All Chapters of ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด: Chapter 271 - Chapter 280

359 Chapters

หูอี้เทียน (1)

ใช้เวลาไม่นานไป๋เสวี่ยก็มาถึงเขตการต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์วิญญาณ ภาพแรกที่นางเห็นคือสัตว์วิญญาณจำนวนหนึ่งที่ล้มตายไป เพราะการปะทะกัน แต่สัตว์วิญญาณที่ตายไปส่วนมากก็เป็นเพียงสัตว์วิญญาณระดับต่ำทั้งสิ้นปัญหาใหญ่ที่สุดตอนนี้คือสัตว์วิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองต่างหากไป๋เสวี่ยเลื่อนสายตามองไปยัง ‘กลุ่มคน’ ที่เฟิ่งจิ่วพูดถึง คนแรกที่นางมองไปคือเด็กน้อยอายุราวเจ็ดถึงแปดปี ซึ่งเด็กคนนั้นมีลักษณะท่าทางที่มองอย่างไรก็ไม่ใช่คนชนชั้นต่ำอย่างแน่นอนหากพวกเขาเป็นคนของเกาะสายลม คราวนี้ไป๋เสวี่ยก็ยิ่งแน่ใจว่าเกาะสายลมไม่ได้เป็นอย่างเช่นที่คนภายนอกคิดจริง ๆคนเช่นนี้จะเป็นคนชนชั้นต่ำไปได้อย่างไร หากบอกว่าเป็นขุมอำนาจที่เก็บงำความเก่งกาจของตนเอาไว้ มันจะน่าเชื่อมากกว่าและในระหว่างที่มองพวกเขา จู่ ๆ ไป๋เสวี่ยก็มีความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัวหากทำให้คนเหล่านี้กลายเป็นพรรคพวกของนางได้เล่า หากทำได้นางก็ไม่จำเป็นต้องพาพวกเขากลับตระกูลไป๋ แต่เลือกที่จะพัฒนาเกาะสายลมแห่งนี้แทนก็ได้ คนตัวเล็กครุ่นคิด ในระหว่างนั้นเอง สัตว์วิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มโจมตีใส่ก
last updateLast Updated : 2026-09-29
Read more

หูอี้เทียน (2)

เพราะสัตว์วิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองตัวเป็นสัตว์วิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นต่ำเท่านั้น ซึ่งน่าจะเลื่อนระดับได้ไม่นาน เพราะพลังของพวกมันยังไม่มั่นคงเท่าใดส่วนจื่อซู่กับเฟิ่งจิ่ว ตอนนี้มีพลังอยู่ในระดับจิตวิญญาณขั้นสูง แม้ทั้งสองจะเพิ่งเลื่อนระดับพลังเช่นกัน แต่ที่ตระกูลไป๋มีพลังวิญญาณที่หนาแน่นและบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก ทำให้พลังขององครักษ์ทั้งสอง ต่างก็มั่นคงราวกับว่าฝึกปรือมาแล้วหลายสิบปีแม้ว่ายามนี้จื่อซู่กับเฟิ่งจิ่วจะใช้พลังยุทธ์ไม่ได้ แต่วรยุทธ์ของพวกเขานั้นไม่ได้ด้อยเลย การฝึกยุทธ์ของคนตระกูลไป๋ ล้วนมีไป๋เสวี่ยเป็นผู้ช่วยส่งเสริม แล้วมันจะธรรมดาสามัญได้อย่างไรวรยุทธ์หลายด้านนางเป็นคนคิดค้นขึ้นมาโดยการนำเอาศิลปะการต่อสู้ในโลกก่อนมาผสมเข้ากับตำราฝึกยุทธ์ของโลกนี้ นี่จึงทำให้เกิดเป็นวิชาฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งและเน้นไปที่จุดตายเสียส่วนใหญ่หากรวมกับความแข็งแกร่งด้านร่างกาย และฝีมือการชำนาญในการสังหาร ตอนนี้จื่อซู่และเฟิ่งจิ่ว ต่างก็ไม่ได้เสียเปรียบสัตว์วิญญาณทั้งสองเลยแม้แต่น้อย นี่ดูจะได้เปรียบมากกว่าด้วยซ้ำ“จริงหรือเจ้าคะ” จื่อถิงถามอย่างไม
last updateLast Updated : 2026-09-29
Read more

