บททั้งหมดของ อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย: บทที่ 111 - บทที่ 120

169

111

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปจนมาถึงวันที่เจ็ด คลื่นลมในยุทธภพที่เคยซัดสาด บัดนี้ได้พัดพามารวมตัวกัน ณ สถานที่แห่งเดียว หุบเขาไร้เสียงหุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นต้าเฟิ่ง ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันสี่ทิศที่ราบเรียบประดุจถูกเทพยดาใช้กระบี่ผ่าครึ่ง ตรงกลางคือลานหินกว้างใหญ่ไพศาลที่สามารถจุผู้คนได้นับแสน ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงัดสมชื่อ ไร้ซึ่งเสียงวิหคหรือสัตว์ป่าร้องขาน มีเพียงเสียงลมหายใจอันหนักหน่วงและจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากยอดฝีมือทั่วทุกสารทิศธงสัญลักษณ์ของสำนักใหญ่น้อยโบกสะบัดปลิวไสวบดบังแสงตะวัน ไม่ว่าจะเป็นสำนักกระบี่ หุบเขาโอสถ พรรคอสูร หรือแม้แต่ยอดฝีมือพเนจรที่เร้นกายมานานนับสิบปี ต่างปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธคู่กาย แววตาของทุกผู้คนแดงก่ำไปด้วยความละโมบและความกระหายในการต่อสู้ณ ลานประลองหินหยกที่ยกสูงขึ้นกลางหุบเขา คือจุดศูนย์รวมสายตานับหมื่นคู่ บนแท่นศิลาใจกลางลานประลอง มีกล่องผลึกแก้วใสกระจ่างตั้งตระหง่านอยู่ ภายในบรรจุศิลาหยกดำบรรพกาลขนาดเท่ากำปั้น ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตและความเก่าแก่ที่ลึกล้ำเกินหยั่งถึง ลวดลายบนศิลาราวกับเส้นเลือดที่กำลังเต้นตุบ ๆ ดึ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

112

วิถีแห่งยุทธภพช่างโหดร้าย ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ ยอดฝีมือที่เคยหยิ่งยโส บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษซากศพที่ถูกเหยียบย่ำทว่า ท่ามกลางนรกบนดินนั้นเอง “อ๊ากกก” ศิษย์เอกแห่งสำนักดาบคลั่ง ถูกกระบี่ของศัตรูฟันทะลุหน้าอก ทรุดตัวล้มลงกระอักเลือดอยู่ที่ริมขอบลานประลอง ห่างจากปะรำพิธีของฉืออั้นจิ่วเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขารวยริน ใกล้จะก้าวข้ามประตูผีเต็มที“ต้าฮุย” ฉืออั้นจิ่วจิบชาพลางส่งเสียงเรียก หมาป่าอัคคีในคราบหลงจู๊ฉีกยิ้มกว้าง เดินถือถาดหยกที่ประดับด้วยขวดยากระเบื้องเคลือบเข้าไปหาจอมยุทธ์ผู้บาดเจ็บ“คุณชายท่านนี้ บาดแผลฉกรรจ์ยิ่งนัก ลมปราณแตกซ่าน หากปล่อยไว้ไม่เกินครึ่งเค่อท่านต้องไปเฝ้ายมบาลเป็นแน่” ต้าฮุยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับพระโพธิสัตว์ “แต่สวรรค์ยังมีตา หอโอสถเถาหยวนของเรามี ยาเม็ดสมานวิญญาณต่อกระดูก สรรพคุณเลิศล้ำ กินปุ๊บเลือดหยุดปั๊บ ลมปราณฟื้นฟูทันตาเห็น”“ชะ ช่วยข้าด้วย” จอมยุทธ์ผู้นั้นยื่นมือสั่นเทาออกไปไขว่คว้าขวดยา ต้าฮุยเบี่ยงตัวหลบเบา ๆ พร้อมกับแบมืออีกข้างออก “แน่นอนขอรับ ทางเรายินดีช่วยเหลือ ส่วนราคา เพียงห้าแสนตำลึงทอง หรือหากไม่มีเงินสด เอาแหวนมิติและเคล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

