ปิดฉากรักลวงโลก のすべてのチャプター: チャプター 11 - チャプター 20

21 チャプター

บทที่ 11

“นาย......นายฆ่าฉันไม่ได้นะ!” หลินเวยร้องเสียงแหลม เธอกลัวจนพูดจาแทบไม่รู้เรื่องแล้ว“ลู่หยวนเฉิ่ง! ลู่จิ่ง! พวกนายก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน! คนหนึ่งมีชู้ เย็นชาใส่เมียตัวเอง ส่วนอีกคนก็อกตัญญู ยอมรับชู้เป็นแม่! พวกนายมีสิทธิ์อะไรมาด่าฉัน? พวกนายสองพ่อลูกทำให้มู่ซูหนิงเจ็บปวดจนตาย! เป็นเพราะพวกนาย!”คำพูดของเธอเหมือนมีดอาบยาพิษ แทงเข้ามาในหัวใจลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง โดนจุดที่เจ็บปวดที่สุด โดนความจริงที่พวกเขาไม่อยากยอมรับมันแววตาลู่หยวนเฉิ่งมืดทะมึน เห็นความอาฆาตแค้นอย่างชัดเจนหลินเวยเห็นแล้วยิ่งตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย “ลูก! ลู่หยวนเฉิ่ง ฉันเคยท้องลูกของนาย! ถึงนายเกลียดฉัน แต่ยังไงลูกก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนาย! นายฆ่าฉันไม่ได้นะ! อีกอย่าง......นายลืมไปแล้วหรือไงว่าลูกตายเพราะอะไร? เพราะนายไง! หลังจากมู่ซูหนิงไปจากที่นี่ นายก็เอาแต่ดื่มเหล้าแล้วก็เป็นบ้า ไม่สนใจฉันสักนิด! สภาพจิตใจฉันแย่มาก ฉันเลยออกไปเที่ยวคลายเครียด ทำให้เกิดอุบัติเหตุจนแท้ง แล้วนายจะโทษฉันได้ยังไง?!”ตอนเธอไม่พูดถึงลูก ลู่หยวนเฉิ่งยังพอมีสติอยู่บ้าง แต่พอพูดถึงลูกขึ้นมา โดยเฉพาะเด็กคนที่แท้
続きを読む

บทที่ 12

ลู่หยวนเฉิ่งใช้วิธีการขั้นเด็ดขาดปิดข่าวการเสียชีวิตอย่าง “กะทันหัน” ของหลินเวยแจ้งให้คนนอกรู้เพียงว่าเธอพลัดตกบันได ทำให้แท้งและเสียชีวิตจากภาวะตกเลือดคนทั้งตระกูลลู่เงียบกริบ ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม ไม่มีใครกล้าสืบว่าเกิดอะไรขึ้นที่ใต้ต้นมะกอกในคืนนั้นในบ้านเต็มไปด้วยความอึดอัดจนแทบจะขาดใจตาย ยิ่งกว่าตอนที่มู่ซูหนิงมีชีวิตอยู่เสียอีกลู่หยวนเฉิ่งวางร่างของมู่ซูหนิงไว้ในห้องนอนใหญ่ เรียกช่างแต่งหน้าศพและผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บรักษาศพที่ดีที่สุดมาที่บ้าน ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาศพของเธอให้สมบูรณ์เหมือนเดิมเขาไม่ยอมให้ใครพาเธอไป แล้วก็ไม่ยอมจัดงานศพไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใดก็ตามเหมือนเขาจมอยู่กับการหลอกตัวเอง คิดว่าหนิงหนิงแค่หลับเฉยๆ เธอแค่หลับลึก พรุ่งนี้หรืออีกเดี๋ยวเธออาจจะตื่นขึ้นมาก็ได้ เขานั่งอยู่ข้างเตียง จับมือเธอไว้ พึมพำถึงความรักและความเสียใจที่สายไปเสียแล้ว บางครั้งเขาก็อ่อนโยนเหมือนสายน้ำ บางครั้งเขาก็คลุ้มคลั่งเหมือนปีศาจช่วงแรกๆ ลู่จิ่งยังคงตกใจกับภาพในคืนนั้นจนสติหลุด ภาพที่พ่อคลุ้มคลั่งและภาพที่แม่ตาย เขาขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งวัน ไม่กินอะไรสักอย่าง เอาแต่นอนมองเพด
続きを読む

