Share

บทที่ 6

Author: แมวบ้านเป็นบ้า
ตามคำสั่งของลู่หวย ข้ากับระบบเดิมทีจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขช่วงพักฟื้นกายสักสองสามวัน เพียงแต่สวีอวี่โหรวกลับไม่ยอมรามือ ส่งคนมาเชิญครั้งแล้วครั้งเล่า ดึงดันจะให้ระบบบรรเลงเพลงพิณที่ค้างไว้ในวันนั้นให้จบลงให้จงได้

“ฮองเฮา มิใช่ว่าพระสนมของพวกเราอยากรบกวนท่าน เพียงแต่ฝ่าบาทมีรับสั่ง บ่าวจึงทำได้เพียงมาทูลเชิญท่านเพคะ”

นางกำนัลข้างกายสวีอวี่โหรวมีสีหน้าได้ใจ หลานอิงแทบจะโกรธเกรี้ยวจนอกแตกตาย ทำได้เพียงถลึงตาจ้องมองนางอย่างเคียดแค้น

ระบบพิงกายจิบชาอยู่ริมหน้าต่าง โบราณว่ายามล้มป่วยรวดเร็วดั่งภูเขาถล่ม ยามฟื้นไข้เชื่องช้าดั่งสาวเส้นไหม เวลาเพียงไม่กี่วันร่างทั้งร่างของนางก็ผ่ายผอมลงไปถนัดตา

ข้าลอยวนอยู่ตรงหน้านาง เอ่ยเตือนว่า “หากไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป สวีอวี่โหรวเป็นพวกมารยาเยอะมาแต่ไหนแต่ไร เจ้าจะทนไปรับอารมณ์ขุ่นมัวเพื่อเหตุใดกัน”

ระบบนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ แล้วถอนหายใจ “ช่างเถิด ทุกสรรพสิ่งล้วนมีเหตุและผล ข้าสมควรไปเยือนสักครา”

ข้าไม่เข้าใจความนัยในคำพูดของระบบนัก แม้แต่นางกำนัลของสวีอวี่โหรวเองก็คาดไม่ถึงว่าระบบจะรับปากอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ นางจึงรีบร้อนนำทางไปยังตำหนักของสวีอวี่โหรวทันที

“ยามนี้พระสนมกำลังพักผ่อน ฮองเฮาทรงบรรเลงอยู่ด้านนอกก็พอแล้วเพคะ”

นางกำนัลยิ้มกริ่มพลางส่งสัญญาณให้คนยกโต๊ะวางพิณมาตั้งไว้หน้าประตู ก่อนจะเอ่ยกำชับว่า “แต่ท่านโปรดระวังด้วยนะเพคะ พระสนมทรงตื่นง่าย อย่าได้ทำเสียงดังจนรบกวนพระสนมตื่นขึ้นมาเชียว”

“…พวกเจ้า!”

หลานอิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เพิ่งจะอ้าปากเตรียมต่อล้อต่อเถียงกับพวกนาง กลับถูกระบบยกมือปรามไว้เสียก่อน

“เข้าใจแล้ว พวกเจ้าถอยออกไปเถิด”

หลานอิงขัดเคืองใจยิ่งนัก ทว่าท้ายที่สุดก็ยอมล่าถอยออกไปเงียบ ๆ พร้อมกับคนอื่น บริเวณนั้นจึงหลงเหลือเพียงข้ากับระบบ หนึ่งคนหนึ่งวิญญาณ

มือของระบบลูบไล้ไปบนสายพิณแผ่วเบา สายพิณในครานี้ไร้ซึ่งปัญหาใด ๆ อาศัยความทรงจำของกล้ามเนื้อในร่าง นางจึงบรรเลงบทเพลงอันพลิ้วไหวไพเราะออกมาได้อย่างง่ายดาย

สวีอวี่โหรวไม่ออกมาก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรข้ากับระบบก็หาความสำราญกันเองอยู่ด้านนอก บรรเลงตั้งแต่เพลงแสงวสันต์หิมะขาว ไปจนถึงเพลงสิบทิศดักซุ่ม ถือเสียว่าเป็นการฝึกฝนความพริ้วไหวของนิ้วมือก็แล้วกัน

กลับเป็นสวีอวี่โหรวที่อยู่ด้านในซึ่งเริ่มจะเก็บซ่อนอารมณ์ไม่อยู่ นางก้าวออกมาจากห้องชั้นในก่อนพร้อมด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด

“หม่อมฉันเพิ่งจะงีบหลับไปได้ครู่หนึ่ง ลำบากฮองเฮาทรงบรรเลงเพลงพิณให้หม่อมฉันฟังแล้วเพคะ เชื่อว่าพระโอรสในครรภ์ของหม่อมฉันก็คงจะพอพระทัยมากเช่นกัน”