หูอี้เทียน (3)

และเมื่อตัดสินใจได้แล้ว จื่อถิงก็ไม่ลังเลที่จะออกไปปะทะกับสัตว์วิญญาณอีก อาวุธประจำกายของจื่อถิงถูกเรียกออกมา ก่อนที่ร่างเล็กจะพุ่งเข้าไปร่วมต่อสู้ด้วย โดยที่มีไป๋เสวี่ยมองตามและระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย...เพียงเท่านี้ก็ทางสะดวก!เมื่อไม่มีผู้ใดอยู่ข้างกาย คนตัวเล็กก็พลิ้วกายมาที่ด้านหลังต้นทับทิมน้ำนมเพื่อตามหาเมล็ดพันธุ์ หรือต้นกล้าของต้นทับทิมน้ำนมที่น่าจะอยู่บนพื้นดินโดยพลันเพราะด้านหน้ากำลังชุลมุนวุ่นวายทำให้ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นไป๋เสวี่ยเลยสักคน อีกทั้งไป๋เสวี่ยก็ยังสามารถพรางตัวได้อย่างยอดเยี่ยมนี่ทำให้นางมีเวลาสำรวจรอบ ๆ ต้นทับทิมน้ำนมได้อย่างสบายใจ โดยไร้ซึ่งผู้ใดมารบกวนใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ นางก็ได้ต้นกล้าของต้นทับทิมน้ำนมมาไว้ในมิติจิต และยังได้สมุนไพรติดไม้ติดมือกลับมาด้วยอีกหลายชนิด และทั้งหมดก็เป็นสมุนไพรธาตุลมที่พบเจอได้ยากอีกด้วยเรียวปากสีหวานคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกระโดดกลับไปยืนที่เดิมราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน นี่ล่ะหนา...ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลังนางช่างเหมาะสมกับการเป็นนกขมิ้นอย
last updateLast Updated : 2026-09-29
Read more

คนจากเกาะสายลม (1)

“มีคนมาขอรับคุณชายรอง!”คำตอบขององครักษ์ข้างกาย เรียกสติของหูอี้เทียนให้คืนกลับมา เขามองตรงไปยังเหล่าสัตว์วิญญาณที่ล้มตายลงไป ก่อนจะพบว่าพวกมันล้วนถูกปลิดชีพเพียงแค่การโจมตีเดียวเท่านั้น!ดาบเดียวสังหารได้ เรื่องนี้ล้วนไม่เกินจริงไปเลยทีเดียว“พี่ชายใหญ่หรือ?” หูอี้เทียนพึมพำ ในใจหวังให้ผู้มาใหม่เป็นพี่ชายของตน เพราะหากว่าพวกเขาไม่ใช่มิตรแต่เป็นศัตรูหูอี้เทียนและเหล่าองครักษ์ทั้งเจ็ดของเขาจะต้องลำบากเป็นแน่“ไม่ใช่ขอรับ บุรุษผู้นั้นไม่ใช่คุณชายใหญ่ และไม่ใช่คนของเกาะสายลม อีกทั้งพวกเขาก็ไม่ได้ใช้พลังยุทธ์อีกด้วย!”“เจ้าว่าอย่างไรนะ!” ดวงตาคู่เล็กเบิกโพลงให้กับสิ่งที่ตนเพิ่งได้ยิน สังหารสัตว์วิญญาณโดยไม่ใช้พลังยุทธ์ในกาย เป็นไปได้ด้วยหรือไม่ต้องรอให้ผู้ใดอธิบายเพิ่ม เพราะไม่นานนัก ร่างของบุรุษและสตรีคู่หนึ่งก็ปรากฏต่อสายตาของหูอี้เทียน ในจังหวะเดียวกันกับตอนที่สัตว์วิญญาณระดับจิตวิญญาณทั้งสองตัวล้มลงไป ด้วยคมดาบของผู้ที่มาใหม่โฮก!เสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดของสัตว์วิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นมา ยามนี้พวกมันเต็มไปด้วยโทสะและควา
last updateLast Updated : 2026-09-30
Read more

