Share

บทที่ 6

Author: หนานเคออี๋เซี่ยว
บรรยากาศในงานแต่งงานหรูหรา หลินหวั่นถังควงแขนฝูวั่งเชินเดินทักทายท่ามกลางแขกเหรื่อ เสียงหัวเราะสดใสดังชัดเจน

เธอเชิญเพื่อนฝูงมาไม่น้อย คนกลุ่มหนึ่งรายล้อมพวกเขา สายตาอิจฉาและคำพูดประจบประแจงดังมาไม่ขาดสาย

"หวั่นถัง คุณชายฝูใส่ใจเธอจริง ๆ งานแต่งงานนี้สวยเกินไปแล้ว!"

"ใช่แล้ว อย่างกับเทพนิยายที่กลายเป็นจริง!"

มีคนตาดี จำจี้เหมียนเยว่ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องได้ จึงกระซิบกระซาบกัน "นั่นใช่คนที่... เคยถูกคุณชายฝูพาไปขอโทษที่มหาวิทยาลัยคนนั้นหรือเปล่า"

หลินหวั่นถังรีบพูดต่อทันที น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน แต่ก็ดังพอให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินชัดเจน "เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะ พี่เหมียนเยว่เคยขอโทษแล้ว ตอนนี้พวกเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน การที่เธอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ฉัน ฉันดีใจมาก ๆ เลยนะ"

"หวั่นถัง เธอเนี่ยใจกว้างจริง ๆ !" รอบข้างมีเสียงชื่นชมดังขึ้นเป็นแถบ ๆ

จี้เหมียนเยว่แค่ยืนสงบนิ่ง เหมือนตุ๊กตาสวยประณีตที่ไร้ความรู้สึกตัวหนึ่ง

ระหว่างนั้น หลินหวั่นถังบอกว่ารองเท้าส้นสูงกัดเท้า ให้จี้เหมียนเยว่ไปเปลี่ยนเป็นรองเท้าส้นเตี้ยมาให้เธอ จี้เหมียนเยว่ไม่ได้พูดอะไร โน้มตัวลงถอดรองเท้าของตัวเองวางไว้ข้างเท้าของหลินหวั่นถังโดยตรง จากนั้นก็ก้าวเท้าเปล่าย่ำลงบนพื้นที่เย็นเฉียบ

แม้กระทั่งแหวน ก็ยังเป็นจี้เหมียนเยว่ที่ประคองกล่องแหวนกำมะหยี่ นำขึ้นไปส่งมอบให้ด้วยตัวเอง

ในช่วงพักของพิธี ฝูวั่งเชินตามหาจี้เหมียนเยว่ที่ยืนอยู่ลำพังภายใต้เงามืดของเสาระเบียง เขายื่นมือหมายจะดึงเธอ "เหมียนเยว่ เธอฟังฉันพูดนะ นี่มันก็แค่..."

ยังพูดไม่ทันจบ ทางห้องแต่งตัวก็มีเสียงร้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแหลมสูงของหลินหวั่นถังดังขึ้น

ฝูวั่งเชินสีหน้าเปลี่ยนทันที เขารีบพุ่งตัวไปทางนั้น ภาพที่เห็นคือหลินหวั่นถังเอามือกุมใบหน้า มีรอยเลือดซึมออกมาตามซอกนิ้ว ช่างแต่งตัวประคองพัฟแต่งหน้าที่เปิดอยู่อย่างสั่นสะท้าน ข้างในซ่อนเข็มเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งไว้เด่นหรา

"อาเชิน! เจ็บจัง! หน้าฉัน..." หลินหวั่นถังน้ำตานองหน้า

ฝูวั่งเชินหันขวับกลับมา สายตาราวกับมีดสั้นพุ่งปราดไปยังจี้เหมียนเยว่ที่เดินตามมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงข่มความโกรธ "ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอ ว่านี่เป็นการเอาใจน้องเขาเฉย ๆ คนที่จะแต่งงานกันจริง ๆ คือพวกเราต่างหาก! เธอต้องใจดำขนาดนี้เลยเหรอ"

เขาไม่ได้ถามแม้แต่คำเดียว สัญชาตญาณฝังหัวไปแล้วว่าเป็นฝีมือของเธอ

จี้เหมียนเยว่มองแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและการตำหนิอย่างไม่คิดปิดบังของเขา เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะอธิบายด้วยซ้ำ ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

