جميع فصول : الفصل -الفصل 10

23 فصول

บทที่ 1

นางกระชับเสื้อตัวในอันบางเฉียบเข้าหากัน เอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “คิดดีแล้ว ความปรารถนาของข้าคือ ออกไปจากวังหลวง”น้ำเสียงของเย่อิ่นราบเรียบ “ชื่อของเจ้าถูกบันทึกอยู่ในทำเนียบ การจะออกไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกเสียจาก... แกล้งตาย แล้วเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่”“ตกลง” ลู่อีซวงพยักหน้า จะแกล้งตายหรือเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ก็ช่าง ขอเพียงแค่ได้ออกไปจากวังหลวงแห่งนี้ แบบไหนนางก็ยอมทั้งสิ้น“อีกครึ่งเดือน ข้าจะมารับเจ้า” เงาดำกล่าวจบก็เลือนหายไปในความมืดมิด ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนลู่อีซวงมองพระจันทร์เสี้ยวบนขอบฟ้า ก่อนถอนลมหายใจออกยาวในที่สุด... มันกำลังจะจบลงแล้วเดิมทีนางไม่ควรเป็นคนของวังหลวงแห่งนี้ การเข้ามาที่นี่เป็นเพียงความผิดพลาดเรื่องหนึ่งเท่านั้นเมื่อสามปีก่อน นางยังเป็นเพียงบุตรสาวอนุที่ไม่ได้รับความโปรดปรานที่สุดของจวนอัครเสนาบดีพี่สาวทายาทตรงของนางอย่างลู่ชิงอี๋คือไข่มุกเม็ดงามที่ผู้คนทั้งจวนตามใจและทะนุถนอม ทั้งยังรักใคร่ชอบพอกับเซวียนหยวนอี้ ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นองค์ชายหกทว่าบิดาลู่กลับเห็นว่าองค์ชายสี่มีแววจะได้ขึ้นครองบัลลังก์มากกว่า จึงฝืนแยกคนรักทั้งสอง และจับลู่ช
اقرأ المزيد

บทที่ 2

ลู่อีซวงได้สติขึ้นมาทันที เหงื่อเย็นไหลซึมเต็มแผ่นหลังนางฝืนพยุงตัวลุกขึ้น เอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรงจนสั่นเครือ “หม่อมฉันไข้ขึ้นจนเลอะเลือน จึงพูดจาเหลวไหล… เมื่อครู่นี้เพียงคิดว่าตัวเองป่วยหนัก คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จึงพูดว่าจะจากไป…”สายตาคมกริบของเซวียนหยวนอี้กวาดมองใบหน้านาง แล้วยิ้มอย่างเย็นชา “ข้าเห็นว่าเจ้ายังมีเรี่ยวแรงเปล่งเสียงเสียงดังฟังชัดดีนี่”พูดจบ ก็สะบัดฉลองพระองค์เดินจากไปทันทีที่ประตูตำหนักปิดลง ลวี่หลัวก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง“บังอาจนักนะที่มายั่วยวนฝ่าบาท! ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย!”นางกระชากเส้นผมของลู่อีซวงอย่างแรง แล้วจับศีรษะกระแทกเข้ากับเสาเตียงอย่างโหดเหี้ยมลู่อีซวงที่พิษไข้ยังไม่ลดอยู่แล้ว ถูกกระแทกจนหน้ามืดตาลายวิงเวียนไปหมดนางคิดจะขัดขืน ทว่ากลับไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยกมือขึ้นฝ่ามือของลวี่หลัวระดมตบลงมาดั่งสายฝน ปลายเล็บข่วนใบหน้านางจนเกิดรอยเลือดเป็นทาง“เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะสนใจเจ้าจริงๆ รึ? ก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้นแหละ!” ลวี่หลัวถีบเข้าที่กลางอกของนางอย่างจังความเจ็บปวดแล่นเข้ามา นัยน์ตาลู่อีซวงพร่ามืดและหมดสติแน่นิ่งไปในที่สุดเมื่อลืมตาตื่
اقرأ المزيد

