Share

งูดำ

last update publish date: 2026-08-19 11:28:00

เรือนนายโรงจัน

บ้านไม้เรือนไทยตามแบบเรือนเครื่องสับที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้น้อยใหญ่อย่างโดดเด่นท่ามกลางเรือนเครื่องผูกของคนในคณะที่รายล้อมรอบเรือนหลัก คือเรือนของพ่อโรงที่อยู่ห่างจากคนในหมู่บ้านเพียงข้ามคลอง 

แต่ในยามนี้บนเรือนกำลังตกอยู่ในความโกลาหลและตึงเครียดจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเจ้าของเรือนอย่างพ่อโรงกำลังพาคนในคณะบางส่วนไปงานมหรสพ แม้จะให้นายกล้าไปตามแล้ว แต่จนบัดนี้พ่อโรงก็ยังไม่มีวี่แววกลับมา 

ในขณะที่บ่าวไพร่บนเรือนวิ่งวุ่นกันไปหมด เพราะแม่ครูหรือแม่แก้วที่ทุกคนเคารพกำลังเจ็บปวดท้องเจียนตายเพราะใกล้จะออกลูกเต็มที 

“โอ๊ย!...ฉันเจ็บท้อง จะทนไม่ไหวแล้ว พี่จันผัวข้าเล่ากลับมาหรือยัง!” 

เสียงกรีดร้องสลับเสียงหอบหายใจของแม่ครูสั่นสะท้านด้วยความทรมานดังเล็ดลอดออกมาจากหอนอน 

ร่างบางเอนกายนอนกระสับกระส่าย ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ มือทั้งสองข้างกำผ้าที่ผูกไว้กับขื่อเรือนแน่นเพื่อเหนี่ยวรั้งความปวดร้าวไปทั่วทั้งสะโพกมน

“แม่ครู อดทนไว้นะแม่ ท่องพุทโธไว้ในใจแลตั้งสติดีๆ” 

ยายสาย หมอตำแยเฒ่าเอ่ยปลอบเสียงสั่น พลางรีบเตรียมผ้าสะอาด โดยมีบ่าวรับใช้คอยวิ่งวุ่นต้มน้ำร้อนให้

“ยายสาย... ลูกฉันจะออกหรือยัง มันปวดเหลือเกิน!” 

แม่แก้วสะอื้นไห้ ร่างกายสั่นเทิ้มจนแทบสิ้นสติ พร้อมกับพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ ลึกๆ ตามที่หมอตำแยสั่ง

“ใจเย็นนะแม่แก้ว ลมเบ่งยังไม่มา”

“…”

“นังอิ่ม! นางอิ่มเว้ย มึงไปขัดดาลหน้าต่างให้กูที ฝนฟ้าลมแรงกระไรเยี่ยงนี้วะ แล้วนี่นายโรงก็ยังไม่กลับมาจากวัดอีกหรือพวกเอ็ง!” 

ยายสายหันไปเอ็ดบ่าวในเรือนด้วยความกังวล เพราะค่ำคืนนี้บรรยากาศรอบเรือนช่างวังเวงและกดดันหัวใจยิ่งนัก แม้แต่กระแสน้ำในลำคลองก็เริ่มหนุนสูงไหลเชี่ยวกรากจนผิดปกติ 

“นายโรงยังไม่มาเลยจ้ะยายสาย”

“งั้นก็ไม่ต้องรอ ประเดี๋ยวจักไม่ทันการ อีอิ่ม! มึงรีบยกอ่างน้ำร้อนเข้ามาเร็วเข้า แม่ครูจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว!” 

เสียงยายสายตะโกนเร่ง ทว่านางอิ่มที่กำลังอุ้มประคองอ่างดินเผาอยู่ตรงชานพักบันไดกลับก้าวขาไม่ออก เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว 

“ยะ...ยายสาย...ช่วยด้วย...ช่วยอิ่มด้วยเจ้าค่ะ!” 

