Semua Bab รักข้ามขั้น: Bab 1 - Bab 10

10 Bab

บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

ในยามค่ำคืนของประเทศที่ทั้งปีแทบไม่เคยสัมผัสอากาศหนาว แม้จะล่วงเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วก็ตาม แต่วันนี้อุณหภูมิกลับลดต่ำลงอย่างน่าประหลาดใจ ลมหนาวพัดกระโชกเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวงที่มีแต่ตึกสูง ทั้งที่ปกติไม่ค่อยมีปรากฏการณ์แบบนี้ให้เห็นมากนัก ทว่าถึงอากาศภายนอกจะเย็นยะเยือกเพียงใด มันกลับต้องพ่ายแพ้ให้กับไอร้อนบนใบหน้าของผมที่กำลังร้อนผ่าวจนแทบไหม้ หัวใจที่เคยเป็นปกติกลับเต้นโครมครามรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แรงอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ภายในเดือดพล่านจนเอาชนะความหนาวเย็นได้อย่างราบคาบ เบื้องหน้าของผม คือชายตัวสูงที่กำลังยืนมองมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แสงไฟสลัวภายในร้านอาหารลอดผ่านลำตัวของเราสองคนจนเห็นเป็นเงาท่ามกลางเสียงดนตรีและเสียงแก้วกระทบกันที่ดังแว่วมาแต่ไกล ผมลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก โชคยังดีที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อที่กำลังผุดขึ้นไม่หยุดเพราะความประหม่า “นายจะขออะไรล่ะปั้น รีบบอกมาสิ” อีกฝ่ายเอ่ยถามพลางกอดอก ราวกับมั่นใจว่าสิ่งที่ผมจะขอ เขาสามารถหามาให้ได้อย่างแน่นอน “ทุกอย่างเลยเหรอครับ” “อืม ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงหรือเงินทอง พี่สามารถหามาให้นายได้ทุกอย่างเลย” “เอ่อ…ผ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-10
Baca selengkapnya

บทที่ 2 ไอ้โรคจิตปะทะไอ้โจรกระจอก

ทว่าวงล้อแห่งกรรมมันหมุนวนเร็วกว่าที่คิด เพราะยังไม่ทันข้ามคืน ผมกลับต้องเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่ขณะที่ผมกำลังยืนหาวหวอด ๆ อยู่หลังเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึก ประตูอัตโนมัติพลันเปิดออก พร้อมกับที่ผมส่งเสียงต้อนรับลูกค้าเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง“ยินดีต้อนรับครับ...”ผมเอ่ยทักทายยังไม่ทันจบประโยค ร่างสูงโปร่งในชุดเชิ้ตแบรนด์เนมก็ก้าวพรวดเข้ามาในร้าน ก่อนจะตะคอกเสียงดังลั่น“นายใช่ไหม... ที่ขโมยกระเป๋าสตางค์ฉันไป!”ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวที่กะพริบถี่สลับกับความมืดมิดในซอยเปลี่ยว เข็มนาฬิกาเหนือตู้แช่ขยับเดินช้า ๆ บ่งบอกเวลาตีสองซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดสำหรับพนักงานกะดึกอย่างผม แต่นั่นยังไม่อันตรายเท่ากับหายนะตรงหน้าใบหน้าหล่อเหลาที่จ้องกันเขม็งราวกับจะฆ่ากันให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ ทำให้ผมรู้สึกกลัวไม่น้อย“ค...คุณว่าอะไรนะครับ” ผมถามในขณะที่เท้าขยับถอยหนี“ฉันถามว่า...นายเอากระเป๋าสตางค์ฉันไปใช่ไหม!” เขาตอบพลางเอาขยี้ผมอย่างหัวเสีย พลางจ้องมองผมด้วยสายตาคาดคั้นใบหน้าที่ตรึงเครียด มันบ่งบอกว่าเขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าผมเป็นคนขโมยกระเป๋านั้นมา ผมชะงักเล็กน้อยก่อน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-10
Baca selengkapnya