บทที่ 3

เซวียนหยวนอี้จงใจกลั่นแกล้งนางอย่างรุนแรง “ข้าจะสมสู่กับใคร ที่ไหน มันไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมาสอดปากพูด”หางตาของลู่อีซวงเหลือบไปเห็นลู่ชิงอี๋ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ มือจิกกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่นถึงได้รู้แจ้งในยามนี้เองว่า เขาก็แค่กำลังหึงหวงลู่ชิงอี๋ดังนั้น จึงคิดจะทำให้ลู่ชิงอี๋หึงกลับเท่านั้นทว่าแล้วนางเล่า?ในฐานะสตรีผู้หนึ่ง เขาเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า การกระทำเช่นนี้ต่อหน้าผู้คน จะทำให้นางอับอายเพียงใดเหล่าขุนนางข้าราชบริพารทั้งราชสำนักต่างพากันหันหลังกลับโดยพร้อมเพรียง แม้กระทั่งนักดนตรีก็ยังหยุดบรรเลงท้องพระโรงอันกว้างใหญ่เงียบสงัดลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงผ้าฉีกขาดกับเสียงสะอื้นของนางเมื่อเซวียนหยวนอี้พอใจและลุกขึ้นจัดฉลองพระองค์เรียบร้อยแล้ว ลู่อีซวงกลับอยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น น่าเวทนาอย่างยิ่งร่างของนางร่วงหล่นจากเก้าอี้มังกรราวกับเศษผ้าขี้ริ้วชิ้นหนึ่ง ทว่าเซวียนหยวนอี้กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองแล้ว เดินตรงไปยังภายนอกตำหนักทันทีบรรดาข้ารับใช้ในวังยังคงหันหลังให้นาง ราวกับว่าบทรักอันป่าเถื่อนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนลู่อีซวงขดตัวอยู่บนพื้น เล็บจิกฝ่ามือตัวเอ
اقرأ المزيد

บทที่ 4

“พูดมาก!” เซวียนหยวนอี้ฟาดฎีกลงกับพื้นอย่างแรง “เรื่องของข้า มันใช่เรื่องที่เจ้าจะมาสอดงั้นรึ?”หัวหน้าขันทีหลี่รีบตบปากตัวเองฉาดหนึ่งทันควัน “กระหม่อมรู้ความผิดแล้ว ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”……ลู่อีซวงกลับมายังเรือนพักของตนเอง นั่งทายาหน้ากระจกทองสัมฤทธิ์ยาขี้ผึ้งมีสรรพคุณดีมาก เพียงหนึ่งถึงสองวัน บาดแผลบนใบหน้าของนางก็ดีขึ้นมากอาศัยช่วงเวลาพักอันหาได้ยาก นางจัดเก็บของที่จะนำติดตัวไป และนำเครื่องประดับที่ไม่จำเป็นไปแลกเป็นเงินตราจนกระทั่งถึงวันนี้ ไทเฮาทรงประทานอนุญาตให้ฮ่องเต้ ลู่ชิงอี๋ และองค์ชายสี่เข้าเฝ้าลู่อีซวงเองก็ถูกเซวียนหยวนอี้พาตัวไปด้วยเช่นกันหลังมื้ออาหารกลางวัน ไทเฮาทรงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ฮ่องเต้ปล่อยให้วังหลังว่างเว้นมานานถึงสามปี ยามนี้ถึงเวลาอันควรที่จะเปิดรับพระสนมเพื่อสืบทอดสายโลหิตแล้ว”เซวียนหยวนอี้หมุนถ้วยชาในมือ “บ้านเมืองยังไม่มั่นคง ลูกยังไม่มีแก่ใจคิดเรื่องวังหลังพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไทเฮาทรงรู้สึกหมดแรงอย่างลึกซึ้ง ได้แต่ส่ายหน้าและทอดถอนใจตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาใช้ข้ออ้างนี้ปฏิเสธพระนางอยู่เสมอ จนพระนางเองก็จนปัญญา
اقرأ المزيد

