Share

บทที่ 5

Author: หนานเคออี๋เซี่ยว
จี้เหมียนเยว่คิดว่าตัวเองจะต้องตายอยู่ในนี้ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ในสายตาก็ยังคงเป็นเพดานสีขาวซีดอันน่าเวทนาของโรงพยาบาลแห่งนั้น

เธอคอแห้งจนเจ็บแสบ พยายามยันกายลุกขึ้นเพื่อไปหยิบแก้วน้ำ แต่ร่างกายกลับอ่อนเพลียราวกับถูกถอดกระดูกออก เพิ่งจะยกตัวขึ้นได้นิดเดียวก็ล้มลงบนเตียงอีกครั้ง บาดแผลบนแผ่นหลังที่ยังไม่หายดีแผ่ซ่านความเจ็บปวดเหมือนหนังฉีก

"ตื่นแล้วเหรอ"

ประตูถูกผลักเปิดออก เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างหู จี้เหมียนเยว่เบือนหน้าหลบเขาตามสัญชาตญาณ

ฝูวั่งเชินเห็นสภาพที่ดิ้นรนอย่างจนตรอกของเธอ ฝีเท้าของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบก้าวเข้ามาข้างเตียง รินน้ำแก้วหนึ่ง แล้วโน้มตัวลงประคองท้ายทอยเธออย่างระมัดระวัง ยื่นขอบแก้วมาจ่อที่ริมฝีปากของเธอ

อุณหภูมิน้ำกำลังพอดี จี้เหมียนเยว่ค่อย ๆ กลืนทีละนิด เธอหลุบตาลงไม่ยอมมองเขา

ฝูวั่งเชินรอจนเธอดื่มเสร็จ วางแก้วลง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ออกว่ารู้ยังอย่างไร "วันหมั้นของเรา ฉันกำหนดไว้แล้ว เป็นเดือนหน้านะ"

จี้เหมียนเยว่ไอออกมาอย่างรุนแรง สะเทือนไปถึงแผ่นหลังจนเจ็บระบม เธอผ่อนลมหายใจ น้ำเสียงเบาแผ่วเหมือนเสียงถอนหายใจ "ฉันไม่อยากแต่งงานแล้ว"

"เลิกหาเรื่องได้แล้ว" ฝูวั่งเชินขมวดคิ้ว ยื่นมือหมายจะแตะใบหน้าของเธอ แต่เธอเอียงศีรษะหลบ "เหมียนเหมียน ฉันรอเธอมาห้าปีแล้ว พอหมั้นเสร็จ ฉันจะส่งถังถังออกไป"

จี้เหมียนเยว่หลับตาลง ขี้คร้านที่จะโต้เถียงอีก

"แต่ก่อนที่เราจะหมั้นกัน" เสียงของฝูวั่งเชินดังขึ้นอีกครั้ง สงบราบเรียบจนดูโหดร้าย "ฉันอยากจัดงานแต่งงานให้ถังถังก่อน

เธออยู่กับฉันมาห้าปี จะปล่อยให้คลุมเครือแบบนี้ตลอดไปไม่ได้ เด็กสาวชอบเรื่องที่มันดูเป็นพิธีการ

เหมียนเหมียน น้องเขาเพื่อนน้อย ถึงเวลานั้นฉันอยากให้เธอไปร่วมงาน และรับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวให้น้องเขา"

เพี้ยะ!

เสียงตบหน้าฉาดใหญ่ดังสนั่นขึ้นภายในห้องผู้ป่วย

จี้เหมียนเยว่ใช้แรงทั้งหมดที่มีตบฉาดนี้ออกไป แม้กระทั่งแขนของตัวเองยังสั่นสะท้าน ฝูวั่งเชินหันหน้าไปตามแรงตบ แก้มบวมแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความโกรธเพิ่งจะผุดขึ้นมาในสายตา ทว่าพอสบเข้ากับขอบตาแดงเรื่อของจี้เหมียนเยว่ ความตายซากและแตกสลายในนั้นทำให้คำพูดของเขาจุกอยู่ที่ลำคอ

