บททั้งหมดของ หนึ่งจอกสุรา เปลี่ยนนางเป็นฮูหยินสกุลมู่!: บทที่ 101 - บทที่ 110

125

กอดแน่น (1)

ที่เขตการรักษาบรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก มู่ไป่หานคว้าดาบเงินแล้วก้าวออกจากกระโจมอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเย็นชาจนเหล่าทหารรอบด้านไม่กล้าแม้แต่จะสบตาทุกคนล้วนรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นหนิงหมิงเยว่พาคนบุกเข้าไปในหุบเขาทางเหนือที่เต็มไปด้วยพวกซากศพ เพื่อตามหาสมุนไพรมาช่วยชีวิตมู่ไป่หาน ทั้งที่ความจริงแล้วมู่ไป่หานไม่ได้เป็นอะไรมาก เขาไม่ได้ถูกพิษร้ายใด  เพียงหมดแรงจากการฝืนร่างกายเท่านั้นนึกถึงเรื่องนี้ หัวใจของมู่ไป่หานก็หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก เพราะรู้ดีว่าหนิงหมิงเยว่เป็นคนเช่นไร หญิงสาวจะทำทุกทางเพื่อนำหญ้าหิมะโลหิตกลับมาให้ได้ แม้จะแลกด้วยชีวิตนางคิดว่าจะช่วยเขาได้ ต่อให้เป็นทะเลเพลิง หรือกลางดงของสัตว์ร้าย ร่างบางก็กล้าบุกเข้าไปโดยไม่ลังเลและนั่นยิ่งทำให้เขาโกรธตัวเองหากชายหนุ่มไม่หมดสติไป เรื่องคงไม่ดำเนินมาจุดนี้ หนิงหมิงเยว่คงไม่ต้องเสี่ยงอันตราย“ไปเตรียมม้า!”เสียงของเขาคมกริบราวคมดาบ นายกองเว่ยรีบค้อมตัว“ขอรับ” เขาเองก็พร้อมจะออกเดินทางไปกับท่านขุนพลแต่ยังไม่ทันที่มู่ไป่หานจะก้าวพ้นลานรั
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

กอดแน่น (2)

ขณะที่ชายหนุ่มกระโดดขึ้นหลังม้าเตรียมจากไป แววตาของเขามืดครึ้มเต็มไปด้วยความกังวล ในหัวมีเพียงภาพเดียว หนิงหมิงเยว่ที่อยู่ท่ามกลางอันตรายและหากนางได้รับบาดเจ็บ หรือเป็นอะไรขึ้นมาหัวใจของเขากระตุกแรงจนรู้สึกเจ็บทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าก็ดังขึ้นจากทางเข้าหมู่บ้านหนิงอัน ทหารหลายคนรีบหันไปมอง“มีคนกลับมาแล้ว!”ฝุ่นสีเทาฟุ้งกระจาย ชายหนุ่มในชุดทหารควบม้าฝ่าประตูหมู่บ้านเข้ามาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า เสื้อคลุมเต็มไปด้วยคราบเลือดสีดำและเศษชิ้นเนื้อของพวกซากศพ ไม่มีเวลาให้เขาได้ทำความสะอาดร่างกาย ที่มือแกร่งมีห่อผ้าสีแดงเข้มผูกไว้แน่น“เป็นจ้าวปิน!” นายกองเว่ยร้องขึ้นด้วยความตกใจจ้าวปินรีบกระโดดลงทันทีที่ม้าหยุดเคลื่อนไหว ดวงตาเขาเบิกกว้างตอนที่เห็นมู่ไป่หาน ร่างกำยำรีบทรุดกายคุกเข่าลงเบื้องหน้าโดยเร็ว ขณะที่มู่ไป่หานก็กระโดดลงจากหลังม้าเช่นกัน“ขุนพลมู่!” นัยน์ตาชายหนุ่มวูบไหว เต็มไปด้วยความยินดีที่มากล้น “ท่านฟื้นแล้ว!”แต่มู่ไป่หานกลับไม่มีอารมณ์จะสนใจสิ่งใดทั้งนั้น สายตาของเขากวาดมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