บทที่ 5

ลู่อีซวงชะงักอึ้งไปทั้งที่ฝ่าบาทยังคงรักลู่ชิงอี๋ ทั้งที่อีกไม่นานก็คงจะรับนางกลับเข้าวังได้แล้ว เหตุใด... ถึงยังต้องกักขังตนไว้เช่นนี้อีกนางก้มตาลง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ”เซวียนหยวนอี้จ้องมองใบหน้าที่ขาวซีดและร่างกายผอมแห้งของนาง ก่อนขมวดคิ้วแน่น “ในเมื่อพักผ่อนจนหายดีแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จงมาปรนนิบัติอยู่ข้างกายข้าทั้งกลางวันและกลางคืน”ในวันต่อๆ มา เซวียนหยวนอี้ก็เริ่มแสดงความไม่พอใจในรสชาติอาหารขึ้นมาอีกครั้งห้องเครื่องหลวงนำอาหารบำรุงสารพัดชนิดมาถวาย แต่เขาชิมเพียงคำเดียวก็โยนให้ลู่อีซวง “รสชาติแย่สิ้นดี ข้าให้เจ้าแล้วกัน”ลู่อีซวงทำได้เพียงจำใจกลืนกินอาหารเลิศรสเหล่านั้นลงคอไปทีละคำ ภายใต้สายตาที่จับจ้องอยู่และร่างกายของนางก็ค่อยๆ ฟื้นตัวแข็งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวในวันล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วง เซวียนหยวนอี้ยังคงยืนกรานที่จะพาลู่อีซวงร่วมเดินทางไปด้วยณ ลานล่าสัตว์ ลู่ชิงอี๋ควบม้าเคียงคู่ไปกับองค์ชายสี่ แววตาของเขาก็เย็นเยียบลงฉับพลัน ก่อนดึงลู่อีซวงขึ้นหลังม้าทันที“กรี๊ด!” ลู่อีซวงร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ“หุบปาก!” เขากอดรัดเอวของนางไว้ ก่อนก
اقرأ المزيد

บทที่ 6

หลายวันต่อจากนั้น เซวียนหยวนอี้จะมาดูอาการบาดเจ็บของนางทุกวัน เมื่อแน่ใจว่านางยังมีชีวิตอยู่ก็จากไป โดยไม่พูดอะไรเกินกว่าหนึ่งประโยควันนี้ ลู่ชิงอี๋กลับมาเยือนอย่างกะทันหัน“น้องหญิง ร่างกายดีขึ้นบ้างหรือยัง?” นางเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนยื่นมือเข้าประคองลู่อีซวงให้ลงจากเตียงเพื่อขยับกาย “พี่ตั้งใจไปทูลขออนุญาตจากฝ่าบาทเพื่อมาเยี่ยมเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ”ลู่อีซวงมองนางด้วยความระแวดระวัง “พี่หญิงคิดจะทำอะไรกันแน่?”“น้องหญิงเหตุใดกล่าวเช่นนี้เล่า?” ลู่ชิงอี๋กระพริบตาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “พี่ห่วงใยน้องหญิง ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมหรอกหรือ?”ในขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น เซวียนหยวนอี้ก็เดินเข้ามาข้างในลู่ชิงอี๋คุกเข่าลงกับพื้นทันที ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนน้ำตาอาบแก้ม “ฝ่าบาท จี้หยกแทนใจที่ฝ่าบาทประทานให้หม่อมฉันหายไปแล้วเพคะ! นั่นเป็นของหมั้นหมายที่ฝ่าบาทเคยตรัสว่าจะแต่งงานกับหม่อมฉันในตอนนั้นนะเพคะ!”หัวใจของลู่อีซวงกระตุกวูบ“เกิดอะไรขึ้น?” เซวียนหยวนอี้ขมวดคิ้ว“วันนี้หม่อมฉันพบเพียงน้องหญิงคนเดียว...” ลู่ชิงอี๋หันมองลู่อีซวงอย่างมีเลศนัย “นอกจากนางเป็นคนขโมยไปแล้ว ก็คงไม่มีผู้อื่น
اقرأ المزيد

