공유

สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง
สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง
작가: หยวนสือเยว่

บทที่ 1

작가: หยวนสือเยว่
“ยินดีด้วยนะคะอาเล็กที่ได้สาวงามมาครอบครอง ที่ผ่านมาเป็นเพราะฉันทำอะไรไม่คิด เพื่อเป็นการไถ่โทษ ฉันจึงเตรียมของขวัญวันหมั้นมามอบให้คุณสวี่ค่ะ”

พูดจบเธอก็ปรบมือเบาๆ เหล่าบอดี้การ์ดพลันลำเลียงของขวัญเข้ามาไม่ขาดสายราวกับสายน้ำ เพียงไม่นานของขวัญนับร้อยชิ้นก็กองสูงเป็นภูเขาลูกย่อมๆ

ทั่วทั้งงานตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน แม้แต่ฮั่วอวี่เฉินก็ยังเผยสีหน้าประหลาดใจ

ทว่าแชทวิ่งบนจอตรงหน้าเสิ่นเฉียวซีกลับแทบแตก

[ยัยน้องอย่าทำแบบนี้! เธอคือนางเอกนิยายฟีลกู้ดเรื่องนี้นะ ส่วนยัยสวี่หวั่นเยว่นั่นน่ะนางร้ายชัดๆ พระเอกอย่างฮั่วอวี่เฉินไม่ได้รักยัยนั่นเลยสักนิด!]

[สวี่หวั่นเยว่เป็นลูกสาวแท้ๆ ที่ระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอกของอาจารย์ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้วของอาเล็ก เพื่อปกป้องให้เธอตั้งหลักในเกาะฮ่องกงได้ เขาถึงยอมแต่งงานกับเธอ พอผ่านไปอีกหนึ่งเดือนให้สวี่หวั่นเยว่อายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ตามที่ระบุในพินัยกรรมของพ่อเธอแล้วรับมรดกเสร็จ อาเล็กของเธอก็จะแยกทางกับยัยนั่นแล้ว!]

[ฉันร้อนใจจะตายอยู่แล้วนะ! ยัยหนูนางเอกรีบหันไปมองพระเอกหน่อยเร็ว เขายืนอยู่ตรงนั้น ท่าทางดูร้าวรานใจแทบแตกสลาย ที่เขาเย็นชาใส่เธอเป็นเพราะโกรธที่บอดี้การ์ดดูแลเธอไม่ดี ปล่อยให้แผลยังไม่ทันหายดีก็วิ่งพล่านไปทั่ว ตอนที่เธอโดนยิงแล้วเสียเลือดมาก พระเอกบริจาคเลือดให้เธอจนเกือบสูบเลือดตัวเองจนหมดตัวเลยนะ! ฮือๆๆ เขาจะไม่รักเด็กดีที่ตัวเองเลี้ยงมากับมือได้ยังไงกัน...]

แชทวิ่งบนจอที่ลอยผ่านตรงหน้าละลานตาไปหมด แต่เสิ่นเฉียวซีกลับฝืนกลั้นความเจ็บแปลบในอก แล้วแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น

เธอแสร้งทำเป็นผ่อนคลายแล้วยื่นมือไปหาฮั่วอวี่เฉิน ยิ้มจนขอบตาร้อนผ่าว “ฉันยอมรับอาสะใภ้คนนี้แล้ว อาเล็กก็รีบคืนจี้หยกประจำตระกูลเรามาให้ฉันได้แล้วมั้งคะ”

แชทวิ่งบนจอกรีดร้องต่อไม่หยุด

[ยัยหนูนางเอก เธอจะเอาหยกแทนใจที่ใช้สารภาพรักกับพระเอกตอนอายุสิบแปดปีคืนกลับมาทำไมกันเล่า?! เธอไม่รู้หรอกว่าพระเอกหวงหยกชิ้นนี้มากขนาดไหน คนอื่นแม้แต่จะแตะยังไม่ได้เลย!]

