مشاركة

บทที่ 2

مؤلف: หยวนสือเยว่
เสิ่นเฉียวซีใจกระตุกวูบขึ้นมาทันที ปลายนิ้วจิกฝ่ามือไว้แน่นเพื่อไม่ให้เผยพิรุธออกมา

เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่างจากฮั่วอวี่เฉิน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเหินห่าง “ของขวัญเซอร์ไพรส์ไงคะ เป็นของขวัญอวยพรขอให้คุณกับคุณสวี่มีความสุขกับการแต่งงาน”

สิ่งนั้นก็คือ...การจากคุณไปตลอดกาล

เมื่อสัมผัสได้ว่าเสิ่นเฉียวซีจงใจห่างเหิน ฮั่วอวี่เฉินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ครู่ใหญ่กว่าเขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า

“เธอคิดตกได้ด้วยตัวเองก็ดีแล้ว ฉันแก่กว่าเธอตั้งสิบปี ในทางฐานะก็เป็นอาเล็กของเธอ วันหน้าก็อย่าพูดเรื่องเพ้อเจ้อว่าจะแต่งงานกับฉันอีกเลย เธออายุยังน้อย ยามปกติก็ควรจะคบหากับคนรุ่นเดียวกันให้มากๆ”

จังหวะนั้นเอง แชทวิ่งบนจอก็ปรากฏขึ้น

[ยัยหนูนางเอกอย่าไปเชื่อนะ! นี่พระเอกเขาเสียใจที่เธอห่างเหินเลยตั้งใจพูดประชดทั้งนั้นแหละ! ตั้งแต่ตอนที่เธอสารภาพรักตอนอายุสิบแปด เขาก็กล่อมตัวเองจนยอมรับได้ตั้งนานแล้ว เรื่องอายุห่างกันสิบปีหรือฐานะอาเล็กอะไรนั่นเขาไม่ได้แคร์เลยสักนิด แค่เพราะตอนนี้เธอยังเด็กเกินไป เขาเลยต้องยอมตัดใจไม่คบกับเธอเพื่อปกป้องเธอจากกระแสนินทาต่างหาก!]

[ใช่เลย ตอนที่เขารีบร้อนมาหาคุณเมื่อครู่ ก็เพราะอยากบอกว่าหยกที่หล่นแตกชิ้นนั้นส่งไปซ่อมแล้ว เขายอมทุ่มเงินมหาศาลจ้างช่างซ่อมบูรณะหยกฝีมือดีที่สุดมาเลยนะ]

เสิ่นเฉียวซีก้มลงมองต่ำ ก่อนจะตอบรับอย่างเด็ดขาด “วางใจเถอะค่ะอาเล็ก จากนี้ไปฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”

พูดจบเธอก็หันหลังเดินตรงไปยังห้องนอน พ่อแม่ทิ้งบ้านหลังหนึ่งไว้ให้เธอ ยามนี้สมควรจะเก็บข้าวของย้ายออกไปเสียที

คิดไม่ถึงว่าเธอจะตอบรับอย่างแน่วแน่ขนาดนี้ ฮั่วอวี่เฉินมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาล้ำลึก นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่จึงค่อยก้าวตามไป

ตอนที่เดินผ่านโถงรับแขก เสิ่นเฉียวซีก็ถูกฮั่วอวี่เฉินเรียกเอาไว้อีกครั้ง

“วันนี้วันที่เจ็ดเดือนเจ็ด”

ชายหนุ่มยื่นมือไปทางเสิ่นเฉียวซี บนอุ้งนิ้วเรียวยาวสะอาดสะอ้านนั้น มีเครื่องรางคุ้มภัยวางอยู่ชิ้นหนึ่ง

แพขนตาของเสิ่นเฉียวซีสั่นไหวเล็กน้อย

[กรี๊ดดดดด ก่อนหน้านี้ยัยหนูนางเอกเคยเปรยๆ อธิษฐานไว้ว่าอยากได้เครื่องรางคุ้มภัยจากคนรักในวันเทศกาลชีซี คิดไม่ถึงเลยว่าพระเอกจะจำใส่ใจ แถมยังตั้งใจไปกราบไหว้ขอมาให้จริงๆ ด้วย!]