เขาข่มความโกรธไว้ ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง ราวกับกำลังปลอบเด็กที่ไม่รู้จักโต "นี่เป็นแค่เกมเกมหนึ่งเองนะเหมียนเหมียน คิดซะว่าว่ามอบของขวัญวันเกิดให้เด็กสาวคนหนึ่งแล้วกัน"

วันถัดมา โดยไม่สนใจการขัดขืนของจี้เหมียนเยว่ สาวใช้และบอดี้การ์ดหลายคนก็บังคับเข้าห้องผู้ป่วย จับตัวเธอมารแต่งหน้าทำผม เปลี่ยนใส่ชุดเพื่อนเจ้าสาวสีชมพูอ่อนที่เตรียมไว้เนิ่นนาน ชุดนั้นรัดเอวแน่นเป็นพิเศษ รัดจนบาดแผลของเธอเจ็บแปลบเป็นระยะ

เธอถูกกึ่งพยุงกึ่งคุมตัวไปยังสถานที่จัดงานแต่งงาน

ไม่ใช่โรงแรม แต่เป็นคฤหาสน์ส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่งในเมืองก่าง ซุ้มประตูกุหลาบสีขาว พรมยาวประดับคริสตัลระยิบระยับ บทเพลงที่วงดนตรีบรรเลง หรือกระทั่งโบผูกริบบิ้นสีแชมเปญบนเก้าอี้ของแขก...ทุกรายละเอียดเหมือนกับ 'งานแต่งงานในฝัน' ที่เธอเปิดนิตยสารเล่าให้เขาฟังคร่าว ๆ ตอนนอนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาในอายุสิบเก้าปี

ตอนนั้นเขายิ้มพลางบีบจมูกเธอ "จำไว้ให้หมดแล้วนะ ต่อไปจะจัดให้เธอไม่ให้ขาดสักอย่างเลย"

แต่ตอนนี้ เขากลับมอบทั้งหมดนั้นให้หลินหวั่นถังโดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่อย่างเดียว

ฝูวั่งเชินสวมชุดสูทสีขาวเรียบกริบ ยืนอยู่ไม่ไกล กำลังก้มหน้าจัดเวลเจ้าสาวให้หลินหวั่นถังอย่างอ่อนโยน หลินหวั่นถังอยู่ในชุดเจ้าสาวปักลายหรูหรา รอยยิ้มสวยงามดั่งดอกไม้ ใบหน้าที่คล้ายคลึงกับจี้เหมียนเยว่นั้น เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความสุขอย่างไม่คิดจะปิดบัง

จี้เหมียนเยว่ยืนอยู่ในตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาว แผ่นหลังยืดตรง ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางประณีต มองไม่ออกเลยสักนิดว่ามีความผิดปกติใด ๆ

มีเพียงตัวเธอเองเท่านั้นที่รู้ดี ว่าหัวใจในทรวงอกดวงนั้น ในที่สุดไออุ่นสุดท้ายก็ดับสนิทลงในวินาทีที่มองเห็นทุกอย่างกระจ่างแจ้ง

ฝูวั่งเชินบอกว่านี่คือเกม

แต่อุปกรณ์ทุกชิ้นในเกม กลับเป็นความฝันที่เขาขโมยไปจากเธอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 15