คนจากเกาะสายลม (2)

เมื่อออกจากป่าได้ พวกเขาอย่างไรก็ต้องปลอดภัยในเมื่อยังไม่รู้ว่าบุรุษและสตรีที่มาเป็นฝ่ายใด จึงไม่แปลกที่จะไม่ไว้ใจและระวังคนทั้งคู่เอาไว้ก่อน ก็เลยเลือกตัดสินใจเช่นนี้ อย่างไรชีวิตของหูอี้เทียนก็สำคัญที่สุดอยู่แล้ว“ได้อย่างไร แล้วถ้าหากคนพวกนั้นต้องการผลทับทิมน้ำนมเล่า เจ้าจะทำเช่นไร!” ผู้ที่ได้รับหน้าที่ให้พาหูอี้เทียนหนี ถามอย่างเป็นกังวล หากเลือกได้เขาก็ไม่อยากจะทิ้งพวกพ้อง“หากไม่มีทางเลือก ข้าจะระเบิดตัวเอง”“เจ้า!” การระเบิดตัวเอง คือการบีบอัดพลังทั้งหมดที่มีเข้าสู่ร่างกายจนร่างกายระเบิดออก นี่ถือเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายของผู้ฝึกตนที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตและมันก็รุนแรงเป็นอย่างมากพวกเขาเลือกแล้ว หากทำให้หูอี้เทียนปลอดภัยได้ก็ยินดีจะตาย“ไม่ได้เด็ดขาด ข้าไม่ยอม!” คราวนี้เป็นหูอี้เทียนที่ส่ายหน้าปฏิเสธเพราะเขาตั้งมั่นแล้วว่าจะพาทุกคนกลับจวนไปให้ได้ เขาไม่มีทางยอมให้ผู้ใดต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะตนเอง ไม่ว่าอย่างไรหูอี้เทียนก็จะไม่ยอมทิ้งผู้ใดไว้เบื้องหลังและหนีเอาตัวรอดไปเพียงลำพังโดยเด็ดขาด“คุณชายรองขอรับ
last updateLast Updated : 2026-09-30
Read more

คนจากเกาะสายลม (3)

การถือผลไม้พลังวิญญาณที่เป็นที่ต้องการของสัตว์วิญญาณมากมาย ไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังนำตนไปเป็นเหยื่อล่ออยู่หรอกหรือแต่ถ้าหากพวกเขาไม่มีแหวนมิติ นั่นก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวอีกเช่นกัน เพราะพวกเขาสามารถหาผงกลิ่นสมุนไพรต่าง ๆ ที่สัตว์วิญญาณไม่ชอบมากลบกลิ่นของผลทับทิมน้ำนมแทนได้ดูจากระดับพลังและท่าทางที่ดูไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาที่ไร้ซึ่งเงินตราแล้ว ของเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะหามาครอบครองไม่ได้นี่ไป๋เสวี่ยยังไม่นับรวมแผนการหลบหนีของพวกเขาที่มีแต่ช่องโหว่เต็มไปหมด พวกเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะรั้งจื่อซู่และเฟิ่งจิ่วได้ หากต้องการเปิดทางให้เด็กชายตัวน้อยนั่นหนีไปยามนี้คนของนางยังไม่ได้แสดงพลังออกมาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาจึงไม่รู้ระดับพลังของจื่อซู่และเฟิ่งจิ่ว อีกทั้งยังมีจื่อถิงเข้ามาร่วมวงด้วยแม้คนจะน้อยกว่าก็จริง แต่หากต้องปะทะกันจริง ๆ ตนเองที่กำลังบาดเจ็บอย่างหนัก กับอีกฝ่ายที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าผู้ใดจะชนะแล้วถ้าหากเป้าหมายของฝั่งนางไม่ใช่ผลทับทิมน้ำนม แต่เป็นเด็กชายคนนั้นเล่า องครักษ์เพียงแค่คนเดียวคิดหรือว่าจะปกป้องคนเอาไว้ได้ การแย
last updateLast Updated : 2026-09-30
Read more

สวรรค์เข้าข้างเสมอ (1)