บทที่ 7

เมื่อลู่อีซวงตื่นขึ้นมาจากอาการสลบไสล บาดแผลบนแผ่นหลังเจ็บปวดแสบร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผาหัวหน้าขันทีหลี่ประคองถ้วยยา ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นนางฟื้นแล้วก็รีบก้าวเข้ามาประคอง“แม่นาง ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว” หัวหน้าขันทีหลี่ถอนหายใจพร้อมกับยื่นถ้วยยาให้นาง “เหตุใดเจ้าต้องแข็งข้อกับฝ่าบาทด้วยเล่า? ข้ารับใช้ฝ่าบาทมาหลายปี เพิ่งเคยเห็นฝ่าบาทยืนอยู่หน้าตำหนักครึ่งค่อนคืนหลังลงโทษคนเป็นครั้งแรก”ลู่อีซวงรับถ้วยยามา น้ำยาอันขมขื่นไหลผ่านลงสู่ลำคอ ทว่ากลับเทียบไม่ได้เลยกับความขมขื่นในใจ“หัวหน้าขันทีกังวลเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงแผ่ว “ข้ามิเคยบังอาจถือดีกริ้วโกรธฝ่าบาทเลย”หัวหน้าขันทีหลี่ส่ายหน้า “แม่นางอย่าหาว่าข้าสอดปากเลย ฝ่าบาทแม้อาจจะทรงเข้มงวดกับเจ้าไปเสียหน่อย ทว่าทุกครั้งหลังจากที่ลงโทษเจ้าแล้ว ทรงกลับ...”เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “เอาเถิด ตอนนั้นบิดาของเจ้าเลือกข้างผิด เจ้าจึงพลอยรับเคราะห์ไปด้วย เมื่อวันหน้าพระชายาสี่เข้าวังแล้ว หากเจ้ายอมอ่อนข้อบ้าง ชีวิตก็คงจะดีขึ้น”ลู่อีซวงไม่ได้ตอบคำ นางเพียงแค่หยิบถุงเงินออกมาจากใต้หมอนแล้วยัดใส่มือหัวหน้าขันทีหลี่ “ขอบพระคุณหัวหน้าข
اقرأ المزيد

บทที่ 8

ภายในจวนองค์ชายสี่ เซวียนหยวนอี้ยกมือนวดหว่างคิ้วอย่างอ่อนล้า จู่ๆ ในใจก็รู้สึกว่างเปล่า ราวกับได้ทำของสำคัญบางอย่างหล่นหายไปคงจะเป็นเพียงความรู้สึกไปเองกระมังเขาเฝ้าอยู่ข้างเตียงของลู่ชิงอี๋ รอให้นางฟื้นขึ้นหลังถอนพิษเมื่อมองใบหน้าขณะหลับอันสงบนิ่งของนาง ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับนึกถึงลู่อีซวงที่อยู่ในวังขึ้นมาเวลาที่นางหลับมักจะนอนขดตัวกลม หัวคิ้วมักจะขมวดเข้าหากันเสมอ ราวกับมีเรื่องราวในใจมากมายนับไม่ถ้วนทันใดนั้น ขนตาของลู่ชิงอี๋ก็สั่นระริก ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาทันทีที่มองเห็นเซวียนหยวนอี้ ดวงตาของนางก็เปล่งประกายด้วยความยินดี“ฝ่าบาท ฝ่าบาทมาช่วยหม่อมฉันแล้วหรือเพคะ? หม่อมฉันเจ็บและหวาดกลัวเหลือเกิน หม่อมฉันกลัวว่าจะต้องตายไปทั้งแบบนี้ กลัวว่าจะไม่ได้พบฝ่าบาทอีก กลัวว่าจะไม่ได้แต่งงานกับ...”ฝ่าบาทแล้วสามคำหลังนั้น นางไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมา แต่เซวียนหยวนอี้ก็เข้าใจความหมายดีเขาลุกขึ้นอย่างเย็นชาและห่างเหิน ก่อนกล่าวเรียบๆ ว่า “ถอนพิษจนไม่มีอันตรายอันใดแล้วก็ดี ข้ายังมีธุระ ขอตัวกลับก่อน”ลู่ชิงอี๋รีบลุกขึ้น ก่อนรวบรวมความกล้าคว้ามือของเขาที่ห้อยอยู่ข้างลำตัว“ฝ่
اقرأ المزيد