ทว่าวินาทีต่อมา กลับได้ยินเสียงหวาดหวั่นของสวี่หวั่นเยว่เอ่ยขึ้นว่า “...ที่เสี่ยวซีพูดถึงคือหยกชิ้นนี้หรือเปล่า?”

พูดพลางเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา หยกประจำตระกูลเสิ่นแขวนห้อยเด่นหราอยู่บนเคสโทรศัพท์ของเธอ

เสิ่นเฉียวซีคล้ายถูกคนตบเข้าที่หน้าอย่างจังจนหน้าชา เสียงอื้ออึงดังขึ้นในหู

แชทวิ่งบนจอที่เคยคึกคักมาตลอดพลันชะงักงันไปเช่นกัน

ยังไม่ทันที่เสิ่นเฉียวซีจะได้พูดอะไร สวี่หวั่นเยว่กลับขอบตาแดงก่ำขึ้นมาก่อน เธอกล่าวด้วยความลนลานว่า “ฉันขอโทษจริงๆ นะ เสี่ยวซี ถ้าเธอไม่ชอบให้ฉันแตะหยกชิ้นนี้ ตอนนี้ฉันจะถอดมันคืนให้เธอเดี๋ยวนี้เลย เธออย่าโกรธเลยนะ...”

พูดพลางเธอก็ปลดหยกออกทำท่าจะยื่นส่งให้เสิ่นเฉียวซี ทว่าวินาทีต่อมากลับปล่อยมือ

เคร้ง…

จี้หยกสีเขียวมรกตตกแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี

แขกเหรื่อทั่วทั้งงานสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

เพราะถึงยังไง ในงานเลี้ยงสารภาพรักที่เคยยิ่งใหญ่เกรียวกราวเมื่อปีนั้น เสิ่นเฉียวซีในวัยสิบแปดปีก็เคยกล่าวคำสาบานไว้ต่อหน้าฮั่วอวี่เฉินว่า

“ฮั่วอวี่เฉิน สวมหยกบ้านฉันแล้วก็คือคนของฉัน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หยกอยู่คนอยู่ หยกหาย...ถ้าคุณกล้าทำมันพังล่ะก็ ฉันจะไม่มีวันต้องการคุณอีกเลย!”

เสิ่นเฉียวซีสีหน้าซีดเผือด จ้องมองเศษหยกโดยไม่ได้พูดอะไร

สวี่หวั่นเยว่คว้าชายเสื้อของฮั่วอวี่เฉินไว้แน่นด้วยความตื่นตระหนกไร้ที่พึ่ง เธอสะอื้นไห้น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร “ขอโทษนะคะคุณฮั่ว ฉันทำเรื่องพังอีกแล้ว... เดี๋ยวฉันจะรีบหาคนมาซ่อมให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ...”

เธอมือสั่นขณะย่อตัวลงเพื่อจะเก็บเศษชิ้นส่วน ทว่ากลับถูกบาดนิ้วมือ

เลือดหยดลงบนจี้หยก

“หยุดนะ!”

เสิ่นเฉียวซียกมือขึ้นไปทางเธอ

ทว่าวินาทีต่อมากลับถูกฮั่วอวี่เฉินจับไว้แน่น เขาขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเข้มงวด

“เสิ่นเฉียวซี ตอนนี้เธอยิ่งเกินไปขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ! หวั่นเยว่ไม่ได้ตั้งใจ เพื่อจี้หยกชิ้นเดียว เธอถึงกับคิดจะลงไม้ลงมือกับหล่อน…”

สีหน้าและสายตาของเขามืดมน แต่เมื่อประสานสายตากับดวงตาที่แดงเรื่อ ซึ่งว่างเปล่าและสงบนิ่งของเสิ่นเฉียวซี น้ำเสียงก็ชะงักไป

“ทำไมเธอ...”

