บททั้งหมดของ บ่วงรักอุษณีย์: บทที่ 1 - บทที่ 10

11

อรัมภบท

พุทธศักราช 2387 ปีมะโรง วันที่ 8 เดือน 8 หมู่บ้านเนินไม้งามบรรยากาศยามค่ำคืนที่ปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าสีดำสนิท ถูกประดับด้วยกลุ่มดาวดวงเล็กๆ ที่เปล่งประกายแสงระยิบระยับอันน้อยนิดแข่งกันเกลื่อนฟากฟ้า แม้จะดูงดงามแปลกตาชวนให้ใจของคนมองรู้สึกสงบ แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกลับชวนขนลุกไม่ต่างกันในค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ส่องสว่าง กลับมีเสียงผู้คนคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรี ที่กำลังโหมบรรเลงในงานมหรสพประจำปีซึ่งตรงกับคืนเดือนดับณ ลานสำนักวัดที่กำลังจัดงานมหรสพประจำปีกันอย่างรื่นเริง และเต็มไปด้วยชาวบ้านที่เฝ้ารอชมการแสดงจากโรงละครนอกกันอย่างเนืองแน่น เสียงไม้ระนาดเอกบรรเลงเปิดฉากโหมโรงด้วยเพลงสาธุการ ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณรับกับเสียงปี่ที่เป่าเอื้อนรับตามท่วงทำนอง เหล่านางรำในชุดยืนเครื่องตัวนางกรีดกรายเยื้องย่างออกมาจากหลังฉาก ทุกท่วงท่าการยกมือประนมและตั้งวงร่ายรำแช่มช้า ทว่าเปี่ยมด้วยความอ่อนช้อย ละมุนตา ชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้ไกลพากันย่ำเท้าฝ่าความมืดเข้ามาจับจองพื้นที่หน้าเวทีจนแน่นขนัด ทุกสายตาจับจ้องไปที่การแสดงมหรสพตรงหน้าด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุข“ขอบน้ำใจนายโรง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-19
อ่านเพิ่มเติม

งูดำ

เรือนนายโรงจันบ้านไม้เรือนไทยตามแบบเรือนเครื่องสับที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้น้อยใหญ่อย่างโดดเด่นท่ามกลางเรือนเครื่องผูกของคนในคณะที่รายล้อมรอบเรือนหลัก คือเรือนของพ่อโรงที่อยู่ห่างจากคนในหมู่บ้านเพียงข้ามคลอง แต่ในยามนี้บนเรือนกำลังตกอยู่ในความโกลาหลและตึงเครียดจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเจ้าของเรือนอย่างพ่อโรงกำลังพาคนในคณะบางส่วนไปงานมหรสพ แม้จะให้นายกล้าไปตามแล้ว แต่จนบัดนี้พ่อโรงก็ยังไม่มีวี่แววกลับมา ในขณะที่บ่าวไพร่บนเรือนวิ่งวุ่นกันไปหมด เพราะแม่ครูหรือแม่แก้วที่ทุกคนเคารพกำลังเจ็บปวดท้องเจียนตายเพราะใกล้จะออกลูกเต็มที “โอ๊ย!...ฉันเจ็บท้อง จะทนไม่ไหวแล้ว พี่จันผัวข้าเล่ากลับมาหรือยัง!” เสียงกรีดร้องสลับเสียงหอบหายใจของแม่ครูสั่นสะท้านด้วยความทรมานดังเล็ดลอดออกมาจากหอนอน ร่างบางเอนกายนอนกระสับกระส่าย ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ มือทั้งสองข้างกำผ้าที่ผูกไว้กับขื่อเรือนแน่นเพื่อเหนี่ยวรั้งความปวดร้าวไปทั่วทั้งสะโพกมน“แม่ครู อดทนไว้นะแม่ ท่องพุทโธไว้ในใจแลตั้งสติดีๆ” ยายสาย หมอตำแยเฒ่าเอ่ยปลอบเสียงสั่น พลางรีบเตรียมผ้าสะอาด โดยมีบ่าวรับใช้คอยวิ่งวุ่นต้มน้ำร้อนให้“ยา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-19
อ่านเพิ่มเติม