สตรีวัยเยาว์อายุราวสิบปีมีใบหน้าไร้เดียงสาและดวงตาที่เป็นประกายสดใส ดูบอบบางน่าทะนุถนอมกำลังก้าวเดินมาหาพวกเขาข้างกายนางมีสตรีสองคนอยู่เคียงข้าง คนแรกดูเรียบร้อยอ่อนหวาน อีกทั้งยังมีกิริยามารยาทราวคุณหนูตระกูลสูง ส่วนอีกคนมีใบหน้าที่งดงามเย้ายวนใจคล้ายนางจิ้งจอก แต่กิริยาท่าทางกลับแฝงไปด้วยความห้าวหาญและดุดัน มองออกว่าเป็นคนอารมณ์ร้อนด้านหลังของสตรีทั้งสามมีบุรุษผู้หนึ่งเดินตามมาด้วย บุรุษผู้นี้มีรูปร่างที่ดูแข็งแรงกำยำและตัวสูง แต่ผิวพรรณของเขานั้นกลับขาวเนียนราวอิสตรี ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมจริงจังเต็มไปด้วยความนิ่งสงบ และทรงภูมิมากบุคลิกของผู้มาใหม่ทั้งสี่ล้วนแตกต่างกัน แต่พวกเขากลับดูเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ และแม้จะดูแตกต่างกันมาก แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่หูอี้เทียนเห็นว่าพวกเขาเหมือนกัน นั่นคือความแข็งแกร่ง ใช่ พวกเขาล้วนแข็งแกร่งหูอี้เทียนได้เห็นฝีมือการต่อสู้ของกลุ่มคนตรงหน้าด้วยตาของตนเอง ย่อมต้องมั่นใจในเรื่องนี้ ยังไม่นับรวมเรื่องที่พวกเขาสามารถสังหารสัตว์วิญญาณได้โดยไม่ใช้พลังยุทธ์อีกคนปกติจะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร
last updateLast Updated : 2026-10-01
Read more

สวรรค์เข้าข้างเสมอ (2)

“กลิ่นของผลทับทิมน้ำนม จะเรียกให้สัตว์วิญญาณมาหาเจ้าอีก หากมีแหวนมิติก็ควรจะนำผลทับทิมน้ำนมไปไว้ในนั้นก่อนและค่อยนำออกมาในตอนที่เจ้าจะใช้งานมัน” ไป๋เสวี่ยกล่าวออกมา การนำผลทับทิมไปซ่อนไว้ด้านหลังของหูอี้เทียน ช่างเป็นการกระทำที่น่าขบขันสิ้นดีหากไป๋เสวี่ยต้องการผลทับทิมน้ำนมจริง ๆ การกระทำเช่นนี้จะมีประโยชน์อันใดกัน“เจ้า...” คำเตือนของไป๋เสวี่ยทำให้หูอี้เทียนสะอึกเรื่องนี้เขาย่อมรู้ แต่แหวนมิตินั้นหายาก และในเกาะสายลมเองก็มีแหวนมิติอยู่เพียงแค่ห้าวงเท่านั้น แล้วตัวเขาจะมีแหวนมิติได้อย่างไร“ข้าแค่เตือน เจ้าจะไม่ทำตามก็ย่อมได้” ไป๋เสวี่ยพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าลนลานของเด็กน้อยนางพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยท่าทีที่สงบและไร้การป้องกันในขณะที่ฝั่งของหูอี้เทียนต่างเฝ้าระวังและกำอาวุธในมือเอาไว้แน่น เพราะไม่ไว้ใจกลุ่มของไป๋เสวี่ยเลยแม้แต่น้อย“เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่?” หูอี้เทียนถาม พลางจับจ้องไปยังแหวนบนนิ้วของไป๋เสวี่ยแหวนหยกวงเล็กแต่มีพลังวิญญาณแผ่กระจายออกมาจาง ๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านั่นคือแหวนมิติ อีกทั้งไม่ใช่แค่เพียงไป๋เสวี่ยที่สวมใส่แหวนมิติ เ
last updateLast Updated : 2026-10-01
Read more

สวรรค์เข้าข้างเสมอ (3)

