Home / แม่ค้า / บทที่ 3

Share

บทที่ 3

Author: กวางขาวชอบกินปลา
ปลากะพงเหลืองใหญ่ทะเลตงไห่สองร้อยยี่สิบตำลึง หูฉลามเคี่ยวซอสเหลืองแปดสิบตำลึง ซุปห้าอสรพิษหนึ่งร้อยตำลึง รังนกตุ๋นน้ำซุปใสสองร้อยตำลึง

“ฝีมือพ่อครัวที่บ้านดีที่สุดจริง ๆ ลูกไม่ได้กินอาหารอร่อยแบบนี้มานานแล้ว” หยวนอี้เฉินกินข้าวไปสองชามติด ๆ ก่อนจะสั่งให้ตักชามที่สาม

แม่สามีเห็นลูกชายกินได้เอร็ดอร่อยก็ดีใจอย่างมาก "ลูกชอบก็ดีแล้ว วันพรุ่งจะให้ห้องครัวทำให้อีก"

วันพรุ่งยังจะทำให้อีกหรือ?

ข้าหัวเราะเยาะในใจ ท่านช่างกล้าคิดจริงๆ

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย แค่วัตถุดิบแต่ละอย่างก็เป็นของหายากที่ใช่ว่าจะหาซื้อได้ ข้าใช้เวลาหาตั้งหนึ่งเดือนกว่าจะรวบรวมได้ครบ เดิมทีตั้งใจจะใช้จัดงานวันเกิดให้ท่านพ่อ

พ่อผู้เฒ่าไม่มีงานอดิเรกอย่างอื่น นอกจากชื่นชอบอาหารรสเลิศ

สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า ความพยายามตลอดหนึ่งเดือนของข้า ผู้อื่นได้รับประโยชน์แทน

โหรวเอ๋อร์กินจนปากมันวาว ฮูหยินเองก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่าอาหารวันนี้หอมเป็นพิเศษ จึงดื่มซุปเพิ่มอีกชาม

ข้าถอนหายใจยาว เงินของข้าหนอ!

หยวนอี้เฉินพักอยู่จวนเพียงวันเดียวก็เข้าวังไปเข้าเฝ้า ฮ่องเต้ทรงพอพระทัย ตรัสชมไม่น้อย ทว่าทรงพระราชทานรางวัลกลับน้อยนิดเสียเหลือเกิน

กลับเป็นข้าที่ได้บรรดาศักดิ์ฮูหยินพระราชทานมาอย่างงง ๆ

เมี่ยวอิงก็พาข่าวดีกลับมาเช่นกัน ที่ดินแถบชานเมืองทิศตะวันตกแม้จะมีคนสนใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็สู้ความใจใหญ่เงินหนาของข้าไม่ได้ ข้ากว้านซื้อมาได้ด้วยราคาที่สูงกว่าปกติถึงสองในสิบ

ตอนนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูก ที่ดินแถบชานเมืองทิศตะวันตกมีเพียงครึ่งเดียวที่เป็นเพาะปลูก อีกครึ่งหนึ่งปล่อยร้างไว้ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก

ในฐานะแม้ค้า ย่อมต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ข้าดีดลูกคิดทองคำและคำนวณเบื้องต้น ก่อนจะหยิบตั๋วเงินออกมาอีกปึก "ที่ดินอีกครึ่งหนึ่งเอาไว้สร้างภัตตาคารและโรงเตี๊ยม แล้วตัดถนนเส้นหนึ่งตรงยาวไปถึงยอดเขาทิศตะวันตก เจ้าเข้าใจความหมายของข้าไหม?"