สวีอวี่โหรวเลิกม่านขึ้น กรีดกรายเยื้องย่างมาหยุดอยู่เบื้องหน้าระบบพลางจ้องมองลงมาอย่างจองหอง จงใจเอ่ยว่า “หม่อมฉันตั้งครรภ์อยู่ คงไม่สะดวกถวายบังคมฮองเฮา หวังว่าท่านจะทรงประทานอภัยให้เพคะ”

ข้าชะงักไปเล็กน้อย นึกไม่ถึงเลยว่าสวีอวี่โหรวจะตั้งครรภ์เร็วถึงเพียงนี้

มิน่าเล่าช่วงนี้ถึงได้เหิมเกริมนัก ที่แท้ก็มีป้ายทองเว้นตายอันใหญ่โตคอยคุ้มกะลาหัวอยู่นี่เอง

ช่างน่าเสียดายที่วาจาเหน็บแนมค่อนขอดของนางไม่อาจระคายเคืองระบบได้เลย ระบบเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยสีหน้าสงบนิ่งไร้ซึ่งระลอกคลื่น

“เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?”

นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสริม “ข้าหมายความว่า... การที่เจ้าเค้นสมองคิดหาวิธีทำให้ลู่หวยกับข้าหมางใจกัน เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?”

“เดิมทีคิดว่าท่านเป็นพวกโง่งม นึกไม่ถึงว่ายามนี้จะรู้จักใช้สมองแล้ว”

สวีอวี่โหรวเลิกคิ้วมองข้า บนใบหน้างดงามหมดจดนั้นเผยแววเย้ยหยันออกมาบางเบา “นอกจากตำแหน่งฮองเฮาของท่านแล้ว ท่านคิดว่ายามนี้ยังมีสิ่งใดควรค่าให้ข้าต้องเปลืองแรงคิดอีกหรือ?”

“ในตอนนั้นเป็นข้าที่ไม่ต้องการ ถึงได้ปล่อยให้ท่านเก็บส้มหล่นชิ้นใหญ่ไปได้ ท่านยังจะกล้ามาทำหยิ่งยโสต่อหน้าข้าอีก ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้างว่ามีดีเพียงไร”

“ข้ารู้นานแล้วว่าท่านคือผู้ทำภารกิจ ท่านคิดว่าข้าจะปล่อยให้ท่านทำสำเร็จอย่างนั้นหรือ?”

“ทำภารกิจมาถึงเจ็ดปีก็ยังไม่สำเร็จ สมควรแล้วที่ท่านต้องตกเป็นผู้พ่ายแพ้ของข้า”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 12

    ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าลู่หวยจะสามารถมองเห็นข้าได้ เมื่อคิดดูแล้ว พวกหมอผีพเนจรเหล่านั้นก็มิใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียวเพียงแต่ยามนี้สองภพถูกกางกั้น แม้ว่าเขาจะมองเห็นข้าแล้วจะทำสิ่งใดได้ลู่หวยคุกเข่าลงตรงหน้าข้า เอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่า “อาเสวี่ย เจ้ายังคงรักข้าอยู่ ใช่หรือไม่?”ข้าส่ายหน้าเงียบ ๆ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาจะเอ่ยถามคำพูดเหล่านี้ไปเพื่อความหมายใด รักหรือไม่รักมันสำคัญถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?ข้าตายไปนานแล้ว ยามนี้เป็นเพียงวิญญาณล่องลอยดวงหนึ่งเท่านั้นวิญญาณเร่ร่อน ตนหนึ่งจะมีอารมณ์ความรู้สึกมากมายเพียงนั้นได้อย่างไรทว่าในเมื่อเขาเอ่ยถามมา ข้าก็ไม่อาจจะนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด ทำได้เพียงบอกเขาไปว่า “คนตายราวกับตะเกียงที่ดับมอด เรื่องราวหนหลังล้วนขาดสะบั้นสิ้นแล้ว”ร่างของลู่หวยพลันแข็งทื่อ ภายในดวงตาของเขามีหยาดน้ำตาหลั่งริน ทว่าข้ากลับมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ดึงแขนเสื้อของระบบเพื่อเร่งรัดให้มันรีบจากไปโดยเร็วของพรรค์นี้อย่างน้ำตา ยามที่ข้าถูกเขาหมางเมินและปกป้องด้วยความเอาแต่ใจ ข้าก็หลั่งมันออกมามากจนนับไม่ถ้วนไปตั้งนานแล้วระบบไม่สนใจข้า เพียงหลุบตาลงมองพิจารณาลู

