مشاركة

บทที่ 6

مؤلف: หยวนสือเยว่
วันต่อมา ขณะเสิ่นเฉียวซีเดินออกจากสถานทูต กลับได้รับสายโทรศัพท์ถี่รัวจากเพื่อนสนิท “เฉียวซี ดูเทรนด์คำค้นหายอดฮิตด่วนเลย!!”

เธอเปิดโทรศัพท์ด้วยความงุนงง ทันทีที่เห็นเนื้อหาชัดเจน ทั้งร่างก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า

เพียงเพราะเมื่อคืนมีแฟนคลับกลุ่มใหญ่ของสวี่หวั่นเยว่ตามมาอุดหนุนร้านอาหารของพ่อแม่บุญธรรมเธอ แต่กลับเกิดอาหารเป็นพิษเพราะอาหารทะเลเน่าเสียจนต้องเข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน ยามนี้ร้านอาหารจึงถูกสั่งปิด

ทว่าตำแหน่งที่เดิมทีควรจะเป็นรูปของพ่อแม่บุญธรรมสวี่หวั่นเยว่ กลับถูกใช้เป็นรูปของพ่อแม่เสิ่นเฉียวซีเมื่อครั้งยังมีชีวิต!

เธอโทรหาทีมงานคุมเทรนด์คำค้นหายอดฮิตทันที เพื่อขอให้เปลี่ยนรูปพ่อแม่ของเธอออก

แต่ผู้ดูแลกลับอึกอักอยู่นาน ไม่ยอมรับปาก จนเสิ่นเฉียวซีขู่ว่าจะแจ้งความ เขาถึงยอมโพล่งความจริงออกมา

“รูปสองใบนี้ประธานฮั่วเป็นคนส่งมาให้ด้วยตัวเองครับ!”

สมองของเสิ่นเฉียวซีว่างเปล่าไปหมด เธอไม่อยู่ฟังคำแก้ตัวที่เหลือ กดวางสาย ก่อนรีบเดินซวนเซไปยังห้องทำงานของฮั่วอวี่เฉิน

เธอต้องการคำอธิบาย!

เธอเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงาน ยังไม่ทันได้เคาะประตู ก็ได้ยินเสียงเพื่อนสนิทของฮั่วอวี่เฉินเอ่ยถามด้วยความงุนงงจากด้านใน

“นายอยากปกป้องพ่อแม่สวี่หวั่นเยว่ จะดึงใครมารับผิดแทนก็ตามสบาย แต่กลับเลือกรูปพ่อแม่ของเสี่ยวซียัยหนูนั่น ใช่ว่านายไม่รู้นิสัยของเธอ เห็นเทรนด์คำค้นหายอดฮิตเข้าจะไม่ระเบิดลงเลยหรือไง?”

แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของฮั่วอวี่เฉิน “เพราะคนที่วางยาแฟนคลับหวั่นเยว่ก็คือเสิ่นเฉียวซี!”

เพื่อนสนิทของเขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ “จริงหรือเปล่าเนี่ย?!”

ฮั่วอวี่เฉินนวดสันจมูก ระหว่างคิ้วเหลือเพียงความหงุดหงิดใจ

“เมื่อวานเธอตั้งใจมาปรากฏตัวที่ร้านอาหารเพื่อแสร้งทำเป็นบังเอิญเจอฉัน ผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมง แฟนคลับกลุ่มนั้นก็เกิดอาหารเป็นพิษพร้อมกัน พ่อแม่หวั่นเยว่นิสัยซื่อสัตย์ ไม่มีทางตั้งใจซื้ออาหารทะเลเน่าเสียราคาถูกมาย้อมแมวขายแน่ ตัวการถ้าไม่ใช่เสิ่นเฉียวซีแล้วจะเป็นใครไปได้อีก?”

“เดิมทีนึกว่าเธอจะว่าง่ายขึ้นแล้ว ไม่นึกเลยว่าเธอยังคงสันดานเดิมไม่เปลี่ยน ป้ายความผิดให้หวั่นเยว่อีกจนได้!”