กอดแน่น (3)

“ท่านขุนพลกลัวว่าถ้าเป็นนางที่นำสมุนไพรกลับมา อาจจะมาไม่ถึง ก็เลยให้ข้าเป็นผู้นำสมุนไพรมาส่งมอบขอรับ”มือของชายหนุ่มกำแน่นช้า ๆ จนเส้นเลือดปูดขึ้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนควรรู้สึกอย่างไรในตอนนี้ดีใจเสียใจหรือโกรธตัวเองทุกอย่างปะปนกันจนแน่นไปหมดหลิวซิ่นอี้ที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังใบหน้าไร้สีเลือด มือไม้สั่น “ตั้งครรภ์...” หนิงหมิงเยว่ท้องแล้ว ประโยคนั้นเหมือนสิ่งที่ทำลายความมั่นใจของนางให้พังยับซึ่งมู่ไป่หานก็ไม่ได้เหลียวมามอง ชายหนุ่มถามต่อทันที“แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ใด”“ยังอยู่ที่หุบเขาขอรับ”“เข้าใจแล้ว” ไม่รอช้า ร่างองอาจกลับขึ้นหลังม้าอีกครั้ง ก่อนจากไปดวงตาคมกล้าได้สบเข้ากับแววตาประกายอ่อนหวานที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เขาหวั่นไหว แต่ตอนนี้มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกต่อไปแล้วหากว่าภรรยากับลูกของเขาเป็นอะไรขึ้นมา หลิวซิ่นอี้จะต้องชดใช้! อีกด้านหนึ่งของป่า บนโขดหินใต้เชิงเขามีบริเวณที่สามารถหลบซ่อนตัวจากพวกซากศพได้สักระยะ หนิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

เพราะว่าแพ้ท้อง (1)

เมื่อมู่ไป่หานนำกำลังมาไม่นานหนิงหมิงเยว่ก็ถูกช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที พวกเขาไม่ได้ดิ้นรนต่อสู้กับพวกซากศพต่อ เพราะรู้ว่าแม้จะหยัดยืนสุดกำลังก็ไม่มีทางกำจัดอสุรกายเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปได้ เมื่อเจอขุนพลหญิงและผู้ติดตามทั้งสองแล้ว ทหารทัพเมฆาก็ถอนกำลังอย่างรวดเร็วเหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือด เศษชิ้นเนื้อและเสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกซากศพกลับมาที่หมู่บ้านหนิงอัน ภายในกระโจมรักษา กลิ่นยาสมุนไพรลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ หนิงหมิงเยว่นั่งพิงหัวเตียงเงียบ ๆ ใบหน้าซีดเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า เป็นครั้งแรกที่เหล่าทหารได้เห็นขุนพลหญิงของพวกเขาอ่อนแอ โดยที่ข้างเตียงมีท่านหมอเฉินอยู่เคียงข้าง กำลังตรวจชีพจรของนางเพื่อความแน่ใจทั้งที่หิมะเริ่มตกอีกครั้งแล้ว บรรยากาศภายในกลับร้อนระอุอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยใบหน้าตึงเครียดของขุนพลหนุ่ม ภรรยาของเขาต้องทุ่มเทกำลังต่อสู้กับพวกซากศพสุดแรงเกิดทั้งที่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ นี่เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับเจ้าก้อนแป้งน้อยท่านหมอเฉินจับชีพจรนางอยู่นาน สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากเคร่งเครียดเป็นประหลาดใจ ขณะนั้นมือบางก็กำแน่นหนิงหมิงเยว่กำลังกลัว มู่ไป่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

เพราะว่าแพ้ท้อง (2)