[ฉันร้องไห้จะตายอยู่แล้วนะ ตอนที่ยัยน้องถูกยิงจนหมดสติ เขาคุกเข่าอธิษฐานต่อหน้าองค์พระตั้งหนึ่งวันหนึ่งคืนเพื่อคุ้มครองให้เจ้าหญิงน้อยของเขาปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน...ฟินจนจะวูบแล้ว!]

เสิ่นเฉียวซีมองเครื่องรางคุ้มภัยที่ปักชื่อของเธอไว้ชิ้นนั้น พลางยกมุมปากขึ้นน้อยๆ ทว่ากลับยิ้มไม่ออก

เธอเอ่ยขึ้นว่า “ขอบคุณค่ะอาเล็ก แต่จากนี้ไปของขวัญแบบนี้ ทางที่ดีเอาไปมอบให้คุณสวี่เถอะค่ะ”

ฮั่วอวี่เฉินชะงักไป ลูกกระเดือกขยับไหว เขาตั้งท่าจะเอ่ยบางอย่าง ทว่ากลับถูกเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ระเบิดขึ้นอย่างฉับพลันขัดจังหวะเสียก่อน

“ตายแล้ว ยัยนั่นจะไร้ยางอายเกินไปแล้วมั้ง ผ้าแค่ไม่กี่ชิ้นยังกล้าแต่งออกมาร่อนไปร่อนมาอีก?”

“เพื่อจะไต่เต้าจับคนรวย ถึงกับขนสารพัดเล่ห์เหลี่ยมต่ำทรามมาใช้ แม้แต่ปลายเล็บของคุณหนูเสิ่นยังเทียบไม่ได้เลย!”

เห็นเพียงสวี่หวั่นเยว่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวที่ปกปิดส่วนสำคัญไว้ได้อย่างฉิวเฉียด ยืนใบหน้าซีดเผือดอยู่ท่ามกลางฝูงชนด้วยความอับอายและแค้นเคืองจนร่างซวนเซแทบจะล้มลง

จนกระทั่งวินาทีที่มองเห็นฮั่วอวี่เฉิน เธอถึงโผเข้าสู่อ้อมอกเขาเหมือนคนเจอที่พึ่งสุดท้าย แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง

“มีคนรับใช้มาบอกฉันว่าเสี่ยวซีอยากให้ฉันสวมชุดเดรสที่เธอส่งมาให้ตัวนี้ ฉันถึงยอมเปลี่ยนใส่ นึกไม่ถึงเลยว่า...”

ฮั่วอวี่เฉินถอดเสื้อสูทตัวนอกออกมาคลุมไหล่ให้เธอโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ยามที่หันกลับมามองเสิ่นเฉียวซีอีกครั้ง ไออุ่นที่หลงเหลือในแววตาของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป จนเหลือเพียงความผิดหวัง

“เสิ่นเฉียวซี เธอพร่ำบอกว่าตัวเองรู้ความ แต่กลับแอบใช้เล่ห์เหลี่ยมโสโครกแบบนี้ลับหลัง! นี่น่ะเหรอการอบรมสั่งสอนจากครอบครัวของเธอ?”

หัวใจราวกับถูกใครบางคนกระชากฉีกเป็นแผลฉกรรจ์

เสิ่นเฉียวซีเงยหน้าขึ้นเพื่อสะกดหยาดน้ำตาเอาไว้ ก่อนมองสบตาเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ฉันไม่เคยส่งเดรสตัวนี้ให้ใคร แล้วก็ไม่เคยฝากความถึงใครด้วยค่ะ”

“ด้วยนิสัยของฉัน คนที่บอกว่าไม่เอาแล้วก็คือไม่เอาอีกแล้ว จะต้องใช้กลอุบายซับซ้อนไปแย่งชิงมาอีกทำไมกันคะ?”