นางอิ่มแผดร้องเสียงหลง สายตาจับจ้องไปยังขั้นบันไดไม่วางตา ท่ามกลางแสงตะเกียงส่องแสงสว่างรำไร กลับมีร่างของอสรพิษขนาดใหญ่ ลำตัวสีดำขลับขดกายขวางทางขึ้นเรือนจนไร้ซึ่งทางเดิน 

“พุทโธ ธัมโม สังโฆ ท่านพญางูดำ อย่าขึ้นมาบนเรือนเลยนะเจ้าคะอีอิ่มกลัวใจจะขาดแล้ว”

ในขณะที่ชายฉกรรจ์ในคณะหลายคนพยายามจะเขวี้ยงไม้กวัดไกวเพื่อไล่มันออกไปให้พ้นชายเรือน ทว่ามันกลับชูคอขึ้นสูงท่วมหัวแผ่พังพานจนเห็นลวดลายอันน่าเกรงขามแทน

ดวงตาสีดำสนิทจ้องเขม็งขึ้นมาบนเรือน พร้อมส่งเสียงขู่ฟ่อ ราวกับประกาศอาณาเขตห้ามมิให้ผู้ใดกล้ำกรายขึ้นไปเด็ดขาด 

ทุกคนในคณะโรงละครต่างพากันชะงักเท้าอยู่ใต้ถุนเรือน ไม่มีใครกล้าขยับ แลมันก็ไม่ยอมให้มีผู้ใดขึ้นไปบนเรือนสักคน

แต่น่าฉงนใจนัก... ที่มันกลับยอมละเว้นให้เพียงยายสาย หมอตำแยเฒ่า และบ่าวหญิงในเรือนอีกสองคนที่มีหน้าที่ช่วยทำคลอดเดินผ่านขึ้นลงได้อย่างสะดวก 

“ในเมื่อเขาไม่ให้ทาง พวกเอ็งก็ไม่ต้องขึ้นมาบนเรือน แลอย่าไปไล่ท่านเชียวนะ เกิดอันใดขึ้นมาอย่าหาว่าข้าไม่เตือน รอพ่อโรงกลับมาค่อยว่ากันจะทำอย่างไร” 

ขณะที่บนเรือนกลับเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของแม่ครูลากยาวราวกับกำลังจะขาดใจ 

บ่งบอกว่าช่วงเวลาสำคัญที่เฝ้ารอมานานเกือบสิบเดือนมาถึงแล้ว และเพียงหนึ่งอึดใจต่อมาก็ได้มีเสียงทารกแผดเสียงร้องดังลั่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนในเงามืดที่กำลังมุ่งตรงมาทางนี้ด้วยท่าทีร้อนรน 

นายโรงจันวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเขตลานดินใต้ถุนเรือนด้วยท่าทางหอบเหนื่อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลระคนตื่นเต้น 

“แม่แก้วคลอดแล้วรึ! เมียข้าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วลูกข้าเป็นหญิงหรือชาย!” 

นายโรงตะโกนถามบ่าวไพร่และคนในคณะ ทว่าทุกคนกลับพากันชี้มือไปทางบันไดเรือนแทนคำตอบ งูดำขนาดใหญ่ตนนั้นยังคงขดกายแน่น ดวงตาสีดำขลับยังคงจับจ้องมองมา 

ทว่าท่าทีของมันในยามนี้กลับดูสงบนิ่งลง นายโรงจันชะงักเท้า เขาจำงูตัวนี้ได้ทันที ตัวนี้สิถึงจะถูกต้อง หาใช่งูตัวที่ไปตามเขาที่วัดก่อนหน้า

นัยน์ตาทั้งสองข้างของคนเป็นพ่อสั่นระริกด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งความรักในตัวลูกน้อยที่เพิ่งเกิดอย่างท่วมท้นและความยำเกรงต่ออสรพิษดำตรงหน้า นายโรงจันจึงทรุดเข่าลงกราบราบลงบนพื้นดินใต้ถุนเรือนตรงหน้าชานบันได 

“ข้าแต่พ่อแลบริวาร กระผมนายจันผู้เป็นนายเรือนกลับมาแล้ว” 

นายโรงจันเอ่ยเสียงนอบน้อมประนมมือขึ้นกลางอก 

“หากพ่อมิได้เจตนาทำร้ายผู้ใด ขอพ่อช่วยเปิดทางให้กระผมได้ขึ้นไปหาเมียแลลูกบนเรือนด้วยเถิด” 