"เจ็บไหม" ฝูวั่งเชินหันไปปลอบประโลมหลินหวั่นถัง กวาดสายตาอันเย็นชาไปยังบอดี้การ์ดด้านข้าง

"เธอทำกับถังถังยังไง ก็ตอบแทนคืนไปแบบนั้น สิบเท่า"

บอดี้การ์ดเข้าใจความหมายที่สื่อ ไปหยิบกล่องเข็มเล่มเล็กมาเร็วมาก สองคนก้าวเข้ามาจับกดตัวจี้เหมียนเยว่ไว้ อีกคนหนึ่งคีบเข็มขึ้นมา ทิ่มลงไปที่นิ้วมือที่ถูกจับไว้ของเธอทีละเล่ม ๆ

ปลายเข็มทิ่มแทงผ่านผิวหนัง ลึกลงไปในเนื้อนิ้ว สิบนิ้วเชื่อมถึงหัวใจ ความเจ็บปวดเสียดแทงเข้าถึงอก ร่างกายของจี้เหมียนเยว่สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ชั่วพริบตาเดียวเหงื่อเย็นก็เปียกชุ่มไรผมที่หน้าผาก ริมฝีปากถูกเธอกัดจนซีดขาว แต่กลับไม่ส่งเสียงออกมาสักนิด มีเพียงดวงตาที่คุ้นเคยคู่นั้น ที่ยิ่งนานวันยิ่งว่างเปล่า ยิ่งนานวันยิ่งเย็นชา

เมื่อบนมือเต็มไปด้วยจุดรอยเลือดซึม บอดี้การ์ดจึงปล่อยตัวเธอ

ฝูวั่งเชินจ้องมองจี้เหมียนเยว่ที่ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายโงนเงนทำท่าจะล้ม เขาขมวดคิ้ว กล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดรำคาญใจ "พิธีจะเริ่มต่อแล้ว เธอ...ทำตัวดี ๆ หน่อย" พูดจบ ก็โอบหลินหวั่นถังที่ยังคงสะอึกสะอื้น แล้วรีบเร่งกลับไปยังลานพิธี

เสียงอันกังวานของพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง "คุณฝูวั่งเชิน คุณยินดีที่จะรับคุณหลินหวั่นถังเป็นภรรยาหรือไม่..."

จี้เหมียนเยว่พิงอยู่กับกำแพงอันเย็นเฉียบ ความเจ็บปวดที่ปลายนิ้วโถมแล่นเข้ามาเป็นระลอก ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋ากระโปรงก็สั่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง

เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา หน้าจอสว่างขึ้น มีข้อความหนึ่งส่งมาจาก 'Z'

[อยู่ไหน ไหนบอกเจอกันหน้าสำนักงานเขต]

[ฉันมาถึงแล้วนะ]

เวลาที่ส่งข้อความคือเมื่อยี่สิบนาทีก่อน

ติดตามด้วยอีกข้อความเด้งขึ้นมา [เปลี่ยนใจแล้วเหรอ]

ด้านนอก มีเสียงทุ้มต่ำทว่ามั่นคงของฝูวั่งเชินดังเข้ามาอย่างชัดเจน "ผมยินดีครับ"

รวมทั้งเสียงปรบมือแสดงความยินดีของบรรดาแขกเหรื่อ

จี้เหมียนเยว่ก้มหน้าลง ปลายนิ้วแปดเปื้อนคราบเลือด ทว่ากลับพิมพ์คำตอบรับอย่างสงบนิ่งผิดปกติ

[กำลังไป รอฉันด้วย]

เธอเก็บโทรศัพท์ แล้วมองไปทางเวทีพิธีอันคึกคักเป็นครั้งสุดท้าย ตรงนั้น ฝูวั่งเชินกำลังสวมแหวนให้หลินหวั่นถัง

เธอหันตัวไป ยกชายกระโปรงที่เกะกะขึ้น เดินเท้าเปล่าที่เต็มไปด้วยฝุ่นและรอยเลือด ตรงไปยังเส้นทางเล็ก ๆ ที่นำไปสู่ประตูข้างอย่างเงียบเชียบ

ฝูวั่งเชิน ฉันไม่ได้อยากแต่งงานกับนายแล้ว จริง ๆ นะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 15