สิ้นเสียงพูด สีหน้าของฮั่วอวี่เฉินก็ดูผ่อนคลายลงบ้าง

แต่สวี่หวั่นเยว่ในอ้อมอกเขา กลับหยิบกล่องของขวัญกล่องหนึ่งออกมาขณะสะอึกสะอื้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดแกมสงสัย

“เสี่ยวซี ฉันขอโทษนะ อาจจะเป็นฉันฟังผิดไปเอง...คนรับใช้คนนั้นยัดกล่องของขวัญมาให้ฉันสองกล่อง หรือว่าเธออยากให้ฉันใส่ชุดในกล่องนี้กันแน่?”

เธอเอ่ยพลางแกะกล่องออก ทว่ากลับจับไว้ไม่มั่นจนกล่องร่วงหล่น ของเล่นชิ้นเล็กๆ พร้อมกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งก็กลิ้งออกมา บนกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ด้วยตัวอักษรเด่นหราว่า… “นังแพศยาเจ้าเล่ห์ อยากนักก็เอาไปเล่นคนเดียวสิ อย่ามัวแต่คิดจะยั่วผู้ชายของฉัน เสิ่นเฉียวซี!”

บรรดาแขกเหรื่อต่างส่งเสียงหัวเราะเยาะใส่สวี่หวั่นเยว่ขึ้นมาอีกรอบ

สวี่หวั่นเยว่หวีดร้องออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะหมดสติไป

สีหน้าของฮั่วอวี่เฉินดำคล้ำลงถึงขีดสุด เขาหันไปมองเสิ่นเฉียวซีทันที พร้อมน้ำเสียงที่เย็นชาและแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“หรือคิดว่าหวั่นเยว่จะเอาชื่อเสียงของตัวเองมาใส่ร้ายเธอ? เสิ่นเฉียวซี ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอกลายเป็นคนพูดจาตลบแตลง เจ้าเล่ห์ถึงขนาดนี้? ในเมื่อตอนนี้เธอยังเป็นคนตระกูลฮั่ว ฉันก็ต้องสั่งสอนเธอแทนพ่อแม่ของเธอให้ดี”

“ใครก็ได้ พาคุณหนูซีไปลงโทษคุกเข่าที่ศาลบรรพบุรุษสิบสองชั่วโมงที!”

เขาอุ้มสวี่หวั่นเยว่จ้ำเท้าเดินออกไปข้างนอก เสิ่นเฉียวซีจึงก้าวตามไปอธิบายตามสัญชาตญาณ “อาเล็กคะ ฉัน…”

แต่ฮั่วอวี่เฉินกลับผลักเธอออกเต็มแรง พร้อมตวาดลั่นด้วยความโมโห “ไสหัวไป!”

แรงผลักโดยไม่ยั้งมือของเขา ทำให้เสิ่นเฉียวซีถูกสะบัดออกไปราวกับใบไม้ร่วง กระแทกเข้ากับเขามอข้างทางอย่างจัง แผลบริเวณเอวที่ยังไม่ทันสมานดีพลันปริแตกจนไหมเย็บหลุด เลือดสดๆ ย้อมชุดกระโปรงสีขาวบนตัวเธอจนแดงฉานในพริบตา

บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ข้างๆ ตื่นตกใจ รีบตั้งท่าจะส่งเสียงตะโกนรั้งฮั่วอวี่เฉินเอาไว้

ทว่าเสิ่นเฉียวซีกลับกัดฟันข่มความเจ็บปวดแล้วห้ามเขาไว้ “พาฉันไปรับโทษที่ศาลบรรพบุรุษเถอะ”

บุญคุณอุ้มชูเลี้ยงดูกว่าสิบปี เธอจะค่อยๆ ชดใช้คืนให้จนหมดสิ้น

นับจากนี้ ระหว่างเธอกับฮั่วอวี่เฉิน ต่างฝ่ายต่างไม่ติดค้างกันอีกต่อไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 17