ทุกถ้อยคำราวกับเข็มปักทิ่มลงกลางอกเสิ่นเฉียวซีอย่างแรง เจ็บปวดจนอวัยวะภายในบิดเกร็งไปหมด

ช่างน่าขันสิ้นดี

ความรักบริสุทธิ์จริงใจที่เธอเคยมีให้เขา บัดนี้กลับกลายเป็นหลักฐานที่ใช้ตัดสินว่าเธอเป็นคนผิด

ดูจากตรงนี้ หรือว่าแชทวิ่งบนจอพวกนั้นก็เข้าใจผิดไปด้วยเหมือนกัน

ฮั่วอวี่เฉินไม่เคยรักเธอเลยสักนิดเดียว

ความอ่อนโยนที่เคยทำให้เธอเข้าใจผิดเหล่านั้น เป็นเพียงความรับผิดชอบในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งเท่านั้น

สิบปีที่ผ่านมาของเธอ กลับเป็นเพียงเรื่องตลกเหลวไหลของการทุ่มเทผิดคน!

เสิ่นเฉียวซีเดินกลับบ้านด้วยจิตใจเลื่อนลอยไร้สติ

มีคนออกมาแฉที่อยู่คอนโดมิเนียมที่เสิ่นเฉียวซีอาศัยอยู่ในปัจจุบัน พร้อมอ้างว่าสวี่หวั่นเยว่และพ่อแม่ของเธอพักอยู่ที่นั่น

ครั้นเสิ่นเฉียวซีไปถึงบ้าน หน้าประตูห้องก็ถูกคนสาดสีใส่ และแม่กุญแจก็ถูกงัดออกเสียแล้ว

ผนังห้องที่พ่อของเสิ่นเฉียวซีตั้งใจทาสีไว้อย่างประณีตถูกคนทาสิ่งปฏิกูลจนสกปรกเลอะเทอะ เฟอร์นิเจอร์ที่แม่เลือกซื้อถูกทุบทำลายพังยับเยิน แม้กระทั่งรูปถ่ายครอบครัวของเสิ่นเฉียวซีกับพวกเขาก็ยังถูกคนจงใจตัดเป็นชิ้นๆ แล้วโยนทิ้งลงในชักโครก

เสิ่นเฉียวซียืนมองสภาพพังพินาศตรงหน้าอย่างด้านชา โดยไม่มีทั้งน้ำตาหรือเสียงร้องไห้โวยวาย

เธอเก็บกวาดสัมภาระที่ยังเหลืออยู่ แล้วจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องจนเรียบร้อย ก่อนจะไหว้วานนายหน้าให้ช่วยขายห้องนี้ทิ้งในราคาถูก

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เธอจึงลากกระเป๋าเดินทางตรงไปยังสนามบิน

ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสิบนาที เธอได้โพสต์รายการสั่งซื้อวัตถุดิบของร้านอาหารตระกูลสวี่ที่ไหว้วานคนไปสืบมา พร้อมกับใบมรณบัตรของพ่อกับแม่ลงบนโลกออนไลน์ อีกทั้งยังแท็กบัญชีทางการของสวี่หวั่นเยว่กับฮั่วซื่อกรุ๊ป โดยแนบข้อความว่า

“พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว ไม่ทราบว่าคนตายจะดำเนินกิจการร้านอาหารที่เพิ่งเปิดทำการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ยังไงกัน?”

“ส่วนตัวการที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดอาหารเป็นพิษ ฉันคิดว่ารายการสั่งซื้อใบนี้คงจะให้คำตอบแก่คนบางคนได้”

หลังกดโพสต์ไปได้ไม่ถึงห้านาที หัวข้อนี้ก็พุ่งขึ้นเทรนด์คำค้นหายอดฮิตจนระบบแทบแตก

วินาทีต่อมา โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเฉียวซีก็แผดเสียงดังระงมอย่างบ้าคลั่ง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 17

