ANMELDENลู่รั่วซีเป็นแม่ทัพหญิงที่เก่งกาจ นางชนะได้ทุกคนยกเว้นองค์ชายห้าผู้เป็นพระสวามี เขาทั้งรังเกียจและเดียดฉันท์ "เมื่อมีโอกาสได้ย้อนคืนกลับมาอีกครั้ง ก็ไม่คิดจะจมปลักรักบุรุษไร้ใจอีกต่อไป"
Mehr anzeigenแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่รัก ก็ยังดั้นด้นจะแต่งงานให้ได้
ลู่รั่วซีที่เก่งกาจเป็นถึงแม่ทัพหญิงคุมกำลังคนนับพันกลับพ่ายแพ้ต่อพระสวามี
นางตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบ บุรุษที่แสนอ่อนโยนผู้นั้น แต่เขากลับรังเกียจนางที่เป็นสตรีแข็งกระด้างป่าเถื่อน วันทั้งวันคอยแต่จะจับดาบกำอาวุธสังหารศัตรู ถึงแม้จะพยายามเป็นสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวาน แม้พยายามจะเรียนรู้ศาสตร์ศิลป์ แต่ดนตรีนางไม่เก่ง มือแข็งวาดรูปไม่สวย ดีหน่อยเรื่องกลหมากและจับพู่กัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ดีพอสำหรับเขา กระทั่งลงมือทำอาหารด้วยตนเอง อาหารก็ยังถูกเททิ้งไม่ไยดี
เข้าหอคืนแรก เขาทอดทิ้งนางให้อยู่ลำพัง ออกงานด้วยกันครั้งแรก เขาลงโทษนางต่อหน้าธารกำนัล ไม่เท่ากับเผชิญหน้ากับอันตรายด้วยกันครั้งแรกเขาเลือกปกป้องสตรีอื่น
ลู่รั่วซีควรรู้ได้แล้ว คนที่ไม่รักอย่างไรก็ไม่รัก
แต่กว่าจะคิดได้ก็สายเกินไป
เมื่อนางต้องจบชีวิตลง เสียสละตนอย่างห้าวหาญ อาจเพราะมีความดีความชอบมากกระมังสวรรค์จึงเห็นใจประทานพรให้ย้อนเวลากลับมาใหม่ ก่อนที่จะเกิดศึกใหญ่ที่หนักหนา ก่อนที่นางจะต้องจบชีวิตลง และก่อนที่จะรักเขาจนกลายเป็นเพียงคนโง่งม กระทั่งบุตรสืบสกุลก็ยังไม่มี
มันเริ่มตั้งแต่เมื่อใด อาจจะเป็นตอนที่แคว้นฉินรบกับแคว้นจ้าว แคว้นเซี่ยเล่นงานอาณาจักรเฟิงหยวน แคว้นถูประสบกับภัยแล้ง หรืออาณาจักรตงประสบกับภัยหนาว แต่ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่แคว้นหรือเมืองใดผลกระทบนั้นก็กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก นำพามาซึ่งโรคระบาด
ก่อนที่โรคนั้นจะแปรเปลี่ยนคนธรรมดาให้บ้าคลั่ง
พวกเขาเริ่มกัดกินกันเอง หายนะของมนุษย์ดำเนินมาจนสุดทาง กระทั่งสัตว์ธรรมดายังดุร้าย ราชวงศ์แต่ละแคว้นล่มสลาย ผู้ฝึกยุทธ์ต้องขึ้นมาปกครอง กลายเป็นเจ้าครองเมือง สร้างกำแพงสูงชันปกป้องตนเอง
ที่แดนใต้ อาณาจักรเฟิงหยวนต่อให้เจอกับภัยพิบัติรุนแรงหรือพวกซากศพที่รุกราน ในยุคล่มสลายพวกเขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความมั่นคง แผ่นดินที่ปกครองด้วยราชวงศ์สือ องค์กษัตริย์สือเทียนมากด้วยบารมี พระองค์ปกครองบ้านเมืองด้วยความเที่ยงธรรม ส่งผลให้อาณาจักรเฟิงหยวนเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนทางใต้
พวกเขามีกองกำลังทหารและแสนยานุภาพที่ยากจะต่อกร ต่อให้ประสบกับภัยร้ายก็ไม่ถึงกับขาดแคลน
นอกจากอาวุธอาณาจักรเฟิงหยวนมีการประมงที่แข็งแกร่ง แม้จะเป็นก่อนหน้านี้หรือยุคล่มสลายอาหารย่อมเป็นที่ต้องการ ราชทูตสามารถแลกเปลี่ยนเสบียงกับยารักษาโรคและสมุนไพรได้ มีการค้าขายกับชาวแดนอื่นอยู่เป็นประจำ เพราะเหตุนี้อาหารการกินจึงไม่บกพร่อง ชาวเมืองไม่อดอยากล้มตาย
พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่แม้ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ยากลำบาก ต่อให้รอบนอกจะรายล้อมไปด้วยพวกซากศพก็ตาม
พวกซากศพคือสิ่งใด มันก็คือศพที่เดินได้
เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ซึ่งชีวิต
ก่อนหน้านี้ทางใต้มีการรบราอยู่บ่อยครั้ง ซากศพกองพะเนินต่อให้เผาหรือฝังดิน สุดท้ายหากยังมีการฆ่าฟัน ศพไม่มีวันหมดสิ้นไป
กระทั่งวันหนึ่งซากศพที่นอนนิ่งเริ่มมีการเคลื่อนไหว พวกมันราวกับถูกพิษร้ายกัดกิน เรือนร่างเน่าเฟะก็ยังลุกเดินมองมนุษย์เป็นอาหาร ไล่กัดกระชากโจมตี
ประตูเมืองจำต้องปิดสนิท
นับเป็นตัวอันตรายที่สุด
กระนั้นหากอยู่หลังกำแพง พวกเขาก็จะมีชีวิตรอดปลอดภัย ทุกชีวิตดำเนินไป แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อย่างเช่นลู่รั่วซี
ตลอดมาแม้จะไม่ได้พูดคุยหรือใกล้ชิด แต่ผู้เป็นองค์ชายก็รับรู้เสมอว่าลู่รั่วซียังคงอยู่ในฐานะชายาของเขา แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เนื้อความในจดหมายนั้น บอกสิ่งที่ทำลายหัวใจที่แสนจะเข้มแข็งจนพังยับเยินใช้เวลาเดินทางไม่นาน ร่างองอาจก็มาถึงที่กำแพงเหนือเดินทางมาที่นี่ครั้งแรก ไม่คิดว่าจะต้องมาด้วยเรื่องที่เลวร้าย และไม่อยากให้เกิดขึ้นทหารรักษาประตูต่างเงียบงัน พวกเขาค้อมศีรษะลงอย่างเต็มพิธีการเมื่อเห็นว่าผู้ที่เสด็จมาเยือนเป็นใคร สือมู่เดินผ่านด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อตัว จนกระทั่งมาถึงที่ลานฝึกของค่ายทหาร ที่แห่งนั้นมีผ้าสีขาวปูยาวอยู่บนพื้นดิน ไม่มีซากศพ มีเพียงเสื้อผ้าอาภรณ์“นางอยู่ที่ใด” สุรเสียงที่เอื้อนเอ่ยแหบแห้ง เพราะเดินทางมาทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้พัก แต่ถึงจะมีเวลาพักสือมู่ตอนนี้ก็กินอะไรไม่ลง“ตรงนั้นพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่หยางจื่อห่าวชี้ไป “แม่ทัพลู่สละชีวิต ช่วยชีวิตพวกพ้องให้รอดพ้นจากความตายและนำพามาซึ่งชัยชนะ”“ไม่ใช่” น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้างแฝงไปด้วยความร้าวรานแสนสาหัส เพราะที่หย
ตลอดเวลาหนึ่งปีที่อภิเษกสมรสกับลู่รั่วซี สือมู่ไม่เคยได้ใกล้ชิดหรือสนิทสนมกับผู้เป็นชายา แม้จะรู้จักนางมาตั้งแต่เยาว์วัย กระนั้นก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าแตกหัก จนกระทั่งวันที่พระองค์สั่งลงโทษผู้เป็นชายาต่อหน้าธารกำนัล เหตุเพราะหญิงสาวทำร้ายพระสนมตงอิงด้วยการผลักอีกฝ่ายตกน้ำ ชื่อเสียงของแม่ทัพหญิงป่นปี้ ถูกคนนินทาว่าร้าย จากวีรชนผู้กล้ากลายเป็นเพียงสตรีที่หึงหวงไร้สาระตอนที่สั่งลงโทษลู่รั่วซี สือมู่ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้ เขาเพียงโกรธที่นางรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ตงอิงเป็นเพียงหญิงที่ไร้พลังเท่านั้น