    กำหนดวันแต่งงานของจี้เหมียนเยว่คือวันที่สิบเจ็ดกรกฎาคมเมืองก่างเข้าสู่ฤดูร้อน ทั้งเมืองถูกแดดแผดเผาจนขาวโพลน บัตรเชิญของตระกูลจี้ถูกส่งออกไป ไม่มีบ้านไหนไม่รับ ไม่มีใครสักคนที่ไม่อยู่ร่วมงาน ทุกคนต่างต้องการดูว่า ชายคนที่สามารถทำให้คุณหนูใหญ่ตระกูลจี้หยุดหัวใจได้ หน้าตาเป็นยังไงกันแน่คืนก่อนวันแต่งงาน เสิ่นจิงหานไม่ได้นอนเขาทบทวนลำดับขั้นตอนของวันพรุ่งนี้ถึงสามรอบ ตั้งแต่เส้นทางรับเจ้าสาวไปจนถึงแสงไฟในห้องจัดเลี้ยง ตั้งแต่เวลาเปลี่ยนดอกไม้ไปจนถึงองศาการวางตั้งทาวเวอร์แก้วแชมเปญ ทุกจุดล้วนตรวจเช็กด้วยตัวเอง ปรับแต่งแก้ไขด้วยมือตัวเองตอนตีสี่ เขายืนอยู่ท่ามกลางห้องจัดเลี้ยงที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน โคมไฟคริสตัลเหนือศีรษะยังไม่ได้เปิด มีแค่ไฟติดผนังไม่กี่ดวงที่ส่องแสงสีเหลืองสลัว เขายืนอยู่ในความเงียบสงบนี้อยู่นาน เหมือนกำลังยืนยันบางสิ่งบางอย่าง และเหมือนแค่อาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากไปยามฟ้าสาง เขาก็เคาะประตูห้องของจี้เหมียนเยว่เธอเพิ่งล้างหน้าเสร็จ ใบหน้าเปลือยเปล่าไร้เครื่องสำอางหันกลับมามองเขา รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย"ทำไมมาเช้าขนาดนี้"เขาไม่ได้ตอบ เดินเข้าไปตรงหน้าเธอ ก้มมองอยู่

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 14

    ข่าวการแต่งงานของจี้เหมียนเยว่ แพร่ไปทั่วเมืองก่างในชั่วข้ามคืนสาวกุหลาบแดงแห่งตระกูลจี้ที่ฟูมฟักทะนุถนอมมานานกว่ายี่สิบปี ในที่สุดก็แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ฝ่ายชายมีฐานะลึกลับ เล่ากันว่าชาติตระกูลสูงส่งระดับชั้นนำ รูปร่างหน้าตาก็โดดเด่น เป็นเพื่อนเก่าที่จี้เหมียนเยว่รู้จักตั้งแต่สมัยไปศึกษาต่อต่างประเทศของขวัญอวยพรพรั่งพรูเข้าตระกูลจี้ดั่งสายน้ำ บัตรเชิญถูกส่งฉบับแล้วฉบับเล่า ทุกคนต่างต้องการมีส่วนร่วมในงานเลี้ยงแต่งงานครั้งนี้ เพื่อดูว่าคนที่สามารถกุมหัวใจคุณหนูใหญ่ตระกูลจี้ได้ แท้จริงแล้วเป็นเทพเซียนจากไหนตระกูลฝูก็ไม่เป็นยกเว้นเช่นกันตอนที่แม่ของฝูวั่งเชินผลักประตูเข้าไปในห้อง ทั้งห้องมืดสลัว ผ้าม่านปิดสนิท ไม่ได้เปิดไฟ ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นที่หมักหมมอยู่หลายวันเธอเดินไปสองก้าว เท้าเตะโดนอะไรบางอย่าง พอก้มหน้าลงมอง พบว่าเป็นกระปุกเครื่องดินเผาใบหนึ่ง เป็นกระต่ายบิด ๆ เบี้ยว ๆ ที่เหมียนเยว่ปั้นด้วยมือตัวเองสมัยประถม สลักคำว่า 'ฝูวั่งเชินเป็นผู้รับ' ไว้ที่ก้นกระปุกพอเดินต่ออีกสองก้าว บนผนังมีที่คั่นหนังสือดอกไม้แห้งสีซีดจางติดอยู่ เขียนว่า 'ขอให้สอบผ่านไปได้ด้วยดี