    หนึ่งเดือนต่อมาเสิ่นเฉียวซีนอนอาบแดดอยู่บนชายหาดหลินฉีเหยียนที่อยู่ข้างๆ กำลังชงเครื่องดื่มให้เธอ เพียงแต่สีหน้าดูไม่ได้เอาเสียเลย เขามองจ้องฮั่วอวี่เฉินที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะกัดฟันพูดว่า“ตาแก่หน้าด้าน! วันๆ เอาแต่คิดจะแย่งคนรักของคนอื่นมาเป็นมือที่สาม!”เสิ่นเฉียวซีคุ้นชินกับการโวยวายของเขามานานแล้ว เธอหลับตาพลิกตัว พลางตอบปัดแบบขอไปทีว่า“คุณเป็นสามีแต่ง มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย จะไปสนใจเขาทำไม?”แค่ประโยคเดียวก็กล่อมหลินฉีเหยียนที่กำลังหัวเสียให้สงบลงได้ เจ้าตัวยิ้มหน้าบานกลับไปหยิบผลไม้หั่นชิ้นมาให้เธอเพิ่มอีกวินาทีต่อมา โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเฉียวซีก็ได้รับข้อความจากฮั่วอวี่เฉินอีกครั้ง“คืนนี้โรงแรมมีงานเลี้ยง ฉันนำเครื่องเพชรมาชุดหนึ่ง เหมาะกับชุดราตรีที่เธอสั่งตัดไว้เมื่อวันก่อนมากเลย”เสิ่นเฉียวซีไม่ได้ตอบกลับเธอลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าโรงแรมไปทันทีกลับมาถึงห้องสวีทได้ไม่นาน พนักงานก็มาเคาะประตูแล้วส่งชุดเครื่องเพชรนั้นเข้ามาให้เสิ่นเฉียวซีกำลังจะปฏิเสธ แต่พลันเห็นฮั่วอวี่เฉินยืนอยู่ไม่ไกล สายตาแฝงความโศกเศร้า เขายิ้มอย่างขื่นขมว่า“ถือว่าเป็นของขว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 16

    ภายในปราสาทโบราณอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งขรึมเสียงเพลงมาร์ชวิวาห์ค่อยๆ ดังก้องขึ้นเสิ่นเฉียวซีสวมผ้าคลุมหน้า พลางหิ้วชายกระโปรง เดินตรงไปหาหลินฉีเหยียนที่ยืนอยู่ปลายพรมแดงบาทหลวงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง นำกล่าวคำสาบานตามขั้นตอนกระทั่งเขาเอ่ยถามว่า“...เจ้าสาวยินดีจะแต่งงานกับเจ้าบ่าวหรือเปล่า?”วินาทีถัดมา เสียงทุ้มต่ำอันร้อนรนของชายหนุ่มก็ทำลายความสงบลง“เธอไม่ยินดี!”เหล่าแขกเหรื่อต่างฮือฮาขึ้นทันทีเสิ่นเฉียวซีมองไปยังทิศทางของแขกผู้มาใหม่โดยสัญชาตญาณ ทว่าพอเห็นชัดเจนว่าเป็นฮั่วอวี่เฉิน หัวใจเธอก็กระตุกวูบอย่างแรงฮั่วอวี่เฉินซูบผอมลงไปมาก ชุดสูทสีดำที่เคยพอดีตัว ยามนี้กลับดูหลวมโคร่งอยู่บนร่างเขาบนหน้าผากของชายหนุ่มมีรอยแผลเป็นใหม่เพิ่มมาหนึ่งแห่ง ขาของเขาก็ดูเหมือนจะบาดเจ็บ ทำได้เพียงอาศัยไม้เท้าช่วยยันกายเขามองเสิ่นเฉียวซีด้วยสายตาลึกซึ้ง แววตาคมคายคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักและความสำนึกผิด“เสี่ยวซี ฉันขอโทษเธอด้วยนะ”“ที่ผ่านมาฉันผิดเอง ฉันคิดว่าถ้าปล่อยมือจากเธอ ให้เธอได้ออกไปเปิดหูเปิดตาในโลกที่กว้างขึ้น ได้รู้จักคนวัยเดียวกันมากขึ้น แล้วเธอถึงจะรู้ว่าค

