แชร์

อสรพิษดำ

ผู้เขียน: ซินโฟร์เน่
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-21 21:00:45

หลังจากแยกย้ายกันเข้าสู่เรือนนอน เรือนไม้สักทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะ

นิลนอนพลิกกายไปมาบนฟูก หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวด้วยความสับสน คำบอกเล่าจากพ่อที่ว่า ชาวบุญวังนั้น ก็คือเหล่านาคบริวารชั้นสูงขององค์พ่อปู่พญาอนธกาฬนาคราช ยังคงดังก้องอยู่ในหัว

และเมื่อยิ่งคิดถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ใบหูและกลิ่นหอมฟุ้งของดอกพุดซ้อนบานสีขาวข้างเตียงนอน กลับยิ่งทำให้ร่างบางนอนไม่หลับ

จนกระทั่งย่ำเข้าสองยาม บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนไป เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยร้องระงมกลับเงียบเสียงลงอย่างฉับพลัน

สายลมนอกหอนอนที่เคยพัดเอื่อยกลับหยุดนิ่งสนิท ทั่วทั้งบริเวณอบอวลไปด้วยกลิ่นจันทน์หอมที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ ชัดเสียจนหัวใจของนิลเริ่มเต้นผิดจังหวะ

ดวงตากลมมองไปยังหน้าต่างหอนอนที่ยังลงดาลปิดสนิท แล้วกลิ่นนี้มาจากที่ใด มันไม่ใช่กลิ่นจางๆ ตามลมเหมือนตอนเย็น

หากแต่เป็นกลิ่นหอมที่ลอยวนอยู่รอบกายเธอ นิลรู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งจนขยับไม่ได้ พร้อมกับพยายามเพ่งมองหาที่มาของกลิ่นภายใต้มุ้งขาวบาง ก่อนที่สายตาของเธอจะไปสะดุดเห็นเงาร่างสูงใหญ่ ก้าวเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนอย่างเงียบงัน

ชายมุ้งผ้าสีขาวถูกเลิกขึ้น ร่างสูงใหญ่ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างบนฟูกนอนของเธอ

เขาเข้ามาในหอนอนของเธอได้อย่างไร

หญิงสาวได้แต่คิดในใจ พลางมองมือหนาที่ทอดส่งมาราวกับต้องการเชื้อเชิญให้สัมผัสโดยไม่ได้เอ่ยคำใด ดวงตากลมโตจ้องมองมือนั้นอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจวางมือลงบนฝ่ามือหนาช้าๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ

ทันทีที่ผิวเนียนสัมผัสกัน ความเย็นจากปลายมือหนาพลันแล่นริ้วจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้เธออยากชักมือหนีแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเธอกลับคุ้นเคยกับมือคู่นี้อย่างบอกไม่ถูก

มันเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ และเติมเต็มความรู้สึกบางอย่าง เหมือนว่าเธอได้เจอสิ่งสำคัญที่ขาดหายไป มลายให้ความกลัวหายไปจนสิ้น

ชายหนุ่มกระชับฝ่ามือเล็กอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังประคองสิ่งล้ำค่าที่เขาเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน

“อุษณีย์”

นิลทอดสายตามองใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักของเขาที่ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมเอ่ยเรียกชื่อของเธอที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักชื่อนี้

“…”

นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นยังคงลุ่มลึกทรงพลัง ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาและผูกพันอย่างลึกซึ้ง

กลิ่นจันทน์หอมกรุ่นฟุ้งอยู่รอบกายคนทั้งสอง มันหอมชัดแต่กลับละมุนใจ จนกลบกลิ่นดอกพุดซ้อนบานข้างหัวเตียงนอนไปจนหมดสิ้น

โลกทั้งใบของนิลในยามนี้คล้ายกาลเวลาที่หมุนผ่านหยุดลง มีเพียงเขา... ชายแปลกหน้าที่ดึงดูดความสนใจของเธอจนตกอยู่ในภวังค์

ทว่าสัมผัสที่เคยนุ่มนวลจากฝ่ามือหนาพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ร่างสูงใหญ่ของชายผู้นั้นวูบไหวละลายกลายเป็นเงา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นอสรพิษสีดำทมิฬ ลำตัวใหญ่หนา เกล็ดสีนิลดำสนิทเช่นเดียวกับนัยน์ตาที่สะท้อนแสงจันทร์สลัวในความมืด

นิลเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน ร่างบางถดกายหนีขึ้นบนหัวนอน มองดูงูดำตัวมหึมาที่ค่อยๆ เลื้อยคลานเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า

ความเย็นเยียบแผ่ซ่านมาตามขนดกายที่เคลื่อนผ่าน ลำตัวหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นของมันค่อยๆ เลื้อยพาดพันรอบกายหญิงสาวอย่างแผ่วเบา จากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงช่วงเอวบางและเนินอก

หากแต่มันไม่ใช่รัดแน่น แต่เป็นการโอบพันอย่างทะนุถนอมคล้ายอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ขัดกับผิวกายเย็น

หัวอันใหญ่โตของอสรพิษร้ายชูขึ้นเด่นตระหง่านอยู่เหนือใบหน้าสวย นัยน์ตาสีดำสนิทลึกล้ำทรงอำนาจคู่นั้นยังคงจับจ้องตรงมา มันให้ความรู้สึกเหมือนดวงตาของชายหนุ่มไม่ผิดเพี้ยน

คนตัวเล็กมองดูสายตาดุดันที่เต็มไปด้วยความโหยหา อาวรณ์ และรักใคร่ผูกพันอย่างสุดแสนลึกซึ้งนั้นอย่างลังเล ทั้งๆ ที่เธอควรรู้สึกหวาดกลัว แต่อีกใจเธอก็ใคร่รู้ว่างูดำตัวนี้กำลังจะทำอะไร

“ท่านคือชาวบุญวังงั้นรึ”

ไร้เสียงตอบรับ จนนิลกำลังคิดว่าตัวเองคงวิปลาสที่ดันไปคาดหวังว่าจะได้คำตอบใดกลับมาจากอสรพิษตัวโต พร้อมกับปรายตามองงูดำที่กำลังโน้มส่วนหัวลงมาใกล้ จนเกล็ดเนียนละเอียดสัมผัสเข้าที่ข้างแก้มของนิลราวกับมันกำลังออดอ้อนเธออยู่

ดูท่าเธอจะวิปลาสจริงๆ เสียแล้วถึงได้มีความคิดเช่นนี้

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง อสรพิษสีดำก็ถูไถส่วนหัวเข้าไปในผ้าแถบสีพื้นของร่างบาง จนคนตัวเล็กเริ่มหายใจติดขัดในตอนที่กำลังถูกเจ้างูดำซุกไซ้เข้ากับยอดถัน

“อืมมม”

กลิ่นจันทน์หอมที่อบอวลตรงปลายจมูก และสัมผัสวาบหวิวจากงูดำทำเอานิลเคลิบเคลิ้มไปอย่างไร้สติ เพราะไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

สมองของเธอขาวโพลนลืมสิ้นทุกสิ่ง หน้าท้องหดเกร็งเป็นระยะและจมดิ่งลงไปในความเร้นลับอันเย้ายวน

ร่างเล็กสั่นสะท้านเบาๆ ยามที่ขนดกายหนาแน่นเคลื่อนไหวเนิบนาบอยู่บนเรือนร่างของเธอ โดยเฉพาะบริเวณกลางกายสาวที่ถูกเสียดสีจากภายนอก กระตุ้นให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ

อสรพิษร้ายซุกไซ้ส่วนหัวลงกับซอกคอขาวผ่อง เกล็ดเนียนละเอียดที่เคลื่อนผ่านพันรัดรอบอกอิ่ม ปลุกเร้าความรู้สึกจนคนตัวเล็กนอนหอบหายใจสั่นสะท้านไปทั่วร่าง

“อ๊ะ” ริมฝีปากอิ่มเผยอออกน้อยๆ ขับขานเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ยามที่งูดำตัวมหึมาทิ้งน้ำหนักตัวกดทับลงมาอย่างนุ่มนวล ลำตัวแกร่งกล้ามเนื้อแน่นของมันเลื้อยบดเบียด ขยับเน้นย้ำเข้าหาความละมุนละไมของกายหญิงสาว ราวกับมันกำลังใช้เรือนร่างอสรพิษถ่ายทอดความโหยหาอันแสนลึกซึ้งที่กักเก็บไว้มานานแสนนาน