บทที่ 3 การขอบคุณ

หนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ตำรวจมาเก็บหลักฐาน ในที่สุดพวกเขาก็จับคนร้ายได้สำเร็จ มันหนีไปได้ไม่ไกลนักเพราะถูกไอ้โรคจิตซัดจนน่วม ไปนอนแผ่หราหมดสภาพอยู่ริมฟุตบาทหน้าปากซอย“หากไม่มีอะไรแล้ว งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ” พี่ตำรวจเจ้าของคดีเอ่ยลาพลางยกมือไหว้ผมกับพี่นิก ก่อนจะหันไปไหว้ลาไอ้โรคจิตที่ยืนกอดอกวางมาดอยู่ไม่ไกลหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพากันกลับไปจนหมดแล้ว พี่นิก เจ้าของร้านวัยสี่สิบห้าปีก็หันมาหาผม พลางเอื้อมมือมาตบไหล่เบา ๆ เป็นเชิงปลอบใจ“น้องปั้น... คงกลัวมากเลยสินะ โชคดีจริงๆ ที่คุณคนนั้นมาช่วยได้ทัน ไม่งั้น... พี่ไม่อยากจะนึกเลย” พี่นิกพูดพลางทำหน้าเศร้า“ผมไม่เป็นไรครับพี่นิก ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง”“เราเป็นลูกจ้างพี่นะ... ก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว ว่าแต่เราเถอะ... เดินไปขอบคุณเขาสักหน่อยสิ เขาอุตส่าห์ช่วยเราเอาไว้”ขอบคงขอบคุณอะไรกันล่ะพี่นิก! ไอ้โรคจิตนั่นมันเพิ่งขยำหน้าอกผมซะเต็มแรง แถมก่อนหน้านี้ยังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ ๆ ทำท่าเหมือนจะฆ่ากันให้ตายอยู่รอมร่อ!ทว่านั่นก็ทำได้แค่คิดในใจ ก่อนจะก้มหน้าตอบรับด้วยภาวะจำยอม“ได้ครับ...พี่นิก”“อืม ๆ งั้นพี่ฝากร้านด้วยนะ พอดีพี่ฝากเจ้าตัวเล็กไ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-12
Baca selengkapnya

บทที่ 4 เปิดเรียนวันแรก

หลังจากคืนวุ่นวายที่ร้านสะดวกซื้อ ผมก็ไม่เห็นไอ้โรคจิตคนนั้นอีกเลย ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตอันแสนจะเบื่อหน่ายตามปกติ จนกระทั่งเช้าวันจันทร์ที่เป็นวันเปิดเทอมวันแรกมาถึงเช้าที่ไม่สดใสเท่าไหร่นักสำหรับคนเลิกกะดึกอย่างผม แต่ภารกิจสำคัญคือการตรงดิ่งไปซื้อชุดนักศึกษาเพิ่ม แม้จะมีอยู่หนึ่งชุแล้วก็ตาม ใจจริงผมก็แอบลังเลว่าจะใส่ชุดพนักงานไปเรียนดีไหม เพราะหลังจากเรียนเสร็จผมก็ต้องบึ่งไปเข้ากะดึกต่ออยู่ดี แต่เมื่อคิดไปคิดมา ความรู้สึกรักสถาบันกลับมีมากกว่าเงินในกระเป๋า เงินเดือนอันน้อยนิดจึงถูกแบ่งมาซื้อชุดเพิ่มอีกหนึ่งชุด เผื่อวันใดมีกิจกรรมรับน้อง ผมจะได้หยิบมันมาใส่ดีกว่าใส่ชุดพนักงานร้านสะดวกซื้อเป็นไหน ๆช่วงเย็นหลังจากนอนจนเต็มอิ่มแล้ว ผมก็แบกร่างขึ้นรถเมล์มาที่มหาวิทยาลัย โดยไม่ลืมยัดชุดพนักงานเอาไว้ในกระเป๋าเป้ เมื่อเท้าเหยียบลงหน้าคณะนิติศาสตร์ ผมก็มองซ้ายมองขวาหาทำเลเหมาะ ๆ กะว่าจะหาเก้าอี้ม้านั่งสักตัว เพื่อนั่งกินอะไรรองท้องก่อนเข้าเรียนทว่ายิ่งเดินเข้าใกล้ตึกเรียนเท่าไหร่ ผมกลับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อเห็นกลุ่มนักศึกษาทั้งชายและหญิงยืนจับกลุ่มคุยกันอย่างคึกคักผ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-16
Baca selengkapnya