    กำหนดวันแต่งงานของจี้เหมียนเยว่คือวันที่สิบเจ็ดกรกฎาคมเมืองก่างเข้าสู่ฤดูร้อน ทั้งเมืองถูกแดดแผดเผาจนขาวโพลน บัตรเชิญของตระกูลจี้ถูกส่งออกไป ไม่มีบ้านไหนไม่รับ ไม่มีใครสักคนที่ไม่อยู่ร่วมงาน ทุกคนต่างต้องการดูว่า ชายคนที่สามารถทำให้คุณหนูใหญ่ตระกูลจี้หยุดหัวใจได้ หน้าตาเป็นยังไงกันแน่คืนก่อนวันแต่งงาน เสิ่นจิงหานไม่ได้นอนเขาทบทวนลำดับขั้นตอนของวันพรุ่งนี้ถึงสามรอบ ตั้งแต่เส้นทางรับเจ้าสาวไปจนถึงแสงไฟในห้องจัดเลี้ยง ตั้งแต่เวลาเปลี่ยนดอกไม้ไปจนถึงองศาการวางตั้งทาวเวอร์แก้วแชมเปญ ทุกจุดล้วนตรวจเช็กด้วยตัวเอง ปรับแต่งแก้ไขด้วยมือตัวเองตอนตีสี่ เขายืนอยู่ท่ามกลางห้องจัดเลี้ยงที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน โคมไฟคริสตัลเหนือศีรษะยังไม่ได้เปิด มีแค่ไฟติดผนังไม่กี่ดวงที่ส่องแสงสีเหลืองสลัว เขายืนอยู่ในความเงียบสงบนี้อยู่นาน เหมือนกำลังยืนยันบางสิ่งบางอย่าง และเหมือนแค่อาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากไปยามฟ้าสาง เขาก็เคาะประตูห้องของจี้เหมียนเยว่เธอเพิ่งล้างหน้าเสร็จ ใบหน้าเปลือยเปล่าไร้เครื่องสำอางหันกลับมามองเขา รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย"ทำไมมาเช้าขนาดนี้"เขาไม่ได้ตอบ เดินเข้าไปตรงหน้าเธอ ก้มมองอยู่

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 14

    ข่าวการแต่งงานของจี้เหมียนเยว่ แพร่ไปทั่วเมืองก่างในชั่วข้ามคืนสาวกุหลาบแดงแห่งตระกูลจี้ที่ฟูมฟักทะนุถนอมมานานกว่ายี่สิบปี ในที่สุดก็แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ฝ่ายชายมีฐานะลึกลับ เล่ากันว่าชาติตระกูลสูงส่งระดับชั้นนำ รูปร่างหน้าตาก็โดดเด่น เป็นเพื่อนเก่าที่จี้เหมียนเยว่รู้จักตั้งแต่สมัยไปศึกษาต่อต่างประเทศของขวัญอวยพรพรั่งพรูเข้าตระกูลจี้ดั่งสายน้ำ บัตรเชิญถูกส่งฉบับแล้วฉบับเล่า ทุกคนต่างต้องการมีส่วนร่วมในงานเลี้ยงแต่งงานครั้งนี้ เพื่อดูว่าคนที่สามารถกุมหัวใจคุณหนูใหญ่ตระกูลจี้ได้ แท้จริงแล้วเป็นเทพเซียนจากไหนตระกูลฝูก็ไม่เป็นยกเว้นเช่นกันตอนที่แม่ของฝูวั่งเชินผลักประตูเข้าไปในห้อง ทั้งห้องมืดสลัว ผ้าม่านปิดสนิท ไม่ได้เปิดไฟ ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นที่หมักหมมอยู่หลายวันเธอเดินไปสองก้าว เท้าเตะโดนอะไรบางอย่าง พอก้มหน้าลงมอง พบว่าเป็นกระปุกเครื่องดินเผาใบหนึ่ง เป็นกระต่ายบิด ๆ เบี้ยว ๆ ที่เหมียนเยว่ปั้นด้วยมือตัวเองสมัยประถม สลักคำว่า 'ฝูวั่งเชินเป็นผู้รับ' ไว้ที่ก้นกระปุกพอเดินต่ออีกสองก้าว บนผนังมีที่คั่นหนังสือดอกไม้แห้งสีซีดจางติดอยู่ เขียนว่า 'ขอให้สอบผ่านไปได้ด้วยดี