สิ้นคำกล่าว อสรพิษสีดำใหญ่ก็ขยับขนดกายเชื่องช้า มันลดหัวลงต่ำเล็กน้อย ไม่ได้ชูคอขู่ฟ่ออีกต่อไป ก่อนจะค่อยๆ เลื้อยปราดเบี่ยงตัวหลบหายไปในเงามืด 

เมื่อเห็นดังนั้นนายโรงจันจึงรีบสาวเท้าขึ้นบันไดตรงไปยังหอนอนกลางเรือนทันที ภาพที่เห็นคือยายสายกำลังส่งทารกน้อยเข้าไปในอ้อมกอดของแม่แก้วที่นอนยิ้มบางด้วยความอิ่มเอิบใจ 

“แม่แก้ว... เอ็งเป็นอย่างไรบ้าง” 

นายจันถลาเข้าไปนั่งข้างกาย มือหนาลูบศีรษะไปตามกลุ่มผมเมียรักด้วยความโล่งอกที่ยังปลอดภัยดีแม้จะดูอ่อนเพลียไปบ้าง ก่อนจะก้มลงมองทารกน้อยในอ้อมแขน 

“ลูกสาวจ้ะพี่จัน”

“ลูกสาวงั้นรึ”

ผู้เป็นพ่อก้มมองทารกตัวน้อยที่ลืมตาใสแป๋วด้วยความเอ็นดูและรักสุดหัวใจ เรียกว่าเป็นรักที่เกิดขึ้น แม้จะยังไม่ได้พบหน้า

“พี่จัน...จะตั้งชื่อลูกว่ากระไรจ๊ะ” 

แม่แก้วเอ่ยถามเสียงแผ่ว นายโรงจันมองหน้าลูกสาว ที่เนื้อตัวแดงลายคาดว่าผิวพรรณคงขาวเนียนผุดผ่องไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ 

แต่นัยน์ตากลับดำสนิทราวกับท้องฟ้าในคืนเดือนดับเช่นวันนี้ ชวนให้นึกถึงความฝันแปลกประหลาดก่อนหน้านี้ ที่มิเคยเอ่ยบอกผู้ใด

“ยามที่เจ้าท้อง พี่ฝันถึงเรื่องที่น่าประหลาดใจนัก อีกทั้งเด็กคนนี้ก็เกิดมาในยามค่ำคืน ท่ามกลางความมืดมิดที่มีงูดำมาปกปักรักษา พี่จะตั้งชื่อลูกว่า นิล ที่หมายความว่าอัญมณีสีดำหรืออีกชื่อคือ อุษณีย์

สองผัวเมียส่งยิ้มให้กัน สลับกับมองหน้าทารกน้อยในอ้อมกอดด้วยความสุขใจ

ทว่าอีกมุมหนึ่งของใต้ถุนเรือน เงาดำของอสรพิษตัวนั้นไม่ได้เลื้อยหายไปไหนไกล มันเพียงหลบจากสายตาผู้คนเข้ามาในมุมมืด 

ยามที่มันทอดสายตามองขึ้นไปยังช่องหน้าต่างบานเล็ก เกล็ดสีดำขลับบนตัวก็เริ่มเลือนราง เปลี่ยนสลับเป็นชายหนุ่มรูปงาม รูปร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาสีดำสนิท ตัวตนของเขาดูสงบนิ่ง เยือกเย็น และดูลึกลับน่าเกรงขาม

แววตาที่จ้องมองขึ้นไปบนเรือนเต็มไปด้วยความผูกพันและรอคอยมาแสนนาน เป็นสายตาที่ไม่ได้มองเห็นเพียงเด็กทารกแรกคลอด แต่กำลังมองเข้าไปในดวงจิตที่ทับซ้อนกัน 

หญิงสาวเจ้าของผ้านุ่งสีขาวปักทอลวดลายละเอียดลออ คนที่เขาหลงรักเพียงแค่ได้เห็นชายสไบ นางอันเป็นที่รัก ที่ละสังขารเพื่อไปเกิดใหม่ในภพภูมิมนุษย์ตามที่มานะบำเพ็ญเพียร