ทุกการขยับเขยื้อนเนิบนาบทว่าหนักแน่น นำพาความหวามไหวมาสู่ร่างเล็กจนเธอต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างลืมตัว

ฝ่ามือบางที่เคยสั่นเทายกขึ้นโอบกอดขนดกายหนาที่พาดผ่านช่วงเอวไว้มั่น ยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นเยียบนั้นอย่างหมดสิ้น

ดวงตาสีนิลคู่ทรงอำนาจยังคงจับจ้องสบประสานกับดวงตาคู่สวยของเธอในความสลัว ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ในขณะที่ความรู้สึกกระสันซ่านยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“อืมมม ท่านทำอะไรกับข้า” เสียงหวานพึมพำออกมาเบาๆ ความรู้สึกเสียวซ่านที่โหมกระหน่ำทำให้อารมณ์ของหญิงสาวพุ่งทะยานจนแทบจะทนไม่ไหว ร่างบางแอ่นกายบิดเร้าด้วยความรัญจวนเจียนขาดใจ

ส่วนหัวของอสรพิษร้ายยังคงไล่ต่ำลงมา แผ่ลมหายใจร้อนผ่าวกลิ่นจันทน์หอมรดรินผิวเนียน

ขณะที่ลำตัวมหึมาขยับเคลื่อนไหวเนิบนาบทว่าหนักแน่น ราวกับต้องการบดขยี้เน้นลงตรงจุดอ่อนไหวของเธอ

มือบางที่จิกเกร็งลงบนฟูกนอนบัดนี้สั่นระริก ยามที่แรงอารมณ์พัดพาเธอให้ลอยล่องไป ในวินาทีที่เกลียวคลื่นความเสียวซ่านพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด

“อ๊ะ ข้าไม่ไหว”

ลำตัวแอ่นกายขึ้นจากฟูกนอนโดยสัญชาตญาณ ปลายเท้าจิกเกร็ง ลมหายใจสะดุดขาดห้วงไปพร้อมกับเสียงครางหวานที่หลุดลอดจากริมฝีปากอิ่ม ก่อนที่ความเสียวซ่านอันมหาศาลจะระเบิดออกเป็นสายธารแห่งความสุขสม

“อืมมม”

ปลดปล่อยเรือนร่างบางให้สั่นกระตุกถี่ๆ รินรดหยาดอารมณ์หวานเชื่อมซึมผ่านผ้านุ่งที่ถูกถกขึ้นมากองรอบเอว และดิ่งจมลงสู่ความอิ่มเอมอันซาบซ่านอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

ดวงตาสีนิลคู่ทรงอำนาจคู่นั้นยังคงจับจ้องมองความเสร็จสมของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและรักใคร่ผูกพันอย่างเปี่ยมล้น

“แม่นิล ตะวันจะขึ้นแล้วนะลูก”

เฮือก!

เสียงของแม่แก้วที่ดังแทรกซ้อนเข้ามาในมโนสำนึกดั่งระฆังช่วยดึงสติ นิลสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

เธอเพียงแค่ฝันไปงั้นรึ

คนตัวเล็กที่ยังคงหอบหายใจถี่กระชั้น อกกระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกขั้ว เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมจนเปียกชุ่ม

ดวงตากลมโตมองสำรวจออกไปนอกมุ้งนอนอีกครั้ง รอบกายยังคงมืดมิด บานหน้าต่างทุกบานยังปิดสนิทและลงดาลแน่นหนา

นิลยกมืออันสั่นเทาขึ้นลูบไล้ตามเนื้อตัว ตั้งแต่ช่วงเอวบาง ไปจนถึงหน้าอกอิ่ม ทุกสัดส่วนที่โดนงูดำโอบรัดและบดเบียดในฝัน ยังคงหลงเหลือความรู้สึกเย็นๆ เกาะกุมเรือนร่างสลับกับความร้อนรุ่มในกายจนเนื้อเย็นขึ้นสีแดงระเรื่อ

และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นจันทน์หอมนั้น ยามนี้ยังคงอบอวลชัดเจนอยู่ที่ปลายจมูก มิต่างจากรสสัมผัสหวามไหวที่ยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึกของเธอเลยสักนิด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บ่วงรักอุษณีย์   ปิ่นดอกพุดซ้อน

    “หรือเป็นเพราะเจ้ากำลังเขินอายพี่กันแน่ แม่นิล” “พี่กาฬพูดกระไรเยี่ยงนั้น” หญิงสาวตอบกลับด้วยความรู้สึกเขินอาย ก่อนจะหลบเลี่ยงความขัดเขินด้วยการเดินหนีออกไปเสียดื้อๆเมื่อก้าวพ้นพุ่มไม้และซากปรักหักพังมาได้ สายตาของนิลก็ต้องเบิกกว้างอีกครั้ง ความสวยงามของภาพตรงหน้าและก้อนหินแบบราบขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมตลิ่ง เยื้องลงไปในสระน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีขาวตัดกับน้ำสีฟ้าใสราวสระมรกต“เหตุใดที่นี่จึงงามนัก”เสียงหวานเอ่ยพึมพำออกมาแผ่วเบา สายตากลมทอดมองผิวน้ำนิ่งสงบเสียจนสะท้อนเห็นเงาของปราสาทพิชัยนาคาและเงาของตัวเอง ที่บัดนี้กำลังยืนข้างชายหนุ่มได้อย่างชัดเจนดั่งกระจกบานใหญ่ทว่า ยามที่สายตาจับจ้องไปยังภาพสะท้อนของตนเองในน้ำคำพูดของแม่ชบาดังสะท้อนเข้ามาในหัวทันทีหากคิดจะรำเทียบข้า ก็อย่าลืมหาคันฉ่องมาส่องดูเงาตัวเองตอนรำด้วยเล่า จะได้รู้ว่าห่างชั้นกันเพียงใด!นิลชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าที่ดูสดใสเมื่อครู่หมองหม่นลงไปถนัดตา เพราะถึงเธอจะตอบกลับชบาไปอย่างไร แต่ลึกๆ เธอก็รู้ดีว่าฝีมือการรำของชบาเป็นรองเพียงแม่ครูแก้ว แม่ของเธอเท่านั้น“ใจลอยไปถึงที่ใดกัน”เสียงทุ้มต่ำของกาฬ

  • บ่วงรักอุษณีย์   นึกสิ่งใดกับพี่

    เมื่อสองเท้าเปลือยเปล่าก้าวพ้นธรณีประตูเรือนใหญ่มาได้ นิลก็แทบจะถลาลงจากบันไดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่อยากเจอหน้าขุนอินอีกร่างบางจึงเร่งสาวเท้าไปที่ท้ายเรือนหลังบ้านทันที เกรงว่าหากยังอยู่แถวนี้ขุนอินผู้นั้นอาจจะตามมาได้ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงยังไม่ยอมเลิกราแลกลับไปง่ายๆ เป็นแน่ สุดท้ายนิลจึงตัดสินใจเดินลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ใหญ่หลังบ้าน เพื่อหาที่หลบซ่อน เพราะไม่อยากถูกใครตามตัวได้อีกปลายเท้าเล็กเดินไปชมไม้ดอกไม้หอมไปเรื่อยเปื่อย กว่าจะรู้ตัวอีกที ร่างบางก็มาหยุดยืนหน้าปราสาทพิชัยนาคาเสียแล้วแม้จะไม่ใช่สถานที่ต้องห้าม แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้นมามากนักหากไม่จำเป็น เพราะเกรงว่าอาจจะเดินหลงเข้าไปในป่าต้องห้ามที่อยู่ลึกเข้าไปอีก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตาตื่นใจ ยามเงยหน้าขึ้นมองเทวสถานเก่าแก่ขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้ปราสาทหินทรายที่สลักลวดลายพญานาคราชเลื้อยพันรอบเสาปราสาทช่างดูน่าเกรงขามนัก ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะเดินมาถึงที่นี่ ใบหน้าหวานเหลียวมองรอบกายด้วยความหวาดระแวงว่าจะมีภัยอันตราย“ไม่นึกว่าจะได้เจอแม่ที่นี่อีก” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ท

