All Chapters of วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน: Chapter 1 - Chapter 10

15 Chapters

บทที่ 1

"เห็นหรือยัง เขาเป็นแฟนฉัน"ชั่วพริบตานั้น ภายในห้องวีไอพีก็เงียบกริบหลินหวั่นถังเชิดคาง "ในห้องนี้ไม่มีใครไม่รู้ฐานะของฉัน ต่อไประวังตัวด้วย อยู่ห่าง ๆ แฟนฉันไว้หน่อย!"พวกเพื่อนสนิทวัยเด็กที่เพิ่งแซวถามเรื่องกำหนดวันแต่งงานของจี้เหมียนเยว่กับฝูวั่งเชิน ตอนนี้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก สุดท้ายก็ทยอยทักทายเด็กสาวนั่นอย่างหวั่นเกรง"สวัสดีพี่สะใภ้น้อย"จี้เหมียนเยว่เหมือนถูกถังน้ำแข็งสาดใส่หน้า ความหนาวยะเยือกแผ่ซ่านตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าเธอถึงกับลืมความเจ็บบนใบหน้า ได้แต่หันหน้าไปมองฝูวั่งเชินอย่างงุนงง หวังว่าเขาจะอธิบายอะไรให้เธอฟังฝูวั่งเชินก็แค่นวดข้อมือให้หลินหวั่นถังไปพลาง เอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไปพลาง "เหมียนเหมียน น้องยังเด็ก ยอม ๆ น้องเขาหน่อยนะ"วินาทีนั้น จี้เหมียนเยว่ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว เธอพลันหัวเราะออกมาเบา ๆ ยืดตัวลุกขึ้นยืน สบสายตาตรงๆ กับใบหน้าเง้างอนที่คล้ายคลึงกับเธอถึงแปดส่วนตอนนั้นเคยมีคนถามเธอว่า กลัวไหมว่าหลังจากเธอไปแล้ว ฝูวั่งเชินจะเลี้ยงตัวแทนขึ้นมาสักคน ตอนนั้นเธอยิ้มสดใสให้ผู้สื่อข่าวที่ถาม "ฝูวั่งเชินเคยบอกว่า ชีวิตของเขาเป็นของฉันค่ะ"แต่ตอน
Read more

บทที่ 2

จี้เหมียนเยว่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่สืบมาได้ ทั้งรูปภาพ ลำดับเวลา ประวัติการโอนเงิน หรือแม้กระทั่งไฟล์สแกนหนังสือคำมั่นสัญญาที่ฝูวั่งเชินเขียนด้วยลายมือให้หลินหวั่นถัง เธอนำทั้งหมดบีบไฟล์ส่งให้ฝูวั่งเชินมีข้อความแนบไปเพียงประโยคเดียว [ไม่อธิบายหน่อยเหรอ?]เมื่อส่งเสร็จ เธอก็ปรับโทรศัพท์เป็นระบบสั่นเงียบแล้วเดินเข้าห้องน้ำ น้ำอุ่นสาดชำระล้างร่างกาย แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บที่ซึมออกมาจากซอกกระดูกได้ เธอเอนกายลงบนเตียงที่คุ้นเคย จ้องมองเพดาน รอคอยการสั่นหรือแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์คืนนั้นทั้งคืนมีแต่ความเงียบสงบเวลาตีสาม ขณะกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น เสียงเคาะประตูห้องอันร้อนรนก็ดังขึ้น เสียงของคนรับใช้แฝงไปด้วยความกังวล "คุณหนูคะ คุณท่านกับคุณชายฝูอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่าง เชิญคุณหนูลงไปเดี๋ยวนี้ค่ะ"จี้เหมียนเยว่สวมชุดคลุมนอน เดินเท้าเปล่าลงบันไดวนมา ห้องรับแขกแสงไฟสว่างจ้า จี้เฉิงซาน พ่อของเธอ นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่ตำแหน่งประธาน ส่วนฝูวั่งเชินยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเย็นชา ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่ง"คุกเข่าลง" เสียงของจี้เฉิงซานเอ่ยสั่งเสียงเข้มจี้เหมียนเยว่หย
Read more