    หนึ่งเดือนต่อมาเสิ่นเฉียวซีนอนอาบแดดอยู่บนชายหาดหลินฉีเหยียนที่อยู่ข้างๆ กำลังชงเครื่องดื่มให้เธอ เพียงแต่สีหน้าดูไม่ได้เอาเสียเลย เขามองจ้องฮั่วอวี่เฉินที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะกัดฟันพูดว่า“ตาแก่หน้าด้าน! วันๆ เอาแต่คิดจะแย่งคนรักของคนอื่นมาเป็นมือที่สาม!”เสิ่นเฉียวซีคุ้นชินกับการโวยวายของเขามานานแล้ว เธอหลับตาพลิกตัว พลางตอบปัดแบบขอไปทีว่า“คุณเป็นสามีแต่ง มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย จะไปสนใจเขาทำไม?”แค่ประโยคเดียวก็กล่อมหลินฉีเหยียนที่กำลังหัวเสียให้สงบลงได้ เจ้าตัวยิ้มหน้าบานกลับไปหยิบผลไม้หั่นชิ้นมาให้เธอเพิ่มอีกวินาทีต่อมา โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเฉียวซีก็ได้รับข้อความจากฮั่วอวี่เฉินอีกครั้ง“คืนนี้โรงแรมมีงานเลี้ยง ฉันนำเครื่องเพชรมาชุดหนึ่ง เหมาะกับชุดราตรีที่เธอสั่งตัดไว้เมื่อวันก่อนมากเลย”เสิ่นเฉียวซีไม่ได้ตอบกลับเธอลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าโรงแรมไปทันทีกลับมาถึงห้องสวีทได้ไม่นาน พนักงานก็มาเคาะประตูแล้วส่งชุดเครื่องเพชรนั้นเข้ามาให้เสิ่นเฉียวซีกำลังจะปฏิเสธ แต่พลันเห็นฮั่วอวี่เฉินยืนอยู่ไม่ไกล สายตาแฝงความโศกเศร้า เขายิ้มอย่างขื่นขมว่า“ถือว่าเป็นของขว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 16

    ภายในปราสาทโบราณอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งขรึมเสียงเพลงมาร์ชวิวาห์ค่อยๆ ดังก้องขึ้นเสิ่นเฉียวซีสวมผ้าคลุมหน้า พลางหิ้วชายกระโปรง เดินตรงไปหาหลินฉีเหยียนที่ยืนอยู่ปลายพรมแดงบาทหลวงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง นำกล่าวคำสาบานตามขั้นตอนกระทั่งเขาเอ่ยถามว่า“...เจ้าสาวยินดีจะแต่งงานกับเจ้าบ่าวหรือเปล่า?”วินาทีถัดมา เสียงทุ้มต่ำอันร้อนรนของชายหนุ่มก็ทำลายความสงบลง“เธอไม่ยินดี!”เหล่าแขกเหรื่อต่างฮือฮาขึ้นทันทีเสิ่นเฉียวซีมองไปยังทิศทางของแขกผู้มาใหม่โดยสัญชาตญาณ ทว่าพอเห็นชัดเจนว่าเป็นฮั่วอวี่เฉิน หัวใจเธอก็กระตุกวูบอย่างแรงฮั่วอวี่เฉินซูบผอมลงไปมาก ชุดสูทสีดำที่เคยพอดีตัว ยามนี้กลับดูหลวมโคร่งอยู่บนร่างเขาบนหน้าผากของชายหนุ่มมีรอยแผลเป็นใหม่เพิ่มมาหนึ่งแห่ง ขาของเขาก็ดูเหมือนจะบาดเจ็บ ทำได้เพียงอาศัยไม้เท้าช่วยยันกายเขามองเสิ่นเฉียวซีด้วยสายตาลึกซึ้ง แววตาคมคายคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักและความสำนึกผิด“เสี่ยวซี ฉันขอโทษเธอด้วยนะ”“ที่ผ่านมาฉันผิดเอง ฉันคิดว่าถ้าปล่อยมือจากเธอ ให้เธอได้ออกไปเปิดหูเปิดตาในโลกที่กว้างขึ้น ได้รู้จักคนวัยเดียวกันมากขึ้น แล้วเธอถึงจะรู้ว่าค