“อาเล็กเข้าใจผิดแล้วค่ะ”

เสิ่นเฉียวซีอดทนฝืนความรู้สึกขมขื่นแล้วยิ้มออกมา เธอชักมือกลับ พลางแบฝ่ามือออก เผยให้เห็นพลาสเตอร์ยาแผ่นหนึ่ง

“ก็แค่จี้หยกชิ้นเดียว ตกแตกไปก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ในทางกลับกันปลายนิ้วของคุณสวี่ถูกบาด อาเล็กต้องรีบพันแผลให้เธอดีๆ นะคะ”

หัวใจของฮั่วอวี่เฉินบีบเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

เขาเคยคาดการณ์ไว้ว่าเสิ่นเฉียวซีจะโกรธเกรี้ยว อาละวาด และข่มขู่ไม่ให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงอื่นนอกจากเธอ แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะยอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย

เสิ่นเฉียวซีที่เป็นแบบนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกหน้า และยังทำให้เขารู้สึกใจเสีย

เหมือนกับกำลังจะสูญเสียของล้ำค่าชิ้นหนึ่งไป

แทบจะด้วยสัญชาตญาณ น้ำเสียงของฮั่วอวี่เฉินนุ่มนวลลงหลายส่วน “หมอบอกว่าแผลของเธอต้องพักฟื้นให้ดี กลับห้องไปพักผ่อนเถอะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นเฉียวซีกว้างขึ้นกว่าเดิม “ค่ะ ขอบคุณอาเล็กที่เป็นห่วงนะคะ”

พูดจบเธอก็ยืดหลังตรง หมุนตัวเดินจากไป

จนกระทั่งเดินเข้ามาในสวนหลังบ้าน เสียงอึกทึกครึกโครมของงานหมั้นก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น

เมื่อรอบกายเหลือเพียงเธอแค่คนเดียว เสิ่นเฉียวซีก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย

ข้างหูมีเสียงถอนหายใจของป้าสวี่ผู้เป็นแม่บ้านดังขึ้น

“ในเมื่อคุณหนูซีเสียใจถึงขนาดนี้ ทำไมถึงไม่พยายามไขว่คว้าดูอีกสักตั้งล่ะคะ? ยังไงซะหลายปีมานี้คุณชายก็เอ็นดูคุณจากใจจริง ไม่เคยมีแววเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย”

นั่นสินะ ตอนเสิ่นเฉียวซีอายุสิบสามปี พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตทั้งคู่และถูกตระกูลฮั่วรับมาเลี้ยงดู ตลอดสิบปีมานี้ ความหวังดีที่ฮั่วอวี่เฉินมอบให้เธอล้วนจริงใจและบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง

ผู้ชายที่อยู่ข้างนอกแสนจะเย็นชาและน่าเกรงขาม มีเพียงยามอยู่ต่อหน้าเธอเท่านั้นที่จะเผยด้านที่นุ่มนวลและใจเย็นออกมา

ชาติที่แล้วเธอถึงได้สติแตกพังงานหมั้นจนเละเทะตามคำยุยงของแชทวิ่งบนจอ แถมยังยกเรื่องพ่อผู้ล่วงลับมาฟูมฟายอาละวาด

ในท้ายที่สุดฮั่วอวี่เฉินก็ใจอ่อน ยอมถอนหมั้นกับสวี่หวั่นเยว่ และตอบตกลงแต่งงานกับเธอ

ทว่าในวันแต่งงานของพวกเขานั้นเอง สวี่หวั่นเยว่กลับถูกพวกญาติพี่น้องที่จ้องจะฮุบมรดกของพ่อเธอ บีบคั้นจนต้องกระโดดทะเลจบชีวิตลง

เมื่อทราบข่าวร้าย ชายผู้สมบูรณ์แบบอย่างฮั่วอวี่เฉินก็สะเทือนใจอย่างหนักจนสภาพพังทลายไปโดยสิ้นเชิง

เขาโทษตัวเองที่ไม่ดูแลสายเลือดเพียงคนเดียวของผู้มีพระคุณให้ดี ทั้งยังโกรธแค้นที่เสิ่นเฉียวซีมีแต่ความริษยาเต็มอก

เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ยอมพูดจากับเธออีกเลย

ไม่ว่าเธอจะร้องไห้อาละวาดหรือขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เขากลับเย็นชาดั่งเกล็ดน้ำแข็ง ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเสิ่นเฉียวซีตั้งครรภ์ เขาก็ตัดใจย้ายไปอยู่อาศัยที่สุสานเพื่อเฝ้าอยู่เคียงข้างสวี่หวั่นเยว่ทุกวัน

ในที่สุดเสิ่นเฉียวซีก็สติแตกพังทลาย ยามจิตใจเหม่อลอย เธอพลัดตกจากบันไดจนแท้งลูก

ทว่าฮั่วอวี่เฉินที่ได้ยินข่าวกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง น้ำเสียงยังแฝงความปล่อยวางหลุดพ้น “...ถือว่าชดใช้คืนให้หนึ่งชีวิตของหวั่นเยว่ก็แล้วกัน”

จนกระทั่งถึงตอนนั้น เสิ่นเฉียวซีถึงได้เข้าใจในที่สุดว่า ตัวเองทำผิดพลาดไปไกลขนาดไหน

คืนนั้น เธอโอบอุ้มร่างไร้วิญญาณของลูกน้อยไว้ แล้วจุดไฟเผาวิลล่าทั้งหลัง

ยามลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอได้ย้อนกลับมาในวันที่สวี่หวั่นเยว่จงใจแพร่งพรายพิกัดห้องวิจัยลับของตระกูลฮั่ว เพื่อแลกกับการได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของหนังสือพิมพ์ฮ่องกงเดลี่ จนเป็นเหตุให้มือสังหารบุกมา

เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ชุบเลี้ยงมานานสิบปี เธอยังคงยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อรับกระสุนแทนฮั่วอวี่เฉิน

แต่ในเมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอจึงตัดสินใจปล่อยวางความยึดติด แล้วยอมหลีกทางให้พวกเขาได้สมหวัง

...

เมื่อดึงสติกลับมาได้ เธอจึงปาดน้ำตาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงพร่าแหบ “พาฉันไปพบคุณย่าที”

ภายในหอพระ คุณย่าฮั่วกำลังหลับตาท่องบทสวด

เสิ่นเฉียวซีคุกเข่าลงหลังตรง ก่อนจะโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างนอบน้อม “คุณย่าคะ หนูยินดีแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไปอยู่หนานหยางแทนพวกผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานในตระกูลค่ะ”

มือที่คุณย่าฮั่วกำลังคลึงลูกประคำชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงแฝงความสงสารและทอดถอนใจ “เวรกรรมแท้ๆ...”

เธอหยิบบัตรใบหนึ่งออกมายื่นให้เสิ่นเฉียวซี

“ในนี้คือเงินมรดกสิบล้านบาทของพ่อแม่หนู ย่าเพิ่มให้อีกสิบห้าล้านบาทเป็นสินสมรส ในเมื่อตัดสินใจยอมปล่อยวางแล้ว จากนี้ไป...ก็ใช้ชีวิตให้ดีๆ นะ”

ขอบตาของเสิ่นเฉียวซีร้อนผ่าวจนกลั้นไว้ไม่อยู่ เธอโขกศีรษะลงกับพื้นอีกครั้งจนเกิดเสียงดัง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น

“เสี่ยวซีขอบคุณคุณย่ากับอาเล็กที่คอยดูแลมาตลอดหลายปีนี้นะคะ และหนูยังหวังว่าเรื่องที่หนูจะแต่งงานไปหนานหยาง คุณย่าอย่าเพิ่งบอกอาเล็กเลยนะคะ”

คุณย่าฮั่วผงกศีรษะรับคำ

เสิ่นเฉียวซีถึงค่อยหยัดกายลุกขึ้น

ทว่าพอเธอหมุนตัวเปิดประตูหอพระออก ก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างประตู

ฮั่วอวี่เฉินจ้องมองเธอเขม็ง น้ำเสียงทุ้มพร่าแฝงความรู้สึกยากจะคาดเดา

“…ไม่อยากบอกอะไรฉันงั้นรึ?”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 17

