Share

บทที่ 2

Author: ไข่สองใบ
วันรุ่งขึ้น ฉันลองชุดแต่งงานเสร็จแล้วกลับมา ในห้องนั่งเล่นกำลังคึกคักกันใหญ่

สวีหย่วน ว่าที่เจ้าบ่าวของน้องสาวก็อยู่ด้วย

บนโต๊ะกลางจัดวางผลไม้ไว้ห้าอย่าง พ่อถึงกับหยิบชุดน้ำชาที่ปกติไม่ค่อยกล้าใช้เอามาต้อนรับ

พวกเขาดีกับสวีหย่วนมาตลอด ไม่ใช่เพราะเกรงใจ แต่หวังว่าในอนาคตเขาจะดีกับน้องสาวให้มากหน่อย

ส่วนแฟนของฉัน พ่อกับแม่รู้แค่ว่าเขาชื่อเฉิงมั่ว เคยเห็นแต่รูปถ่าย ไม่เคยเจอแม้กระทั่งตัวจริง

ทุกครั้งที่ฉันเสนอให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน แม่ก็จะพูดเสมอว่า

“ยังไงก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ช้าเร็วก็ต้องได้เจอ แกชอบก็พอแล้ว”

ไม่ใช่ว่ายุ่ง แต่เพราะไม่สนใจ ในเมื่อไม่ใส่ใจฉันจึงพลอยไม่สนใจแฟนที่ฉันหามาด้วย

เหมือนตอนสวีหย่วนเห็นฉันปรากฏตัว เขาก็แค่ปรายตามอง ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายสักประโยค

แม้กระทั่งลูกเขยที่ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านก็ยังรู้เลยว่าในบ้านหลังนี้ใครที่ทำตัวแบบขอไปทีด้วยได้

พอน้องสาวเห็นฉัน แววตาก็เป็นประกายขึ้นมา

“พี่คะ กลับมาพอดีเลย พ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”

มือที่กำลังเปลี่ยนรองเท้าชะงักไป ฉันหันไปมองตามสัญชาตญาณ

พ่อกระแอม

“แกกลับมาพอดีเลย เสี่ยวหย่วนก็อยู่ด้วย”

“เรื่องสินเดิมวันนี้ก็คุยกันให้เคลียร์ไปเลยแล้วกัน”

พูดจบเขาก็หยิบโฉนดบ้านเล่มหนึ่งออกมา ดันไปตรงหน้าน้องสาว

“หนวนหน่วน นี่คือบ้านที่พ่อกับแม่ให้เป็นสินเดิมของลูกนะ”

พี่ชายเองก็หยิบกุญแจรถออกมาดอกหนึ่ง

“นี่รถที่พี่ให้เธอนะ”

น้องสาวพลันอึ้งไป เธอหยิบของพวกนั้นขึ้นมา กรี๊ดลั่นแล้วโผเข้ากอดสวีหย่วน

“ดูสิ นี่ไงความมั่นใจที่ครอบครัวมอบให้ฉัน”

“ดูสิว่าต่อไปนายจะกล้าทำไม่ดีกับฉันไหม!”

สวีหย่วนหัวเราะพลางกอดเธอไว้

“โอเค ๆ เธอจะเป็นเจ้าหญิงน้อยของเราทุกคนตลอดไปเลย”

พอฉันเดินไปที่โต๊ะกลาง แม่ก็หันมามองฉัน

“หว่านหว่าน แกเป็นพี่สาว ตั้งใจจะให้อะไรเป็นสินเดิมกับหนวนหน่วนล่ะ”

มือที่ถือแก้วน้ำของฉันสั่นเทาเล็กน้อย

“แม่คะ หนูขอถามก่อนได้ไหมว่าสินเดิมของหนูล่ะ มีอะไรบ้าง”

ห้องนั่งเล่นเงียบลงถนัดตา แววตาของแม่หลุกหลิกเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

พ่อเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแทน

“หว่านหว่าน กำลังทรัพย์ของพ่อกับแม่มีจำกัด ที่บ้านไม่มีอะไรจะให้แกได้แล้วละ”

“หนวนหน่วนน่ะหาเลี้ยงตัวเองยังไม่ได้เลย แกหน้าที่การงานดีกว่าน้อง รู้ความกว่าน้อง แกอย่าไปเทียบกับน้องเลย”

เพราะงั้นคือการแต่งงานเหมือนกัน แต่เพียงเพราะฉันหาเลี้ยงตัวเองได้ ฉันจึงไม่ได้อะไรเลยสักอย่างงั้นเหรอ

