جميع فصول : الفصل -الفصل 20

23 فصول

บทที่ 11

“เข้ามา! ลากตัวนังสาวใช้ปากโป้งกุเรื่องโป้ปดผู้นี้ขังคุกหลวง และลงโทษฐานหลอกลวงฮ่องเต้! หากพระชายาสี่มาขออภัยโทษแทนนาง ก็จับเข้าคุกหลวงด้วย! วันหน้าเรื่องของนางไม่ต้องมารบกวนข้าอีก ให้ทุกคนถือเอาการสืบสวนเรื่องของลู่อีซวงเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด!”เซวียนหยวนอี้เหยียบมือของสาวใช้อย่างไม่ปรานี ก่อนเดินจากไปด้วยสีหน้าเย็นชา “ไม่! ไม่นะเพคะ! ฝ่าบาท หม่อมฉันเป็นสาวใช้รับใช้ใกล้ชิดของพระชายาสี่ ถ้อยคำที่หม่อมฉัน กล่าวนั้นเป็นความจริงทุกประการ หม่อมฉันไม่ทราบจริงๆ ว่าเหตุใดคุณหนูอีซวงถึงชิงด่วนสิ้นชีพไปเสียก่อน ขอฝ่าบาทโปรดตรวจสอบให้กระจ่าง ขอฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ!” สาวใช้คุกเข่าร้องอ้อนวอนจนเสียงแหบแห้ง ทว่าก็ไม่ได้ทำให้เซวียนหยวนอี้หันกลับมามองแม้แต่ครั้งเดียว ในท้ายที่สุด นางก็ถูกเหล่าองครักษ์ลากตัวออกไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งไว้เพียงรอยคราบเลือดเป็นทางยาวทว่าในเวลาอันรวดเร็ว รอยคราบเลือดนั้นก็ถูกคนทำความสะอาดจนหมดจด ไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้อีกเลยตลอดสามวันติดต่อกัน เซวียนหยวนอี้เฝ้าอยู่ข้างโลงน้ำแข็ง นอกจากยามออกว่าราชการเช้าแล้ว แทบจะไม่ยอมห่างไปไหนเลยแม้แต่ก้าวเดียวทว่
اقرأ المزيد

บทที่ 12

นาทีที่ได้ยินคำพูดนั้น หัวใจของลู่ชิงอี๋ก็ราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ นางฝืนยกยิ้มขึ้นมาแวบหนึ่ง แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ“ฝ่าบาท ทรงตรัสล้อหม่อมฉันเล่นหรือเพคะ? เหตุใดหม่อมฉันถึงฟังไม่เข้าใจเลยสักนิด? อีซวงเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจะไปลงมือทำร้ายนางได้อย่างไรกันเพคะ? น้องสาวรังแกหม่อมฉันอยู่หลายครั้งหลายครา หม่อมฉันก็ทนมาโดยตลอด หากต้องใช้เลือดของหม่อมฉันเพื่อช่วยเหลือน้องสาว หม่อมฉันก็ยินดีเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันไม่อยากให้ฝ่าบาทต้องได้รับบาดเจ็บ มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยหรือไม่เพคะ?”“อาอี้ ยามนั้นการแต่งงานให้องค์ชายสี่มิใช่ความปรารถนาของหม่อมฉัน ตลอดหลายปีมานี้ฝ่าบาทจะทรงเคืองแค้นหม่อมฉันก็ช่างเถิด ยามนี้หม่อมฉันเพียงแค่ไม่อยากเห็นฝ่าบาทต้องเจ็บตัวเท่านั้น ฝ่าบาทเกลียดชังหม่อมฉันถึงเพียงนั้นเชียวหรือเพคะ? น้องสาวของหม่อมฉันต้องมาตายเพราะเรื่องนี้ ท่านพ่อของหม่อมฉันถูกเนรเทศไปยังแดนเหนืออันหนาวเหน็บ ทั้งหมดยังไม่พออีกหรือเพคะ? หรือว่าจะต้องให้หม่อมฉันใช้ความตายเพื่อไถ่โทษ พระองค์ถึงจะทรงพอพระทัย?”“หากเป็นเช่นนั้น งั้นหม่อมฉันไปตายเสียยังดีกว่า จะได้ไม
اقرأ المزيد