113

“หมดจด ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวขึ้นมาบนลานประลองอีกแล้ว” ผู้อาวุโสของพรรคสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการ ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน “ผู้ชนะเลิศในงานประลองยุทธ์หุบเขาไร้เสียง ได้แก่ จอมยุทธ์พเนจรไร้นามผู้นี้”สิ้นเสียงประกาศ ชาวยุทธ์เบื้องล่างต่างกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากคัดค้าน หลายคนมองออกว่า จอมยุทธ์พเนจรไร้นาม ผู้นี้ เพลงกระบี่ที่ใช้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับวิชาลับของพรรคสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก นี่มิใช่การจัดฉากของประมุขเทียนเจวี๋ย เพื่อฮุบศิลาหยกดำกลับคืนคลังของตนเองอย่างชอบธรรมหรอกหรือประมุขเทียนเจวี๋ย ชายชราในชุดคลุมสีทอง ลุกขึ้นจากเก้าอี้มังกรด้วยรอยยิ้มเปี่ยมล้นไปด้วยความพึงพอใจ แววตาเจ้าเล่ห์กวาดมองชาวยุทธ์ที่บาดเจ็บล้มตายด้วยความสมเพช “ฮ่า ๆ ๆ สวรรค์มีตา ในเมื่อไม่มีเจ้าสำนักท่านใดสามารถยืนหยัดต่อกรกับยอดฝีมือท่านนี้ได้ ตำแหน่งประมุขยุทธจักรและศิลาหยกดำบรรพกาล ย่อมตกเป็นของเขาอย่างชอบธรรม”ประมุขเทียนเจวี๋ยสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้แท่นศิลาใจกลางลานประลอง ที่ซึ่งกล่องผลึกแก้วใสบรรจุศิลาหยกดำบรรพกาลตั้งอยู่ เขาเตรียมจะเปิดกล่องเพื่อทำพิธีมอบรางวั
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

114

ไป๋หลาง อสูรหมาป่าแสงจันทร์บรรพกาล ในร่างองครักษ์หนุ่มผมสีเงินยวง ก้าวพรวดออกมายืนขวางหน้ากระโจม มือขวาวางทาบที่ด้ามกระบี่ แววตาสีเงินสว่างวาบทอประกายอำมหิตดุจหมาป่าจ้องขย้ำเหยื่อ รังสีความหนาวเหน็บแผ่ซ่านออกมากดข่มจนอากาศรอบด้านจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง “ก้าวเข้ามาอีกเพียงครึ่งก้าว ศีรษะของเจ้าจะหลุดออกจากบ่า” น้ำเสียงเย็นเยียบดุจขุมนรกของไป๋หลาง ทำเอาผู้อาวุโสพรรคนั้นก้าวขาไม่ออก หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลอาบแผ่นหลัง“เกิดเรื่องโกลาหลอันใดขึ้นรึ” เสียงหวานใสปานระฆังแก้วทว่าทรงอำนาจดังกังวานขึ้น อิงเถา จิ้งจอกเก้าหางสาวบรรพกาล ในคราบเถ้าแก่เนี้ยคนงาม กรีดกรายเดินออกมาจากม่านกระโจม นัยน์ตาสีอำพันทรงเสน่ห์จ้องมองผู้อาวุโสพรรคด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์“หอโอสถเถาหยวนของเราตั้งแผงลอยขายโอสถช่วยชีวิตผู้คนอย่างสุจริต พวกเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาตั้งข้อสงสัยและล่วงเกินต้อนรับพวกเราด้วยคมดาบ”ประมุขเทียนเจวี๋ยที่กำลังหัวเสียขั้นสุด ทะยานร่างลงมาจากลานประลองราวกับพญาอินทรี มุ่งตรงมาที่ศาลาแผงลอยของหอโอสถเถาหยวนทันที“อย่ามาอวดดีให้มันมากนัก ในสถานที่แห่งนี้ ผู้ที่น่าสงสัยที่สุดและมีกลิ่นอายลึกลับเกินหยั่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