บทที่ 5 เพื่อนร่วมชั้น

 แต่แล้วความคิดที่จะหนีไปให้พ้นวิถีคนบ้าก็ต้องพังทลายลง เมื่อผมหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ได้เพียงอึดใจเดียว เงาร่างสูงโปร่งที่เดินตามหลังมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ก็เอื้อมมือหนามายกกระเป๋าเป้ที่ผมวางจองไว้บนเก้าอี้ข้างกายออกอย่างวิสาสะ แล้วเอามาวางแหมะไว้บนตักผมแทน“…!?”ก่อนที่พี่แกจะถือดีควักผ้าไหมอิตาลีผืนบางเฉียบออกมาปูรองบนเบาะเก้าอี้ แล้วหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างหน้าตาเฉย“เฮ้ย! ทำอะไรเนี่ย!” ผมร้องลั่นพลางขยับตัวหนีจนแทบตกเก้าอี้ แต่สายตาคมกริบคู่เดิมกลับตวัดมองมาอย่างเอาเรื่องรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทำเอาผมถึงกับสะดุ้งเฮือกไปหนึ่งที คำประท้วงที่เตรียมไว้กลายเป็นหมัดย้อนศรกลับมาอุดปากตัวเองทันควัน สายตาที่เขาจ้องมามันฟ้องชัดเจนว่าที่นั่งทุกตัวในห้องนี้ หรือแม้กระทั่งความสงบสุขของผม เขาจะบุกรุกหรือยึดครองเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจชอบ“ก็นั่งเก้าอี้ไง ถามได้”คำตอบนั้นทำเอาผมหน้าเหวอไปต่อไม่ถูก ผมกับขนมผิงหันมาสบตากันด้วยความช็อก เพราะอีกฝ่ายก็โดนชายชุดสูทตามราวีไม่ต่างกัน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-16
Baca selengkapnya

บทที่ 6 ไม่ควรสงสาร

หลังจากนั้นผมก็พยายามยืดหลังตรง จ้องสไลด์ของอาจารย์โรสเขม็งราวกับมันเป็นเลขเด็ดงวดหน้า ทั้งที่ในหูข้างซ้ายมีแต่เสียงงึมงำกวนประสาทไม่หยุดในขณะเดียวกัน สถานการณ์ฝั่งขวามือ ขนมผิงกับพี่ศิลาก็กำลังคุยทำความรู้จักกันอยู่ ทั้งคู่คุยอะไรกันนั้นทีแรกผมก็ไม่ได้ยินถนัด เหตุเพราะมัวแต่แบ่งสมาธิไปสวดมนต์ไล่สัมภเวสีข้างกายอยู่ แต่ก็พอเริ่มจับใจความสำคัญได้ ว่าพี่ศิลากำลังยื่นข้อเสนอให้ขนมผิงเป็นติวเตอร์ให้ ราคาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฟังดูแล้วน่าสนใจเลยทีเดียว“ห้าร้อย... สองชั่วโมงก็พันนึงแล้วนะน้องผิง น้องล้างจานทั้งวันยังไม่ได้เท่าพี่ให้เลยนะ”สอนสองชั่วโมง ได้ตั้งหนึ่งพันบาทผมตาโตลุกวาว พลางคำนวณว่าต้องเข้างานกี่ชั่วโมงถึงจะได้เงินก้อนนั้นมาไว้ครอบครอง แต่ยังไม่ทันที่คิดคำนวณเสร็จ แรงสะกิดบนไหล่ขวาก็ทำให้ผมต้องดึงสติกลับมา“อะไรครับ??” ผมหันไปหาพี่จิณณ์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด“เพื่อนนายนี่ฮ็อตไม่เบาเลยนะ…ถูกทาบทามโดยเจ้าของบริษัทรับเหมาชื่อดังเลยนะนั่ส” พี่จิณณ์กล่าวพลางทำหน้ายียวน“แล้วยังไงครับ”“นายไม่สนใจบ้างเหรอ?? ฉันจะจ่ายให้เยอะกว่าเขาเป็นสิบเท่า เอาไหม??”แต่ละคำที่หมอนี่พูดออกมา มันไม่เกรง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-17
Baca selengkapnya