หนิงหมิงเยว่นิ่งค้างไปมู่ไป่หานเองก็ชะงักราวถูกฟ้าผ่า“อะไรนะ?” แม้แต่เสียงของเขายังแข็งทื่อผิดปกติท่านหมอเฉินรีบอธิบายเร็ว ๆ ด้วยกลัวว่าพวกเขาจะเป็นกังวล เพราะความจริงแล้วอาการนี้ไม่ได้ร้ายแรงอะไรเลย“บางคู่สามีภรรยาที่ผูกพันกันมาก ฝ่ายสามีอาจมีอาการร่วมกับหญิงตั้งครรภ์ได้ เป็นเรื่องพบได้น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี”ยิ่งพูด เสียงของหมอชรายิ่งเบาลงเรื่อย ๆ เพราะสีหน้าของสองสามีภรรยาตรงหน้ากำลังแดงขึ้นพร้อมกันอย่างชัดเจน หนิงหมิงเยว่รีบเบือนหน้าไปอีกทางทันที ส่วนมู่ไป่หานถึงกับนิ่งงันไปพักใหญ่เขาเป็นขุนพลผู้เก่งกล้าแห่งค่ายบูรพา ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่คิดว่าสิ่งที่จะทำให้เป็นลมล้มพับจะไม่ใช่พวกข้าศึกหรือศัตรู แต่เป็นเพราะภรรยาตั้งท้องชายหนุ่มทำหน้าไม่ถูก รู้สึกอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะจับมือบางเอาไว้แน่น ไม่คิดปล่อยก็เลยนั่งอยู่ที่เดิม ทำได้เพียงตีหน้านิ่งขณะที่เฉินซ่งพยายามกลั้นสีหน้าเต็มที่“ที่ขุนพลมู่หมดสติ คงเพราะอดนอนสะสมร่วมกับอาการแพ้ท้อง”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

เพราะว่าแพ้ท้อง (3)

หลิวซิ่นอี้กัดฟันแน่น ความริษยาและไม่พอใจปะปนกันจนแทบคลุ้มคลั่ง แต่ยังไม่ทันที่นางจะคิดหาทางต่อไป เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นหน้ากระโจม“ฮูหยินหู” ทหารสองนายเปิดม่านเข้ามา“ท่านขุนพลเชิญท่านไปที่กระโจมบัญชาการขอรับ”หัวใจของหลิวซิ่นอี้กระตุกแรงทันที ไม่รู้เลยว่าเขาต้องการพบนางด้วยเรื่องใด เพราะครั้งสุดท้ายที่พูดคุยแววตาที่อีกฝ่ายจ้องมอง มันไม่มีคำว่ารักหลงเหลืออยู่แล้ว ภายในกระโจมบัญชาการ บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบกดทับผู้คน มู่ไป่หานนั่งนิ่งด้วยสีหน้าเย็นจัดราวน้ำแข็ง เมื่อหลิวซิ่นอี้เดินเข้ามา เขาไม่ได้หันไปมองนางในทันที ในใจกำลังถามตัวเอง เขาเคยชอบสตรีเช่นนี้ไปได้อย่างไร“คุกเข่า”น้ำเสียงราบเรียบนั้นทำให้หญิงสาวหน้าซีด“พี่ไป่หาน”“ข้าบอกให้คุกเข่า”“ไม่! ข้าเป็นถึงฮูหยินจวนโหว ท่านคิดว่าสั่งให้ข้าคุกเข่าได้เช่นนั้นหรือ”ได้ยินเช่นนั้นร่างสูงก็แค่นเสียงอย่างเย็นชา นางพึ่งรู้หรือว่าตนเป็นถึงฮูหยินจวนโหว “เจ้ารู้หรือไม่ ว่าการให้ข้อมูลเท็จจนทำให้ทหารเสี่ยงอันตราย มีโทษเพียงใด”หลิวซิ่นอี้รีบส่ายหน้าและโ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

หลิวซิ่นอี้ (1)