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 15

    ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเซนต์แอนน์ ประเทศฮ่องกงฮั่วอวี่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นบอดี้การ์ดด้านข้างพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ประธานฮั่ว คุณฟื้นแล้วเหรอครับ?!”...หากจะพูดถึงข่าวใหญ่ที่สุดของทางหนานหยางในช่วงนี้ ก็คือตระกูลหลินอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่กำลังจะจัดงานแต่งงาน!แถมเจ้าบ่าวก็คือคุณชายตระกูลหลินคนที่เคยถูกลักพาตัวตอนอายุเจ็ดขวบแล้วรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยตลอดสิบหกปีหลังจากนั้น!ตลอดช่วงเวลาเกือบครึ่งเดือน สื่อมวลชนทางหนานหยางต่างพากันขุดคุ้ยรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าสาวทว่านอกจากรู้ว่าเป็นผู้หญิงแล้วข้อมูลอื่นๆ ก็เหมือนถูกสั่งปิดข่าวเอาไว้โดยสิ้นเชิง ไม่สามารถสืบหาอะไรได้เลยเพียงชั่วข้ามคืน ทั่วทั้งแวดวงไฮโซต่างก็สนอกสนใจในตัวว่าที่นายหญิงตระกูลหลินคนนี้เป็นอย่างยิ่งในที่สุดก็ถึงวันจัดงานแต่งงานภายนอกปราสาทหรูหราเต็มไปด้วยรถยนต์ราคาแพงที่จอดเรียงราย รวมถึงบรรดานักข่าวจากสำนักข่าวและสถานีโทรทัศน์ต่างๆบนสนามหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลปลูกกุหลาบพันธุ์เวนเดลาไว้เต็มพื้นที่ล่วงหน้า สื่อความหมายถึง “ปักใจรักเพียงคุณผู้เดียว”“ได้ยินมาว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 14

    แผนงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเสิ่นเฉียวซีพาพนักงานในแผนกของเธอไปรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองหลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยง เธอก็ออกมาเรียกรถแท็กซี่นอกร้าน ทว่าในวินาทีถัดมา รถของหลินฉีเหยียนกลับแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ“ผู้จัดการเสิ่น ติดรถไปด้วยกันไหมครับ?”หลินฉีเหยียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาพราวระยับคู่นั้นของเขาส่องประกายแวววาวภายใต้แสงไฟถนนก่อนที่พนักงานคนอื่นจะทันสังเกตเห็น เสิ่นเฉียวซีก็รีบเปิดประตูเบาะข้างคนขับแล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็วตัวรถแล่นไปอย่างราบเรียบ เสิ่นเฉียวซีหลับตาลงทำทีเป็นนอนหลับ“สรุปว่าตัวจริงอย่างผมจะเปิดตัวได้เมื่อไหร่กันแน่ครับ?”จู่ๆ เสียงตัดพ้อด้วยความน้อยอกน้อยใจของหลินฉีเหยียนก็ดังมาจากเบาะคนขับ เขาเริ่มท่องรายชื่อพวกมือที่สามออกมาเหมือนท่องจำได้อย่างขึ้นใจ“วันนี้หัวหน้าทีมแผนกขายซื้อกาแฟมาให้คุณแก้วหนึ่ง หัวหน้าฝ่ายการตลาดก็ส่งยิ้มให้คุณตั้งนาน แถมยังจะชวนคุณไปตีเทนนิสด้วยกันวันเสาร์อาทิตย์นี้อีก!”เมื่อเห็นท่าทางหน้าบึ้งแก้มป่องของเขา เสิ่นเฉียวซีก็เอียงคอมองอย่างนึกขำ พลางแกล้งหยอกเขา“แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? พวกเราสองคนยังไม่ได้จดทะเบี