    หนึ่งเดือนต่อมาเสิ่นเฉียวซีนอนอาบแดดอยู่บนชายหาดหลินฉีเหยียนที่อยู่ข้างๆ กำลังชงเครื่องดื่มให้เธอ เพียงแต่สีหน้าดูไม่ได้เอาเสียเลย เขามองจ้องฮั่วอวี่เฉินที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะกัดฟันพูดว่า“ตาแก่หน้าด้าน! วันๆ เอาแต่คิดจะแย่งคนรักของคนอื่นมาเป็นมือที่สาม!”เสิ่นเฉียวซีคุ้นชินกับการโวยวายของเขามานานแล้ว เธอหลับตาพลิกตัว พลางตอบปัดแบบขอไปทีว่า“คุณเป็นสามีแต่ง มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย จะไปสนใจเขาทำไม?”แค่ประโยคเดียวก็กล่อมหลินฉีเหยียนที่กำลังหัวเสียให้สงบลงได้ เจ้าตัวยิ้มหน้าบานกลับไปหยิบผลไม้หั่นชิ้นมาให้เธอเพิ่มอีกวินาทีต่อมา โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเฉียวซีก็ได้รับข้อความจากฮั่วอวี่เฉินอีกครั้ง“คืนนี้โรงแรมมีงานเลี้ยง ฉันนำเครื่องเพชรมาชุดหนึ่ง เหมาะกับชุดราตรีที่เธอสั่งตัดไว้เมื่อวันก่อนมากเลย”เสิ่นเฉียวซีไม่ได้ตอบกลับเธอลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าโรงแรมไปทันทีกลับมาถึงห้องสวีทได้ไม่นาน พนักงานก็มาเคาะประตูแล้วส่งชุดเครื่องเพชรนั้นเข้ามาให้เสิ่นเฉียวซีกำลังจะปฏิเสธ แต่พลันเห็นฮั่วอวี่เฉินยืนอยู่ไม่ไกล สายตาแฝงความโศกเศร้า เขายิ้มอย่างขื่นขมว่า“ถือว่าเป็นของขว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 16

    ภายในปราสาทโบราณอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งขรึมเสียงเพลงมาร์ชวิวาห์ค่อยๆ ดังก้องขึ้นเสิ่นเฉียวซีสวมผ้าคลุมหน้า พลางหิ้วชายกระโปรง เดินตรงไปหาหลินฉีเหยียนที่ยืนอยู่ปลายพรมแดงบาทหลวงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง นำกล่าวคำสาบานตามขั้นตอนกระทั่งเขาเอ่ยถามว่า“...เจ้าสาวยินดีจะแต่งงานกับเจ้าบ่าวหรือเปล่า?”วินาทีถัดมา เสียงทุ้มต่ำอันร้อนรนของชายหนุ่มก็ทำลายความสงบลง“เธอไม่ยินดี!”เหล่าแขกเหรื่อต่างฮือฮาขึ้นทันทีเสิ่นเฉียวซีมองไปยังทิศทางของแขกผู้มาใหม่โดยสัญชาตญาณ ทว่าพอเห็นชัดเจนว่าเป็นฮั่วอวี่เฉิน หัวใจเธอก็กระตุกวูบอย่างแรงฮั่วอวี่เฉินซูบผอมลงไปมาก ชุดสูทสีดำที่เคยพอดีตัว ยามนี้กลับดูหลวมโคร่งอยู่บนร่างเขาบนหน้าผากของชายหนุ่มมีรอยแผลเป็นใหม่เพิ่มมาหนึ่งแห่ง ขาของเขาก็ดูเหมือนจะบาดเจ็บ ทำได้เพียงอาศัยไม้เท้าช่วยยันกายเขามองเสิ่นเฉียวซีด้วยสายตาลึกซึ้ง แววตาคมคายคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักและความสำนึกผิด“เสี่ยวซี ฉันขอโทษเธอด้วยนะ”“ที่ผ่านมาฉันผิดเอง ฉันคิดว่าถ้าปล่อยมือจากเธอ ให้เธอได้ออกไปเปิดหูเปิดตาในโลกที่กว้างขึ้น ได้รู้จักคนวัยเดียวกันมากขึ้น แล้วเธอถึงจะรู้ว่าค