“เกิดอันใดขึ้น!” เด็กชายมององครักษ์ของตนอย่างเป็นกังวลและหันไปถามจิงเม่าเสียงเครียด“พวกเขาน่าจะบาดเจ็บจากตอนที่ต่อสู้กับสัตว์วิญญาณขอรับ พวกเราต้องรีบกลับกะ...จวนให้เร็วที่สุดเพื่อพาพวกเขาไปรักษา” จิงเม่าชะงักเพราะเกือบหลุดพูดคำว่ากลับเกาะสายลมออกมาต่อหน้าไป๋เสวี่ยโชคดียังดีที่เขาห้ามปากตัวเองได้ทันแต่จิงเม่าคงจะไม่รู้เลยว่าที่ตนทำนั้นไร้ประโยชน์ เพราะเรื่องที่พวกเขาเป็นคนของเกาะสายลม ไป๋เสวี่ยรู้มาตั้งแต่แรกแล้ว“คงไม่ทัน” ก่อนที่พวกเขาจะจากไปโดยไม่ร่ำลากัน ไป๋เสวี่ยก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมาก แต่พวกของหูอี้เทียนทุกคนย่อมต้องได้ยินเสียงของนางชัดเจน“เจ้าหมายความว่าอย่างไร อย่าบอกนะว่าที่พวกเขาเป็นเช่นนี้ เป็นฝีมือของพวกเจ้า!” จิงเม่าหันหน้ากลับมามองไป๋เสวี่ยอย่างหวาดระแวงและชักดาบของตนออกมา“ข้าและคนของข้ายืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ขยับตัวไปที่ใดเลยแม้แต่น้อย คงจะทำอันใดพวกเจ้าไม่ได้” ไป๋เสวี่ยแก้ตัวให้ตนเองเสียงเรียบโดยที่นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อดาบที่กำลังจ่อหน้านางอยู่เลยแม้แต่น้อยเพราะนางไม่ใช่สาเหตุ แต่ว่ารู้สาเหตุต่างหาก
last updateLast Updated : 2026-10-01
Read more

ไม่ใช่คนของขุมอำนาจ (1)

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” จิงเม่าถามอย่างไม่มั่นใจเพราะเรื่องนี้ร้ายแรงมาก มันมีชีวิตของสหายสนิทของเขาเป็นเดิมพันจิงเม่าไม่อาจไว้ใจคนแปลกหน้าเช่นไป๋เสวี่ยได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าไป๋เสวี่ยเป็นคนที่พูดจาได้น่าเชื่อถือมาก แม้นางจะเป็นเพียงแค่เด็กน้อยในสายตาของผู้อื่นก็ตามเวลาไป๋เสวี่ยพูดคุยหรือต้องตอบคำถามผู้ใด นางมักจะสบสายตากับคนผู้นั้นตรง ๆ แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์และจริงใจ เป็นลักษณะสำคัญที่ทำให้เชื่อได้โดยง่ายว่านางไม่ได้พูดโกหก“นี่เป็นพิษของหนูขนเทา พวกมันเป็นสัตว์วิญญาณระดับต่ำ มีธาตุลมรวดเร็วว่องไวไม่ได้เก่งกาจอันใด แต่พิษของมันนั้นรุนแรงมากหากโดนกัดตรง ๆ และคนผู้นั้นไม่มีพลังยุทธ์ และเมื่อดูจากบาดแผลแล้ว คนของเจ้าคงจะถูกกัดมานานพอสมควรแล้ว อีกทั้งพวกเขาก็ใช้พลังในกายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้พิษคงจะกระจายไปทั่วทั้งร่าง หากไม่ถอนพิษภายในหนึ่งชั่วยาม...อย่างไรพวกเขาก็ต้องตาย” ไป๋เสวี่ยอธิบายด้วยสีหน้าเรียบเฉยและใจเย็นเพราะพิษของหนูขนเทานั้นไม่ได้รุนแรงอันใดเลยในสายตาของนาง เอาจริง ๆ มันไม่ได้รุนแรงในสายตาของผู้ที่มีพลังยุทธ์เลยด้วยซ้ำเพรา
last updateLast Updated : 2026-10-02
Read more
PREV
1
...
2627282930
...
36
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status