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 13

    ข่าวการเดินทางกลับมาเมืองก่างของจี้เหมียนเยว่ ไม่ถึงครึ่งวันก็แพร่ไปทั่วแล้วตอนที่โทรศัพท์ดังขึ้ ฝูวั่งเชินกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลจี้น หลังจากคืนนั้นเขาก็มาทุกวัน ยามประตูไม่ขัดขวางอีกต่อไป และจี้เฉิงซานก็ไม่ยอมพบเขาอีกเช่นเคย เขาแค่วางของที่นำมาลงไว้ ยืนอยู่ใต้หน้าต่างอันมืดมิดบานนั้นสักพัก แล้วค่อยเดินจากไปวันนี้ของที่เขานำมาวางไว้คือขนมเค้กเกาลัดของโปรดของเหมียนเยว่โทรศัพท์ดังขึ้น ปลายสายพูดแค่ประโยคเดียว "คุณหนูจี้จะแลนดิ้งถึงคืนนี้ครับ เที่ยวบินส่งให้คุณแล้ว"เขาแทบจะพุ่งตัวขึ้นไปบนรถไปร้านดอกไม้ก่อน เมื่อก่อนเธอชอบดอกกุหลาบขาว ตอนอายุสิบแปดปีเคยเขียนไว้ในไดอารี่ว่า "วันที่ได้รับดอกกุหลาบขาว อยากแต่งงานกับฝูวั่งเชิน"เขาซื้อดอกกุหลาบขาวมาเก้าสิบเก้าดอกแล้วก็ขับรถวนรอบเมืองไปซื้อเอี๊ยบ๊วยแห้ง ขนมน้ำตาลเคี่ยว ผงรากบัว ขนมเค้กเกาลัด ทุก ๆ อย่างซื้อเป็นสองชุด สองมือเขาถือของเต็มไปหมดตอนยืนอยู่หน้าประตูร้านดอกไม้ พนักงานเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่าต้องการให้ช่วยแพ็กใส่กล่องไหม เขาตอบว่าไม่ต้องเขาจะอุ้มหอบไว้เองตอนเสียงสัญญาณแจ้งเตือนเที่ยวบินมาถึงดังขึ้น ฝูวั่งเชิน

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 12

    ตอนจี้เหมียนเยว่ตื่นขึ้นมา แสงแดดยามเช้าสีเทาแกมฟ้าสาดส่องผ่านร่องซอกของเต็นท์เข้ามาเส้นหนึ่งเธอเอียงศีรษะ ตำแหน่งข้างกายว่างเปล่า ถุงนอนยังคงหลงเหลืออุณหภูมิร่างกายไว้ ด้านนอกมีเสียงขยับเคลื่อนไหวเบา ๆเธอสวมเสื้อคลุมมุดออกจากเต็นท์ อากาศหนาวเหน็บโผเข้าใส่ใบหน้า เนินเขาที่ตั้งแคมป์หันหน้าไปทางทิศตะวันออกพอดี ขอบฟ้ายังคงจมอยู่ในสีน้ำเงินเข้ม แต่โครงร่างของภูเขาหิมะนั้นกลับเด่นชัดขึ้นมาแล้วเสิ่นจิงหานยืนหันหลังให้เธอ ขาตั้งกล้องกางไว้เรียบร้อยแล้ว กำลังก้มหน้าปรับเลนส์ เสื้อแจ็กเก็ตกันลมสีดำเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างยามค่ำคืน ปลายผมก็เปียกชื้นอยู่สองสามปอย ไม่รู้ว่ายืนอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้วพอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เขาก็หันกลับมา"ตื่นแล้วเหรอ"เขายื่นแก้วเก็บความร้อนมาให้ อุณหภูมิเป็นระดับที่เธอคุ้นเคยดื่มเป็นประจำ จี้เหมียนเยว่รับมา ไม่ได้ถามว่าเขาสืบเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไรขอบฟ้าเริ่มทอแสงประกายทองเธอยืนอยู่ข้างกายเขา มองดูยอดเขาหิมะถูกแสงอาทิตย์ส่องสว่างทีละน้อย จากสีทองอ่อนกลายเป็นสีทองเจิดจรัส จนกระทั่งขุนเขาทั้งลูกถูกเคลือบด้วยประกายแสงดั่งแก้วหลิวหลีแสงอาทิตย์