แต่สุดท้ายเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ผู้คนตราหน้าและมองลู่รั่วซีไม่ดีสือมู่ควรดีใจ นั่นเป็นสิ่งที่คนตระกูลลู่สมควรได้รับแต่เขาไม่ได้รู้สึกดีสักนิดเพราะจากวันนั้นลู่รั่วซีก็ไม่กลับมาเหยียบที่วังองค์ชายห้าอีกเลย นางยังคงเป็นพระชายาของเขา แต่ทั้งสองกลับต้องไกลห่างหนึ่งเดือนต่อมา สือมู่ถึงได้รู้ความจริงว่าตงอิงโกหก ทั้งหมดเป็นแผนการของหญิงสาวที่เขามองว่าอ่อนแอและไร้เดียงสา สาวใช้ที่ร่วมมือกับนางตัดสินใจเปิดโปงความจริงเพราะหึงหวงที่ตงอิงใกล้ชิดกับซุนเจิง
ลู่รั่วซีเองก็ไม่ได้พูดหรือตอบรับ ไม่อยากจะถือสาหาความคนเมา นางปล่อยผ่าน แต่ตอนที่จะเดินเลี่ยงไปฝ่ายนั้นกลับเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสแน่นอนว่าแม่ทัพหญิงเบี่ยงตัวหลบได้ทัน มือหนาไม่ได้แตะแม้ชายผ้า แต่เมื่อเขาจู่โจมเข้าหา ทหารทั้งสี่ก็ชักอาวุธทันที ไม่ใช่เพียงเขา เหนือกำแพงเมืองพลธนูต่างก็เล็งเป้า ชายร่างท้วมถูกหมายหัวด้วยลูกศรแหลมคมนี่ราวกับน้ำเย็นที่สาดใส่ร่างจนคนเมาพลันได้สติ รู้ทันทีว่าเผลอล่วงเกินคนที่สำคัญมากแห่งเฟิงหยวนเข้าให้แล้ว“เผ่าปู้?” ในความทรงจำของหญิงสาวดูเหมือนจะไม่รู้เกี่ยวกับเผ่านี้เลย อาจจะเป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ ที่พึ่งได้ออกมาเผชิญโลกกว้าง ลู่รั่วซีพึมพำเสียงเบา แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ“ดูเหมือนว่าจะต้องไปเยือนสักครา”“แม่นางได้โปรดละเว้นด้วย!” บุรุษร่างท้วมรีบทรุดกายคุกเข่าแต่คนที่เขาขอร้องเป็นผู้ใด นี่คือแม่ทัพหญิงที่เด็ดขาดที่สุด “เย่เหลียงลากกลับไปที่เผ่าปู้ ให้ผู้นำเผ่าจัดการให้ดี มิฉะนั้นแล้วข้าจะเดินทางไปจัดการด้วยตนเอง”“พ่ะย
หลังจากคลอดองค์ชายน้อย ลู่รั่วซีก็มีความคิดอยากจะกลับไปประจำตำแหน่งแม่ทัพปกป้องกำแพงเมือง ซึ่งสือมู่ก็เห็นด้วย เพราะพระองค์ชื่นชอบตอนที่พำนักอยู่ที่จวนแม่ทัพมากกว่าตอนที่อยู่ในเขตเมืองชั้นในที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์มากมายและสายตาที่จับจ้อง กระนั้นก็ไม่อยากให้ผู้เป็นชายาไปประจันหน้ากับพวกซากศพอีกแล้วด้วยเหตุนี้เองจึงต้องคิดหาวิธีรั้งนางเอาไว้ ให้อยู่ติดจวนแล้ววิธีใดเล่าจะดีที่สุด นอกจากทำให้นางตั้งท้องอีกครั้งองค์ชายห้าวางแผนอย่างแยบยล เมื่อบุตรชายอายุได้ห้าเดือน ก็เริ่มบำรุงร่างกายภรรยาให้พรั่งพร้อม ลู่รั่วซีไม่รู้ตัวเลย เพราะสิ่งที่สือมู่ใช้บำรุงก็คืออาหาร จวบจนวันที่หญิงสาวมีความคิดจะออกไปลาดตระเวนสำรวจป่า วันนั้นเรือนร่างงดงามก็เป็นลมล้มพับอีกครั้ง ก่อนที่ท่านหมอกงจะตรวจพบว่าแม่ทัพหญิงตั้งครรภ์อีกแล้วลูกคนแรกยังไม่ขวบปี คนที่สองก็ตามมาติด ๆ ลู่รั่วซีได้แต่มองพระสวามีอย่างสับสน ขณะที่ตัวต้นเรื่องยิ้มกริ่ม เขาสามารถรั้งนางได้อีกปีพอนางคิดจะไปอีก ก็ทำให้ท้องอีกสุดท้ายแม่ทัพหญิงจำต้องวางมือ ให้คนที่พร้อมทำหน้าที่ขึ้นมาประจำการแทนและคนผู้นั้น