ประสาทพิชัยนาคา

18 ปี ต่อมา บ้านไม้เรือนเครื่องสับยกใต้ถุนสูงที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกสงบร่มรื่นและเย็นสบาย “จ๊ะ โจง จ๊ะ ทิง โจง ทิง”เสียงใสของเหล่านางรำในคณะดังเคล้าไปกับเสียงนกที่แข่งกันเปล่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว เอ่ยออกมาเป็นการนับจังหวะโดยพร้อมเพรียง ขณะกำลังฝึกซ้อมท่าพื้นฐาน ก่อนจะเข้าบทเพลงเหมือนเช่นทุกวันเหล่าหญิงสาวในชุดผ้าแถบสีพื้นและสไบสีเรียบ พร้อมนุ่งโจงกระเบนที่กำลังยกขาตั้งฉากไปด้านหน้า และย่อตัวลงกดหน้าทับแต่พองาม โดยมีแม่ครูแก้วเดินกำกับจัดท่วงท่าให้นางรำในคณะอย่างใกล้ชิด ร่วมถึง นิล บุตรสาวเจ้าของโรงละครนอกที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่น เพราะต้องทรงตัวบนขาเรียวเล็กเพียงข้างเดียวเป็นระยะเวลานานกว่าปกติไม่รู้เหตุใดวันนี้แม่ข้าถึงทิ้งจังหวะเปลี่ยนท่านานนักนิลนึกบ่นอยู่เพียงในใจ เพราะความเหนื่อยล้าของเรียวขาที่เริ่มสั่นเล็กน้อย แต่ด้วยใจที่รักในการร่ายรำมาตั้งแต่เด็ก เธอจึงอดทนและฝึกต่อไปอย่างตั้งใจ โดยมิกล้าปริปากเอ่ยคำใดออกมา“เพียงมินาน ขาก็สั่นถึงเพียงนี้ แล้วจะขึ้นรำได้อย่างไรแม่นิล”แม่ครูแก้วที่เหลือบมาเห็นท่าทางโงนเงนของลูกสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ อย่างเหนื่อยใจ จึงใ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-19
อ่านเพิ่มเติม

พุดซ้อน

เมื่อล่วงเข้าสู่ยามแดดร่มลมตก แสงตะวันสีทองเริ่มคล้อยต่ำ แม่นิลจึงขยับกายลุกจากครัวไฟไปที่โอ่งดินใบเล็กที่ใช้สำหรับห่อเก็บดอกไม้สด ทว่าดอกพุดที่แม่นมอิ่มจัดเตรียมไว้ให้ กลับมีไม่มากพอให้เธอกรองมาลัยถวายพระและถวายพ่อแก่เสียอย่างนั้น อีกทั้งวันพรุ่งจะเป็นวันพระใหญ่เสียด้วยสิ“แปลกจริง! เมื่อเช้าก็ดูแน่แล้วว่ามีดอกพุดมากพอ แต่ทำไมยามนี้จึงเหลือน้อยนัก”หญิงสาวมองห่อใบตองที่ใช้สำหรับห่อเก็บดอกพุดในมือด้วยความฉงนใจ เพราะเธอแน่ใจว่าเมื่อเช้าดอกพุดในโอ่งดินนั้นมีในปริมาณที่มากพอให้เธอกรองมาลัยถวายได้แน่ ก่อนจะชั่งใจว่าเธอจะทำอย่างไรต่อดีเพราะถ้าหากมาลัย หมากพลู เครื่องสดที่ใช้กราบไหว้บูชาในห้องพระไม่เรียบร้อย ใจของเธอก็คงจะรู้สึกเป็นกังวลไม่เป็นสุขตลอดทั้งวัน “เห็นทีจักต้องไปเก็บเพิ่มเสียแล้ว” นิลพึมพำกับตัวเองเบาๆ สายตากลมโตตวัดมองไปยังทิศทางของสวนหลังเรือน ซึ่งมีต้นพุดและดอกไม้หอมขึ้นอยู่ชุกชุม ด้วยความลังเลว่าจะไปตามแม่นมอิ่มให้ไปด้วยกัน หรือจะไปเพียงลำพัง แต่เพราะไม่รู้ว่าแม่นมอิ่มอยู่ที่ใดและไม่อยากเสียเวลา เกรงว่ามันจะค่ำมืดเอาเสียก่อนจึงได้ตัดสินใจจะไปเพียงลำพังทว่าสายตาเจ้ากรรมก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-19
อ่านเพิ่มเติม