บทที่ 13

หลังจากตระกูลลู่ส่งตัวลู่อีซวงเข้ามาในวัง ในช่วงแรกเขาระบายความโกรธทั้งหมดลงที่นางจริงๆ ทว่านับตั้งแต่ที่เขามองนางเป็นตัวแทนของลู่ชิงอี๋ และได้ร่วมหลับนอนกับนาง หลังจากนั้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไปมีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ว่า คืนนั้นเขาไม่ได้ขาดสติไปทั้งหมด ในระหว่างนั้น เขาได้สติกลับคืนมาแล้ว ทว่าก็ยังเลือกที่จะจมดิ่งต่อไป ในทุกๆ ครั้งที่ร่วมหลับนอน ยิ่งเซวียนหยวนอี้จมลึกไปมากเท่าใด เขาก็ยิ่งหวาดหวั่นมากขึ้นเท่านั้น สติปัญญาเตือนเขาว่า เขาไม่ควรใส่ใจลู่อีซวงมากเกินไป แต่หัวใจของเขากลับทำไม่ได้ ตลอดห้าปีแห่งการร่วมหลับนอน เขาจมอยู่กับความรู้สึกนั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่เหตุใดลู่อีซวงถึงยังมีสติอยู่เสมอ และคิดแต่จะจากไปตลอด? ทำไมนับตลอดห้าปีกว่าที่ผ่านมา นางถึงไม่เคยมีใจให้เขาแม้แต่น้อย? เซวียนหยวนอี้ไม่ยินยอมรับ แต่ก็รังเกียจตัวเองที่กลับเกิดความรู้สึกที่ไม่ควรมีต่อนาง การกอบกู้เมืองชายแดนทั้งสิบสองเมืองอยู่ในกำมือของเขา แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขาก็เลิกคิดที่จะชิงตัวลู่ชิงอี๋เข้าวังแล้ว ความรู้สึกที่มีต่อลู่ชิงอี๋ได้เลือนหายไปตามกาลเวลานานแล้ว ทว่าตัวเ
اقرأ المزيد

บทที่ 14

วันถัดมา เป็นวันหยุดราชการทว่าหัวหน้าขันทีหลี่กลับมาคุกเข่าอยู่หน้าตำหนักตั้งแต่เช้าตรู่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ พร้อมด้วยความมุ่งมั่นเปี่ยมล้นที่ยอมแลกด้วยชีวิต“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องสำคัญยิ่งจักต้องทูลรายงาน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ ลู่ชิงอี๋ ต่อให้วันนี้ฝ่าบาทจะทรงรับสั่งลงโทษเอาชีวิตกระหม่อมเพราะเรื่องนี้ กระหม่อมก็จำเป็นต้องทูลออกไปพ่ะย่ะค่ะ!”“แม่นางลู่ชิงอี๋กลั่นแกล้งและใส่ร้ายลู่อีซวงมาหลายครั้ง กระหม่อมพบหลักฐานครบถ้วนแล้ว! วันที่งานเลี้ยงไหว้พระจันทร์ แม่นางอีซวงตกน้ำก็เป็นฝีมือของลู่ชิงอี๋กับสาวใช้ของนาง! แม่นางอีซวงไม่ได้ตีนางเลย แต่เป็นลู่ชิงอี๋ที่ตบตัวเองเพื่อหลอกฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”“หลังจากแม่นางอีซวงแท้งครรภ์ ลู่ชิงอี๋ยังพาเหล่าสาวใช้หลายคนเข้ามารอบชกตบตีแม่นางอีซวง แล้วพูดย้ำว่าจะตีจนกว่านางจะไม่อาจมีลูกได้อีก หลังจากนั้นเรื่องหยกประดับและเรื่องการได้รับยาพิษ ต่างก็เป็นลู่ชิงอี๋ที่สร้างเรื่องใส่ร้ายทั้งสิ้น! ลู่ชิงอี๋จิตใจชั่วร้ายอำมหิตยิ่งนัก ไม่อาจแบกรับตำแหน่งพระชายาสี่ได้ ขอฝ่าบาทโปรดปลดนางลงเป็นสามัญชน และลากตัวเข้าคุกหลวงเพื่อใช้ความตายไถ
اقرأ المزيد