บทที่ 13

การโต้เถียง ทะเลาะกันอย่างไม่จบไม่สิ้น กลายเป็นวิธีสื่อสารเพียงอย่างเดียวของสองพ่อลูก“ทุกอย่างคือความผิดของพ่อ!” ลู่จิ่งปาแจกันโบราณในห้องอีกแล้ว ตวาดใส่ลู่หยวนเฉิ่งที่วิ่งเข้ามาห้ามเขา “เพราะพ่อนอกใจแม่! พ่อพาคนชั้นต่ำอย่างหลินเวยเข้ามาในบ้าน! พ่อทำให้น้องตาย! พ่อทำให้แม่ตาย! ตอนนี้มาทำเป็นรักแม่ทำไม? พ่อเก็บศพแม่ไว้เพื่ออะไร? แม่ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาแล้ว! แม่เกลียดพ่อ! ถึงตายไปแล้วแม่ก็ยังเกลียดพ่อ!”“หุบปาก!” ดวงตาลู่หยวนเฉิ่งแดงก่ำ บนตัวมีกลิ่นเหล้ารุนแรงด้วยความวุ่นวายที่บริษัทกับความทรมานในใจ ทำให้เขาใกล้หมดความอดทนแล้วเหมือนกัน “เป็นเพราะความโง่ของนาย! ถ้านายไม่โดนหลินเวยหลอกจนหลงเชื่อ ถ้านายไม่ช่วยเธอรังแกแม่นาย แม่นายคงไม่ผิดหวังในตัวนายขนาดนี้หรอก! ในวันสุดท้ายของชีวิตแม่นาย คนเป็นลูกชายอย่างนายทำอะไรไว้กับแม่บ้าง?! ลู่จิ่ง นายต่างหากที่ทำให้แม่นายกดดันจนทนไม่ไหว!”“ผมโดนหลินเวยหลอก! ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักแยกแยะถูกผิด!” ลู่จิ่งน้ำตานองหน้า ทึ้งผมตัวเองอย่างเจ็บปวด “แล้วพ่อล่ะ?! พ่อเป็นผู้ใหญ่! เป็นพ่อผม! พ่อรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ถูกต้อง แต่พ่อก็ไม่เคยห้าม! แถมพ่อยังช่วยหลินเ
続きを読む

บทที่ 14

อาการเห็นภาพหลอนของลู่หยวนเฉิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆช่วงแรกๆ เขา “เห็น” มู่ซูหนิงยืนอยู่ตรงมุมห้องเป็นบางครั้ง เธอมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ หรือไม่ก็ได้ยินเสียงเธอถอนหายใจเบาๆเขานึกว่าตัวเองคิดถึงเธอเกินไป จึงไม่ได้สนใจมากนัก อีกทั้งเขายังเหมือนโรคจิต อยากให้ภาพหลอนปรากฏขึ้นมาอีก ราวกับว่านี่คือสิ่งที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ เธอยังมองดูเขาอยู่แต่ไม่นานอาการเห็นภาพหลอนก็หนักขึ้นจนเริ่มควบคุมไม่ได้ แถมยังมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าเดิมเพิ่มเข้ามาอีกเขาเริ่ม “เห็น” ลูกสาวอย่างหน่วนหน่วนบ่อยขึ้นแต่ลูกไม่ได้น่ารักจิ้มลิ้มเหมือนในภาพ เธอใส่ชุดสีเหลืองอ่อนเหมือนวันที่เธอจากโลกนี้ไป ตัวขาวซีด ยืนเงียบๆ อยู่ในมุมมืด หรือไม่ก็นั่งอยู่ใต้ต้นมะกอก มองเขาด้วยดวงตาว่างเปล่าและมืดมนบางครั้งเขาเห็นหน่วนหน่วนมาพร้อมกับมู่ซูหนิง สองแม่ลูกจับมือกัน ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา เอาแต่มองเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำจากนั้นก็เริ่มมีเสียงดังข้างหูบางครั้งเป็นเสียงเย็นชาของมู่ซูหนิง บางครั้งเป็นเสียงหน่วนหน่วนร้องไห้เบาๆ บางครั้งก็เป็นเสียงร้องโหยหวนของหลินเวยก่อนที่เธอจะสิ้นใจ แล้วก็ยังมีเสียงของลู่จิ่งที่เอาแต่ตำหนิเขา
続きを読む