  • บ่วงรักอุษณีย์   สู่ขอ

    “แม่นิล...มาแล้วรึ”เสียงของพ่อโรงดังขึ้น เมื่อเห็นร่างเล็กของบุตรสาวเดินเข้ามาในโถงกลางเรือน นิลมองตามเสียงของผู้เป็นพ่อด้วยท่าทีเรียบนิ่ง พยายามไม่แสดงออกหรือสื่อถึงอารมณ์ที่กำลังกระอักกระอ่วนใจใดๆ ออกมาทว่าภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้หัวใจของนิลดิ่งวูบ มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสงบสติอารมณ์ขณะที่ขุนอินนั่งเอนกายอยู่บนตั่งที่นั่งด้วยท่าทีสำราญใจ แลถือตัวว่าเป็นขุนนางจึงไม่ได้คิดที่จะเกรงใจหรือสำรวมท่าทีใดๆมือหนาข้างหนึ่งยกน้ำลอยดอกมะลิในขันเงินใบเล็กขึ้นจิบ ขณะที่สายตาคมฉายแววโลมเลียตวัดมามองร่างบางทันทีที่นิลปรากฏตัว มุมปากของขุนอินยกยิ้มกว้างอย่างพึงใจต่างกับร่างบางที่อึดอัดใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นที่สุด ยิ่งยามที่สายตาของขุนอินผู้นั้นจับจ้องมายังลาดไหล่บาง นิลก็รู้สึกราวกับมีตัวหนอนไต่ผิวจนรู้สึกระคาย“มาแล้วรึแม่นิล... ปล่อยให้พี่อินตั้งตารอเสียตั้งนาน”น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยขึ้น พลางขยับกายลุกขึ้นนั่งตรง สายตายังคงจับจ้องใบหน้าหวานไม่วางตานิลพยายามสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธในใจ เธอค่อยๆ ย่อกายนั่งลงข้างผู้เป็นบิดาแล้วยกมือขึ้นไหว้ขุนอินตามมารยาทอย่างน

  • บ่วงรักอุษณีย์   ขุนอิน

    นิลที่ตื่นขึ้นมาจากฝันกลางดึกด้วยความรู้สึกวูบไหวกลางอก ครั้นจะข่มตาให้หลับต่อ ความรู้สึกเห่อร้อนพวยพุ่งขึ้นมาทุกครั้งที่หลับตาหญิงสาวขยับนอนพลิกกายไปมา พลางเม้มริมฝีปากแน่น คิดทบทวนความฝันของตัวเองที่มันดูเสมือนจริง จนเธอไม่มั่นใจว่ามันใช่ฝันจริงๆ หรือไม่ และกว่าจะรู้ตัวอีกทีเธอก็ได้ยินเสียงไก่โห่ขันขึ้นมาบ่งบอกเวลาว่าตอนนี้เข้าสู่ช่วงยามรุ่งเสียแล้วร่างบางตัดใจลุกจากฟูกนอน พร้อมเปลี่ยนใส่กระโจมอกและปิดทับลาดไหล่เล็กด้วยผ้าคลุมไหล่สีพื้น ก่อนจะเปิดประตูเดินออกมาจากหอนอน“ทำไมวันนี้แม่นิลของนมถึงออกจากหอนอนไวนัก”“นิลนอนไม่ใคร่จะหลับน่ะแม่อิ่ม เลยว่าจะลุกไปล้างตัวและเข้าครัวไฟเสียเลย”แม่อิ่มหรือแม่นมอิ่ม ทำหน้าที่เลี้ยงและดูแลบุตรสาวคนเดียวของพ่อโรงและแม่ครูตั้งแต่วันที่คลอด เพราะตั้งแต่คลอด นิลก็ไม่ยอมให้ใครอุ้มเลยนอกจากแม่นมอิ่ม อีกทั้งบ่าวคนอื่นในเรือนต่างก็ขวัญเสีย กลัวอสรพิษสีดำขนาดใหญ่ที่มักจะปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง จนกระทั่งนิลเริ่มโตขึ้นจึงได้พบเจองูดำตัวนั้นน้อยลง“งั้นก็ไปล้างหน้าล้างตัวให้สดชื่นเสียหน่อยเถิดแม่นิล ครั้นเสร็จแล้วก็มาช่วยนมคั้นน้ำกะทิในครัวไฟ”“จ้ะ”“วันนี้น