ชาวบุญวัง

บรรยากาศในค่ำคืนปกคลุมไปด้วยความมืดมิดทั่วทุกพื้นที่ พร้อมกับความหนาวเย็นของอากาศที่ทำเอาร่างเล็กขนลุกชันไปทั่วร่างร่างบางที่เพิ่งเดินพ้นชายป่าเข้าเขตเรือนจึงเร่งฝีเท้าเพื่อกลับเรือน ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรที่พากันส่งเสียงร้องระงมเซ็งแซ่อยู่ตามพุ่มไม้หลังบ้าน แต่ไม่ได้ฟังดูน่ากลัวเลยสักนิดหากแต่เป็นเสมือนบทเพลงขับกล่อมไพเราะของธรรมชาติ ที่ยิ่งช่วยให้ค่ำคืนนี้ดูสงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้นดวงตากลมโตมองขึ้นไปบนเรือนในยามนี้ แสงตะเกียงน้ำมันนวลตาถูกจุดขึ้นจนสว่างไสวไปทั่ว ส่งให้บรรยากาศรอบกายดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นมาทันตาความร้อนใจจากความห่วงใยจากคนบนเรือนใหญ่เริ่มผ่อนคลายลง พลันเห็นร่างของแม่นิลก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา“ไปไหนมารึแม่นิล มืดค่ำป่านนี้แล้วยังอยู่ข้างล่าง รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง”เสียงทุ้มใจดีของคนเป็นพ่อที่นั่งขัดสมาธิอ่านตำราอยู่กลางโถงเรือนดังขึ้นในยามที่สวมบทบาทเป็นพ่อโรง ผู้เป็นพ่อมักจะเคร่งครัดไปด้วยระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างไม่อาจขัดและค่อนข้างจะดุ จนดูน่าเกรงขามแต่เมื่อยามทำหน้าที่พ่อ ผู้ชายตรงหน้าเธอตอนนี้กลับเป็นผู้ให้กำเนิดที่มีแต่ความรัก ความเอาใจใส่และควา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-20
อ่านเพิ่มเติม

อสรพิษดำ

หลังจากแยกย้ายกันเข้าสู่เรือนนอน เรือนไม้สักทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะนิลนอนพลิกกายไปมาบนฟูก หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวด้วยความสับสน คำบอกเล่าจากพ่อที่ว่า ชาวบุญวังนั้น ก็คือเหล่านาคบริวารชั้นสูงขององค์พ่อปู่พญาอนธกาฬนาคราช ยังคงดังก้องอยู่ในหัวและเมื่อยิ่งคิดถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ใบหูและกลิ่นหอมฟุ้งของดอกพุดซ้อนบานสีขาวข้างเตียงนอน กลับยิ่งทำให้ร่างบางนอนไม่หลับจนกระทั่งย่ำเข้าสองยาม บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนไป เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยร้องระงมกลับเงียบเสียงลงอย่างฉับพลันสายลมนอกหอนอนที่เคยพัดเอื่อยกลับหยุดนิ่งสนิท ทั่วทั้งบริเวณอบอวลไปด้วยกลิ่นจันทน์หอมที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ ชัดเสียจนหัวใจของนิลเริ่มเต้นผิดจังหวะดวงตากลมมองไปยังหน้าต่างหอนอนที่ยังลงดาลปิดสนิท แล้วกลิ่นนี้มาจากที่ใด มันไม่ใช่กลิ่นจางๆ ตามลมเหมือนตอนเย็นหากแต่เป็นกลิ่นหอมที่ลอยวนอยู่รอบกายเธอ นิลรู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งจนขยับไม่ได้ พร้อมกับพยายามเพ่งมองหาที่มาของกลิ่นภายใต้มุ้งขาวบาง ก่อนที่สายตาของเธอจะไปสะดุดเห็นเงาร่างสูงใหญ่ ก้าวเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนอย่างเง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-21
อ่านเพิ่มเติม

