مشاركة

อสรพิษดำ

last update تاريخ النشر: 2026-08-21 21:00:45

หลังจากแยกย้ายกันเข้าสู่เรือนนอน เรือนไม้สักทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะ

นิลนอนพลิกกายไปมาบนฟูก หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวด้วยความสับสน คำบอกเล่าจากพ่อที่ว่า ชาวบุญวังนั้น ก็คือเหล่านาคบริวารชั้นสูงขององค์พ่อปู่พญาอนธกาฬนาคราช ยังคงดังก้องอยู่ในหัว

และเมื่อยิ่งคิดถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ใบหูและกลิ่นหอมฟุ้งของดอกพุดซ้อนบานสีขาวข้างเตียงนอน กลับยิ่งทำให้ร่างบางนอนไม่หลับ

จนกระทั่งย่ำเข้าสองยาม บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนไป เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยร้องระงมกลับเงียบเสียงลงอย่างฉับพลัน

สายลมนอกหอนอนที่เคยพัดเอื่อยกลับหยุดนิ่งสนิท ทั่วทั้งบริเวณอบอวลไปด้วยกลิ่นจันทน์หอมที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ ชัดเสียจนหัวใจของนิลเริ่มเต้นผิดจังหวะ

ดวงตากลมมองไปยังหน้าต่างหอนอนที่ยังลงดาลปิดสนิท แล้วกลิ่นนี้มาจากที่ใด มันไม่ใช่กลิ่นจางๆ ตามลมเหมือนตอนเย็น

หากแต่เป็นกลิ่นหอมที่ลอยวนอยู่รอบกายเธอ นิลรู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งจนขยับไม่ได้ พร้อมกับพยายามเพ่งมองหาที่มาของกลิ่นภายใต้มุ้งขาวบาง ก่อนที่สายตาของเธอจะไปสะดุดเห็นเงาร่างสูงใหญ่ ก้าวเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนอย่างเงียบงัน

ชายมุ้งผ้าสีขาวถูกเลิกขึ้น ร่างสูงใหญ่ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างบนฟูกนอนของเธอ

เขาเข้ามาในหอนอนของเธอได้อย่างไร

หญิงสาวได้แต่คิดในใจ พลางมองมือหนาที่ทอดส่งมาราวกับต้องการเชื้อเชิญให้สัมผัสโดยไม่ได้เอ่ยคำใด ดวงตากลมโตจ้องมองมือนั้นอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจวางมือลงบนฝ่ามือหนาช้าๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ

ทันทีที่ผิวเนียนสัมผัสกัน ความเย็นจากปลายมือหนาพลันแล่นริ้วจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้เธออยากชักมือหนีแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเธอกลับคุ้นเคยกับมือคู่นี้อย่างบอกไม่ถูก

มันเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ และเติมเต็มความรู้สึกบางอย่าง เหมือนว่าเธอได้เจอสิ่งสำคัญที่ขาดหายไป มลายให้ความกลัวหายไปจนสิ้น

ชายหนุ่มกระชับฝ่ามือเล็กอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังประคองสิ่งล้ำค่าที่เขาเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน

“อุษณีย์”

นิลทอดสายตามองใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักของเขาที่ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมเอ่ยเรียกชื่อของเธอที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักชื่อนี้

“…”

นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นยังคงลุ่มลึกทรงพลัง ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาและผูกพันอย่างลึกซึ้ง

กลิ่นจันทน์หอมกรุ่นฟุ้งอยู่รอบกายคนทั้งสอง มันหอมชัดแต่กลับละมุนใจ จนกลบกลิ่นดอกพุดซ้อนบานข้างหัวเตียงนอนไปจนหมดสิ้น

โลกทั้งใบของนิลในยามนี้คล้ายกาลเวลาที่หมุนผ่านหยุดลง มีเพียงเขา... ชายแปลกหน้าที่ดึงดูดความสนใจของเธอจนตกอยู่ในภวังค์

ทว่าสัมผัสที่เคยนุ่มนวลจากฝ่ามือหนาพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ร่างสูงใหญ่ของชายผู้นั้นวูบไหวละลายกลายเป็นเงา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นอสรพิษสีดำทมิฬ ลำตัวใหญ่หนา เกล็ดสีนิลดำสนิทเช่นเดียวกับนัยน์ตาที่สะท้อนแสงจันทร์สลัวในความมืด

นิลเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน ร่างบางถดกายหนีขึ้นบนหัวนอน มองดูงูดำตัวมหึมาที่ค่อยๆ เลื้อยคลานเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า

ความเย็นเยียบแผ่ซ่านมาตามขนดกายที่เคลื่อนผ่าน ลำตัวหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นของมันค่อยๆ เลื้อยพาดพันรอบกายหญิงสาวอย่างแผ่วเบา จากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงช่วงเอวบางและเนินอก

หากแต่มันไม่ใช่รัดแน่น แต่เป็นการโอบพันอย่างทะนุถนอมคล้ายอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ขัดกับผิวกายเย็น

หัวอันใหญ่โตของอสรพิษร้ายชูขึ้นเด่นตระหง่านอยู่เหนือใบหน้าสวย นัยน์ตาสีดำสนิทลึกล้ำทรงอำนาจคู่นั้นยังคงจับจ้องตรงมา มันให้ความรู้สึกเหมือนดวงตาของชายหนุ่มไม่ผิดเพี้ยน

คนตัวเล็กมองดูสายตาดุดันที่เต็มไปด้วยความโหยหา อาวรณ์ และรักใคร่ผูกพันอย่างสุดแสนลึกซึ้งนั้นอย่างลังเล ทั้งๆ ที่เธอควรรู้สึกหวาดกลัว แต่อีกใจเธอก็ใคร่รู้ว่างูดำตัวนี้กำลังจะทำอะไร

“ท่านคือชาวบุญวังงั้นรึ”

ไร้เสียงตอบรับ จนนิลกำลังคิดว่าตัวเองคงวิปลาสที่ดันไปคาดหวังว่าจะได้คำตอบใดกลับมาจากอสรพิษตัวโต พร้อมกับปรายตามองงูดำที่กำลังโน้มส่วนหัวลงมาใกล้ จนเกล็ดเนียนละเอียดสัมผัสเข้าที่ข้างแก้มของนิลราวกับมันกำลังออดอ้อนเธออยู่

ดูท่าเธอจะวิปลาสจริงๆ เสียแล้วถึงได้มีความคิดเช่นนี้

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง อสรพิษสีดำก็ถูไถส่วนหัวเข้าไปในผ้าแถบสีพื้นของร่างบาง จนคนตัวเล็กเริ่มหายใจติดขัดในตอนที่กำลังถูกเจ้างูดำซุกไซ้เข้ากับยอดถัน

“อืมมม”

กลิ่นจันทน์หอมที่อบอวลตรงปลายจมูก และสัมผัสวาบหวิวจากงูดำทำเอานิลเคลิบเคลิ้มไปอย่างไร้สติ เพราะไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

สมองของเธอขาวโพลนลืมสิ้นทุกสิ่ง หน้าท้องหดเกร็งเป็นระยะและจมดิ่งลงไปในความเร้นลับอันเย้ายวน

ร่างเล็กสั่นสะท้านเบาๆ ยามที่ขนดกายหนาแน่นเคลื่อนไหวเนิบนาบอยู่บนเรือนร่างของเธอ โดยเฉพาะบริเวณกลางกายสาวที่ถูกเสียดสีจากภายนอก กระตุ้นให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ

อสรพิษร้ายซุกไซ้ส่วนหัวลงกับซอกคอขาวผ่อง เกล็ดเนียนละเอียดที่เคลื่อนผ่านพันรัดรอบอกอิ่ม ปลุกเร้าความรู้สึกจนคนตัวเล็กนอนหอบหายใจสั่นสะท้านไปทั่วร่าง

“อ๊ะ” ริมฝีปากอิ่มเผยอออกน้อยๆ ขับขานเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ยามที่งูดำตัวมหึมาทิ้งน้ำหนักตัวกดทับลงมาอย่างนุ่มนวล ลำตัวแกร่งกล้ามเนื้อแน่นของมันเลื้อยบดเบียด ขยับเน้นย้ำเข้าหาความละมุนละไมของกายหญิงสาว ราวกับมันกำลังใช้เรือนร่างอสรพิษถ่ายทอดความโหยหาอันแสนลึกซึ้งที่กักเก็บไว้มานานแสนนาน