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 15

    ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเซนต์แอนน์ ประเทศฮ่องกงฮั่วอวี่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นบอดี้การ์ดด้านข้างพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ประธานฮั่ว คุณฟื้นแล้วเหรอครับ?!”...หากจะพูดถึงข่าวใหญ่ที่สุดของทางหนานหยางในช่วงนี้ ก็คือตระกูลหลินอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่กำลังจะจัดงานแต่งงาน!แถมเจ้าบ่าวก็คือคุณชายตระกูลหลินคนที่เคยถูกลักพาตัวตอนอายุเจ็ดขวบแล้วรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยตลอดสิบหกปีหลังจากนั้น!ตลอดช่วงเวลาเกือบครึ่งเดือน สื่อมวลชนทางหนานหยางต่างพากันขุดคุ้ยรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าสาวทว่านอกจากรู้ว่าเป็นผู้หญิงแล้วข้อมูลอื่นๆ ก็เหมือนถูกสั่งปิดข่าวเอาไว้โดยสิ้นเชิง ไม่สามารถสืบหาอะไรได้เลยเพียงชั่วข้ามคืน ทั่วทั้งแวดวงไฮโซต่างก็สนอกสนใจในตัวว่าที่นายหญิงตระกูลหลินคนนี้เป็นอย่างยิ่งในที่สุดก็ถึงวันจัดงานแต่งงานภายนอกปราสาทหรูหราเต็มไปด้วยรถยนต์ราคาแพงที่จอดเรียงราย รวมถึงบรรดานักข่าวจากสำนักข่าวและสถานีโทรทัศน์ต่างๆบนสนามหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลปลูกกุหลาบพันธุ์เวนเดลาไว้เต็มพื้นที่ล่วงหน้า สื่อความหมายถึง “ปักใจรักเพียงคุณผู้เดียว”“ได้ยินมาว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 14

    แผนงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเสิ่นเฉียวซีพาพนักงานในแผนกของเธอไปรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองหลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยง เธอก็ออกมาเรียกรถแท็กซี่นอกร้าน ทว่าในวินาทีถัดมา รถของหลินฉีเหยียนกลับแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ“ผู้จัดการเสิ่น ติดรถไปด้วยกันไหมครับ?”หลินฉีเหยียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาพราวระยับคู่นั้นของเขาส่องประกายแวววาวภายใต้แสงไฟถนนก่อนที่พนักงานคนอื่นจะทันสังเกตเห็น เสิ่นเฉียวซีก็รีบเปิดประตูเบาะข้างคนขับแล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็วตัวรถแล่นไปอย่างราบเรียบ เสิ่นเฉียวซีหลับตาลงทำทีเป็นนอนหลับ“สรุปว่าตัวจริงอย่างผมจะเปิดตัวได้เมื่อไหร่กันแน่ครับ?”จู่ๆ เสียงตัดพ้อด้วยความน้อยอกน้อยใจของหลินฉีเหยียนก็ดังมาจากเบาะคนขับ เขาเริ่มท่องรายชื่อพวกมือที่สามออกมาเหมือนท่องจำได้อย่างขึ้นใจ“วันนี้หัวหน้าทีมแผนกขายซื้อกาแฟมาให้คุณแก้วหนึ่ง หัวหน้าฝ่ายการตลาดก็ส่งยิ้มให้คุณตั้งนาน แถมยังจะชวนคุณไปตีเทนนิสด้วยกันวันเสาร์อาทิตย์นี้อีก!”เมื่อเห็นท่าทางหน้าบึ้งแก้มป่องของเขา เสิ่นเฉียวซีก็เอียงคอมองอย่างนึกขำ พลางแกล้งหยอกเขา“แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? พวกเราสองคนยังไม่ได้จดทะเบี