บทที่ 15

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า คนที่คว้าบ้าอำนาจและแย่งชิงบัลลังก์ไปได้ในท้ายที่สุด จะเป็นเพียงองค์ชายเสเพลอย่างเซวียนหยวนอี้เขาเปลี่ยนไปจากคนที่เคยเสพสุขกับธรรมชาติและซ่อนคมเก็บกำลังไว้ กลับกลายเป็นคนที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยม เด็ดขาด และไร้ความปรานี ในคืนที่เกิดการรัฐประหาร นองไปด้วยเลือดทั่วทั้งวังหลวงแม้สุดท้ายจะละเว้นชีวิตองค์ชายสี่ไว้ แต่ก็ริบอำนาจของเขาและทำลายวิทยายุทธ์ของเขาจนหมดสิ้น ทำให้องค์ชายสี่หมดอาลัยตายอยาก ได้แต่ใช้ชีวิตท่องเที่ยวป่าเขา และตั้งใจครองรักหวานชื่นกลมเกลียวกับลู่ชิงอี๋ผู้เป็นภรรยาทว่าในช่วงที่แผ่นดินผลัดแผ่นดิน เมืองชายแดนทั้งสิบสองเมืองถูกชนเผ่าป่าเถื่อนยึดไป ประชาชนนับไม่ถ้วนต่างไม่พอใจ กล่าวโทษว่าเซวียนหยวนอี้โหดเหี้ยมเกินไปจนถูกสวรรค์ลงโทษ ไม่เหมาะจะเป็นฮ่องเต้ บ้านเมืองสั่นคลอนไม่สงบ เขาจึงจำต้องล้มเลิกความคิดที่จะชิงตัวลู่ชิงอีกลับเข้าวังยิ่งไปกว่านั้น เดิมทีเขาก็มีความแค้นต่อนาง และยังไม่ได้ยกโทษให้นางเลยแม้แต่น้อยด้วยเหตุนี้เรื่องราวจึงยืดเยื้อมานานหลายปีอย่างไรก็ตาม คนทั่วไปต่างคิดว่าด้วยนิสัยของเซวียนหยวนอี้ ไม่ช้าก็เร็วเขาคงจะแย่งลู่ชิงอี๋
اقرأ المزيد

บทที่ 16

เมื่อข่าวไปถึงหูของเซวียนหยวนอี้ มือที่กำลังควักเลือดจากปลายหัวใจของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเบาๆ เพียงคำว่า “โง่เขลา” แล้วลงมือต่อการเป็นองค์ชายเสเพลไม่แย่งชิงอำนาจ ก็เป็นเพียงภาพลวงตาในสายตาคนนอกเท่านั้นนกกระสากับหอยกาบต่อสู้กัน ชาวประมงคือผู้ได้รับประโยชน์หากเผยคมโดดเด่นออกมาเร็วเกินไป ก็จะตกเป็นเป้าโจมตีของคนทุกคนความโปรดปรานของฮ่องเต้องค์ก่อน สำหรับเขาแล้วไม่เคยสำคัญเลยแม้แต่น้อยเพราะบทเรียนของเสด็จแม่ ยังคงเด่นชัดติดตาอยู่ทุกฉากทุกตอนเขาเป็นโอรสของฮองเฮา แต่กลับเป็นพระราชโอรสองค์ที่หกของฮ่องเต้เสด็จแม่เป็นธิดาของท่านแม่ทัพใหญ่ หลังจากช่วยผลักดันให้ฮ่องเต้องค์ก่อนขึ้นครองราชย์ได้แล้ว กลับถูกฮ่องเต้ระแวงและรังเกียจ แม้แต่การให้กำเนิดเขาก็เป็นเพียงอุบัติเหตุที่ไม่ตั้งใจเสด็จแม่แลกชีวิตเพื่อให้เขามีชีวิตอยู่รอด เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบโตมาโดยซูเฟย ซึ่งก็คือไทเฮาในปัจจุบันเพื่อไม่ให้ถูกระแวงระวัง เขาจึงจำต้องสวมหน้ากากเป็นองค์ชายเสเพล เที่ยวชมธรรมชาติไปวันๆ แต่ลู่ชิงอี๋กลับสายตาคับแคบ มองเห็นเพียงผลประโยชน์ตรงหน้า อีกทั้งยังเป็นพวกนกสองหัวเปลี่ยนฝั่งไปมาต่อให้ไม่มีน
اقرأ المزيد