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 13

    ข่าวการเดินทางกลับมาเมืองก่างของจี้เหมียนเยว่ ไม่ถึงครึ่งวันก็แพร่ไปทั่วแล้วตอนที่โทรศัพท์ดังขึ้ ฝูวั่งเชินกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลจี้น หลังจากคืนนั้นเขาก็มาทุกวัน ยามประตูไม่ขัดขวางอีกต่อไป และจี้เฉิงซานก็ไม่ยอมพบเขาอีกเช่นเคย เขาแค่วางของที่นำมาลงไว้ ยืนอยู่ใต้หน้าต่างอันมืดมิดบานนั้นสักพัก แล้วค่อยเดินจากไปวันนี้ของที่เขานำมาวางไว้คือขนมเค้กเกาลัดของโปรดของเหมียนเยว่โทรศัพท์ดังขึ้น ปลายสายพูดแค่ประโยคเดียว "คุณหนูจี้จะแลนดิ้งถึงคืนนี้ครับ เที่ยวบินส่งให้คุณแล้ว"เขาแทบจะพุ่งตัวขึ้นไปบนรถไปร้านดอกไม้ก่อน เมื่อก่อนเธอชอบดอกกุหลาบขาว ตอนอายุสิบแปดปีเคยเขียนไว้ในไดอารี่ว่า "วันที่ได้รับดอกกุหลาบขาว อยากแต่งงานกับฝูวั่งเชิน"เขาซื้อดอกกุหลาบขาวมาเก้าสิบเก้าดอกแล้วก็ขับรถวนรอบเมืองไปซื้อเอี๊ยบ๊วยแห้ง ขนมน้ำตาลเคี่ยว ผงรากบัว ขนมเค้กเกาลัด ทุก ๆ อย่างซื้อเป็นสองชุด สองมือเขาถือของเต็มไปหมดตอนยืนอยู่หน้าประตูร้านดอกไม้ พนักงานเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่าต้องการให้ช่วยแพ็กใส่กล่องไหม เขาตอบว่าไม่ต้องเขาจะอุ้มหอบไว้เองตอนเสียงสัญญาณแจ้งเตือนเที่ยวบินมาถึงดังขึ้น ฝูวั่งเชิน

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 12

    ตอนจี้เหมียนเยว่ตื่นขึ้นมา แสงแดดยามเช้าสีเทาแกมฟ้าสาดส่องผ่านร่องซอกของเต็นท์เข้ามาเส้นหนึ่งเธอเอียงศีรษะ ตำแหน่งข้างกายว่างเปล่า ถุงนอนยังคงหลงเหลืออุณหภูมิร่างกายไว้ ด้านนอกมีเสียงขยับเคลื่อนไหวเบา ๆเธอสวมเสื้อคลุมมุดออกจากเต็นท์ อากาศหนาวเหน็บโผเข้าใส่ใบหน้า เนินเขาที่ตั้งแคมป์หันหน้าไปทางทิศตะวันออกพอดี ขอบฟ้ายังคงจมอยู่ในสีน้ำเงินเข้ม แต่โครงร่างของภูเขาหิมะนั้นกลับเด่นชัดขึ้นมาแล้วเสิ่นจิงหานยืนหันหลังให้เธอ ขาตั้งกล้องกางไว้เรียบร้อยแล้ว กำลังก้มหน้าปรับเลนส์ เสื้อแจ็กเก็ตกันลมสีดำเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างยามค่ำคืน ปลายผมก็เปียกชื้นอยู่สองสามปอย ไม่รู้ว่ายืนอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้วพอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เขาก็หันกลับมา"ตื่นแล้วเหรอ"เขายื่นแก้วเก็บความร้อนมาให้ อุณหภูมิเป็นระดับที่เธอคุ้นเคยดื่มเป็นประจำ จี้เหมียนเยว่รับมา ไม่ได้ถามว่าเขาสืบเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไรขอบฟ้าเริ่มทอแสงประกายทองเธอยืนอยู่ข้างกายเขา มองดูยอดเขาหิมะถูกแสงอาทิตย์ส่องสว่างทีละน้อย จากสีทองอ่อนกลายเป็นสีทองเจิดจรัส จนกระทั่งขุนเขาทั้งลูกถูกเคลือบด้วยประกายแสงดั่งแก้วหลิวหลีแสงอาทิตย์