ขุนอิน

นิลที่ตื่นขึ้นมาจากฝันกลางดึกด้วยความรู้สึกวูบไหวกลางอก ครั้นจะข่มตาให้หลับต่อ ความรู้สึกเห่อร้อนพวยพุ่งขึ้นมาทุกครั้งที่หลับตาหญิงสาวขยับนอนพลิกกายไปมา พลางเม้มริมฝีปากแน่น คิดทบทวนความฝันของตัวเองที่มันดูเสมือนจริง จนเธอไม่มั่นใจว่ามันใช่ฝันจริงๆ หรือไม่ และกว่าจะรู้ตัวอีกทีเธอก็ได้ยินเสียงไก่โห่ขันขึ้นมาบ่งบอกเวลาว่าตอนนี้เข้าสู่ช่วงยามรุ่งเสียแล้วร่างบางตัดใจลุกจากฟูกนอน พร้อมเปลี่ยนใส่กระโจมอกและปิดทับลาดไหล่เล็กด้วยผ้าคลุมไหล่สีพื้น ก่อนจะเปิดประตูเดินออกมาจากหอนอน“ทำไมวันนี้แม่นิลของนมถึงออกจากหอนอนไวนัก”“นิลนอนไม่ใคร่จะหลับน่ะแม่อิ่ม เลยว่าจะลุกไปล้างตัวและเข้าครัวไฟเสียเลย”แม่อิ่มหรือแม่นมอิ่ม ทำหน้าที่เลี้ยงและดูแลบุตรสาวคนเดียวของพ่อโรงและแม่ครูตั้งแต่วันที่คลอด เพราะตั้งแต่คลอด นิลก็ไม่ยอมให้ใครอุ้มเลยนอกจากแม่นมอิ่ม อีกทั้งบ่าวคนอื่นในเรือนต่างก็ขวัญเสีย กลัวอสรพิษสีดำขนาดใหญ่ที่มักจะปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง จนกระทั่งนิลเริ่มโตขึ้นจึงได้พบเจองูดำตัวนั้นน้อยลง“งั้นก็ไปล้างหน้าล้างตัวให้สดชื่นเสียหน่อยเถิดแม่นิล ครั้นเสร็จแล้วก็มาช่วยนมคั้นน้ำกะทิในครัวไฟ”“จ้ะ”“วันนี้น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-22
อ่านเพิ่มเติม

สู่ขอ

“แม่นิล...มาแล้วรึ”เสียงของพ่อโรงดังขึ้น เมื่อเห็นร่างเล็กของบุตรสาวเดินเข้ามาในโถงกลางเรือน นิลมองตามเสียงของผู้เป็นพ่อด้วยท่าทีเรียบนิ่ง พยายามไม่แสดงออกหรือสื่อถึงอารมณ์ที่กำลังกระอักกระอ่วนใจใดๆ ออกมาทว่าภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้หัวใจของนิลดิ่งวูบ มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสงบสติอารมณ์ขณะที่ขุนอินนั่งเอนกายอยู่บนตั่งที่นั่งด้วยท่าทีสำราญใจ แลถือตัวว่าเป็นขุนนางจึงไม่ได้คิดที่จะเกรงใจหรือสำรวมท่าทีใดๆมือหนาข้างหนึ่งยกน้ำลอยดอกมะลิในขันเงินใบเล็กขึ้นจิบ ขณะที่สายตาคมฉายแววโลมเลียตวัดมามองร่างบางทันทีที่นิลปรากฏตัว มุมปากของขุนอินยกยิ้มกว้างอย่างพึงใจต่างกับร่างบางที่อึดอัดใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นที่สุด ยิ่งยามที่สายตาของขุนอินผู้นั้นจับจ้องมายังลาดไหล่บาง นิลก็รู้สึกราวกับมีตัวหนอนไต่ผิวจนรู้สึกระคาย“มาแล้วรึแม่นิล... ปล่อยให้พี่อินตั้งตารอเสียตั้งนาน”น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยขึ้น พลางขยับกายลุกขึ้นนั่งตรง สายตายังคงจับจ้องใบหน้าหวานไม่วางตานิลพยายามสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธในใจ เธอค่อยๆ ย่อกายนั่งลงข้างผู้เป็นบิดาแล้วยกมือขึ้นไหว้ขุนอินตามมารยาทอย่างน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-24
อ่านเพิ่มเติม