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 11

    ลู่หวยตอบรับคำขอของระบบ ยามที่ดวงตะวันยังไม่ทันคล้อยต่ำ ขันทีข้างกายเขาก็มาเชิญระบบให้ย้ายฝีเท้าไปยังตำหนักเย็นข้าเดินตามรอยเท้าระบบไปเงียบ ๆ อาณาบริเวณของตำหนักเย็นนั้นรกร้างวังเวง ยามปกติแทบไม่มีผู้ใดย่างกรายมา ตัวข้าที่อยู่ในร่างวิญญาณจึงมองเห็นเหล่าวิญญาณอาฆาตที่ดิ้นรนไขว่คว้าหาทางหลุดพ้นได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษพวกนางถูกจองจำอยู่ในวังหลังอันกว้างใหญ่ ยามมีชีวิตไม่อาจก้าวออกไปได้ชั่วชีวิต ครั้นสิ้นใจดวงวิญญาณก็ยังถูกกักขังไว้ที่นี่อย่างแน่นหนาข้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ หากระบบไม่เข้ามาสวมรอยแทนร่างข้า ท้ายที่สุดแล้วข้าจะกลายเป็นหนึ่งในวิญญาณเหล่านี้หรือไม่ลู่หวยมาถึงก่อนพวกเราก้าวหนึ่ง เพียงไม่กี่วันที่ไม่ได้พบหน้า เขากลับซูบผอมลงไปถนัดตา ใบหน้าซีดเซียวอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดทว่าไม่รู้ว่าเป็นข้าที่คิดไปเองหรือไม่ ข้าสัมผัสได้ว่าสายตาของเขามองทะลุผ่านระบบ และตกลงบนร่างวิญญาณของข้าอย่างจัง“เจ้ามาแล้ว”น้ำเสียงของลู่หวยแหบพร่าเล็กน้อย เขาหลุบตาลงพลางผลักบานประตูตำหนักเย็น เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “สวีอวี่โหรวอยู่ด้านใน”ระบบพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย แล้วก้าวเท้าเดินเข้า

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 10

    ลู่หวยผลุนผลันออกจากตำหนักของข้าประหนึ่งคนบ้าคลั่ง ตลอดทางเอาแต่เร่งรัดสั่งการให้ผู้คนออกตามหานักพรตหมอผีทุกแขนงที่สามารถเรียกวิญญาณได้เขากล่าวว่า “ฮองเฮาต้องถูกปีศาจเข้าสิงเป็นแน่ คนดี ๆ จะตายได้อย่างไร... นางจะตายได้อย่างไร รีบไปเบิกตัวนังแพศยาโหรวเฟยมาพบเราเดี๋ยวนี้!”ขันทีผู้รับใช้มีสีหน้าขมขื่น เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ฝ่าบาท โหรวเฟยกระทบกระเทือนครรภ์ ยามนี้กำลังนอนพักฟื้นอยู่พ่ะย่ะค่ะ”นึกไม่ถึงว่าลู่หวยที่กำลังเดือดดาลจะตวัดเท้าถีบออกไปสุดแรง พลางตวาดด่า “เจ้าโง่เง่า! เดี๋ยวนี้เราเรียกใช้เจ้าไม่ได้แล้วใช่หรือไม่!”“รีบไปตามคนมาปัดเป่ารังควานให้ฮองเฮาเร็วเข้า รอจนไอปีศาจสูญสลายไป นางจะต้องกลับมาแน่... ยังไม่รีบไปอีก!”ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงมั่นใจเพียงนั้นว่าข้าจะไม่ตาย ข้าเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา ไม่ใช่เทพเซียนผู้มีอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้า จะไปมีวิชาอมตะไม่มีวันแตกดับได้อย่างไรรั้งอยู่ในวังหลวงท่ามกลางลมหนาวเหน็บ ต้องเผชิญความเย็นชาของจิตใจคน ซ้ำร้ายยังป่วยหนักเรื้อรัง ต่อให้ไม่มีระบบมาสวมรอยใช้ร่างนี้ ข้าก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนักทว่าดูจากตอนนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้รักสวีอวี่

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 9

    ข้าได้ยินเช่นนั้นก็พลันตกใจ สัญชาตญาณสั่งให้ก้าวออกไปปกป้องระบบทว่าระบบกลับมิได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันเบิกดวงตากระจ่างใสจ้องมองลู่หวย พลางเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “หม่อมฉันก็คือหลินสิงเสวี่ย”“เจ้าไม่ใช่!”ลู่หวยราวกับสัตว์ป่าที่หลงทาง เขาดึงคอเสื้อของระบบไว้แน่นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับตวาดลั่น “เจ้าไม่ใช่ตัวนางเลยสักนิด! ต่อให้พวกเจ้าสองคนจะหน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว ข้าก็มองออก! เจ้าไม่ใช่หลินสิงเสวี่ย!”ข้ามองใบหน้าของระบบที่ไร้ซึ่งความแตกต่างใด ๆ จากข้า ต่อให้กิริยาท่าทางจะผิดแปลกไปบ้าง ทว่าคนปกติทั่วไปย่อมไม่มีทางคิดไปถึงเรื่องการสลับตัวคนกระมังแต่ลู่หวยกลับสามารถดูออก เขาบีบคอระบบไว้แน่น ตาทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน “ยามที่นางมองข้า ไม่เคยใช้แววตาเช่นนี้”“หลินสิงเสวี่ยรักข้า นางรักบุตรของเราสองคน นางจะเป็นคนไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ได้อย่างไร... ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด...”ข้าขบคิดถึงความเป็นไปได้ทุกประการ ทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้เพียงแต่ยามนี้เมื่อข้าลองนึกตรึกตรองถึงลู่หวยและบุตรที่จากไปผู้นั้น กลับมิอาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหวั่นไหวใด