บทที่ 17

"ลู่อีซวง ไม่ว่าเจ้าจะตายหรือยังมีชีวิตอยู่ ข้าขอแค่เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้า เจ้าอยากได้สิ่งใดข้ายอมรับปากเจ้าทั้งหมดได้หรือไม่?""เจ้าอยากได้อิสรภาพ ข้าพานอกวังบ่อยๆได้ เจ้าอยากได้ฐานะ ขอแค่เจ้ากลับมา เจ้าก็คือฮองเฮาที่อยู่เหนือคนนับหมื่นอยู่ใต้คนเพียงคนเดียว เจ้าอยากให้ข้าดีต่อเจ้า ข้าจะให้ความสำคัญกับเจ้าก่อนทุกเรื่อง หากเจ้ายังเกลียดสิ่งที่ข้าเคยทำไว้ในอดีต ไม่ว่าเจ้าจะเอาคืนข้าอย่างไร ข้าก็ยอม”"ข้ารู้ตัวว่าผิดไปแล้วจริงๆ ลู่ชิงอี๋ที่เคยรังแกเจ้า ข้าก็เอาคืนให้เป็นพันเท่าแสนเท่าแล้ว ได้โปรดเถิด กลับมาอยู่ข้างกายข้า..."เขาก้มหน้าพิงกับโลงน้ำแข็งที่เย็นเสียบแทรกถึงกระดูก น้ำเสียงแหบพร่าและสะอื้นไห้กษัตริย์ผู้สูงส่งเหนือใครมาโดยตลอด เป็นครั้งแรกที่ยอมก้มศีรษะอันยิ่งทะนงของตนลงทว่าลู่อีซวงกลับไม่มีวันได้เห็นภาพนั้นไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดเซวียนหยวนอี้ก็สงบสติอารมณ์ลงได้เขาเดินออกไปข้างนอกราวกับร่างไร้วิญญาณ ยามมองดูเหล่าข้าราชบริพารที่เดินวุ่นวายไปมา เขากลับรู้สึกเพียงความอ้างว้างอย่างจับใจภายในใจเว้นว่างโหว่ และเจ็บปวดขึ้นมาเป็นระยะเขาขยับริมฝีปาก เค้นเสี
اقرأ المزيد

บทที่ 18

พริบตาเดียว เวลาผ่านไปสามปีแล้วลู่อีซวงเปิดกิจการโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งอยู่ที่ชายแดนชายตีเหล็กรูปร่างกำยำผิวคล้ำ โยนเศษเงินก้อนหนึ่งให้เด็กบริการ "เหมือนเดิม สุราชิงฮวาเหนียงมาสามกา เมียข้าที่บ้านชอบดื่ม"เหล่าชายหญิงที่นั่งดื่มสุราอยู่ชั้นล่าง ต่างพูดคุยหยอกล้อกันอย่างเป็นกันเอง"เหยาเหนียง สามีเจ้าไปคุ้มกันสินค้ายังไม่กลับมาอีกหรือ? นี่มันกี่วันกี่คืนแล้ว? เกือบจะผ่านไปเดือนหนึ่งแล้วมั้ง? เขายังไม่กลับมาอีก หรือว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรข้างนอกหรือเปล่า?""ถ้าให้ข้าพูดนะ เจ้าออกจะผิวพรรณผุดผ่องมีน้ำมีนวล หน้าตาแม้จะไม่ถึงกับงดงามล่มเมือง แต่ถ้าจะหาสามีดีๆ ใช้ชีวิตอย่างสงบก็มีให้เลือกมากมาย สามีเจ้าไม่อยู่ข้างกายตลอดทั้งปี เจ้าจะไม่ลองพิจารณาแต่งงานใหม่จริงหรือ?""นั่นสิ เกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ เจ้าจะได้มีคนให้พึ่งพา อาศัย ชายแดนแบบนี้ ดีกว่าต้องมาทนเป็นแม่ม่ายทั้งเป็นแบบนี้"ผู้คนต่างพากันหยอกล้อกัน ทว่าคำพูดเหล่านั้นก็มาจากใจจริงของพวกเขาหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งตรงกลางเป็นแม่สื่อ นางมานั่งดื่มสุราที่นี่อยู่หลายวันแล้ว เพียงเพราะขุนนางข้าหลวงคนหนึ่งเกิดถูกตาต้องใจเหยาเหนียงหรือก็ค
اقرأ المزيد

