไหว แทนที่จะขยับเร่งแก่นกาย กลับกดลึกเชื่องช้า“นี่”“เรียกก่อน”ลู่รั่วซีเบือนหน้าหนี“ถ้าเรียกจะให้ร
last updateLast Updated : 2026-07-12
Read more

แผ่นหลังของแม่ทัพ (1)

นางจะตัดใจ ตัดใจอย่างไรบัดนี้ข้าวสารเปลี่ยนเป็นข้าวสุก ที่สำคัญเรือนกายบางยังถูกกอดแน่น สือมู่ไม่ยอมปล่อยพระชายา ยามเหม่าแล้ว ลู่รั่วซีควรออกไปยืดเส้นยืดสายขยับร่างกาย ฝึกฝนเพลงดาบ ตอนนี้กลับนอนนิ่งด้วยกลัวว่าถ้าขยับมากไปจะทำให้คนข้างกายต้องตื่นนอนใบหน้างามล้ำแดงก่ำเมื่อมองไปแล้วพบว่าพระสวามีไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า เขาเปลือยกายไม่ต่างจากนาง ด้วยความร้อนรนมือบางรีบควานหาอาภรณ์ฉับพลันแขนแกร่งก็กอดแน่น แล้วดึงนางเข้าไปแนบชิดอิงแอบ“ตื่นแล้วหรือ” เสียงของผู้เป็นองค์ชายยามพึ่งตื่นค่อนข้างแหบแห้ง ใบหน้าคมคายหันมามองชายา ไม่รู้ทำไม สือมู่ตอนนี้ช่างดูเย้ายวนน่าหลงใหล ภาพฉากเมื่อคืนปรากฏขึ้นมาในความทรงจำของแม่ทัพหญิง ทำให้นางต้องรีบร้อนหลบสายตาแก้มนวลขึ้นริ้วแดงเห่อร้อน รู้สึกอายยิ่งนัก“ปล่อยได้แล้วเพคะ” ยามปกติลู่รั่วซีพูดจาฉะฉานเด็ดขาด นางที่พึมพำเสียงเบาไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นได้โดยง่ายนี่ทำให้สือมู่ไม่อาจจะละสายตาจากร่างบางในอ้อมแขนได้เลย ทั้งยังกระชับกอดแน่น มือวางลงที่เอวเล็ก“ไม่ปล่อย”“องค์ชาย”“เมื่อวานเจ้ายอมเรีย
last updateLast Updated : 2026-07-12
Read more

แผ่นหลังของแม่ทัพ (2)

จู่ ๆ สือมู่ก็รู้สึกว่าตนช่างไร้ประโยชน์ ขณะที่ผู้เป็นชายาต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมือง แลกมาด้วยเลือดและเนื้อแต่เขากลับไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อเฟิงหยวน นอกจากก่อเรื่องไปวัน ๆ ประสาคนเสเพลก่อนที่ลู่รั่วซีจะจากไป มือหนาเลยฉุดรั้งไว้ “ข้าจะทายาให้”เขาพูดขึ้นเมื่อนางหันมามอง ตอนแรกลู่รั่วซีไม่เข้าใจ เขาจะทายาอะไรให้ แต่เมื่อร่างกำยำขยับมาใกล้แล้วสัมผัสที่แผ่นหลังของนางอย่างแผ่วเบา หญิงสาวก็เข้าใจ ปลายนิ้วแตะลงมาที่ร่องรอยบาดแผลที่หลงเหลือ“ทั้งหมดหายดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องทายาเพคะ” นางบอกเขา“นี่เป็นยารักษาแผลเป็น” เขาว่าพลางทายาให้นางอย่างตั้งอกตั้งใจลู่รั่วซีเกร็งตัวเล็กน้อย พยายามสงบใจไม่ให้เต้นแรงและปั่นป่วนไปกับสัมผัสเพียงเล็กน้อยนี้ “น่าเกลียดใช่หรือไม่เพคะ”หญิงสาวกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ว้าวุ่นด้วยการชวนเขาคุย บรรยากาศภายในกระโจมที่พักจะได้ไม่เงียบสงัดจนกระทั่งได้ยินเสียงหายใจ น่ากลัวว่าแม้แต่หัวใจที่เต้นระรัว ร่างสูงที่อยู่ด้านหลังก็ยังได้ยิน“ไม่” สือมู่ส่ายหน้าถึงอย่างนั้นลู่รั่วซีก็ไม่ได้เชื่อ สตรีที่มีแผลเป็นจะงดงา
last updateLast Updated : 2026-07-12
Read more