บทที่ 9

เพลิงไหม้ครั้งนี้โหมกระหน่ำยาวนานตลอดทั้งวัน เรือนเล็กของลู่อีซวงถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือเพียงซากปรักหักพังสีดำสนิทกลิ่นควันไหม้ฉุนจนแทบหายใจไม่ออก กำแพงวังสีแดงชาดเดิมถูกเขม่าควันย้อมจนดำเป็นบริเวณกว้าง มัวหม่นจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ของตกแต่งภายในห้องถูกเผาจนแทบไม่เหลือ บนตำแหน่งที่เคยเป็นเตียงนอน มีร่างไหม้เกรียมสีดำขดตัวอย่างผิดธรรมชาติ ราวกับก่อนตายต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเมื่อเห็นภาพนั้น รูม่านตาของเซวียนหยวนอี้หดตัวฉับพลัน หัวใจราวกับถูกฉีกเป็นแผลใหญ่ ทั้งเจ็บปวดและว่างเปล่าอย่างบรรยายไม่ถูกลู่อีซวง... ตายแล้วงั้นรึ?เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้? เมื่อคืนนางยังปกติดีอยู่แท้ๆ นางยังตกปากรับคำว่าจะมาเข้าถวายตัวในคืนนี้อยู่เลย!เซวียนหยวนอี้กำหมัดแน่นจนเลือดไหลหยดจากปลายนิ้ว ย้อมพื้นเป็นสีแดง“เรื่องเพลิงไหม้ที่ตำหนักฉู่ซิ่วกง จงไปสืบสวนหาความจริงมาให้เร็วที่สุด! หากหาตัวการผู้ก่อเหตุมิเจอ พวกเจ้าก็เตรียมตัดหัวมาพบข้าได้เลย!”เขาตะโกนลั่นใส่ผู้คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนหากมิใช่ว่ายังคงหลงเหลือสติอยู่บ้าง ชั่วครู่ต่อมาคงได้ถือดาบออกไล่ฆ่าคนเป็นแ
اقرأ المزيد

บทที่ 10

ทันใดนั้น หัวหน้าขันทีหลี่ก็เดินเข้ามาด้วยร่างกายที่สั่นเทา“ทูลฝ่าบาท เรื่องเพลิงไหม้ที่ตำหนักฉู่ซิ่วกงได้รับการสืบสวนจนกระจ่างแจ้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีผู้ใดจงใจประทุษร้ายแม่นางอีซวง แต่เป็น... แต่เป็น...”ทว่าผลลัพธ์ที่แท้จริงนั้น เขากลับพูดออกมาไม่ได้ อึกอักติดขัดด้วยความลำบากใจอย่างยิ่งเซวียนหยวนอี้ข่มความโกรธไว้ แล้วตวาดว่า “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หากเจ้ายังพูดไม่ออกอีก ข้าจะตัดหัวเจ้า!”หัวหน้าขันทีหลี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยินยอมพร้อมตาย “เป็นแม่นางอีซวงที่วางเพลิงด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีใครประทุษร้ายนาง และยิ่งไม่มีใครเห็นนางออกมา เป็นนางที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปจึงปลิดชีพตนเองพ่ะย่ะค่ะ!”ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ หัวใจของเซวียนหยวนอี้ก็สั่นสะเทือน ไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อย“หึ ฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ?” เขาหัวเราะเยาะตัวเองด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความเศร้า “หรือว่าข้ายังดีกับนางไม่พอ? นางถึงได้อยากหนีจากข้ามากขนาดนี้!”“นอกจากอิสรภาพแล้ว ข้าเคยปฏิบัติต่อนางไม่ดีตอนไหน? นางถึงขั้นยอมทิ้งชีวิตตนเองเพียงเพื่อจะไปจากข้า!”หัวใจของเขาราวกับถูกมีดคมนับไม่ถ้วนกรีดแทงและบิดขยี้ เจ็บปว
اقرأ المزيد
السابق
123
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status