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 15

    ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเซนต์แอนน์ ประเทศฮ่องกงฮั่วอวี่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นบอดี้การ์ดด้านข้างพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ประธานฮั่ว คุณฟื้นแล้วเหรอครับ?!”...หากจะพูดถึงข่าวใหญ่ที่สุดของทางหนานหยางในช่วงนี้ ก็คือตระกูลหลินอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่กำลังจะจัดงานแต่งงาน!แถมเจ้าบ่าวก็คือคุณชายตระกูลหลินคนที่เคยถูกลักพาตัวตอนอายุเจ็ดขวบแล้วรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยตลอดสิบหกปีหลังจากนั้น!ตลอดช่วงเวลาเกือบครึ่งเดือน สื่อมวลชนทางหนานหยางต่างพากันขุดคุ้ยรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าสาวทว่านอกจากรู้ว่าเป็นผู้หญิงแล้วข้อมูลอื่นๆ ก็เหมือนถูกสั่งปิดข่าวเอาไว้โดยสิ้นเชิง ไม่สามารถสืบหาอะไรได้เลยเพียงชั่วข้ามคืน ทั่วทั้งแวดวงไฮโซต่างก็สนอกสนใจในตัวว่าที่นายหญิงตระกูลหลินคนนี้เป็นอย่างยิ่งในที่สุดก็ถึงวันจัดงานแต่งงานภายนอกปราสาทหรูหราเต็มไปด้วยรถยนต์ราคาแพงที่จอดเรียงราย รวมถึงบรรดานักข่าวจากสำนักข่าวและสถานีโทรทัศน์ต่างๆบนสนามหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลปลูกกุหลาบพันธุ์เวนเดลาไว้เต็มพื้นที่ล่วงหน้า สื่อความหมายถึง “ปักใจรักเพียงคุณผู้เดียว”“ได้ยินมาว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 14

    แผนงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเสิ่นเฉียวซีพาพนักงานในแผนกของเธอไปรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองหลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยง เธอก็ออกมาเรียกรถแท็กซี่นอกร้าน ทว่าในวินาทีถัดมา รถของหลินฉีเหยียนกลับแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ“ผู้จัดการเสิ่น ติดรถไปด้วยกันไหมครับ?”หลินฉีเหยียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาพราวระยับคู่นั้นของเขาส่องประกายแวววาวภายใต้แสงไฟถนนก่อนที่พนักงานคนอื่นจะทันสังเกตเห็น เสิ่นเฉียวซีก็รีบเปิดประตูเบาะข้างคนขับแล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็วตัวรถแล่นไปอย่างราบเรียบ เสิ่นเฉียวซีหลับตาลงทำทีเป็นนอนหลับ“สรุปว่าตัวจริงอย่างผมจะเปิดตัวได้เมื่อไหร่กันแน่ครับ?”จู่ๆ เสียงตัดพ้อด้วยความน้อยอกน้อยใจของหลินฉีเหยียนก็ดังมาจากเบาะคนขับ เขาเริ่มท่องรายชื่อพวกมือที่สามออกมาเหมือนท่องจำได้อย่างขึ้นใจ“วันนี้หัวหน้าทีมแผนกขายซื้อกาแฟมาให้คุณแก้วหนึ่ง หัวหน้าฝ่ายการตลาดก็ส่งยิ้มให้คุณตั้งนาน แถมยังจะชวนคุณไปตีเทนนิสด้วยกันวันเสาร์อาทิตย์นี้อีก!”เมื่อเห็นท่าทางหน้าบึ้งแก้มป่องของเขา เสิ่นเฉียวซีก็เอียงคอมองอย่างนึกขำ พลางแกล้งหยอกเขา“แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? พวกเราสองคนยังไม่ได้จดทะเบี