ทุกการขยับเขยื้อนเนิบนาบทว่าหนักแน่น นำพาความหวามไหวมาสู่ร่างเล็กจนเธอต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างลืมตัว

ฝ่ามือบางที่เคยสั่นเทายกขึ้นโอบกอดขนดกายหนาที่พาดผ่านช่วงเอวไว้มั่น ยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นเยียบนั้นอย่างหมดสิ้น

ดวงตาสีนิลคู่ทรงอำนาจยังคงจับจ้องสบประสานกับดวงตาคู่สวยของเธอในความสลัว ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ในขณะที่ความรู้สึกกระสันซ่านยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“อืมมม ท่านทำอะไรกับข้า” เสียงหวานพึมพำออกมาเบาๆ ความรู้สึกเสียวซ่านที่โหมกระหน่ำทำให้อารมณ์ของหญิงสาวพุ่งทะยานจนแทบจะทนไม่ไหว ร่างบางแอ่นกายบิดเร้าด้วยความรัญจวนเจียนขาดใจ

ส่วนหัวของอสรพิษร้ายยังคงไล่ต่ำลงมา แผ่ลมหายใจร้อนผ่าวกลิ่นจันทน์หอมรดรินผิวเนียน

ขณะที่ลำตัวมหึมาขยับเคลื่อนไหวเนิบนาบทว่าหนักแน่น ราวกับต้องการบดขยี้เน้นลงตรงจุดอ่อนไหวของเธอ

มือบางที่จิกเกร็งลงบนฟูกนอนบัดนี้สั่นระริก ยามที่แรงอารมณ์พัดพาเธอให้ลอยล่องไป ในวินาทีที่เกลียวคลื่นความเสียวซ่านพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด

“อ๊ะ ข้าไม่ไหว”

ลำตัวแอ่นกายขึ้นจากฟูกนอนโดยสัญชาตญาณ ปลายเท้าจิกเกร็ง ลมหายใจสะดุดขาดห้วงไปพร้อมกับเสียงครางหวานที่หลุดลอดจากริมฝีปากอิ่ม ก่อนที่ความเสียวซ่านอันมหาศาลจะระเบิดออกเป็นสายธารแห่งความสุขสม

“อืมมม”

ปลดปล่อยเรือนร่างบางให้สั่นกระตุกถี่ๆ รินรดหยาดอารมณ์หวานเชื่อมซึมผ่านผ้านุ่งที่ถูกถกขึ้นมากองรอบเอว และดิ่งจมลงสู่ความอิ่มเอมอันซาบซ่านอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

ดวงตาสีนิลคู่ทรงอำนาจคู่นั้นยังคงจับจ้องมองความเสร็จสมของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและรักใคร่ผูกพันอย่างเปี่ยมล้น

“แม่นิล ตะวันจะขึ้นแล้วนะลูก”

เฮือก!

เสียงของแม่แก้วที่ดังแทรกซ้อนเข้ามาในมโนสำนึกดั่งระฆังช่วยดึงสติ นิลสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

เธอเพียงแค่ฝันไปงั้นรึ

คนตัวเล็กที่ยังคงหอบหายใจถี่กระชั้น อกกระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกขั้ว เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมจนเปียกชุ่ม

ดวงตากลมโตมองสำรวจออกไปนอกมุ้งนอนอีกครั้ง รอบกายยังคงมืดมิด บานหน้าต่างทุกบานยังปิดสนิทและลงดาลแน่นหนา

นิลยกมืออันสั่นเทาขึ้นลูบไล้ตามเนื้อตัว ตั้งแต่ช่วงเอวบาง ไปจนถึงหน้าอกอิ่ม ทุกสัดส่วนที่โดนงูดำโอบรัดและบดเบียดในฝัน ยังคงหลงเหลือความรู้สึกเย็นๆ เกาะกุมเรือนร่างสลับกับความร้อนรุ่มในกายจนเนื้อเย็นขึ้นสีแดงระเรื่อ

และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นจันทน์หอมนั้น ยามนี้ยังคงอบอวลชัดเจนอยู่ที่ปลายจมูก มิต่างจากรสสัมผัสหวามไหวที่ยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึกของเธอเลยสักนิด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บ่วงรักอุษณีย์   วินาทีสุดท้ายของชีวิต