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 11

    หลังจากส่งข้อมูลไปได้สิบเจ็ดนาที หลินหวั่นถังก็โทรเข้ามาฝูวั่งเชินจ้องมองชื่อที่กะพริบบนหน้าจอ กดรับสาย แล้วเปิดลำโพง"อาเชิน!" เสียงทางนั้นสะอึกสะอื้น แต่ระงับความร้อนใจไว้ไม่อยู่ "ในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยจู่ ๆ ก็มีเรื่องใส่ร้ายฉันเยอะแยะไปหมด ต้องเป็นจี้เหมียนเยว่แน่ ๆ เธอเห็นฉันได้ดีไม่ได้ เธอยังแก้แค้นฉันอยู่เลย..."ฝูวั่งเชินเอนหลังพิงหัวเตียง หลุบตาฟัง"งั้นเหรอ""ต้องเป็นเธอแน่ ๆ! ครั้งที่แล้วก็เป็นเธอที่โพสต์ข้อมูลปลอมพวกนั้น ครั้งนี้ยิ่งทำเกินไป คนตั้งเยอะตั้งแยะกำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่ อาเชินคุณต้องทวงความยุติธรรมให้ฉันนะ...""ได้" ฝูวั่งเชินน้ำเสียงเรียบนิ่ง "แล้วเธออยากให้ฉันลงโทษเขายังไงล่ะ"สายทางนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังยืนยันว่าเขาไม่ได้พูดเล่น"...ให้เธอไปคุกเข่าขอโทษที่หน้าประตูหอประชุม แล้วประกาศทั้งมหาวิทยาลัย แบบ...แบบครั้งนั้น..." น้ำเสียงค่อย ๆ ลื่นไหลขึ้น "แล้วก็ เธอชอบทำตัวสูงส่งนักไม่ใช่เหรอ ให้เธอได้ลิ้มลองรสชาติของการถูกคนถ่ายรูปบ้าง...""แค่นี้เหรอ""ยังมีอีก!" หลินหวั่นถังคล้ายกับเริ่มได้ใจ "เธอเคยตบหน้าฉัน ฉันอยากให้เธอคืนกลับมา สิบเท่า ไม

  • วสันต์ปีนั้น สายเกินหวนคืน   บทที่ 10

    ฝูวั่งเชินรับซองกระดาษสีน้ำตาลที่ผู้ช่วยยื่นส่งมาให้ผู้ช่วยยืนอยู่ข้างเตียง ทำท่าอึกอักเหมือนอยากพูดบางอย่าง เขาไม่ได้สังเกต นิ้วมือได้แกะเชือกผูกปากซองออกแล้วหน้าแรกเป็น 'คดีสร้างข่าวลือ' เมื่อห้าเดือนก่อน กระทู้ไม่ออกนามในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยของหลินหวั่นถัง ที่ระบุว่าเธอเป็นมือที่สาม เข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์ของผู้อื่น เขายังจำได้ว่าวันนั้นตัวเองพุ่งเข้าไปในบ้านตระกูลจี้ ชี้หน้าเหมียนเยว่ แล้วบอกว่าเธอใช้วิธีการชั้นต่ำรายงานแสดงให้เห็นว่าที่อยู่ IP ของผู้โพสต์ ซ้อนทับกับเทอร์มินัลเครือข่ายในหอพักที่หลินหวั่นถังใช้เป็นประจำ นิ้วมือของฝูวั่งเชินชะงักค้างหน้าที่สองโกดัง การลักพาตัว เหมียนเยว่ถูกปิดตา ถูกจับกดลงกับพื้นอันสกปรก แสงแฟลชทิ่มแทงเปลือกตาของเธอ เขายังจำโทรศัพท์สายนั้นได้ เสียงแบ็กกราวด์คือเสียงหอบหายใจคลุมเครือปนเสียงน้ำ เขากดตัดสายอย่างหงุดหงิด แล้วบอกว่า "ฉันกับเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกัน"รายงานแสดงให้เห็นว่า บัญชีธนาคารของหนึ่งในกลุ่มคนลักพาตัว ก่อนเกิดเหตุสามวัน ได้รับเงินโอนก้อนหนึ่งจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับหลินหวั่นถัง ช่องบันทึกหมายเหตุว่างเปล่า จำนวนเงินคือห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status