นี่คือสิ่งที่ข้าเคยพบเห็นมาก่อนแต่งงาน ตอนอยู่แถบเจียงหนาน มีแม่นางคนหนึ่งเปิดภัตตาคารและโรงเตี๊ยมที่เชิงเขา ใช้ชื่ออย่างสวยหรูว่า "หนงเจียเล่อ" ในตอนแรกทุกคนต่างหัวเราะเยาะนาง คิดว่านางต้องขาดทุนจนไม่เหลืออะไรแน่ๆ

ทว่าเมื่อโรงเตี๊ยมสร้างเสร็จ พอดีกับช่วงที่ดอกซิ่งบานสะพรั่งทั่วทั้งภูเขา นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย กิจการภัตตาคารของนางรุ่งเรืองสุดขีด โกยเงินโกยทองจนกระเป๋าตุง

เมี่ยวอิงเองก็เคยเห็นมาแล้วจึงเข้าใจได้ทันที ดวงตาของนางเป็นประกายแล้วเสนอว่า “เมืองหลวงไม่เคยขาดคนรวย พวกเขาไม่กลัวแพง กลัวแค่ไม่แพงพอ มิสู้พวกเราเอาอย่างคุณหนูเยว่ ทำระบบที่เรียกว่าสมาชิกอะไรนั่น ยิ่งจ่ายเงินมากระดับก็ยิ่งสูง ถึงตอนนั้นต้องมีคนโง่หอบเงินมาจ่ายให้เราเยอะแยะแน่ๆ เจ้าค่ะ"

ข้าลูบหัวนางด้วยความชมเชย สมแล้วที่เป็นคนเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ช่างมีจิตใจเมตตากุศล ไม่หาเงินจากคนยากไร้จริงๆ

ข้ามอบหมายเรื่องนี้ให้เมี่ยวอิงจัดการ นางเข้าใจธุรกิจด้านนี้ดีที่สุด แม้อายุยังน้อย แต่ฝีมือไม่ธรรมดา

ขณะที่กำลังคิดถึงเงินตำลึงขาวๆ ที่กำลังจะไหลเข้ากระเป๋า ทันใดนั้นก็มีสาวใช้เข้ามาบอกว่า แม่นางเชี่ยมาขอพบ

โหรวเอ๋อร์มีชื่อจริงว่าเชี่ยโหรว เป็นหญิงสาวชาวนาจากชายแดน มักจะได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม อดมื้อกินมื้ออยู่เสมอ

แต่นางโชคดีที่ได้พบกับหยวนอี้เฉิน ชีวิตจึงพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

สำหรับนางข้าไม่ได้มีอคติอะไร แต่ก่อนในวงการค้าข้าเจอคนสารพัดรูปแบบมามาก จนมาตรฐานความอดทนต่ำลงไปเยอะแล้ว

เมื่อนางมาหาข้า ก็ยังทำท่าเขินอายเหมือนเดิม ไม่ทันเอ่ยปาก หน้าก็แดงขึ้นมาก่อนแล้ว

"แม่นางโหรว มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถิด" ข้าหมุนลูกคิดทองเล่นในมือ เสียงลูกคิดกระทบกันดังต๊อกแต๊กๆ

นี่คือลูกคิดที่ทำจากทองคำแท้ ขนาดเล็กและประณีต เป็นของขวัญวันเกิดที่ท่านพ่อมอบให้ข้าตอนอายุสิบขวบ

เชี่ยโหรวมองดูลูกคิด ในดวงตาฉายประกายประหลาด "พี่หญิง สามีให้ข้ามาหารือกับท่านเรื่อง... พิธีรับเข้าจวน ท่านก็รู้อยู่ หากปล่อยไว้นานกว่านี้ ร่างกายของข้าคงไม่สะดวกแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่ค้า   บทที่ 14