บทที่ 3

ครึ่งคืนต่อมา จี้เหมียนเยว่เกิดไข้ขึ้นสูงจากการติดเชื้อแผลแส้ฟาด สติสัมปชัญญะพร่ามัว ยังไม่ทันรุ่งสาง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างรุนแรง ฝูวั่งเชินพาบอดี้การ์ดสองคนบุกเข้ามาข้างในโดยตรง แล้วลากตัวเธอขึ้นมาจากเตียง"ไปมหาวิทยาลัย ชี้แจงและขอโทษ เดี๋ยวนี้เลย" น้ำเสียงของฝูวั่งเชินเย็นชาแข็งกร้าว ไม่ยอมให้โต้แย้ง เขาฉุดแขนเธอเดินออกไปข้างนอกเองกับมือ โดยไม่สนใจการขัดขืนอันอ่อนแรงกับร่างกายที่อ่อนปวกเปียกเพราะไข้สูงของเธอเลยแม้แต่น้อยเธอถูกกึ่งลากกึ่งฉุดยัดเข้าไปในรถ พาตัวไปยังหอประชุมมหาวิทยาลัยที่หลินหวั่นถังเรียนอยู่โดยตรง ด้านล่างเวทีเต็มไปด้วยนักศึกษาที่ถูกเรียกมารวมตัวกันและนักข่าวบางส่วนที่ได้ยินข่าวแล้วตามมาหลินหวั่นถังตาแดงเรื่อ อิงแอบออเซาะอยู่ข้างกายฝูวั่งเชิน ทำท่าทางราวกับได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างใหญ่หลวงจี้เหมียนเยว่ไข้ขึ้นจนตาพร่า ร่างกายสั่นโงนเงนเบา ๆ จากความเจ็บปวดและอ่อนแรง เธอเหลือบมองสายตาหลายคู่อยู่ล่างเวที แล้วกวาดสายตาไปยังสองคนที่ยืนเคียงข้างกันบนเวที จู่ ๆ ก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เธอขยับเข้าไมโครโฟน น้ำเสียงพร่าแหบทว่าชัดเจน "ดิฉัน จี้เหมียนเยว่ ขอโทษสำหร
Read more

บทที่ 4

เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก็แรงบาดจมูก จี้เหมียนเยว่ลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นคือเพดานสีขาวโพลนของโรงพยาบาลคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง กลับกลายเป็นฝูวั่งเชินขอบตาของเขาแดงขุ่น เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ตอหนวดสีเขียวเข้มขึ้นตรงตอคาง ทั้งร่างกายซูบเซียวอิดโรย คล้ายเฝ้าไข้อยู่ตรงนี้นานมากแล้ว พอเห็นเธอฟื้นขึ้นมา เขาจึงรีบโน้มตัวลงมา กุมมือของเธอไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วถามด้วยน้ำเสียงพร่าแหบร้อนรน "เหมียนเยว่! เธอตื่นแล้ว! ขอโทษนะ...ฉันไม่รู้จริง ๆ โทรศัพท์สายนั้น ฉันนึกว่าเป็นพวกก่อกวนโทรมาหลอกอีก..."เขาพูดจาไม่ปะติดปะต่อ ความนึกเสียใจและนึกหวั่นเกรงทีหลังฉายชัดอยู่บนใบหน้า"ฉันให้คนไปจัดการไอ้สวะพวกนั้นแล้ว" เขากุมมือเธอแน่นขึ้น พยายามส่งผ่านความอุ่น "เธอลำบากมามาก ฉันจะชดเชยให้เธอ เธออยากได้อะไร ของพวกนั้นที่เธอเคยชอบ ทั้งของกิน ของเล่น ของใช้ ฉันให้คนส่งไปที่ตระกูลจี้แล้ว เธออยากได้อะไรก็ได้ทั้งนั้น แค่บอกมาก็พอ""งั้นถ้าฉันขอให้นายส่งหลินหวั่นถังออกไปล่ะ" จี้เหมียนเยว่เหลือบตาขึ้น สบตาเขาตรง ๆ "ส่งไปให้ไกล ๆ อย่าให้กลับมาที่เมืองก่างอีก อย่ามาโผล่ต่อหน้านายกับฉันอีก"เลือดฝาด
Read more