บทที่ 15

สภาพของสองพ่อลูก ทำให้ความหวังอันริบหรี่ของลู่ซื่อกรุ๊ปที่ใกล้จะพังเต็มทีดับมอดลงในพริบตาลู่หยวนเฉิ่งที่สติไม่ค่อยครบถ้วนสมบูรณ์เอาเอกสารลับมาเปิดเผย บริษัทคู่แข่งใช้เงินจำนวนมากดึงตัวทีมที่เป็นกำลังสำคัญของบริษัทไป ธนาคารเริ่มดำเนินการอายัดทรัพย์สิน ศาลส่งหมายเรียกมาอย่างต่อเนื่อง......อาณาจักรธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีต กำลังดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งหายนะที่เรียกว่าล้มละลายคฤหาสน์ทรุดโทรมอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีคนดูแล ส่วนเจ้าของก็อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งหญ้าในสวนดอกไม้รกรุงรัง น้ำพุแห้งขอด เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงฝุ่นเกาะจนหนาเตอะคฤหาสน์สุดหรูเหมือนอสูรยักษ์ที่ใกล้จะสิ้นใจ หลงเหลือเพียงเสียงสะท้อนที่ไร้การตอบกลับและความเศร้าหมองที่ไม่อาจลบเลือนได้ค่ำคืนที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ในที่สุดปัญหาและความบ้าคลั่งที่สะสมไว้ก็พุ่งถึงขีดสุดวันนั้นศาลส่งจดหมายแจ้งชำระหนี้มาให้ลู่หยวนเฉิ่ง เพราะโปรเจกต์ที่ลงทุนไปมหาศาลพังพินาศเขาขังตัวเองไว้ในห้องหนังสือ ดื่มเหล้าดีกรีแรงหมดไปสองขวด อาการเห็นภาพหลอนทวีความรุนแรงกว่าทุกครั้งเขาเห็นมู่ซูหนิงยืนอยู่ตรงหน้าเขา ตัวเธอเต็มไปด้วยเลือด เอาแต่ถามเขาว่าทำไม
続きを読む

บทที่ 16

แสงแดดคือสิ่งแรกที่มู่ซูหนิงรู้สึกได้หลังจากฟื้นขึ้นมาความอบอุ่นและความสว่างสดใสสาดส่องลงบนใบหน้าเธอเต็มๆ แสงแดดกระทบลงบนเปลือกตาบาง ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีส้มละมุนตาไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่มีเสียงสัญญาณจากเครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ไม่มีความเจ็บปวดเหมือนสมองจะระเบิดที่ตามหลอกหลอนมาตลอดเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือเพดานเรียบๆ ที่ดูไม่คุ้นตารู้สึกสบายตัวอย่างเหลือเชื่อ เต็มไปด้วยพลังของคนที่มีร่างกายแข็งแรง ซึ่งเธอไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วเธอลองขยับนิ้ว ลองยกมือขึ้นมา ร่างกายตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็วความรู้สึกหนักอึ้งและเหมือนกำลังจะตายจากมะเร็งสมองระยะสุดท้ายหายไปหมดแล้วเธอกอดโกศใส่อัฐิของลูกสาวแล้วลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองรอบห้องห้องนี้ตกแต่งแบบเรียบๆ ให้ความรู้สึกสบายตา ขนาดไม่ใหญ่ แต่แสงแดดส่องเข้ามาแบบพอเหมาะพอดี มีกระถางต้นไม้เล็กๆ วางอยู่ริมหน้าต่างสองสามกระถาง มองดูแล้วรู้สึกสดชื่นมากกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องนอนและแสงแดดอบอวลอยู่ในอากาศ[โฮสต์] เสียงราบเรียบของระบบดังขึ้นในหัว [ตามที่ตกลงกันไว้ ตอนนี้คุณได้รับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและตั
続きを読む