    บุรุษเช่นองค์ชายหมิงไม่ใช่คนที่ข้าควรจะเอื้อมถึงจู่ๆ ก็มีความอบอุ่นส่งผ่านมาจากที่มือ ข้าหันไปมอง พบว่ามือใหญ่คู่หนึ่งกำลังกุมมือเล็กๆ ของข้าเอาไว้“เจ้าตาบอด แต่ข้ามิได้ตาบอด” น้ำเสียงอันเย็นชาไร้ซึ่งความอบอุ่น ทำให้ข้าเพิ่งไประลึกได้ว่า ที่แท้เขาก็มีมุมที่น่าเกรงขามจนกดดันผู้คนได้เช่นกัน“ข้าได้ถวายฎีกาต่อเสด็จพี่ ขอแต่งงานกับหวยจวงแล้ว พบกันคราวหน้า นางก็จะกลายเป็นพระชายาผู้สูงศักดิ์ที่สุดในแคว้นต้าฉี” องค์ชายหมิงกุมมือข้าไว้ แล้วเดินลงเขาไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลยข้ายังไม่ทันตั้งสติได้ เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?ความอบอุ่นในฝ่ามือนั้นช่างแจ่มชัดเหลือเกิน ข้าขยับดิ้นเล็กน้อย แต่กลับถูกแรงที่มากกว่ากุมไว้แน่นขึ้น “องค์ชาย พระองค์เดินผิดทางแล้วเจ้าค่ะ”เขาถึงยอมหยุดก้าวเท้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า “ข้าชื่อฟู่จิ่งหมิง” แน่นอนว่าข้ารู้ว่าพระองค์ชื่อฟู่จิ่งหมิง แต่ถึงพระองค์จะบอกข้า ข้าก็ไม่กล้าเรียกหรอกนะ“เรื่องที่ข้าพูดเมื่อครู่เป็นความจริงทั้งหมด ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมพลาดโอกาสจากเจ้าไปอีกแล้ว”เขาเริ่มพร่ำบ่นพูดพูดยาวเหยียดออกมามากมายที่แท้ เมื่อสามปีก่อนที่เ

  • แม่ค้า   บทที่ 13

    นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ข้ายิ้มหน้าบานในใจ สิบตำลึง ยี่สิบตำลึง สามสิบตำลึง... เพียงครู่เดียว ก็มีเงินเข้ากระเป๋าหลายร้อยตำลึงแล้ววิธีนี้ข้าเรียนแบบมาจากแม่นางเยว่เมืองเจียงหนานเช่นกัน หากคิดจะอยู่จุดสูงสุด ก็ต้องลงทุนก่อน องครักษ์เชิงเขาเป็นคนที่องค์ชายหมิงส่งมาโดยเฉพาะ แทบจะประกาศให้ทุกคนรู้ตรง ๆ ว่าข้ามีเขาคอยหนุนหลังอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครไม่ยอมจ่ายเงินแม้เขาจะไม่มีเงิน แต่ฐานะกลับอยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น จึงไม่กลัวว่าจะไปล่วงเกินใคร ข้านั่งพักอยู่ในศาลาเย็นอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าขององค์ชายหมิงไม่เคยจางหายไปเลยไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรน่าขำนักหนา“หวยจวง เจ้าคิดว่าข้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”ดวงตาของเขาราวกับสระน้ำใสบริสุทธิ์ เมื่อลมจากภูเขาพัดผ่าน ก็เกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ สายตาข้ากวาดผ่านสันกรามของเขา ข้ากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยปากตอบ แต่กลับมีคนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน “องค์ชายหรือพะยะค่ะ? ถวายบังคมองค์ชาย” คุณชายผู้สูงศักดิ์กลุ่มใหญ่พากันเบียดเสียดยัดเยียดมาที่นอกศาลาเย็น ในกลุ่มนั้นยังมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่คนหนึ่ง ข้านิ่งเงียบไ