แผ่นหลังของแม่ทัพ (3)

“เจ้าได้ยินมาผิดแล้ว” ผู้เป็นองค์ชายส่ายหน้า ไม่รับเอาหมูตงพัวมา“หม่อมฉันแน่ใจว่าได้ยินไม่ผิด หลายวันก่อนเห็นว่าองค์ชายไปกำชับให้โรงครัวทำให้ แต่พวกเขาไม่มีเนื้อหมูเตรียมไว้” ดูเหมือนสตรีผู้นี้จะมีเวลาว่างไม่น้อย เพราะนางลงทุนถึงขั้นไปตลาดเพื่อซื้อเนื้อหมูมาเนื่องจากเฟิงหยวนอยู่แดนใต้ซึ่งทำการประมง เนื้อสัตว์ที่เป็นจานหลักเลยเป็นพวกจานปลา อีกทั้งที่โรงครัวต้องทำอาหารปริมาณมากในคราวเดียว ก็เลยไม่ได้มีเนื้อหมูเก็บเอาไว้ ต้วนหร่านหวังเอาใจองค์ชายห้า ทำหมูตงพัวมาถวาย“คนที่ชอบหมูตงพัวคือชายาข้า ข้าเพียงสั่งให้โรงครัวทำอาหารที่นางชอบเท่านั้น”คำพูดนั้นแสนเรียบง่ายและตรงไปตรงมา แต่ก็แสดงออกชัดเจนถึงความใส่ใจที่มีให้ลู่รั่วซีต้วนหร่านได้ฟังก็หน้าม้าน ตั้งใจทำอาหารโปรดของบุรุษที่พึงใจ ที่ไหนได้คนที่ชื่นชอบกลับกลายเป็นชายาของเขา ยามนี้มือไม้ของหญิงสาวไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน จนท่านหมอกงรับเอาอาหารของต้วนหร่านมาแทน แล้วมอบให้ทหารที่ซึ่งได้รับบาดเจ็บในกระโจมที่พักไป“แม่นางต้วนอย่าให้เกินเลยไปนัก” กงจงซิ่วตักเตือนหญิงสาว อย่างน้อยอีกฝ่ายก็เป็นคนที่
last updateLast Updated : 2026-07-12
Read more

ความเกลียดชัง (1)

ร่างบางกระโดดลงจากหลังม้า ไม่ได้ปรายตาหรือแม้แต่ชายตามองบุรุษที่ถูกเหล่าทหารควบคุมตัว หยางจื่อห่าวยืนอยู่ตรงหน้า มือของเขาไพล่หลัง แววตาคมกริบกดลึกเมื่อนางค้อมกายลงตรงหน้า“ลำบากเจ้าแล้ว”“หาไม่เจ้าค่ะ” ในค่ายทหารหญิงสาวคือแม่ทัพหาใช่พระชายา เพราะเหตุนี้การที่ร่างบางให้ความเคารพต่อแม่ทัพใหญ่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง หลายคนไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนที่ตอนนั้นชายที่ถูกลู่รั่วซีพาตัวมาจะถูกลากให้มาหยุดยืนที่เบื้องหน้า หยางจื่อห่าวแค่นเสียงอย่างเย็นชา ต่อให้ตอนนี้ผมเผ้ารุงรังก็ยังจดจำอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี คนทรยศฝานสง!“ว่ากันว่าคนชั่วมักตายยาก เห็นจะจริง” แม่ทัพปราบอุดรกล่าววาจาดุดัน น้ำเสียงแข็งกระด้างของเขานั้นทำให้รู้ว่าชิงชังมากเพียงใด“พิรี้พิไรอยู่ไย ไม่ต้องพูดมาก หากอยากฆ่าข้าก็ฆ่าเลย” ฝานสงถ่มน้ำลายลงบนพื้นดิน ทั้งยังมองตอบหยางจื่อห่าวอย่างไม่กลัวเกรง“หนีมาได้นานถึงเพียงนี้จะรีบตายไปทำไม”ฝานสง แท้จริงแล้วเคยเป็นทหารแห่งค่ายอุดร รั้งตำแหน่งรองแม่ทัพ เป็นบุรุษที่เก่งกาจมากด้วยฝีมือ เขาเป็นชาวเผ่าข่งเชี่ย ที่มากกว่านั้นยังเป็นคนที่หยางจื่อห่
last updateLast Updated : 2026-07-13
Read more