บทที่ 17

ชีวิตเหมือนคลื่นทะเลที่พัดเข้าฝั่งอย่างแผ่วเบา ก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบสุขแต่มีปมในใจบางอย่าง แม้ถูกกั้นด้วยชีวิตและความตาย แม้อยู่กันคนละโลก มันก็ยังตามหลอกหลอนไม่เลิกมู่ซูหนิงสะดุ้งตื่นเพราะความรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจตาย เธอลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอถึงกับสะดุ้ง เพราะเหมือนมีเงารางๆ สองเงายืนอยู่ตรงมุมมืดในห้อง! เงาหนึ่งสูงใหญ่ ส่วนอีกเงาซูบผอมมาก โครงหน้าดูคุ้นตามาก คุ้นจนเธอรู้สึกเย็นเฉียบไปทั่วร่างกาย นั่นคือลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง!พวกเขาไม่ได้แต่งตัวดูดี ไม่ได้ดูเหมือนวัยรุ่นหัวดื้อเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มาในรูปร่างประหลาด เป็นเงาเลือนราง ใบหน้าซีดเผือด แววตาว่างเปล่าและเจ็บปวด เหมือนมีรอยไหม้เกรียมบนตัวด้วยพวกเขาจ้องเธอเขม็ง อ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงดังออกมา มีเพียงจิตที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อ้อนวอน และไม่พอใจ ถาโถมใส่ประสาทสัมผัสของมู่ซูหนิงเหมือนคลื่นที่เย็นยะเยือก“หนิงหนิง......ให้อภัยฉันเถอะ......”“แม่......ผมผิดไปแล้ว......ผมสำนึกผิดแล้ว......”“แม่กลับมาเถอะ......กลับมาเถอะนะ......”“เราผิดไปแล้ว......เราได้รับกรรมแล้ว......”“ดูสิ เราตาย
続きを読む

บทที่ 18

ม่านป้องกันของระบบเหมือนกำแพงวิปโยคที่แข็งแกร่งและไร้เสียง แยกทั้งสองโลกออกจากกันอย่างสมบูรณ์สำหรับมู่ซูหนิง ม่านป้องกันแสดงถึงความสงบทำให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง เสียงหลอนแปลกๆ รวมถึงฝันร้ายที่คอยรบกวนหายไปจนหมดเงาวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง รวมถึงความอาฆาตแค้นและความเจ็บปวดอันมหาศาลของพวกเขาโดนขวางไว้ด้านนอกการรับรู้ของเธอ ไม่สามารถแตะต้องเธอได้อีกแล้วตอนนี้ชีวิตของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ได้รับอิสรภาพ มีความสุขกับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงทว่าสำหรับสองพ่อลูกตระกูลลู่ที่อยู่อีกด้านของม่านป้องกัน มันไม่ต่างอะไรกับนรก เหมือนการทรมานที่ยาวนานและโหดร้ายยิ่งกว่าถูกไฟแผดเผาร่างกายพวกเขาถูกขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่แปลกประหลาดและมืดสลัวที่นี่ไม่มีของที่จับต้องได้ ไม่รู้วันเวลา มีเพียงความเงียบและความว่างเปล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพวกเขา “เห็น” โลกใบใหม่ที่มู่ซูหนิงใช้ชีวิตอยู่ เหมือนมีกระจกใสขนาดใหญ่กั้นอยู่ กระจกที่ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้พวกเขาเห็นแสงสว่าง เห็นสีสัน ได้ยินเสียงที่โลกใบนั้น เห็นทุกความเคลื่อนไหวของมู่ซูหนิง เห็นสีหน้าท่าทางของเธอ แต่พวกเขาไม่สามารถ
続きを読む