นี่ไม่ต่างกับประกาศว่านางเป็นศัตรู ใจของหลิวซิ่นอี้เจ็บช้ำนักภายในกระโจมบัญชาการ บรรยากาศหนักหน่วงราวมีหินก้อนมหึมากดทับอยู่เหนือศีรษะทุกคน ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง แม้แต่เหล่าทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านข้างยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เพราะสีหน้าของมู่ไป่หานในตอนนี้...น่ากลัวยิ่งกว่าตอนอยู่กลางสนามรบเสียอีกมันไม่ใช่เพียงคำขู่ แต่ร่างสูงเอาจริงแน่ และไม่ใช่ในฐานะของขุนพลด้วย บางทีหากหลิวซิ่นอี้ยอมรับโทษด้วยกฎทหารอาจจะดีกับนางมากกว่า เพราะนั่นหมายความว่านอกจากนางแล้วจะไม่มีผู้ใดเดือดร้อน แม้ทางนั้นจะเป็นจวนโหว แต่คิดหรือว่าจวนมู่จะเป็นรอง?หลิวซิ่นอี้ช้อนตามอง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด“เจ้าอย่าได้ดูถูกความสามารถของข้า” เพราะนางเคยดูถูก นางคิดว่าจวนจงโหวเหนือกว่าจวนตระกูลมู่ ถึงได้เลือกแต่งกับหูจื่อหาง แต่พอนางแต่งเข้าถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วจวนจงโหวนั้นเมื่อสิ้นท่านโหว ก็เหลือเพียงแค่เปลือก สามีนางไร้อำนาจ ที่ยังมีหน้ามีตาอยู่ตอนนี้เพราะบารมีของบิดา ตัวเขาก็แค่คนเสเพล ไร้ประโยชน์ต่างจากมู่ไป่หาน อายุไม่ถึงยี่สิบได้เป็นถึงขุนพลขั้นหนึ่ง อีกไม่นานก็จะขึ้นเป็นรองแม่ทัพ ฐ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม

หลิวซิ่นอี้ (2)

ประโยคนั้นดังก้องไปทั่วกระโจม ลมเย็นพัดชายม่านไหวเบา ๆ มู่ไป่หานยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหลับตาลง ทบทวนความคิด ความจริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาคิด แต่เขาทบทวนมันตั้งแต่ที่พลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับหนิงหมิงเยว่ในคืนนั้นคำพูดของหลิวซิ่นอี้ ไม่ได้ผิดทั้งหมดในอดีต เขาเคยคิดว่าสิ่งที่ตนมีต่อหลิวซิ่นอี้คือความรักจริง ๆ เพราะนางอ่อนโยน งดงาม พูดจานุ่มนวล แตกต่างจากหนิงหมิงเยว่โดยสิ้นเชิง หนิงหมิงเยว่ในตอนนั้นเป็นเพียงสหายร่วมรบ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน จวนมู่กับจวนหนิงอยู่ห่างกันไม่มาก นางเป็นคนที่ทะเลาะกับเขาได้ทุกเรื่อง เถียงเขาทุกคำ เป็นคนที่ดื่มสุรากับเขาจนเมา คนที่ฟาดดาบใส่เขาเวลาเห็นต่างอยู่ด้วยกันมานานจนเขาคิดว่ามันเป็นเพียงความคุ้นเคยและผูกพันขณะที่หลิวซิ่นอี้ทุกครั้งที่พบนาง เขาจะรู้สึกผ่อนคลายรอยยิ้มอ่อนหวานของนางทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวย เขาเคยคิดว่านั่นคือความรัก แต่ตอนที่นางแต่งงานเขายังไม่ร้อนรนเท่ากับตอนที่หนิงหมิงเยว่ไปดูตัว ยามเมื่อนางถูกบุรุษอื่นมองจ้อง เขาโมโหแทบบ้า แม้แต่ตอนที่นางพบเจอกับอดีตคู่หมั้น มู่ไป่หานถึงขั้นท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม

หลิวซิ่นอี้ (3)

“ถ้าเช่นนั้นที่ผ่านมาเล่า ที่ผ่านมา ท่านมองข้าแบบนั้นมาตลอด ท่านดูแลข้า ห่วงใยข้า ท่าน...”“เพราะข้าเข้าใจผิด” มู่ไป่หานตอบเสียงเรียบ“เข้าใจผิดว่านั่นคือความรัก”ตอนนี้ทุกคำพูดเขา ราวคมมีดกรีดหัวใจนางอย่างช้า ๆหลิวซิ่นอี้ทรุดลงกับพื้นทันที ร่างทั้งร่างสั่นเทา นางผิดหวังและร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ความเย่อหยิ่ง ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่การถูกปฏิเสธแต่คือการได้รู้ว่าตั้งแต่ต้น...คนที่นางพยายามแย่งชิงหัวใจมาโดยตลอด ไม่เคยรักนางจริง ๆ เลยขณะนั้นที่คิดจะต่อว่าเขา เสียงจากหน้ากระโจมก็ดังแทรกขึ้นมา“คนจากจวนโหวมาถึงแล้ว!”ม่านกระโจมถูกเปิดออก ทำให้หลิวซิ่นอี้เบิกตากว้าง นางมาที่นี่ไม่ได้บอกใคร อ้างว่ากลับไปที่ตระกูลหลิว แล้วหูจื่อหางรู้ได้อย่างไร แต่ตอนนั้นคนที่ปรากฏตัวไม่ใช่สามีของนาง หากแต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดพ่อบ้าน ที่เดินเข้ามาพร้อมบ่าวรับใช้สองคนเมื่อเห็นหลิวซิ่นอี้ยืนร้องไห้ท่าทางฟูมฟาย สีหน้าของพ่อบ้านก็ดูอึดอัด เขารีบค้อมตัวให้มู่ไป่หาน“ข
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม

ใจตรงกัน (1)

จบเรื่องของหลิวซิ่นอี้ มู่ไป่หานก็กลับมาที่กระโจมที่พัก หลังความวุ่นวายทั้งหมดสิ้นสุดลง เหล่าทหารที่เหน็ดเหนื่อยต่างแยกย้ายไปพักผ่อน คนป่วยทั้งหลายเริ่มทยอยหายดี อีกไม่นานพวกเขาคงได้เดินทางกลับบ้าน เสียงเดินลาดตระเวนด้านนอกค่อย ๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลมยามค่ำคืนกิ่งไม้ไหวเอนเล็กน้อย ดูเหมือนวันนี้จะเงียบสงบกว่าหลายวันที่ผ่านมาโดยเฉพาะหัวใจของมู่ไป่หานที่ตอนนี้มั่นคงแล้วภายในกระโจมกลิ่นยาสมุนไพรยังคงจางอยู่ในอากาศ แสงตะเกียงสีอุ่นส่องลงบนร่างของหนิงหมิงเยว่ที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง หญิงสาวดูอ่อนแรงกว่าปกติ ใบหน้าที่เคยเย็นชาและเข้มแข็งยามอยู่ในสนามรบ ตอนนี้กลับดูนุ่มนวลอย่างประหลาดมู่ไป่หานยืนมองนางอยู่พักใหญ่ สายตาของเขาอ่อนลงทีละน้อย เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ หัวใจของเขายังคงรู้สึกหวาดหวั่นหากเขาฟื้นช้ากว่านั้นอีกนิดหากหนิงหมิงเยว่พลาดพลั้งอยู่ในหุบเขา...เพียงคิด เขาก็ไม่อยากจินตนาการต่อ ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนถอดเสื้อคลุมด้านนอกออก แล้วปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างเงียบเชียบ แม้ไม่ได้อยากรบกวนคนป่วย แต่เขาอยากอยู่ใกล้ ๆ นาง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
8910111213
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status