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 8

    ยามเย็นมีข่าวคราวแจ้งมาว่าสวีอวี่โหรวมีอาการกระทบกระเทือนครรภ์ เดิมทีข้าคิดว่าลู่หวยจะคอยอยู่เคียงข้างนางตลอดเวลา นึกไม่ถึงว่ากลางดึกสงัดเช่นนี้เขาจะมายังตำหนักของข้าอีก“ฝ่าบาทเสด็จมาในยามวิกาล ไม่ทราบว่ามีรับสั่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ”ระบบรีบสวมเสื้อคลุมตัวนอกอย่างเร่งรีบ ถวายบังคมลู่หวยด้วยความเคารพ ทว่ากลับถูกลู่หวยก้าวเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“อาเสวี่ย เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยห่างเหินกับเราถึงเพียงนี้”“อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันก็คือปัจจุบัน หม่อมฉันกับฝ่าบาททรงแตกต่างจากเมื่อก่อนตั้งนานแล้วเพคะ”ระบบมีสีหน้าเรียบเฉย เบี่ยงตัวหลบมือของลู่หวยอย่างแนบเนียน โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าคำพูดของตนจะทิ่มแทงเข้าไปในใจของลู่หวยราวกับมีดคมกริบลู่หวยทอดถอนหายใจแผ่วเบา ทว่ากลับเป็นฝ่ายดึงมือของมันมากุมไว้แล้วรับสั่งเสียงทุ้มต่ำ “โหรวเอ๋อร์นาง... ตั้งครรภ์แล้ว”ระบบปรายตามองข้าที่ล่องลอยหาความสำราญอยู่กลางอากาศ พยักหน้าลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”เรื่องที่สวีอวี่โหรวตั้งครรภ์นั้นเป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งวังหลวง ไม่จำเป็นต้องให้ลู่หวยมาคอยย้ำเตือน พวกเราต่างก็รู้อยู่แก่ใ

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 7

    ข้าไม่เข้าใจความหมายในวาจาของสวีอวี่โหรวยิ่งกว่าเดิม ทว่าระบบกลับคล้ายกับล่วงรู้มาตั้งนานแล้วอาจเป็นเพราะยามนี้มีทารกในครรภ์เป็นที่พึ่งพิง วาจาของสวีอวี่โหรวถึงยิ่งไม่มีความเกรงใจ นางย้อนถามข้าว่า “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดตลอดเจ็ดปีมานี้ลู่หวยถึงไม่เคยหลงรักเจ้าเลย?”นางโน้มกายลงมาเล็กน้อย ปิ่นอัญมณีบนมวยผมส่องประกายเจิดจรัส ยิ่งขับเน้นผิวพรรณขาวดุจหิมะและใบหน้างดงามราวดอกไม้ของนางให้ดูเลิศเลอไร้ผู้ใดทัดเทียมทว่าบนริมฝีปากของนางกลับประดับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นอยู่เสมอ “ฤดูหนาวท่านกระโดดลงสระบัวเพื่อช่วยลู่หวย ฤดูร้อนอบอ้าวก็ยังรับโทษคุกเข่าในอุทยานหลวงแทนเขา อดตาหลับขับตานอนช่วยเขาผูกมิตรกับเหล่าฮูหยินตราตั้งและขุนนางในราชสำนักมาหลายเดือน กระทั่งตระกูลหลินทั้งหมดยังต้องพลีชีพเพื่อชาติ”“ข้าไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากจริง ๆ แต่มีบุรุษใดบ้างที่จะหลงรักสตรีที่เข้าหาตนเองโดยแอบแฝงเจตนาอื่น?”“หลินสิงเสวี่ย จะโทษก็ต้องโทษที่ท่านเดินผิดหมาก ดึงดันจะตั้งตนเป็นปรปักษ์กับข้าเอง”ได้ยินเช่นนั้นข้าก็ชะงักไป หัวใจสมควรจะปวดแปลบ ทว่าด้วยไร้ซึ่งเลือดเนื้อและร่างกาย ต่อให้ข้าพยายามพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status