  • แม่ค้า   บทที่ 12

    ข้ารับสายตาที่มองสำรวจของบรรดาแขกเหรื่อด้วยความผ่าเผย พร้อมสั่งให้เสี่ยวเอ้อนำผลซิ่งสีเหลืองสดที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ ให้ทุกโต๊ะโต๊ะละหนึ่งจานรสเปรี้ยวอมหวานของผลซิ่งช่วยเรียกน้ำย่อย จนทุกคนต่างพากันเอ่ยปากชมไม่ขาด หลายคนตัดสินใจในทันทีว่า หลังทานอาหารเสร็จจะไปเก็บผลซิ่งที่เขาซีซานต่อ ถือว่ามาแล้วไม่เสียเที่ยวตลอดเส้นทางมุ่งสู่เขาซีซานล้วนเป็นร้านค้า มีทั้งของกิน ของเล่น และของใช้ครบครัน เมื่อเทียบกับความคึกคักในเมืองแล้ว ที่นี่ถือว่ามีเสน่ห์ไปอีกแบบหมิงเองก็ยอมลดตัวมาร่วมยินดี เมื่อพบข้า ดวงตาของเขาก็ดูลุกวาวขึ้นมาเล็กน้อย “คุณหนูเสิ่น สถานที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่ทราบว่าข้าพอจะขอร่วมหุ้นได้หรือไม่?”ข้าครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะปฏิเสธเขาอย่างไรดี แต่เขากลับเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง และพูดขึ้นมาเองว่า “ข้าล้อเล่นน่ะ” เอาเถอะ พระองค์ช่างมีอารมณ์ขันเสียจริงข้าเดินเคียงข้างเขาไปตามทางหินสีเขียว ลมเย็นจากภูเขาพัดเอื่อย ๆ จนไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย “ตอนแรกองค์ชายก็ดูเหมือนจะอยากซื้อที่ดินผืนนี้เหมือนกันหรือเพคะ?” ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ ข้าก็รู้สึกโชคดีเหลือเกิน ยังดีที่ข้าท

  • แม่ค้า   บทที่ 11

    ข้ารับคำอย่างฉะฉาน ส่วนจะไปหรือไม่นั้น ไว้เป็นเรื่องของวันหน้าข้ายังไม่ทันได้พบองค์หญิงใหญ่จิ่งเจาอีกครั้ง ก็ได้ยินข่าวการแต่งงานของนางเสียก่อนผู้คนตามตรอกซอกซอยต่างวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ทำให้หยวนอี้เฉินตกเป็นตัวตลกอีกครั้งที่แท้ฮ่องเต้พระราชทานการแต่งงานระหว่างองค์หญิงใหญ่จิ่งเจา กับบุตรชายคนโตแห่งจงชิ่งเต๋อกง ไม่เกี่ยวกับหยวนอี้เฉินเลยแม้แต่น้อยข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย แม่นางน้อยงดงามน่ารักเช่นนั้น จะยกให้เป็นภรรยาแต่งใหม่ของเจ้าคนโง่หยวนอี้เฉินได้เยี่ยงไรได้ยินมาว่าองค์หญิงใหญ่โปรดปรานการวาดภาพ ข้าจึงรีบไปค้นหาเอาภาพวาดเซียนของท่านอาจารย์อู๋จากคลังสินค้า แล้วสั่งให้เมี่ยวอิงนำไปส่งที่จวนองค์ชายหมิงเดิมทีเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ใครจะไปรู้ว่าวันต่อมา องค์ชายหมิงกลับเดินทางมาขอบคุณด้วยตนเองถึงหน้าประตูข้ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปต้อนรับแขก ระหว่างทางพบผู้คนแปลกหน้ามากมาย บ้างกำลังยกหีบ บ้างกำลังถือกล่อง ขณะที่ข้ากำลังสับสนอยู่นั้น องค์ชายหมิงก็ลุกขึ้นเดินออกมาต้อนรับ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ของขวัญที่คุณหนูเสิ่นส่งมาสูงค่ายิ่งนัก ข้ามิ