ความเกลียดชัง (2)

 “ข้าจะรายงานเรื่องของเจ้าให้ฝ่าบาทได้ทรงทราบ ถึงตอนนั้นหากองค์ราชามีรับสั่งให้นำตัวเจ้าไปรับโทษที่กลางเมืองข้าจะเป็นผู้นำพาเจ้าไปเอง หากไม่ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ข้าผู้เป็นแม่ทัพเป็นผู้สำเร็จโทษเจ้าในฐานะของทหาร สิ่งที่เจ้าเคยกระทำเอาไว้ข้าจะสนองคืนทั้งหมด บัดนี้เจ้าจงภาวนาเถิด ขอให้ฝ่าบาททรงปรานี” โทษทัณฑ์ที่ฝานสงจะได้รับไม่ใช่เพียงตัดหัวแล้วเสียบประจาน เพราะแบบนั้นกลิ่นเลือดคงดึงดูดพวกซากศพแต่สิ่งที่ฝานสงจะได้รับหากหยางจื่อห่าวได้เป็นผู้สำเร็จโทษ นั่นคือการเผาทั้งเป็น เผาเช่นที่เขาเคยเผาคร่าชีวิตเหล่าทหารบริสุทธิ์เมื่อกาลก่อนคิดมาถึงตรงนี้ฝานสงก็หวาดกลัวจับใจ ภาพความทรงจำตอนที่เขาเผาคนทั้งเป็นกลับเข้ามาในหัว ใช่ว่าฝานสงจะลืมเลือนเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทน กระทั่งไฟมอดดับ คนที่ถูกเผาบางคนก็ยังไม่ตายทันทีอดีตทหารไม่ต้องการให้ชีวิตตนต้องจบลงเช่นนั้น เนื้อตัวของเขาเริ่มสั่นเทา หมดหวังในชีวิตยิ่งนักความจริงตลอดช่วงเวลาที่หลบหนี ไม่เคยได้สุขสบาย เขาใช้ชีวิตกลางป่า เอาตัวรอดไปวัน ๆ หาอาหารกระทั่งกินหนอนแมลงประทังชีวิ
last updateLast Updated : 2026-07-13
Read more

ความเกลียดชัง (3)

“องค์ชายห้าช่วยกระหม่อมด้วย กระหม่อมเป็นคนขององค์ชายรอง ได้โปรดช่วยด้วย!” ไม่รู้ว่าฝานสงโง่งมหรือขาดสติ เพราะการร้องขอเช่นนี้ไม่ต่างกับการขอให้องค์ชายห้าช่วยเหลือนักโทษกบฏ นี่อาจจะทำให้สือมู่ได้รับโทษไปด้วยได้เลย“เหลวไหล รีบพาฝานสงไปขังไว้ประเดี๋ยวนี้!” หยางจื่อห่าวตวัดสายตามองด้วยโทสะ แต่ฝานสงยังคงร้องตะโกน“องค์ชายห้าพระองค์ต้องช่วยกระหม่อม พระองค์ต้องแก้แค้นพวกมันทั้งหมด องค์ชายรองถูกสังหารอย่างไม่เป็นธรรม! องค์ชายต้องทวงคืนความยุติธรรม ปล่อยให้กระหม่อมถูกประหารไม่ได้ กระหม่อมไม่ผิด องค์ชายรองไม่ผิด!”ถึงขั้นคิดสังหารบิดา ต้องการล้มล้างบัลลังก์จะไม่ผิดได้อย่างไรคำพูดของฝานสงช่างเหลวไหลจริงแท้ ในที่สุดเขาก็ถูกปิดปากแน่นไม่ยอมให้พูดจาต่ำช้า ดีหน่อยที่หยางจื่อห่าวยังปรานีไม่ตัดลิ้นสวะทิ้งเสียสือมู่มองตามแผ่นหลังของคนที่ถูกลากไป แววตาสงบนิ่งกำลังจมดิ่ง เพราะคำพูดของฝานสง ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินตั้งแต่สิ้นองค์ชายรอง จางกุ้ยเฟยพระมารดาขององค์ชายห้าก็เลี้ยงบุตรชายผิด ๆ นางพูดกรอกหูทุกเมื่อเชื่อวัน โทษทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ยกเว้นพระโอรสตน ฝัง
last updateLast Updated : 2026-07-13
Read more