บทที่ 7 อดไม่ได้ที่จะเห็นใจ

หลังจากที่คุณชายจิณณ์พ่นคำร้ายกาจใส่ผมในช่วงเบรก บรรยากาศตอนกลับมานั่งที่เดิมในห้องเรียนก็อึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก คนใจร้ายยังคงนั่งอยู่บนผ้าไหมอิตาลีผืนเดิม แผ่นหลังเหยียดตรงเป๊ะราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใบหน้าของเขานั้นซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเขาไม่ได้ขยับน้ำแร่ขึ้นมาพ่นแกล้งผมอีก ไม่แม้แต่จะหันมามองข้ามไหล่เหมือนทุกครั้ง มือเรียวสวยนั่นกุมปากกาค้างไว้เหนือสมุดโน้ตที่ยังคงว่างเปล่า ผมแอบเห็นปลายนิ้วของเขาสั่นเล็กน้อยเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงท้องเริ่มร้องประท้วงออกมาเบา ๆไม่! ฉันจะไม่สนใจเขา ไม่สนใจเสียงท้องร้องนั่นเด็ดขาด!ผมย้ำเตือนตนเองพลางแสร้งทำเป็นสนใจสไลด์หน้าชั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามไม่ใส่ใจท่าทางโงนเงนของอีกคน ที่ดูเหมือนจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ ส่วนทางฝั่งขวา พี่ศิลาก็ยังคงมุ่งมั่นสร้างความประทับใจให้ขนมผิงไม่หยุดหย่อนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง พี่จิณณ์ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขาแค่นั่งนิ่งเป็นหุ่นปั้นประดับห้องเรียนอยู่แบบนั้น ร่างกายแบกศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้เอาไว้จนหลังแข็ง ผมที่ตอนแรกโกร
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-17
Baca selengkapnya

บทที่ 8 ถูกไหว้วานให้ดูแลไอ้โรคจิต

สามสิบนาทีต่อมา บรรยากาศภายในบ้านไม้หลังเล็กที่ล้อมรอบไปด้วยสังกะสีเก่าคร่ำคร่า มันดูจะคับแคบลงถนัดตาเมื่อมีผู้ชายตัวโตหน้าตาดีสองคนเข้ามานั่งเบียดกันอยู่ข้างใน บ้านของผมที่สร้างขึ้นมาอย่างลวก ๆ ไม่ว่าใครมองผ่านเข้ามา ก็แทบบอกเป็นเสียงเดียวกัน ว่านี่มันไม่ใช่บ้านพี่จิณณ์นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ อยู่บนเสื่อน้ำมันลายการ์ตูน สภาพของเขาตอนนี้ดูไม่ได้เลยสักนิด กลิ่นหอมสะอาดที่เคยมีบัดนี้เหม็นหึ่งไปด้วยกลิ่นแกงเขียวหวาน เสื้อเชิ้ตและกางเกงราคาแพงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบพริกแกงสีเขียว เนื้อตัวดูไม่ต่างจากคนจรจัดข้างถนนผมอมยิ้มมองอีกฝ่ายด้วยความสะใจ ไม่ไกลนักมีเสียงเคาะกระทะดังออกมา นั่นคือเสียงป้าแต๋มที่กำลังเร่งมือทอดไข่เจียวอยู่ในครัว กลิ่นไข่เจียวหอมฟุ้งลอยมาเตะจมูกชวนให้น้ำลายสอ จนผมอดไม่ได้ที่จะก้มลงมองน้ำพริกกะปิกับปลาทูทอดตัวย่อมที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าพวกเราสามคนนั่งหน้าสำรับข้าว โดยมีพี่ศิลานั่งขัดสมาธิด้วยท่าทางนิ่งสงบ ผิดกับพี่จิณณ์ที่นั่งตัวสั่นเทา แววตายังคงเลื่อนลอยเหมือนเช่นเคย“ว่าอย่างไร... นายจะเอาอย่างไรกันแน่จิณณ์ นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันเป็นเพื
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-17
Baca selengkapnya