  • บ่วงรักอุษณีย์   อสรพิษดำ

    หลังจากแยกย้ายกันเข้าสู่เรือนนอน เรือนไม้สักทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะนิลนอนพลิกกายไปมาบนฟูก หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวด้วยความสับสน คำบอกเล่าจากพ่อที่ว่า ชาวบุญวังนั้น ก็คือเหล่านาคบริวารชั้นสูงขององค์พ่อปู่พญาอนธกาฬนาคราช ยังคงดังก้องอยู่ในหัวและเมื่อยิ่งคิดถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ใบหูและกลิ่นหอมฟุ้งของดอกพุดซ้อนบานสีขาวข้างเตียงนอน กลับยิ่งทำให้ร่างบางนอนไม่หลับจนกระทั่งย่ำเข้าสองยาม บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนไป เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยร้องระงมกลับเงียบเสียงลงอย่างฉับพลันสายลมนอกหอนอนที่เคยพัดเอื่อยกลับหยุดนิ่งสนิท ทั่วทั้งบริเวณอบอวลไปด้วยกลิ่นจันทน์หอมที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ ชัดเสียจนหัวใจของนิลเริ่มเต้นผิดจังหวะดวงตากลมมองไปยังหน้าต่างหอนอนที่ยังลงดาลปิดสนิท แล้วกลิ่นนี้มาจากที่ใด มันไม่ใช่กลิ่นจางๆ ตามลมเหมือนตอนเย็นหากแต่เป็นกลิ่นหอมที่ลอยวนอยู่รอบกายเธอ นิลรู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งจนขยับไม่ได้ พร้อมกับพยายามเพ่งมองหาที่มาของกลิ่นภายใต้มุ้งขาวบาง ก่อนที่สายตาของเธอจะไปสะดุดเห็นเงาร่างสูงใหญ่ ก้าวเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนอย่างเง

  • บ่วงรักอุษณีย์   ชาวบุญวัง

    บรรยากาศในค่ำคืนปกคลุมไปด้วยความมืดมิดทั่วทุกพื้นที่ พร้อมกับความหนาวเย็นของอากาศที่ทำเอาร่างเล็กขนลุกชันไปทั่วร่างร่างบางที่เพิ่งเดินพ้นชายป่าเข้าเขตเรือนจึงเร่งฝีเท้าเพื่อกลับเรือน ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรที่พากันส่งเสียงร้องระงมเซ็งแซ่อยู่ตามพุ่มไม้หลังบ้าน แต่ไม่ได้ฟังดูน่ากลัวเลยสักนิดหากแต่เป็นเสมือนบทเพลงขับกล่อมไพเราะของธรรมชาติ ที่ยิ่งช่วยให้ค่ำคืนนี้ดูสงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้นดวงตากลมโตมองขึ้นไปบนเรือนในยามนี้ แสงตะเกียงน้ำมันนวลตาถูกจุดขึ้นจนสว่างไสวไปทั่ว ส่งให้บรรยากาศรอบกายดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นมาทันตาความร้อนใจจากความห่วงใยจากคนบนเรือนใหญ่เริ่มผ่อนคลายลง พลันเห็นร่างของแม่นิลก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา“ไปไหนมารึแม่นิล มืดค่ำป่านนี้แล้วยังอยู่ข้างล่าง รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง”เสียงทุ้มใจดีของคนเป็นพ่อที่นั่งขัดสมาธิอ่านตำราอยู่กลางโถงเรือนดังขึ้นในยามที่สวมบทบาทเป็นพ่อโรง ผู้เป็นพ่อมักจะเคร่งครัดไปด้วยระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างไม่อาจขัดและค่อนข้างจะดุ จนดูน่าเกรงขามแต่เมื่อยามทำหน้าที่พ่อ ผู้ชายตรงหน้าเธอตอนนี้กลับเป็นผู้ให้กำเนิดที่มีแต่ความรัก ความเอาใจใส่และควา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status