บทที่ 19

วันนั้นพวกเขาเห็นผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อน บุคลิกดูสะอาดสะอ้านและอบอุ่น หอบหนังสือเป็นกองเดินเข้าไปในร้านหนังสือเหมือนชายหนุ่มรู้จักมู่ซูหนิง ทั้งสองคนคุยกันไม่กี่ประโยค จู่ๆ มู่ซูหนิงก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสและดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่มีความเศร้าหมองแม้แต่น้อย ก่อนชายหนุ่มจะกลับ ทั้งสองคนนัดกันว่าวันหยุดจะไปหอศิลป์ที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยกันวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งบิดเบี้ยวทันที ความอิจฉาและความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งผุดขึ้นในใจเหมือนเถาวัลย์พิษ“เขาเป็นใคร?! เขากล้าดียังไง! หนิงหนิงเป็นของฉัน! เธอเป็นภรรยาฉัน!” เขาพยายามกระแทกม่านป้องกัน แต่ก็โดนดีดกลับมาอย่างไรเยื่อใยอีกครั้ง เขาเห็นมู่ซูหนิงยิ้มบางๆ มองผู้ชายคนนั้นเดินออกไปจนลับสายตา แววตาเธอดูมีความสุขกับการได้เข้าสังคมแบบปกติทั่วไป ซึ่งเธอไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้วหลังจากนั้นชายคนนั้นก็โผล่มาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาชื่อหลินอั้น เป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ แล้วก็เป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือเขาชื่นชมความสุขุมใจเย็นของมู่ซูหนิง รวมถึงไหวพริบที่เธอแสดงออกมาให้เห็นเป็นบางครั้ง เขาชอบขนมที่เธออบ เขาชอบคุยเรื่องหนังสือและภาพวาดกับเธอ ชวนเธอไ
続きを読む

บทที่ 20

เวลาหมุนไปเรื่อยๆ พร้อมกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของมู่ซูหนิง แล้วก็เป็นช่วงเวลาสุดแสนทรมานที่ค่อยๆ กัดกินสองพ่อลูกที่อยู่นอกม่านป้องกันลูกสาวของเธอกับหลินอั้นชื่อว่าหลินย่วน แปลว่า “มีความสุขดั่งใจหวัง”เธอทุ่มเทความรักและความอบอุ่นให้ลูก ในเวลาเดียวกันเธอก็ไม่เคยลืมป้ายหลุมศพเล็กๆ ที่อยู่บนหน้าผา เธออุ้มหลินย่วนแล้วชี้ไปทางทะเลอันกว้างใหญ่ บอกเด็กน้อยว่าพี่สาวของเธออยู่ที่นั่น พี่สาวรักแม่มากๆ แต่ดันเดินทางไปไกลแสนไกลแล้วเธอสอนให้หลินย่วนเก็บดอกไม้ไปวางไว้ข้างๆ หินก้อนนั้นหลินอั้นรู้ว่าภรรยามีอดีตที่ไม่อยากพูดถึงมัน เขาไม่ได้บังคับให้เธอพูดมันออกมา แต่ใช้ความรักความเอาใจใส่มากขึ้นเป็นสองเท่า สร้างที่พักใจที่มั่นคงและอบอุ่นให้เธอเขาชอบความสุขุมและความเข้มแข็งของเธอ แล้วก็ชอบที่เธอเผลอทำตัวติดเขาเหมือนเด็กน้อยเป็นบางครั้ง ชีวิตของพวกเขาเรียบง่ายและสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความสุขที่จับต้องได้และความรักที่งดงามราวกับบทกวีหน้าที่การงานของมู่ซูหนิงก้าวหน้าอย่างมั่นคงเช่นกันภาพวาดของเธอถูกนำไปจัดแสดงในงานเล็กๆ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักสะสมเธอถ่ายทอดความเข้าใจในชีวิต ท้องทะเล ความ
続きを読む
前へ
123
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status