บทที่ 5

จี้เหมียนเยว่คิดว่าตัวเองจะต้องตายอยู่ในนี้ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ในสายตาก็ยังคงเป็นเพดานสีขาวซีดอันน่าเวทนาของโรงพยาบาลแห่งนั้นเธอคอแห้งจนเจ็บแสบ พยายามยันกายลุกขึ้นเพื่อไปหยิบแก้วน้ำ แต่ร่างกายกลับอ่อนเพลียราวกับถูกถอดกระดูกออก เพิ่งจะยกตัวขึ้นได้นิดเดียวก็ล้มลงบนเตียงอีกครั้ง บาดแผลบนแผ่นหลังที่ยังไม่หายดีแผ่ซ่านความเจ็บปวดเหมือนหนังฉีก"ตื่นแล้วเหรอ"ประตูถูกผลักเปิดออก เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างหู จี้เหมียนเยว่เบือนหน้าหลบเขาตามสัญชาตญาณฝูวั่งเชินเห็นสภาพที่ดิ้นรนอย่างจนตรอกของเธอ ฝีเท้าของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบก้าวเข้ามาข้างเตียง รินน้ำแก้วหนึ่ง แล้วโน้มตัวลงประคองท้ายทอยเธออย่างระมัดระวัง ยื่นขอบแก้วมาจ่อที่ริมฝีปากของเธออุณหภูมิน้ำกำลังพอดี จี้เหมียนเยว่ค่อย ๆ กลืนทีละนิด เธอหลุบตาลงไม่ยอมมองเขาฝูวั่งเชินรอจนเธอดื่มเสร็จ วางแก้วลง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ออกว่ารู้ยังอย่างไร "วันหมั้นของเรา ฉันกำหนดไว้แล้ว เป็นเดือนหน้านะ"จี้เหมียนเยว่ไอออกมาอย่างรุนแรง สะเทือนไปถึงแผ่นหลังจนเจ็บระบม เธอผ่อนลมหายใจ น้ำเสียงเบาแผ่วเหมือนเสียงถอนหายใจ "ฉันไม่อยากแ
Read more

บทที่ 6

บรรยากาศในงานแต่งงานหรูหรา หลินหวั่นถังควงแขนฝูวั่งเชินเดินทักทายท่ามกลางแขกเหรื่อ เสียงหัวเราะสดใสดังชัดเจนเธอเชิญเพื่อนฝูงมาไม่น้อย คนกลุ่มหนึ่งรายล้อมพวกเขา สายตาอิจฉาและคำพูดประจบประแจงดังมาไม่ขาดสาย"หวั่นถัง คุณชายฝูใส่ใจเธอจริง ๆ งานแต่งงานนี้สวยเกินไปแล้ว!""ใช่แล้ว อย่างกับเทพนิยายที่กลายเป็นจริง!"มีคนตาดี จำจี้เหมียนเยว่ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องได้ จึงกระซิบกระซาบกัน "นั่นใช่คนที่... เคยถูกคุณชายฝูพาไปขอโทษที่มหาวิทยาลัยคนนั้นหรือเปล่า"หลินหวั่นถังรีบพูดต่อทันที น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน แต่ก็ดังพอให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินชัดเจน "เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะ พี่เหมียนเยว่เคยขอโทษแล้ว ตอนนี้พวกเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน การที่เธอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ฉัน ฉันดีใจมาก ๆ เลยนะ""หวั่นถัง เธอเนี่ยใจกว้างจริง ๆ !" รอบข้างมีเสียงชื่นชมดังขึ้นเป็นแถบ ๆจี้เหมียนเยว่แค่ยืนสงบนิ่ง เหมือนตุ๊กตาสวยประณีตที่ไร้ความรู้สึกตัวหนึ่งระหว่างนั้น หลินหวั่นถังบอกว่ารองเท้าส้นสูงกัดเท้า ให้จี้เหมียนเยว่ไปเปลี่ยนเป็นรองเท้าส้นเตี้ยมาให้เธอ จี้เหมียนเยว่ไม่ได้พูดอะไร โน้มตัวลงถอดรองเท้าของ
Read more