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 11

    หลังจากส่งข้อมูลไปได้สิบเจ็ดนาที หลินหวั่นถังก็โทรเข้ามาฝูวั่งเชินจ้องมองชื่อที่กะพริบบนหน้าจอ กดรับสาย แล้วเปิดลำโพง"อาเชิน!" เสียงทางนั้นสะอึกสะอื้น แต่ระงับความร้อนใจไว้ไม่อยู่ "ในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยจู่ ๆ ก็มีเรื่องใส่ร้ายฉันเยอะแยะไปหมด ต้องเป็นจี้เหมียนเยว่แน่ ๆ เธอเห็นฉันได้ดีไม่ได้ เธอยังแก้แค้นฉันอยู่เลย..."ฝูวั่งเชินเอนหลังพิงหัวเตียง หลุบตาฟัง"งั้นเหรอ""ต้องเป็นเธอแน่ ๆ! ครั้งที่แล้วก็เป็นเธอที่โพสต์ข้อมูลปลอมพวกนั้น ครั้งนี้ยิ่งทำเกินไป คนตั้งเยอะตั้งแยะกำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่ อาเชินคุณต้องทวงความยุติธรรมให้ฉันนะ...""ได้" ฝูวั่งเชินน้ำเสียงเรียบนิ่ง "แล้วเธออยากให้ฉันลงโทษเขายังไงล่ะ"สายทางนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังยืนยันว่าเขาไม่ได้พูดเล่น"...ให้เธอไปคุกเข่าขอโทษที่หน้าประตูหอประชุม แล้วประกาศทั้งมหาวิทยาลัย แบบ...แบบครั้งนั้น..." น้ำเสียงค่อย ๆ ลื่นไหลขึ้น "แล้วก็ เธอชอบทำตัวสูงส่งนักไม่ใช่เหรอ ให้เธอได้ลิ้มลองรสชาติของการถูกคนถ่ายรูปบ้าง...""แค่นี้เหรอ""ยังมีอีก!" หลินหวั่นถังคล้ายกับเริ่มได้ใจ "เธอเคยตบหน้าฉัน ฉันอยากให้เธอคืนกลับมา สิบเท่า ไม

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 10

    ฝูวั่งเชินรับซองกระดาษสีน้ำตาลที่ผู้ช่วยยื่นส่งมาให้ผู้ช่วยยืนอยู่ข้างเตียง ทำท่าอึกอักเหมือนอยากพูดบางอย่าง เขาไม่ได้สังเกต นิ้วมือได้แกะเชือกผูกปากซองออกแล้วหน้าแรกเป็น 'คดีสร้างข่าวลือ' เมื่อห้าเดือนก่อน กระทู้ไม่ออกนามในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยของหลินหวั่นถัง ที่ระบุว่าเธอเป็นมือที่สาม เข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์ของผู้อื่น เขายังจำได้ว่าวันนั้นตัวเองพุ่งเข้าไปในบ้านตระกูลจี้ ชี้หน้าเหมียนเยว่ แล้วบอกว่าเธอใช้วิธีการชั้นต่ำรายงานแสดงให้เห็นว่าที่อยู่ IP ของผู้โพสต์ ซ้อนทับกับเทอร์มินัลเครือข่ายในหอพักที่หลินหวั่นถังใช้เป็นประจำ นิ้วมือของฝูวั่งเชินชะงักค้างหน้าที่สองโกดัง การลักพาตัว เหมียนเยว่ถูกปิดตา ถูกจับกดลงกับพื้นอันสกปรก แสงแฟลชทิ่มแทงเปลือกตาของเธอ เขายังจำโทรศัพท์สายนั้นได้ เสียงแบ็กกราวด์คือเสียงหอบหายใจคลุมเครือปนเสียงน้ำ เขากดตัดสายอย่างหงุดหงิด แล้วบอกว่า "ฉันกับเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกัน"รายงานแสดงให้เห็นว่า บัญชีธนาคารของหนึ่งในกลุ่มคนลักพาตัว ก่อนเกิดเหตุสามวัน ได้รับเงินโอนก้อนหนึ่งจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับหลินหวั่นถัง ช่องบันทึกหมายเหตุว่างเปล่า จำนวนเงินคือห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status