“กว่าข้าจะหาเจ้าเจอ อุษณีย์”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักอุษณีย์   ปิ่นดอกพุดซ้อน

    “หรือเป็นเพราะเจ้ากำลังเขินอายพี่กันแน่ แม่นิล” “พี่กาฬพูดกระไรเยี่ยงนั้น” หญิงสาวตอบกลับด้วยความรู้สึกเขินอาย ก่อนจะหลบเลี่ยงความขัดเขินด้วยการเดินหนีออกไปเสียดื้อๆเมื่อก้าวพ้นพุ่มไม้และซากปรักหักพังมาได้ สายตาของนิลก็ต้องเบิกกว้างอีกครั้ง ความสวยงามของภาพตรงหน้าและก้อนหินแบบราบขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมตลิ่ง เยื้องลงไปในสระน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีขาวตัดกับน้ำสีฟ้าใสราวสระมรกต“เหตุใดที่นี่จึงงามนัก”เสียงหวานเอ่ยพึมพำออกมาแผ่วเบา สายตากลมทอดมองผิวน้ำนิ่งสงบเสียจนสะท้อนเห็นเงาของปราสาทพิชัยนาคาและเงาของตัวเอง ที่บัดนี้กำลังยืนข้างชายหนุ่มได้อย่างชัดเจนดั่งกระจกบานใหญ่ทว่า ยามที่สายตาจับจ้องไปยังภาพสะท้อนของตนเองในน้ำคำพูดของแม่ชบาดังสะท้อนเข้ามาในหัวทันทีหากคิดจะรำเทียบข้า ก็อย่าลืมหาคันฉ่องมาส่องดูเงาตัวเองตอนรำด้วยเล่า จะได้รู้ว่าห่างชั้นกันเพียงใด!นิลชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าที่ดูสดใสเมื่อครู่หมองหม่นลงไปถนัดตา เพราะถึงเธอจะตอบกลับชบาไปอย่างไร แต่ลึกๆ เธอก็รู้ดีว่าฝีมือการรำของชบาเป็นรองเพียงแม่ครูแก้ว แม่ของเธอเท่านั้น“ใจลอยไปถึงที่ใดกัน”เสียงทุ้มต่ำของกาฬ

  • บ่วงรักอุษณีย์   นึกสิ่งใดกับพี่

    เมื่อสองเท้าเปลือยเปล่าก้าวพ้นธรณีประตูเรือนใหญ่มาได้ นิลก็แทบจะถลาลงจากบันไดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่อยากเจอหน้าขุนอินอีกร่างบางจึงเร่งสาวเท้าไปที่ท้ายเรือนหลังบ้านทันที เกรงว่าหากยังอยู่แถวนี้ขุนอินผู้นั้นอาจจะตามมาได้ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงยังไม่ยอมเลิกราแลกลับไปง่ายๆ เป็นแน่ สุดท้ายนิลจึงตัดสินใจเดินลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ใหญ่หลังบ้าน เพื่อหาที่หลบซ่อน เพราะไม่อยากถูกใครตามตัวได้อีกปลายเท้าเล็กเดินไปชมไม้ดอกไม้หอมไปเรื่อยเปื่อย กว่าจะรู้ตัวอีกที ร่างบางก็มาหยุดยืนหน้าปราสาทพิชัยนาคาเสียแล้วแม้จะไม่ใช่สถานที่ต้องห้าม แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้นมามากนักหากไม่จำเป็น เพราะเกรงว่าอาจจะเดินหลงเข้าไปในป่าต้องห้ามที่อยู่ลึกเข้าไปอีก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตาตื่นใจ ยามเงยหน้าขึ้นมองเทวสถานเก่าแก่ขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้ปราสาทหินทรายที่สลักลวดลายพญานาคราชเลื้อยพันรอบเสาปราสาทช่างดูน่าเกรงขามนัก ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะเดินมาถึงที่นี่ ใบหน้าหวานเหลียวมองรอบกายด้วยความหวาดระแวงว่าจะมีภัยอันตราย“ไม่นึกว่าจะได้เจอแม่ที่นี่อีก” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ท