บทที่ 7

งานแต่งงานปิดฉากลง แขกเหรื่อแยกย้ายกลับหมด คฤหาสน์กลับคืนสู่ความเงียบสงบฝูวั่งเชินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นเงาของจี้เหมียนเยว่ เขาถามคนรับใช้ ถามบอดี้การ์ด ทุกคนต่างบอกว่าไม่เห็นเธอ กดโทรศัพท์โทรออกไป ก็ไม่มีคนรับสายเขายืนอยู่ข้างเวทีพิธีอันว่างเปล่า จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเขาไม่ได้อยากทำให้เธอเสียใจจริง ๆ เขาแค่...แค่อยากให้เหมียนเยว่รู้ว่า ช่วงเวลาห้าปีที่เธอจากไป เขาต้องอดทนผ่านมันมาอย่างไร เขาอยากให้เธอได้สัมผัสความรู้สึกแบบนั้นบ้าง ดังนั้นเขาจึงต้องเจรจาต่อรองกับตระกูลจี้และตระกูลฝูอยู่นาน ถึงขั้นยอมอ่อนข้อในเรื่องผลประโยชน์ของบริษัท เพื่อให้ทุกคนยอมร่วมมือแสดงละครฉากนี้กับเขาเขาคิดว่าพอเธอกลับมาก็ดีแล้ว ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนวันวานทว่าตอนนี้ในใจเขากลับมีเสียงหนึ่งแว่วขึ้นมาเบา ๆ มันแหลมคมและชัดเจน นายทำเกินไปแล้วเขาหันตัวเตรียมจะเดินออกไปข้างนอก แขนเสื้อกลับถูกใครคนหนึ่งรั้งไว้เบา ๆ"อาเชิน" หลินหวั่นถังยืนอยู่ข้างหลัง เธอลบเครื่องสำอางออกแล้ว เปลี่ยนกลับมาใส่ชุดลำลอง กล่าวด้วยขอบตาแดงเรื่อ "วันนี้...เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะอยู่ด้วยกันแล้ว พี่ช่ว
Read more

บทที่ 8

ฝูวั่งเชินไปบ้านตระกูลจี้ถึงเจ็ดเที่ยวเที่ยวแรก ยามบอกผ่านรั้วเหล็กว่าคุณหนูไม่รับแขก เขายืนอยู่กลางแดดต้นฤดูร้อน แล้วยื่นกล่องขนมเกาลัดในมือให้ยาม บอกว่าถ้าปล่อยให้เย็นแล้วจะไม่อร่อยเที่ยวที่สอง พ่อบ้านเปิดประตูออกมาครึ่งบาน ยื่นมือไปรับของ แล้วบอกว่าคุณหนูไม่สบาย เขาถามว่าไม่สบายตรงไหน พ่อบ้านก็ไม่ได้ตอบ ปิดประตูใส่เลยเที่ยวที่สาม คนรับใช้เปิดประตู รับของไป แล้วหันหลังปิดประตูใส่ทันที เขาแทบจะไม่มีเวลาพูดว่า "พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่" เลยด้วยซ้ำเที่ยวที่สี่ เที่ยวที่ห้า เที่ยวที่หก นำแป้งรากบัวจากซอยทางใต้ ขนมน้ำตาลเคี่ยวจากร้านเก่าแก่อย่างชานเมืองตะวันออก และลูกบ๊วยแห้งจากร้านทางทิศเหนือของเมืองที่เปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์มาด้วย เขาต้องขับรถวนรอบเมืองหนึ่งรอบถึงจะซื้อของพวกนี้ได้ครบ เมื่อก่อนเหมียนเยว่มักจะแกล้งดุเขาว่าไปไกลเกินไป จากนั้นแกะออกทีละชิ้น ๆ แล้วแบ่งให้เขาครึ่งหนึ่งด้วยแววตาเป็นประกายเที่ยวที่เจ็ด เขายืนอยู่หน้าประตูใหญ่ที่ปิดสนิท ไม่ได้ยื่นส่งของ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรไปยังหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจ"หมายเลขที่คุณเรียก ได้บล็อกหมายเลขนี้แล้ว"เขาเปลี่ยนโท
Read more