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 13

    “อาเล็ก!”เสิ่นเฉียวซีเบิกตากว้างขึ้นมาทันใดกระทั่งมองเห็นหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะและคอมพิวเตอร์ทำงานตรงหน้า เธอถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาเธอเดินทางมาถึงหนานหยางเกือบสองสัปดาห์แล้วทว่าเธอที่ตั้งใจว่าจะลืมเลือนฮั่วอวี่เฉินไปโดยสิ้นเชิง กลับฝันถึงเขาอีกครั้งในยามพักกลางวันของวันนี้ในสภาพเลือดโชกเต็มศีรษะและสลบไสลไม่ได้สติเธอหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ถอนหายใจออกมาในที่สุดเสิ่นเฉียวซีก็สงบอัตราการเต้นของหัวใจที่ตื่นตระหนกให้กลับมาเป็นปกติได้“ฝันร้ายเหรอครับ?”เสียงหัวเราะแผ่วเบาของชายหนุ่มแว่วมาจากทางประตูเสิ่นเฉียวซีเงยหน้ามองตามเสียง เห็นเพียงหลินฉีเหยียนยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่งพลางส่งยิ้มให้เธอ ดวงตาพราวเสน่ห์เต็มไปด้วยร่องรอยของการเย้าหยอก“ประธานเสิ่นคนเก่งของเราก็มีวันที่เหนื่อยจนต้องแอบงีบกับเขาด้วยเหรอเนี่ย?”เสิ่นเฉียวซีถูกเขามองจนหน้าร้อนผ่าว จึงตอกกลับไปว่า“แอบอะไรกันคะ? ฉันงีบอย่างเปิดเผยต่างหากล่ะ ประธานหลินเถอะ ในเวลาทำงานอย่ามาห้องทำงานของฉันตามใจชอบสิ พวกเราเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน คนอื่นมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดีนะคะ”“ดูไม่ดีเหรอครับ?”หลินฉ

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 12

    ทิวเขาทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด เปรียบเสมือนเชือกแขวนคอที่รัดแน่นอยู่ตรงลำคอของหญิงสาวฮั่วอวี่เฉินก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ พลางทอดสายตามองทิวเขาสูงใหญ่รอบทิศ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หากตนเองไม่ล่วงรู้ความจริง สวี่หวั่นเยว่ตัวจริงก็คงไม่มีทางหนีรอดออกไปได้อีกเลยตลอดชีวิตลมพัดกระพือจากใบพัดหอบเอาชายเสื้อสีดำสนิทของฮั่วอวี่เฉินจนปลิวไสว เผยให้เห็นจี้หยกที่พันอยู่รอบข้อมือเรียวเห็นข้อกระดูกเด่นชัดของเขาหากพินิจดูอย่างละเอียดก็ไม่ยากที่จะสังเกตเห็นว่า บนจี้หยกชิ้นนั้นมีรอยแตกร้าวตื้นจางจนแทบมองไม่ออกฮั่วอวี่เฉินยกมือขึ้นจูบจี้หยกอย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยด้วยความรักใคร่เอ็นดูว่า“เสี่ยวซีเด็กดี รอฉันอีกนิดนะ อาเล็กไม่มีวันปล่อยมือหรอก”บอดี้การ์ดด้านหลังกระชากตัวเฉิงต้าหย่งที่ถูกชกจนหน้าปูดบวมเหมือนหัวหมูลงมาจากเฮลิคอปเตอร์“โอ๊ย…”เฉิงต้าหย่งขวัญผวาไปนานแล้ว จึงว่าง่ายเหมือนนกกระทาที่หดคอเดินนำทางอยู่ข้างหน้าชาวบ้านหลายคนตรงบ้านริมทางจำเฉิงต้าหย่งได้ ต่างพากันใช้ภาษาถิ่นหัวเราะเยาะเขาว่า“ต้าหย่ง ไหนว่าไปรวยอู่ฟู่ที่ฮ่องกงกับยัยหนูบ้านสวี่ไง? ทำไมตอนนี้ถึงถูกมัดกลับบ้านเหมือนหมูป่าแบบนี

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status