115

ครืนนนน ตึง ตึง ตึง แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของทุกคนในหุบเขาไร้เสียงพลันสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง มิใช่การสั่นสะเทือนจากพลังปราณยุทธ์ของผู้ใด หากแต่เป็นความสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของพื้นพิภพ ราวกับมีอสูรกายบรรพกาลขนาดยักษ์กำลังกระแทกประตูนรกให้เปิดออก“เกิดอันใดขึ้นอีก” ชาวยุทธ์ที่กำลังบาดเจ็บลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดฉืออั้นจิ่วหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่คุ้นเคย กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านมาจากแดนไกล ศิลาหยกดำบรรพกาล มิใช่แค่ชิ้นส่วนแผนที่นำทาง แต่มันคือสลักผนึกที่เทพเซียนใช้สะกดกลิ่นอายความตายและสายเลือดอสูรในป่าหมอกอสูรวิญญาณเอาไว้ บัดนี้สลักถูกถอนออกแล้ว ปราณอสูรที่ถูกกดทับมานับหมื่นปีจึงปะทุขึ้นโฮกกกกก ก๊าซซซซ เสียงคำรามประสานเสียงของสัตว์อสูรนับแสนตัว ดังปะทุขึ้นจากทิศทางของชายขอบป่าหมอกอสูรวิญญาณ คลื่นเสียงนั้นดุดันและรุนแรงจนทำให้เมฆาบนท้องฟ้าแตกกระเจิง หน้าผาหินรอบหุบเขาสั่นคลอนจนเศษหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาทับคนตาย“นะ นั่นมันอันใดกัน” ยอดฝีมือผู้หนึ่งชี้มือไม้สั่นไปทางปากทางเข้าหุบเขาไร้เสียง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวจนสติแทบหลุด ม่านหมอกสีดำทะมึนกำลังพวยพุ่งทะลักเข้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

116

ยามเหม่า (05.00-07.00 น.) ของวันรุ่งขึ้น แสงอรุณแรกสาดส่อง ฉืออั้นจิ่วตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส เขาสวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินตัวเก่ง จัดแจงอุ้มอาหลงและอาหูใส่ลงในตะกร้าแฝดบุผ้าไหม สะพายขึ้นหลังอย่างทะมัดทะแมง บัดนี้เขาได้ทิ้งคราบเถ้าแก่น้อยผู้ทรงอำนาจ กลับมาสวมบทบาทชาวนาตัวน้อยและพี่ชายที่แสนดีอีกครั้ง“แอ้ หม่ำ ๆ” อาหูส่งเสียงร้องทักทายยามเช้า พยายามเอื้อมมือไปคว้าผมของพี่ชาย ส่วนอาหลงนั่งนิ่ง ๆ ดวงตากลมโตจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่อัดแน่นอยู่ในอากาศ“ไปกันเถิดอาหลง อาหู เช้านี้อากาศดีนัก พี่ใหญ่จะพาพวกเจ้าไปเก็บไข่ไก่สีทอง และรดน้ำผักกาดหยกกัน" ฉืออั้นจิ่วยิ้มกว้าง เดินฮัมเพลงก้าวออกจากจวนตระกูลฉือ มุ่งหน้าสู่ผืนนาอันกว้างใหญ่เมื่อไปถึงแปลงนา ฉืออั้นปา บิดาของเขากำลังยืนอ้าปากค้าง จ้องมองหัวไชเท้าทองคำขนาดเท่าต้นขาผู้ใหญ่ และฝูงไก่ฟ้าหางเพลิงที่ดูสง่างามราวกับวิหคสวรรค์“สะ สวรรค์เมตตา เสี่ยวจิ่ว เจ้าดูนี่สิ ผืนนาของเรา ปศุสัตว์ของเรา เพียงชั่วข้ามคืน เหตุใดจึงกลายสภาพเป็นของวิเศษระดับนี้ไปได้” ฉืออั้นปาอุทานด้วยความตื่นเต้น มือหนาลูบคลำหัวไชเท้าด้วยความ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