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 13

    “อาเล็ก!”เสิ่นเฉียวซีเบิกตากว้างขึ้นมาทันใดกระทั่งมองเห็นหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะและคอมพิวเตอร์ทำงานตรงหน้า เธอถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาเธอเดินทางมาถึงหนานหยางเกือบสองสัปดาห์แล้วทว่าเธอที่ตั้งใจว่าจะลืมเลือนฮั่วอวี่เฉินไปโดยสิ้นเชิง กลับฝันถึงเขาอีกครั้งในยามพักกลางวันของวันนี้ในสภาพเลือดโชกเต็มศีรษะและสลบไสลไม่ได้สติเธอหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ถอนหายใจออกมาในที่สุดเสิ่นเฉียวซีก็สงบอัตราการเต้นของหัวใจที่ตื่นตระหนกให้กลับมาเป็นปกติได้“ฝันร้ายเหรอครับ?”เสียงหัวเราะแผ่วเบาของชายหนุ่มแว่วมาจากทางประตูเสิ่นเฉียวซีเงยหน้ามองตามเสียง เห็นเพียงหลินฉีเหยียนยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่งพลางส่งยิ้มให้เธอ ดวงตาพราวเสน่ห์เต็มไปด้วยร่องรอยของการเย้าหยอก“ประธานเสิ่นคนเก่งของเราก็มีวันที่เหนื่อยจนต้องแอบงีบกับเขาด้วยเหรอเนี่ย?”เสิ่นเฉียวซีถูกเขามองจนหน้าร้อนผ่าว จึงตอกกลับไปว่า“แอบอะไรกันคะ? ฉันงีบอย่างเปิดเผยต่างหากล่ะ ประธานหลินเถอะ ในเวลาทำงานอย่ามาห้องทำงานของฉันตามใจชอบสิ พวกเราเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน คนอื่นมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดีนะคะ”“ดูไม่ดีเหรอครับ?”หลินฉ

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 12

    ทิวเขาทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด เปรียบเสมือนเชือกแขวนคอที่รัดแน่นอยู่ตรงลำคอของหญิงสาวฮั่วอวี่เฉินก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ พลางทอดสายตามองทิวเขาสูงใหญ่รอบทิศ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หากตนเองไม่ล่วงรู้ความจริง สวี่หวั่นเยว่ตัวจริงก็คงไม่มีทางหนีรอดออกไปได้อีกเลยตลอดชีวิตลมพัดกระพือจากใบพัดหอบเอาชายเสื้อสีดำสนิทของฮั่วอวี่เฉินจนปลิวไสว เผยให้เห็นจี้หยกที่พันอยู่รอบข้อมือเรียวเห็นข้อกระดูกเด่นชัดของเขาหากพินิจดูอย่างละเอียดก็ไม่ยากที่จะสังเกตเห็นว่า บนจี้หยกชิ้นนั้นมีรอยแตกร้าวตื้นจางจนแทบมองไม่ออกฮั่วอวี่เฉินยกมือขึ้นจูบจี้หยกอย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยด้วยความรักใคร่เอ็นดูว่า“เสี่ยวซีเด็กดี รอฉันอีกนิดนะ อาเล็กไม่มีวันปล่อยมือหรอก”บอดี้การ์ดด้านหลังกระชากตัวเฉิงต้าหย่งที่ถูกชกจนหน้าปูดบวมเหมือนหัวหมูลงมาจากเฮลิคอปเตอร์“โอ๊ย…”เฉิงต้าหย่งขวัญผวาไปนานแล้ว จึงว่าง่ายเหมือนนกกระทาที่หดคอเดินนำทางอยู่ข้างหน้าชาวบ้านหลายคนตรงบ้านริมทางจำเฉิงต้าหย่งได้ ต่างพากันใช้ภาษาถิ่นหัวเราะเยาะเขาว่า“ต้าหย่ง ไหนว่าไปรวยอู่ฟู่ที่ฮ่องกงกับยัยหนูบ้านสวี่ไง? ทำไมตอนนี้ถึงถูกมัดกลับบ้านเหมือนหมูป่าแบบนี

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status