  • บ่วงรักอุษณีย์   สู่ขอ

    “แม่นิล...มาแล้วรึ”เสียงของพ่อโรงดังขึ้น เมื่อเห็นร่างเล็กของบุตรสาวเดินเข้ามาในโถงกลางเรือน นิลมองตามเสียงของผู้เป็นพ่อด้วยท่าทีเรียบนิ่ง พยายามไม่แสดงออกหรือสื่อถึงอารมณ์ที่กำลังกระอักกระอ่วนใจใดๆ ออกมาทว่าภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้หัวใจของนิลดิ่งวูบ มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสงบสติอารมณ์ขณะที่ขุนอินนั่งเอนกายอยู่บนตั่งที่นั่งด้วยท่าทีสำราญใจ แลถือตัวว่าเป็นขุนนางจึงไม่ได้คิดที่จะเกรงใจหรือสำรวมท่าทีใดๆมือหนาข้างหนึ่งยกน้ำลอยดอกมะลิในขันเงินใบเล็กขึ้นจิบ ขณะที่สายตาคมฉายแววโลมเลียตวัดมามองร่างบางทันทีที่นิลปรากฏตัว มุมปากของขุนอินยกยิ้มกว้างอย่างพึงใจต่างกับร่างบางที่อึดอัดใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นที่สุด ยิ่งยามที่สายตาของขุนอินผู้นั้นจับจ้องมายังลาดไหล่บาง นิลก็รู้สึกราวกับมีตัวหนอนไต่ผิวจนรู้สึกระคาย“มาแล้วรึแม่นิล... ปล่อยให้พี่อินตั้งตารอเสียตั้งนาน”น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยขึ้น พลางขยับกายลุกขึ้นนั่งตรง สายตายังคงจับจ้องใบหน้าหวานไม่วางตานิลพยายามสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธในใจ เธอค่อยๆ ย่อกายนั่งลงข้างผู้เป็นบิดาแล้วยกมือขึ้นไหว้ขุนอินตามมารยาทอย่างน

  • บ่วงรักอุษณีย์   ขุนอิน

    นิลที่ตื่นขึ้นมาจากฝันกลางดึกด้วยความรู้สึกวูบไหวกลางอก ครั้นจะข่มตาให้หลับต่อ ความรู้สึกเห่อร้อนพวยพุ่งขึ้นมาทุกครั้งที่หลับตาหญิงสาวขยับนอนพลิกกายไปมา พลางเม้มริมฝีปากแน่น คิดทบทวนความฝันของตัวเองที่มันดูเสมือนจริง จนเธอไม่มั่นใจว่ามันใช่ฝันจริงๆ หรือไม่ และกว่าจะรู้ตัวอีกทีเธอก็ได้ยินเสียงไก่โห่ขันขึ้นมาบ่งบอกเวลาว่าตอนนี้เข้าสู่ช่วงยามรุ่งเสียแล้วร่างบางตัดใจลุกจากฟูกนอน พร้อมเปลี่ยนใส่กระโจมอกและปิดทับลาดไหล่เล็กด้วยผ้าคลุมไหล่สีพื้น ก่อนจะเปิดประตูเดินออกมาจากหอนอน“ทำไมวันนี้แม่นิลของนมถึงออกจากหอนอนไวนัก”“นิลนอนไม่ใคร่จะหลับน่ะแม่อิ่ม เลยว่าจะลุกไปล้างตัวและเข้าครัวไฟเสียเลย”แม่อิ่มหรือแม่นมอิ่ม ทำหน้าที่เลี้ยงและดูแลบุตรสาวคนเดียวของพ่อโรงและแม่ครูตั้งแต่วันที่คลอด เพราะตั้งแต่คลอด นิลก็ไม่ยอมให้ใครอุ้มเลยนอกจากแม่นมอิ่ม อีกทั้งบ่าวคนอื่นในเรือนต่างก็ขวัญเสีย กลัวอสรพิษสีดำขนาดใหญ่ที่มักจะปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง จนกระทั่งนิลเริ่มโตขึ้นจึงได้พบเจองูดำตัวนั้นน้อยลง“งั้นก็ไปล้างหน้าล้างตัวให้สดชื่นเสียหน่อยเถิดแม่นิล ครั้นเสร็จแล้วก็มาช่วยนมคั้นน้ำกะทิในครัวไฟ”“จ้ะ”“วันนี้น