117

ชาวยุทธ์ต่างแย่งกันโยนทรัพย์สิน แหวนมิติ และคัมภีร์วิชาลงบนโต๊ะของอิงเถาอย่างบ้าคลั่ง นางจิ้งจอกสาวยิ้มรับทรัพย์ บันทึกบัญชีอย่างรวดเร็ว พร้อมกับโบกมือให้ชาวยุทธ์ที่จ่ายเงินแล้ว วิ่งเข้าไปหลบหลังกำแพงแสงของหอสุราทว่า หายนะที่แท้จริงเพิ่งจะปรากฏตัว โฮกกกกก เสียงคำรามกึกก้องที่ทำเอาแก้วหูแทบฉีกขาดดังกังวานขึ้น ร่างมหึมาสูงเสียดฟ้ากระโดดข้ามฝูงสัตว์อสูรนับแสน ทิ้งตัวลงกระแทกพื้นดินหน้าหอสุราเถาหยวนจนเกิดหลุมลึก มันคือราชันย์วานรทลายบรรพต สัตว์อสูรวิญญาณกลายพันธุ์ระดับแปด ขนสีน้ำตาลแดงของมันแข็งแกร่งดุจหินผา ดวงตาเบิกโพลงแดงก่ำดุจเปลวเพลิง กรงเล็บแหลมคมพร้อมที่จะฉีกกระชากภูเขาทั้งลูกให้แหลกเป็นผุยผง“ระ ราชันย์อสูรระดับแปด จบสิ้นแล้ว ต่อให้หลบอยู่ในหอสุราก็ไม่รอดแน่” ชาวยุทธ์ที่จ่ายเงินเข้ามาแล้ว ต่างทรุดตัวลงร่ำไห้ด้วยความสิ้นหวัง พลังของอสูรระดับแปดนั้นเทียบเท่ากับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสูงสุดวานรทลายบรรพตเชิดหน้าขึ้นฟ้า สูบอากาศเข้าปอด เตรียมจะพ่นคลื่นพลังทำลายล้างเพื่อกวาดล้างสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์เบื้องหน้าให้ราบคาบทว่า ในวินาทีที่มันกำลังจะอ้าปากคำรามนั้นเอง จมูกอันไวต่อกลิ่นของราชัน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

118

“สะ สวรรค์เมตตา นี่มันเกิดอันใดขึ้นกับไร่นาของตระกูลฉือ” ชายร่างใหญ่ส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึง สองมือสั่นเทายกขึ้นขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เบื้องหน้าของเขาคือแปลงผักกาดขาวที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็น ผักกาดหยกมรกต ใบของมันโปร่งแสงราวกับหยกสลักชั้นเลิศ เปล่งประกายสีเขียวเรืองรอง แผ่กลิ่นหอมชื่นใจที่เพียงแค่สูดดมก็ทำให้ความเหนื่อยล้าปลิวหาย ถัดไปคือแปลงหัวไชเท้าที่ส่วนยอดโผล่พ้นดินขึ้นมาเป็นสีทองอร่าม ขนาดของมันใหญ่โตมหึมาเท่ากับต้นขาของบุตรชายคนโต“ท่านพ่อ อรุณสวัสดิ์ขอรับ”-เสียงใสแจ๋วของฉืออั้นจิ่วดังกังวานมาแต่ไกล เด็กน้อยวัยห้าขวบในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้ม เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี บนแผ่นหลังยังคงสะพายตะกร้าไม้ไผ่แฝดที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มฟู ภายในมี ฉืออั้นหลง และ ฉืออั้นหู ทารกแฝดวัยหัดคลานที่กำลังส่งเสียงอ้อแอ้รับยามเช้า“เสี่ยวจิ่ว เจ้าดูนี่สิ ผักพวกนี้ ไก่ฟ้าพวกนี้ หมูในคอกนั่นอีก ทุกอย่างมันใหญ่โตและงดงามเกินกว่าของมนุษย์มนาไปแล้ว” ฉืออั้นปาละล่ำละลักชี้มือไปรอบทิศทาง ในเล้าไก่ ไก่ฟ้าหางเพลิงกำลังออกไข่สีทองคำที่มีลวดลายเมฆามงคล ส่วนในคอก สุกรปราณวิญญาณตัวอ้วนพีจนแทบจะลุกไม่ขึ้น ผิวพรรณขอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