    เสียงปี่พาทย์โหมท่วงทำนองชั้นครู บีบคั้นอารมณ์ผู้คนจนแทบหยุดหายใจ บนยอดปราสาทชานพักขั้นที่ห้า นิลยังคงยังหยัดกายร่ายรำท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย แต่ไม่อาจลดทอนรอยยิ้มและความงดงามของนางได้เลยแม้แต่น้อยทว่าท่ามกลางสายตาชื่นชมของชาวบ้านรอบปราสาทกลับมีเพียงชบาที่ยืนอยู่เบื้องหลังเท่านั้นที่กำลังทอดสายตามองภาพตรงหน้าด้วยน้ำตาสภาพของนางรำเอกที่หลายคนชื่นชมจากที่ไกลๆ ในเวลานี้กลับทำให้รู้สึกสะเทือนใจจนน่าใจหาย ร่างระหงในชุดยกทอปักดิ้นทองระยิบระยับเริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรง ลมหายใจของนิลขาดห้วงและถี่รัวจนน่าหวาดหวั่นศิลาแลงใต้ฝ่าเท้าเจิ่งนองไปด้วยหยาดฝนและหยาดน้ำตา แต่ละจังหวะที่นิลก้าวขยับกลับดูดเรี่ยวแรงของนางให้สูบหายไปทีละนิดเรียวแขนคู่งามที่เคยร่ายรำอย่างมั่นคง บัดนี้เริ่มอ่อนล้าจนสั่นระริก ทุกท่วงท่าดูราวกับฝืนทนต่อสู้กับแรงกดดันมหาศาลที่ไม่มีใครมองเห็นหากแต่รอยยิ้มนั้นกลับส่งสว่างไปถึงดวงตาจนดูงดงามและไม่อาจจะละสายตาไปจากนางได้เลยสักวินาทีแม้จะงดงามเพียงใด แต่ชบากลับยิ่งรู้สึกปวดใจยิ่งกว่า เพราะมาบัดนี้นางถึงได้เข้าใจ เมื่อได้ย้อนคิดตั้งแต่วันที่บุตรสาวพ่อโรงล้มป่วยอย่

  • บ่วงรักอุษณีย์   นางรำประสาทพิชัยนาคา

    บรรยากาศในช่วงสี่โมงเช้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกหนาทึบ แต่พระอาทิตย์ที่ทอแสงขึ้นบนท้องฟ้ากลับสาดทอรัศมีเปล่งประกาย ไล่เรียงสีอ่อนไปจนถึงสีเหลืองและสีฟ้าที่ขอบด้านนอก คล้ายกับแถบสีของรุ้งกินน้ำหัวขบวนที่เดินบนทางหินศิลาแลงที่ปูทอดยาวขึ้นไปบนปราสาท นำโดยพราหมณ์พิธี ตลอดสองข้างทางถูกตกแต่งด้วยธงผ้าหลายสีงดงาม ที่เต็มไปด้วยชาวบ้านในพื้นที่ที่มารอชมขบวนนางรำในครานี้ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้นของชาวบ้าน และเสียงดนตรีปี่พาทย์สลับกับเสียงกลองชัย ที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณและในที่สุด ขบวนนางรำในเครื่องแต่งกายประณีตงดงามก็ค่อยๆ เยื้องกรายปรากฏกายเข้ามาเป็นริ้วขบวน ราวกับกลุ่มนางอัปสรที่ถูกสลักลวดลายลงบนหินทรายรอบปราสาทนิลทอดสายตามองตรงไปยังยอดปราสาท ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบ นางก้าวเท้าขึ้นสู่ชานพักบันไดศิลาแลงขั้นแรกท่ามกลางสายตาชาวบ้านนับร้อยทันทีที่เท้าของนิลหยุดลงที่ชานพักขั้นแรก นางรำแถวหลังสุดห้าคนก็ลดมือลงและแยกตัวออกไปยืนเรียงแถวนิ่งบนชานพักบันไดตามตำแหน่งที่นัดแนะอย่างพร้อมเพรียงนิลอาศัยจังหวะปี่พาทย์โหมท่วงทำนองต่ำ ขยับริม