  • บ่วงรักอุษณีย์   อสรพิษดำ

    หลังจากแยกย้ายกันเข้าสู่เรือนนอน เรือนไม้สักทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะนิลนอนพลิกกายไปมาบนฟูก หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวด้วยความสับสน คำบอกเล่าจากพ่อที่ว่า ชาวบุญวังนั้น ก็คือเหล่านาคบริวารชั้นสูงขององค์พ่อปู่พญาอนธกาฬนาคราช ยังคงดังก้องอยู่ในหัวและเมื่อยิ่งคิดถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ใบหูและกลิ่นหอมฟุ้งของดอกพุดซ้อนบานสีขาวข้างเตียงนอน กลับยิ่งทำให้ร่างบางนอนไม่หลับจนกระทั่งย่ำเข้าสองยาม บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนไป เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยร้องระงมกลับเงียบเสียงลงอย่างฉับพลันสายลมนอกหอนอนที่เคยพัดเอื่อยกลับหยุดนิ่งสนิท ทั่วทั้งบริเวณอบอวลไปด้วยกลิ่นจันทน์หอมที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ ชัดเสียจนหัวใจของนิลเริ่มเต้นผิดจังหวะดวงตากลมมองไปยังหน้าต่างหอนอนที่ยังลงดาลปิดสนิท แล้วกลิ่นนี้มาจากที่ใด มันไม่ใช่กลิ่นจางๆ ตามลมเหมือนตอนเย็นหากแต่เป็นกลิ่นหอมที่ลอยวนอยู่รอบกายเธอ นิลรู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งจนขยับไม่ได้ พร้อมกับพยายามเพ่งมองหาที่มาของกลิ่นภายใต้มุ้งขาวบาง ก่อนที่สายตาของเธอจะไปสะดุดเห็นเงาร่างสูงใหญ่ ก้าวเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนอย่างเง

  • บ่วงรักอุษณีย์   ชาวบุญวัง

    บรรยากาศในค่ำคืนปกคลุมไปด้วยความมืดมิดทั่วทุกพื้นที่ พร้อมกับความหนาวเย็นของอากาศที่ทำเอาร่างเล็กขนลุกชันไปทั่วร่างร่างบางที่เพิ่งเดินพ้นชายป่าเข้าเขตเรือนจึงเร่งฝีเท้าเพื่อกลับเรือน ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรที่พากันส่งเสียงร้องระงมเซ็งแซ่อยู่ตามพุ่มไม้หลังบ้าน แต่ไม่ได้ฟังดูน่ากลัวเลยสักนิดหากแต่เป็นเสมือนบทเพลงขับกล่อมไพเราะของธรรมชาติ ที่ยิ่งช่วยให้ค่ำคืนนี้ดูสงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้นดวงตากลมโตมองขึ้นไปบนเรือนในยามนี้ แสงตะเกียงน้ำมันนวลตาถูกจุดขึ้นจนสว่างไสวไปทั่ว ส่งให้บรรยากาศรอบกายดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นมาทันตาความร้อนใจจากความห่วงใยจากคนบนเรือนใหญ่เริ่มผ่อนคลายลง พลันเห็นร่างของแม่นิลก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา“ไปไหนมารึแม่นิล มืดค่ำป่านนี้แล้วยังอยู่ข้างล่าง รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง”เสียงทุ้มใจดีของคนเป็นพ่อที่นั่งขัดสมาธิอ่านตำราอยู่กลางโถงเรือนดังขึ้นในยามที่สวมบทบาทเป็นพ่อโรง ผู้เป็นพ่อมักจะเคร่งครัดไปด้วยระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างไม่อาจขัดและค่อนข้างจะดุ จนดูน่าเกรงขามแต่เมื่อยามทำหน้าที่พ่อ ผู้ชายตรงหน้าเธอตอนนี้กลับเป็นผู้ให้กำเนิดที่มีแต่ความรัก ความเอาใจใส่และควา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status