119

ทว่า พวกเขาจะออกไปหาเสบียงได้อย่างไร ในเมื่อเบื้องหลังกำแพงแสงนั้นคือดวงตาสีแดงฉานนับแสนคู่ของฝูงสัตว์อสูรกลายพันธุ์ โดยมีราชันย์วานรทลายบรรพต อสูรระดับแปด นั่งขัดสมาธิเฝ้าอยู่หน้าประตูหอสุราประดุจสุนัขเฝ้าบ้านที่ซื่อสัตย์ที่สุด มันแยกเขี้ยวขู่คำรามทุกครั้งที่มีมนุษย์หน้าโง่พยายามจะก้าวออกนอกเขตแดน“ข้าหิว ข้าหิวเหลือเกิน ข้าเป็นถึงเจ้าสำนักเพลิงผลาญ มีเงินทองนับล้านตำลึง แต่กลับต้องมาอดตายอยู่ที่นี่รึ” จอมยุทธ์ชราผู้หนึ่งคร่ำครวญ เอามือกุมท้องที่ส่งเสียงร้องจ๊อก ๆภายในห้องโถงชั้นล่างของหอสุรา อิงเถาเถ้าแก่เนี้ยสาวผู้เลอโฉม กำลังเอนกายจิบสุราดอกท้ออยู่บนตั่งหยกอย่างเกียจคร้าน นัยน์ตาสีอำพันกวาดมองกลุ่มชาวยุทธ์ที่นั่งระทมทุกข์อยู่บนพื้นด้วยความพึงพอใจ ข้างกายของนางคือ ไป๋หลาง องครักษ์หนุ่มผมสีเงินยวง ยืนกอดอกนิ่งสงบดุจรูปสลักน้ำแข็ง คอยแผ่รังสีอำมหิตควบคุมความเรียบร้อยทันใดนั้นเอง ประตูลับหลังครัวก็ถูกเปิดออก ต้าเฮย ในร่างชายยักษ์สวมผ้ากันเปื้อน แบกแหวนมิติขนาดใหญ่สิบวงเดินดุ่ม ๆ เข้ามา กลิ่นหอมตลบอบอวลของเนื้อสดและผักปราณวิญญาณที่เล็ดลอดออกมา ทำเอาชาวยุทธ์ทั้งหอสุราต่างสูดจมูกฟุดฟิด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม

120

ตูม คลื่นปราณวิญญาณอันมหาศาลและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าโอสถระดับสวรรค์ ระเบิดปะทุขึ้นภายในร่างของประมุขเฒ่า บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนมองเห็นด้วยตาเปล่า ลมปราณที่เหือดแห้งกลับมาพลุ่งพล่านประดุจแม่น้ำฮวงโห และที่น่าตกตะลึงที่สุด จุดคอขวดลมปราณที่ติดขัดมานานกว่าสิบปี พลันถูกทะลวงผ่านไปอย่างง่ายดาย“ทะ ทะลวงด่านแล้ว ข้าเลื่อนระดับเป็นราชันย์ยุทธ์ขั้นต้นแล้ว” ประมุขเฒ่าเบิกตากว้าง น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบแก้ม เขาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม พลังยุทธ์ฟื้นคืนกลับมาเต็มเปี่ยมยิ่งกว่าเดิมหลายสิบเท่า “สวรรค์ นี่มิใช่อาหาร นี่มันโอสถทิพย์จากสวรรค์ชั้นฟ้า สองแสนตำลึงนับว่าถูกแสนถูก คุ้มค่ายิ่งกว่าสิ่งใด”ภาพปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ทำเอาชาวยุทธ์ทั้งหอสุราที่เคยก่นด่าต่างตกตะลึงจนสติหลุด ความหิวโหยและความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งเข้าครอบงำจิตใจจนหมดสิ้น พวกเขาตระหนักได้ในทันทีว่า อาหารของหอสุราเถาหยวน มิใช่การกรรโชกทรัพย์ แต่เป็นการมอบชีวิตใหม่ และวาสนาที่ชาตินี้อาจหาไม่ได้อีกแล้ว“เถ้าแก่เนี้ย ข้าเอาข้าวหมูย่างสามจาน เอานี่ ป้ายหยกเจ้าสำนักของข้า ข้าขอจำนำ” “ข้าเอาไข่ต้มห้าสิบฟอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-23
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1011121314
...
17
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status