บทที่ 19

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ลู่อีซวงก็หายใจสะดุด น้ำตาเอ่อจนภาพตรงหน้าพร่ามัว ทั้งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว"เย่อิ่น ข้าไม่อยากถูกจับตัวกลับไป ไม่อยากถูกทรมานอีกแล้ว"แม้เวลาจะผ่านไปสามปีแล้ว ทว่าประสบการณ์ในวังหลวงยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำของนาง ไม่อาจลบเลือนได้วันนั้น นางกับเย่อิ่นหนีออกจากวังหลวง ระหว่างทางต้องหลบซ่อนตัวตลอดเวลา เปลี่ยนหน้ากากปลอมใบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะหนีห่างเมืองหลวงได้สำเร็จก็แสนยากลำบากจนกระทั่งถึงวินาทีนี้ ลู่อีซวงจึงเพิ่งตระหนักถึงความหวาดหวั่นและความสับสนที่อัดแน่นอยู่ในใจแม้นางจะเป็นบุตรสาวอนุที่ไม่ได้รับความโปรดปราน ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ใช้ชีวิตเพียงลำพังภายนอกหลังจากผ่านพิธีสวมปิ่นได้ไม่นาน นางก็ถูกส่งเข้าวัง แม้จะทำเรื่องรับใช้คนอื่นและได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องแม้นางจะได้อิสรภาพคืนมา แต่นางกลับไม่มีที่ให้ไปอีกแล้วด้วยเหตุนี้ ลู่อีซวงจึงทำได้เพียงหน้าด้านหน้าทนเกาะติดเย่อิ่นไว้ กอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อยมือ ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหนนางก็เดินตามไปทางนั้นอาจเป็นเพราะในระหว่างทางที่ห
اقرأ المزيد

บทที่ 20

หลังจากทั้งสองเก็บโรงเตี๊ยมจนเรียบร้อย ก็ปิดร้านก่อนเวลาแล้วกลับบ้านแต่ภายในลานเรือนที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ร่วง ชายรูปงามสง่า สีหน้าเย็นชาคนหนึ่งกำลังอุ้มเด็กน้อยที่ร้องไห้จ้า ท่าทางอุ้มเด็กของเขาไม่คล่องเอาเสียเลย ดูเก้งก้างจนน่าขันเด็กน้อยหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา แต่ร้องไห้ไม่หยุดทันทีที่เห็นเซวียนหยวนอี้ ลู่อีซวงก็รู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าซีดขาวและตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? แถมยังอุ้มลูกชายของนางอีก!นางหวาดผวาจนอยากจะคว้าลูกชายแล้ววิ่งหนีไปเดี๋ยวนั้น“เหยาเหนียง เจ้าไหวไหม?” เย่อิ่นถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง และประคองนางอย่างอ่อนโยน ก่อนจับมือนางเดินเข้าไปในลานเรือนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น"ใต้เท้าท่านนี้ พอจะวางลูกของข้ากับเหยาเหนียงลงได้หรือไม่ เขาร้องไห้หนักมาก และปกติก็ไม่ชอบให้คนแปลกหน้าอุ้มด้วย"ลู่อีซวงเองก็พยายามสะกดหัวใจที่เต้นแรง ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงแล้วเอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว อันอันขี้กลัวคนแปลกหน้า หากร้องต่อไปแบบนี้คอจะเสียเอาได้ ใต้เท้าโปรดคืนลูกให้ข้าเถอะ”“หึ… กลัวคนแปลกหน้าหรือ?” เซวียนหยวนอี้หัวเราะเยาะเบาๆ แม้ในใจจะเดือดด
اقرأ المزيد
السابق
123
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status