ลู่รั่วซีหมดสติ (1)

เมื่อเกิดรอยร้าวแล้วย่อมยากที่จะประสาน กลางดึกคืนนั้นสือมู่ไม่ได้มานอนที่กระโจมที่พักของผู้เป็นชายาเขาคงกลับไปที่จวนแม่ทัพ ลู่รั่วซีมองดูข้างกายที่ว่างเปล่า ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ราวกับภาพฝัน นางหลับตาลงแล้วจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือแต่เพียงไม่นานก็สะดุ้งตื่นเพราะความฝันที่เลวร้าย“ท่านแม่ทัพ”“เกิดอะไรขึ้น” เสียงเรียกนั้นเป็นขุนพลจี้ไม่ผิด ไม่มีเวลาให้แม่ทัพหญิงได้เศร้าเสียใจ มือบางคว้าอาภรณ์มาสวมใส่พร้อมตระเตรียมอาวุธ อีกฝ่ายมาปลุกกลางดึก แสดงว่าอาจจะเกิดเรื่องนอกกำแพงในเขตการรับผิดชอบของทัพหงอู่ที่กำแพงเหนือแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนว่าผู้ใดดูแลความเรียบร้อยส่วนไหน ป่าเขตตะวันตกเป็นพื้นที่ควบคุมของทัพหงอู่ ที่ซึ่งลู่รั่วซีออกไปตรวจตราเป็นประจำ“ดูเหมือนว่าเราจะเจอกับสัตว์ที่มีพลังอีกแล้ว” เมื่อร่างบางออกมาจากกระโจมจี้เหวินอี้ก็เร่งรายงานเรื่องที่หน่วยลมกรดไปพบเจอมา“เป็นจิ้งจอกฝูงหนึ่ง แม้ว่าจะมีพลังอยู่ในระดับต่ำ อาจจะหนึ่งขั้นเท่านั้น แต่เพราะพวกมันมีเป็นฝูงการต่
last updateLast Updated : 2026-07-13
Read more

ลู่รั่วซีหมดสติ (2)

ทางด้านของลู่รั่วซี ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบริเวณที่เกิดเรื่อง ตอนนี้นอกจากฝูงจิ้งจอกแล้ว พวกซากศพก็ยังถูกดึงดูดมาด้วยเสียงการต่อสู้ที่ดังระงม รวมทั้งกลิ่นเลือด เมื่อกำลังเสริมมาถึง พวกเขาก็ไม่รอช้าเข้าโรมรัน แม่ทัพหญิงสั่งการให้ช่วยคนเจ็บก่อนทันที หน้าที่ตอนนี้คือต้องช่วยคน แต่ฝูงจิ้งจอกไม่ให้โอกาสนั้นง่าย ๆ พวกมันบุกกระโจนเข้ามา กัดกระชากที่คอของทหารร่างสูงราวกับรู้ว่าทำอย่างไรมนุษย์จะตายเร็วที่สุด ไม่โจมตีมั่วซั่ว นี่คือความแตกต่างของสัตว์ที่มีพลังกับสัตว์ธรรมดา เห็นได้ชัดว่าสัตว์ที่มีพลังต่อให้จะเป็นเพียงพลังขั้นต่ำ แต่พวกมันก็มีสติปัญญา เรื่องนี้ย่อมน่ากังวลลู่รั่วซีคิดว่าไม่อาจจะปล่อยตัวอันตรายเช่นนี้ไปได้ ควรจัดการให้สิ้นซากในตอนที่ยังมีโอกาส พวกมันยังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากระทิงยักษ์ อีกทั้งรูปร่างภายนอกก็เหมือนเดิมแม่ทัพหญิงเรียกเอาอาวุธออกมา มือบางกำแน่นก่อนจะลงมือเด็ดขาดเวลาอันสั้นนางจัดการสุนัขจิ้งจอกไปได้ถึงสาม กระนั้นก็ยังมีศัตรูเหลืออีกนับสิบและตอนนี้พวกมันก็รู้แล้วว่านางคือศัตรูตัวฉกาจเพราะลู่รั่วซีมีประสบการณ์ที่เคยเผชิญหน้ากับกระ
last updateLast Updated : 2026-07-13
Read more
PREV
1
...
45678
...
13
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status