  • บ่วงรักอุษณีย์   ช่อชบา

    แสงทองของวันใหม่เพิ่งจับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศยามเช้าที่ควรจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มชื่นมื่น แต่กลับเต็มไปด้วยความเศร้าที่ปกคลุมบรรยากาศไปทั่วตั้งแต่ในเรือนจนถึงริมท่าน้ำ“แม่ช่อ...แม่ชบา...ตื่นกันหรือยัง พ่อครูสั่งให้เร่งพาแม่นิลเตรียมตัวลงเรือแล้วนะ”สิ้นเสียงเรียกขาน บานประตูไม้ก็ถูกเปิดออกช้าๆ โดยแม่ช่อ ใบหน้าของนางดูอิดโรยราวกำลังแฝงความอมทุกข์มาทั้งคืน“พร้อมกันหรือยัง”แม่นมอิ่มชะโงกหน้าเข้าไปมองภายในห้อง ก็พบเพียงช่อและแม่นิลอยู่กันสองคนเท่านั้น เพราะชบาได้เดินทางไปเตรียมตัวที่ลานพิธีตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง“แล้วเอ็งแต่งตัวกระไรเช่นนี้แม่ช่อ”“โธ่นมอิ่ม ข้านอนที่นี่ทั้งคืนจะให้ผลัดชุดใด หากไม่ยืมของแม่นิลมาใส่เล่า”“อย่าเศร้าเลยนะทูนหัวของนมอิ่ม”หญิงร่างท้วมส่ายหน้าระอาใจให้แม่ช่อเบาๆ พลางหันไปกุมมือบางของคนที่ยังอยู่บนฟูกหนา“นมไปรอหน้าเรือนเถอะ ขอข้าหยิบของสักชิ้นจะตามไป”หญิงสาวปรายตามองปิ่นไม้ที่พันก้านดอกพุดซ้อนแห้ง ดวงตาคู่สวยที่เคยบวมช้ำจากการร่ำไห้บัดนี้กลับเรียบนิ่งสนิทจนดูน่ากลัวหลังจากนั้นไม่นานนิลก็ก้าวออกมาจากหอนอน ทว่าบนศีรษะกลับมีผ้าผืนหนาคลุมทับยาวลงมาปิดบังใบหน้าจนม

  • บ่วงรักอุษณีย์   ส่งเข้าวัง

    พ่อโรงจันเมื่อได้ยินว่าบุตรสาวฟื้นแล้ว ก็มิได้รั้งรอสิ่งใดอีก เขาตะลีตะลานกราบลาหลวงพ่อมั่นแล้วสาวเท้าวิ่งกลับเรือนไม้หลังใหญ่อย่างไม่คิดชีวิต ฝ่าสายลมยามเย็นที่เริ่มกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆทว่าเมื่อเขาก้าวขึ้นเรือนมาถึงหน้าหอนอน แผ่นอกที่เคยสะท้อนขึ้นลงด้วยความเหนื่อยหอบกลับต้องชะงักไปภาพตรงหน้าคือบุตรสาวที่เคยนอนซม จนแทบจะลืมตาไม่ไหวแต่บัดนี้กลับลุกขึ้นมานั่งอยู่บนฟูกหนาด้วยรอยยิ้มสดใสผิวพรรณที่เคยซีดเซียวราวกระดาษเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บัดนี้กลับดูเปล่งปลั่งอมชมพูมีน้ำมีนวลชวนอัศจรรย์ ท่าทีอ่อนแรงมลายหายไปสิ้นเขารู้ว่าบุตรสาวฟื้นแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะหายจากอาการทั้งหมดราวกับไม่เคยเจ็บป่วยเช่นนี้“พี่จัน... ดูสิพี่ แม่นิลลูกเราหายดีแล้ว”แม่ครูแก้วเงยใบหน้าที่นองน้ำตาขึ้นบอกสามีที่เพิ่งเดินขึ้นเรือนมาด้วยความดีใจ พ่อโรงจันก้าวเข้าไปทรุดกายนั่งลงบนตั่งนอนด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อสายตาสายตาคมกวาดตามองบุตรสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความระแวงระคนแคลงใจ ก่อนจะเอื้อมมือที่สั่นเทามาจับเรียวแขนบางอย่างเบามือเพื่อให้รู้สึกมั่นใจว่าบุตรสาวไม่เป็นไรแล้วจริงๆ“เจ้า... เจ้าไม่เป็นไรแล้วจริงๆ หรือ