นึกสิ่งใดกับพี่

เมื่อสองเท้าเปลือยเปล่าก้าวพ้นธรณีประตูเรือนใหญ่มาได้ นิลก็แทบจะถลาลงจากบันไดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่อยากเจอหน้าขุนอินอีกร่างบางจึงเร่งสาวเท้าไปที่ท้ายเรือนหลังบ้านทันที เกรงว่าหากยังอยู่แถวนี้ขุนอินผู้นั้นอาจจะตามมาได้ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงยังไม่ยอมเลิกราแลกลับไปง่ายๆ เป็นแน่ สุดท้ายนิลจึงตัดสินใจเดินลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ใหญ่หลังบ้าน เพื่อหาที่หลบซ่อน เพราะไม่อยากถูกใครตามตัวได้อีกปลายเท้าเล็กเดินไปชมไม้ดอกไม้หอมไปเรื่อยเปื่อย กว่าจะรู้ตัวอีกที ร่างบางก็มาหยุดยืนหน้าปราสาทพิชัยนาคาเสียแล้วแม้จะไม่ใช่สถานที่ต้องห้าม แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้นมามากนักหากไม่จำเป็น เพราะเกรงว่าอาจจะเดินหลงเข้าไปในป่าต้องห้ามที่อยู่ลึกเข้าไปอีก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตาตื่นใจ ยามเงยหน้าขึ้นมองเทวสถานเก่าแก่ขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้ปราสาทหินทรายที่สลักลวดลายพญานาคราชเลื้อยพันรอบเสาปราสาทช่างดูน่าเกรงขามนัก ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะเดินมาถึงที่นี่ ใบหน้าหวานเหลียวมองรอบกายด้วยความหวาดระแวงว่าจะมีภัยอันตราย“ไม่นึกว่าจะได้เจอแม่ที่นี่อีก” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-24
อ่านเพิ่มเติม

ปิ่นดอกพุดซ้อน

“หรือเป็นเพราะเจ้ากำลังเขินอายพี่กันแน่ แม่นิล” “พี่กาฬพูดกระไรเยี่ยงนั้น” หญิงสาวตอบกลับด้วยความรู้สึกเขินอาย ก่อนจะหลบเลี่ยงความขัดเขินด้วยการเดินหนีออกไปเสียดื้อๆเมื่อก้าวพ้นพุ่มไม้และซากปรักหักพังมาได้ สายตาของนิลก็ต้องเบิกกว้างอีกครั้ง ความสวยงามของภาพตรงหน้าและก้อนหินแบบราบขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมตลิ่ง เยื้องลงไปในสระน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีขาวตัดกับน้ำสีฟ้าใสราวสระมรกต“เหตุใดที่นี่จึงงามนัก”เสียงหวานเอ่ยพึมพำออกมาแผ่วเบา สายตากลมทอดมองผิวน้ำนิ่งสงบเสียจนสะท้อนเห็นเงาของปราสาทพิชัยนาคาและเงาของตัวเอง ที่บัดนี้กำลังยืนข้างชายหนุ่มได้อย่างชัดเจนดั่งกระจกบานใหญ่ทว่า ยามที่สายตาจับจ้องไปยังภาพสะท้อนของตนเองในน้ำคำพูดของแม่ชบาดังสะท้อนเข้ามาในหัวทันทีหากคิดจะรำเทียบข้า ก็อย่าลืมหาคันฉ่องมาส่องดูเงาตัวเองตอนรำด้วยเล่า จะได้รู้ว่าห่างชั้นกันเพียงใด!นิลชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าที่ดูสดใสเมื่อครู่หมองหม่นลงไปถนัดตา เพราะถึงเธอจะตอบกลับชบาไปอย่างไร แต่ลึกๆ เธอก็รู้ดีว่าฝีมือการรำของชบาเป็นรองเพียงแม่ครูแก้ว แม่ของเธอเท่านั้น“ใจลอยไปถึงที่ใดกัน”เสียงทุ้มต่ำของกาฬ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-26
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status