  • แม่ค้า   บทที่ 10

    หากพูดถึงฐานะขององค์ชาย แน่นอนว่าย่อมมั่งคั่งอย่างยิ่ง ทั้งเงินเดือน เบี้ยหวัด เงินพระราชทาน และรายได้จากเมืองศักดินา หากใช้จ่ายตามปกติ ต่อให้ใช้ไปอีกแปดชั่วคนก็คงไม่มีวันหมด ทว่าองค์ชายหมิงกลับมีความชอบแปลกๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ การค้าขายแคว้นต้าฉีค่อนข้างเปิดกว้างต่อพ่อค้า ทั้งยังส่งเสริมการค้าขาย รายได้ภาษีส่วนใหญ่ของราชสำนักก็มาจากเหล่าพ่อค้า ดังนั้น พ่อค้าฝีมือดีอย่างท่านพ่อของข้า ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ก็ถือเป็นผู้มีความดีความชอบที่สร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดินเช่นกัน แต่องค์ชายหมิงผู้นี้ กลับเป็นอัจฉริยะด้านการค้าขายที่ร้อยปีจะพบสักคน ทำธุรกิจอะไรเป็นต้องขาดทุนย่อยยับ ขอเพียงร้านไหนมีเขาร่วมลงทุน ไม่ถึงสามเดือนก็ต้องปิดกิจการอย่างแน่นอน ร้านค้าไม่น้อยพอรู้ว่าถูกเขาเล็งไว้ เถ้าแก่ถึงกับต้องเก็บของปิดร้านหนีไปกลางดึกเมื่อสามปีก่อน เขาเคยเดินทางมาที่ตระกูลเสิ่นด้วยตัวเอง บอกว่าอยากจะร่วมมือกับตระกูลเสิ่น ไปเปิดร้านผ้าไหมในดินแดนทุรกันดารทางตะวันตกเฉียงเหนือ เขามั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าผู้คนที่นั่นสวมใส่แต่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ ยังไม่มีร้านผ้าไหมดีๆ สักร้าน ห

  • แม่ค้า   บทที่ 9

    ส่วนสิ่งของอื่นๆ ที่ข้าเป็นคนจัดซื้อจัดหามา แน่นอนว่าจะต้องขนย้ายกลับไปให้หมดทั้งผ้าปูที่นอน เครื่องนอน เสื้อผ้า เครื่องเรือน หม้อไหชามอ่าง ทุกอย่างล้วนใช้เงินจำนวนมากซื้อหามา เอาไปจำนำที่โรงรับจำนำแลกเป็นเงินก็นับว่าไม่เลวเช่นกันแม้แต่ของในเรือนของหยวนอี้เฉินก็ห้ามเหลือไว้ ข้าคุมคนขนย้ายด้วยตนเอง กวาดตามองทุกซอกทุกมุมกลัวว่าจะตกหล่นอะไรไป "พี่หญิงกำลังทำอะไร? ท่านพี่หย่าพี่หญิงไปแล้ว พี่หญิงยังมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องข้าวของของตระกูลหยวน?" ข้าหัวเราะออกมา มิน่าเล่านางถึงมักจะใช้สีหน้าแปลกประหลาดมองข้าอยู่เรื่อย ราวกับว่าข้าติดเงินนางอย่างนั้นแหละที่แท้คงคิดว่าความสุขสบายและความมั่งคั่งของข้าล้วนได้มาจากตระกูลหยวน นางจึงรอแทบไม่ไหวที่จะเข้ามาแทนที่ "เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ไม่รู้เรื่องชาติกำเนิดของข้าก็ยังพอเข้าใจได้ งั้นตอนนี้ข้าจะบอกให้รู้เอาไว้ ข้าคือบุตรสาวคนเดียวของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าฉีอย่างเสิ่นไจ้เซียน เตียงนอน โต๊ะเก้าอี้ เครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่ผ้าที่เจ้าสวมอยู่ ล้วนเป็นของที่ข้าใช้เงินซื้อทั้งสิ้น” เห็นแก่ท้องของนางที่ยังมีเด็กอยู่อีกคน ข้าจึงใจกว้างพอยอม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status