บทที่ 9 ทำหน้าที่ดูแลคุณชาย

หลังจากที่คุณชายจิณณ์เขมือบไข่เจียวบ้านผมจนหมดเกลี้ยง อุปสรรคใหม่ของผมก็คือการพาอีกฝ่ายไปอาบน้ำ ผมยืนกอดอกมองคนตัวใหญ่ที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงประท้วงราวกับเด็กน้อยวัยเก้าขวบ ทั้งที่สภาพตอนนี้คราบน้ำแกงเขียวหวานแห้งกรังจนแทบจะกลายเป็นลวดลายใหม่บนเสื้อเชิ้ตราคาแพงของพี่แกอยู่แล้ว“ไม่! ฉันไม่อาบน้ำเย็น! และนี่อะไร... จะให้ฉันแก้ผ้าอาบน้ำท่ามกลางธรรมชาติหรือไง? ให้ตายฉันก็ไม่อาบ!” พี่จิณณ์แผดเสียงขึ้นมาพร้อมสะบัดหน้าหนีไปทางกองไม้เก่าข้างห้องน้ำอย่างดื้อรั้น“คุณจะเรื่องมากไปถึงไหนเนี่ย! อาบ ๆ ไปเถอะครับ ผมจะได้รีบไปนอน!” ผมเริ่มหมดความอดทน ในมือข้างขวาถือผ้าเช็ดตัวผืนเก่า อีกข้างถือสบู่ก้อนที่ใช้จนเกือบจะเหลือแค่แผ่นบาง ๆ เตรียมยัดใส่มือให้เขา“นายจะให้คนอย่างฉันอาบน้ำในสถานที่แบบนี้เนี้ยนะ... ฝันไปเถอะ! สู้ฉันไม่อาบเสียยังจะดีกว่า” เขาปรายตากลับมามองห้องน้ำสังกะสีที่มีรูโหว่พอให้แมวลอดได้ ด้วยสายตาขยะแขยงเต็มทน“ไม่ต้องเลย! ถ้าคุณไม่อาบ ผมไม่มีวันยอมให้คุณกลับเข้าไปนอนข้างในเด็ดขาด เหม็นกลิ่นพริกแกงจะตายชัก”
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-17
Baca selengkapnya

บทที่ 10 ขอหลบหน้าชั่วคราว

เช้าวันถัดมา อากาศตอนตีห้ายังคงเย็นเยียบจนเห็นไอหมอก จาง ๆ ผู้คนในสลัมเริ่มตื่นขึ้นมาทำมาหากิน ไม่ต่างจากป้าแต๋มที่ลุกขึ้นมาทำอาหารตั้งแต่เช้าตรู่กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น ผสมผสานกับเสียงเคาะกระทะของป้าแต๋ม ทำให้ผมเริ่มขยับกายท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่คุ้นเคย ก่อนจะพลิกตัวไปมาด้วยความเคยชิน แต่ทว่าพลิกยังไงก็ไม่ขยับ ราวกับมีบางสิ่งดึงรั้งเอวไว้ พร้อมกับความรู้สึกอุ่นรอบกายอุ่นจังผมซุกหน้าเข้าหาไออุ่นอย่างลืมสติ ก่อนจะได้ยินเสียงบางอย่างที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันคือเสียงหัวใจมนุษย์ที่กำลังเต้นอยู่ข้างหูในที่สุดสติอันเลื้อนลอยของผมก็กลับคืนมา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตา พร้อมกับภาวนาว่าสิ่งที่ได้ยินอยู่นี้คือความฝัน แต่เมื่อลืมตาจนเห็นภาพชัดเจนก็ต้องพบกับฝันร้ายเพราะภาพตรงหน้าคือแผงอกใหญ่ แถมเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าไอ้โรคจิตกำลังจ้องมา นั่นทำให้ผมรู้สึกสังหรใจแปลก ๆ ว่าอีกฝ่ายคงฉวยโอกาสมากอดกันเป็นแน่“เฮ้ย…อะไรวะเนี้ย” ผมตกใจตะโกนลั่น พลางดิ้นรนออกจากแขนแกร่งที่พยายามดึงรั้งผมไว้“อย่าโวยวายสิ เดี๋ยวป้านายก็ต้อ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-17
Baca selengkapnya
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status