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 13

    “อาเล็ก!”เสิ่นเฉียวซีเบิกตากว้างขึ้นมาทันใดกระทั่งมองเห็นหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะและคอมพิวเตอร์ทำงานตรงหน้า เธอถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาเธอเดินทางมาถึงหนานหยางเกือบสองสัปดาห์แล้วทว่าเธอที่ตั้งใจว่าจะลืมเลือนฮั่วอวี่เฉินไปโดยสิ้นเชิง กลับฝันถึงเขาอีกครั้งในยามพักกลางวันของวันนี้ในสภาพเลือดโชกเต็มศีรษะและสลบไสลไม่ได้สติเธอหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ถอนหายใจออกมาในที่สุดเสิ่นเฉียวซีก็สงบอัตราการเต้นของหัวใจที่ตื่นตระหนกให้กลับมาเป็นปกติได้“ฝันร้ายเหรอครับ?”เสียงหัวเราะแผ่วเบาของชายหนุ่มแว่วมาจากทางประตูเสิ่นเฉียวซีเงยหน้ามองตามเสียง เห็นเพียงหลินฉีเหยียนยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่งพลางส่งยิ้มให้เธอ ดวงตาพราวเสน่ห์เต็มไปด้วยร่องรอยของการเย้าหยอก“ประธานเสิ่นคนเก่งของเราก็มีวันที่เหนื่อยจนต้องแอบงีบกับเขาด้วยเหรอเนี่ย?”เสิ่นเฉียวซีถูกเขามองจนหน้าร้อนผ่าว จึงตอกกลับไปว่า“แอบอะไรกันคะ? ฉันงีบอย่างเปิดเผยต่างหากล่ะ ประธานหลินเถอะ ในเวลาทำงานอย่ามาห้องทำงานของฉันตามใจชอบสิ พวกเราเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน คนอื่นมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดีนะคะ”“ดูไม่ดีเหรอครับ?”หลินฉ

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 12

    ทิวเขาทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด เปรียบเสมือนเชือกแขวนคอที่รัดแน่นอยู่ตรงลำคอของหญิงสาวฮั่วอวี่เฉินก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ พลางทอดสายตามองทิวเขาสูงใหญ่รอบทิศ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หากตนเองไม่ล่วงรู้ความจริง สวี่หวั่นเยว่ตัวจริงก็คงไม่มีทางหนีรอดออกไปได้อีกเลยตลอดชีวิตลมพัดกระพือจากใบพัดหอบเอาชายเสื้อสีดำสนิทของฮั่วอวี่เฉินจนปลิวไสว เผยให้เห็นจี้หยกที่พันอยู่รอบข้อมือเรียวเห็นข้อกระดูกเด่นชัดของเขาหากพินิจดูอย่างละเอียดก็ไม่ยากที่จะสังเกตเห็นว่า บนจี้หยกชิ้นนั้นมีรอยแตกร้าวตื้นจางจนแทบมองไม่ออกฮั่วอวี่เฉินยกมือขึ้นจูบจี้หยกอย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยด้วยความรักใคร่เอ็นดูว่า“เสี่ยวซีเด็กดี รอฉันอีกนิดนะ อาเล็กไม่มีวันปล่อยมือหรอก”บอดี้การ์ดด้านหลังกระชากตัวเฉิงต้าหย่งที่ถูกชกจนหน้าปูดบวมเหมือนหัวหมูลงมาจากเฮลิคอปเตอร์“โอ๊ย…”เฉิงต้าหย่งขวัญผวาไปนานแล้ว จึงว่าง่ายเหมือนนกกระทาที่หดคอเดินนำทางอยู่ข้างหน้าชาวบ้านหลายคนตรงบ้านริมทางจำเฉิงต้าหย่งได้ ต่างพากันใช้ภาษาถิ่นหัวเราะเยาะเขาว่า“ต้าหย่ง ไหนว่าไปรวยอู่ฟู่ที่ฮ่องกงกับยัยหนูบ้านสวี่ไง? ทำไมตอนนี้ถึงถูกมัดกลับบ้านเหมือนหมูป่าแบบนี

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status