  • บ่วงรักอุษณีย์   เรื่องเล่า

    แสงแดดยามบ่ายทอแสงสลัวลงทว่าบรรยากาศในเรือนไม้หลังใหญ่รอบเรือนกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกหลังจากเสร็จสิ้นงานไหว้ครูครานั้น คนในคณะต่างก็วุ่นวายอยู่กับการซ้อมรำ โดยเฉพาะนิลที่ต้องแยกตัวออกมาต่อเพลงลำพัง ทว่านิลกลับมีอาการเหนื่อยอ่อนจนน่าแปลกใจ จากที่หลายๆ คนต่างก็คิดว่าเป็นเพียงเพราะหญิงสาวเหนื่อยจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก ทว่าอาการเหนื่อยล้าของนิลกลับแย่ลงเรื่อยๆ จนน่าหวั่นใจแม่ครูแก้วนั่งกุมมือตัวเองไว้แน่น นิ้วมือสั่นระริกด้วยความวิตกกังวล แววตาของนางหม่นแสงลงราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายคืนสายตาคอยชำเลืองมองไปทางหอนอนของบุตรสาวเพียงคนเดียวด้วยความรู้สึกบีบคั้นในอก ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากทำลายความเงียบเสียงสั่น“วันพรุ่งก็จะถึงวันงานแล้ว ลูกจะไหวหรือพี่และยิ่งไปกว่านั้นข้ากลัวนักว่าลูกจะ...”คำพูดของนางขาดห้วงไป ริมฝีปากบางสั่นเทาจนต้องเม้มเข้าหากันเพื่อสะกดก้อนความสะอื้น แม่ครูแก้วและพ่อโรงพยายามตามหมอมารักษานิลนับไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งหมอเหล่านั้นต่างก็ส่ายหน้าและจากไปด้วยความงุนงงแม่ครูแก้วมองสบตาพ่อโรงผู้เป็นสามีด้วยความรู้สึกกังวลเป็นห่วงระคนหวั่นใจ เพราะตั้งแต่เสร็จสิ้นงานไหว้ครู อาการขอ

  • บ่วงรักอุษณีย์   ชีวิตต่อชีวิต

    “แต่เจ้าก็เก็บซ่อนเสียงหวานไว้ได้เป็นอย่างดีมิใช่หรือ”อนธกาฬยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นัยน์ตาสีนิลทอประกายวาวโรจน์ด้วยความกระหายยามจ้องมองร่างเล็กที่กำลังหอบหายใจ“อืมมม”เรียวนิ้วแกร่งสอดเข้าไปในโพรงรักอ่อนนุ่มที่เต็มไปด้วยน้ำรักสีขาวขุ่นผสมกับน้ำหวานสีใสที่ผสมรวมกัน จนเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำหวานรสเลิศที่เขากวาดชิมมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างมิรู้เบื่อเขาจงใจลากไล้กวาดต้อนน้ำรักที่หลั่งรินออกมาชโลมจนทั่วร่องรอยแยกอันฉ่ำหวาน ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังช่องทางเย้ายวนด้านหลังอย่างช่ำชองสัมผัสอุ่นชื้นที่บดเบียดและสอดแทรกเข้ามาในรูรักอย่างแผ่วเบาทำให้นิลสะดุ้งตัวโยน ขนกายลุกชันด้วยความเสียวซ่านระคนตื่นตระหนก“คนงามของพี่ หากมิอยากให้ผู้ใดได้ยินเสียง ก็ขึ้นมาทำให้มันสงบลงด้วยตนเองดีหรือไม่”“แต่ข้า...”“หากเจ้าขึ้นมาขยับบนตัวพี่ เจ้าจักได้ควบคุมพี่ให้อยู่ในมือเจ้า”“…”“ถึงตอนนั้นเจ้าอยากร้องหรืออยากหยุดก็ขึ้นอยู่แต่ใจของเจ้า” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบหยอกเย้า พลางถอนปลายนิ้วออกแล้วปล่อยให้ความแข็งขืนขนาดใหญ่ที่แผ่ไอความร้อนระอุผงาดเด่นชัดขึ้นในความมืดนิลมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบทะล

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status