บทที่ 9

เก้าสิบเก้าแส้ แลกมาได้แค่ข่าวเดียวจี้เฉิงซานหันหลังให้เขา น้ำเสียงคล้ายดังมาจากที่ไกล ๆ "เหมียนเยว่ไม่อยู่บ้าน ออกไปฮันนีมูนแล้ว"ฝูวั่งเชินคุกเข่าอยู่บนพื้น แผลที่แผ่นหลังยังมีเลือดซึม มันชุ่มไปทั่วเสื้อเชิ้ต เขาเงยหน้าขึ้นคล้ายฟังไม่ถนัด และคล้ายกับไม่กล้าฟังให้ชัดเจน"...อะไรนะครับ""ฮันนีมูน" จี้เฉิงซานไม่ได้หันกลับมา "ไปได้สองสามวันแล้ว"ฝูวั่งเชินกระตุกมุมปาก สีหน้านั้นไม่เหมือนกำลังยิ้ม เหมือนถูกบางสิ่งจุกติดอยู่ที่ลำคอมากกว่า"โกหก" เขาได้ยินเสียงตัวเองเอ่ย น้ำเสียงฟังดูล่องลอย "ต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ ๆ เธอหลอกคุณครับ เธอแค่กำลังโกรธ โกรธที่ผมจัดงานแต่งงานกำมะลอกับคนอื่น ก็เลยแต่งเรื่องแบบนี้มาประชดผม..."เขาพูดซ้ำไปซ้ำมา วกไปวนมาฟังไม่ได้ความ"เธอยังไม่ได้แต่งงาน เดือนหน้าพวกเราก็จะหมั้นกันแล้ว...ยังไม่ได้แต่งงานจะไปฮันนีมูนได้ยังไง เธอหลอกคุณครับ..."เขาขยับเข่าข้างหน้าครึ่งก้าว ลากสังขารบาดแผลที่แผ่นหลังไป เลือดซึมออกมาเร็วกว่าเดิม แต่เขากลับคล้ายไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด เหงื่อเย็นผุดซึมเต็มหน้าผาก ริมฝีปากซีดขาว แต่ยังคงพูดซ้ำ ๆ อย่างดื้อรั้น "โกหก มันเป็นเรื่องโกหก
Read more

บทที่ 10

ฝูวั่งเชินรับซองกระดาษสีน้ำตาลที่ผู้ช่วยยื่นส่งมาให้ผู้ช่วยยืนอยู่ข้างเตียง ทำท่าอึกอักเหมือนอยากพูดบางอย่าง เขาไม่ได้สังเกต นิ้วมือได้แกะเชือกผูกปากซองออกแล้วหน้าแรกเป็น 'คดีสร้างข่าวลือ' เมื่อห้าเดือนก่อน กระทู้ไม่ออกนามในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยของหลินหวั่นถัง ที่ระบุว่าเธอเป็นมือที่สาม เข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์ของผู้อื่น เขายังจำได้ว่าวันนั้นตัวเองพุ่งเข้าไปในบ้านตระกูลจี้ ชี้หน้าเหมียนเยว่ แล้วบอกว่าเธอใช้วิธีการชั้นต่ำรายงานแสดงให้เห็นว่าที่อยู่ IP ของผู้โพสต์ ซ้อนทับกับเทอร์มินัลเครือข่ายในหอพักที่หลินหวั่นถังใช้เป็นประจำ นิ้วมือของฝูวั่งเชินชะงักค้างหน้าที่สองโกดัง การลักพาตัว เหมียนเยว่ถูกปิดตา ถูกจับกดลงกับพื้นอันสกปรก แสงแฟลชทิ่มแทงเปลือกตาของเธอ เขายังจำโทรศัพท์สายนั้นได้ เสียงแบ็กกราวด์คือเสียงหอบหายใจคลุมเครือปนเสียงน้ำ เขากดตัดสายอย่างหงุดหงิด แล้วบอกว่า "ฉันกับเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกัน"รายงานแสดงให้เห็นว่า บัญชีธนาคารของหนึ่งในกลุ่มคนลักพาตัว ก่อนเกิดเหตุสามวัน ได้รับเงินโอนก้อนหนึ่งจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับหลินหวั่นถัง ช่องบันทึกหมายเหตุว่างเปล่า จำนวนเงินคือห
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status