เมื่อเห็นฉันเงียบไปนาน พี่ชายก็เริ่มแสดงอาการรำคาญ

“พอได้แล้วเซี่ยงหว่าน อย่าทำให้น้องเขยต้องมาเห็นเรื่องตลกเลย เธอเองก็ทำงานมาหลายปีแล้ว เงินไม่กี่แสนคงพอเอาออกมาได้ใช่ไหม”

พวกเขามอบทุกสิ่งทุกอย่างของตัวเองให้น้องสาว แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ ส่วนที่ขาดหายไปจึงต้องให้ฉันเป็นคนเติมเต็ม

ฉันกระตุกยิ้มมุมปาก

“เซี่ยงหน่วนก็ทำงานมาตั้งหลายปีแล้วเหมือนกัน เธอจะให้อะไรเป็นสินเดิมฉันล่ะ”

สิ้นคำพูด ใบหน้าของน้องสาวก็แดงก่ำ ขอบตาก็เริ่มแดงรื้น

“ฉันมันไม่เก่งเท่าพี่ ไม่ต้องให้พี่ให้สินเดิมฉันก็ได้...”

แม่ร้อนรนขึ้นมาทันที

“แกเป็นพี่สาว จะมาทวงสินเดิมจากน้องเหรอ พูดออกไปไม่อายหรือไง”

“เอาแบบนี้ แกไม่ต้องให้เยอะหรอก สองแสนห้าก็พอแล้ว”

ฉันมองมือของแม่ที่ยื่นมาตรงหน้า พลางหลุบตาลง

“แล้วถ้าหนูไม่ให้ล่ะคะ”

อาจจะเป็นครั้งแรกที่ฉันปฏิเสธ แม่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าจะบึ้งตึงลงทันตา

“งั้นงานแต่งของแกก็อย่าหวังว่าพวกฉันจะไปร่วมงาน คอยดูแล้วกันว่าถึงตอนนั้นใครกันแน่ที่จะต้องอับอาย!”

ทั้งที่เป็นฤดูร้อนแท้ ๆ แต่ฉันกลับรู้สึกหนาวเหน็บตั้งแต่หัวจรดเท้า

ฉันพลันนึกถึงรูปหน้าจอที่แฟนหนุ่มส่งมาให้เมื่อคืนนี้

เป็นข้อความที่แม่ของเขาถามเขาว่า

“หว่านหว่านชอบกินเนื้อวัวไหม แม่เพิ่งเรียนทำอาหารมาอีกเมนู ถ้าแม่ส่งข้อความหาเธอบ่อย ๆ เธอจะรำคาญหรือเปล่า”

ฉันบันทึกรูปนั้นเก็บไว้ นั่งดูอยู่นาน ไม่ได้คาดหวังให้คนอื่นมาดีกับฉัน แค่อยากพิสูจน์ว่าตัวฉันเองก็คู่ควรที่จะได้รับความรักเหมือนกัน

“มัวเหม่ออะไรอยู่” มือของแม่แกว่งไปมาอีกครั้ง “ได้ยินที่พูดไหม”

“ได้ค่ะ หนูจะให้”

เงินสองแสนห้าแลกกับการตัดขาดสายใยครอบครัวกับพวกเขาก็ถือว่าไม่ขาดทุนหรอก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 9

    เมื่อฤดูร้อนอีกปีมาเยือน ฉันก็ตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์เฉิงมั่วผูกชิงช้าให้ฉันที่ต้นอู๋ถงใต้ตึกหลังจากเขาผูกเชือกเส้นสุดท้ายเสร็จก็ลองลงไปนั่งก่อน“มั่นคงมากเลย หวานหว่าน คุณลองดูสิ”ฉันลงไปนั่ง โดยมีเฉิงมั่วคอยแกว่งชิงช้าให้อยู่ด้านหลังช้า ๆยามเย็นมีสายลมพัดมาเย็นสบายนับตั้งแต่นั้นมา ทุกเย็นฉันจะต้องลงมานั่งใต้ตึกสักพักเสมอหลังจากนั้นที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายเพราะพี่ชายมักจะส่งข้อความมาหาฉันเสมอ เขาคงคิดว่าฉันจะเปิดอ่านละมั้ง“แม่ชอบเข้าไปนั่งเหม่อในห้องเธอประจำ ถ้าเป็นไปได้ เธอโทรหาแม่หน่อยนะ”“ชีวิตหนวนหน่วนไม่ค่อยราบรื่น เอาแต่วิ่งกลับมาบ้านตลอด”“แม่หัดทำอาหารจืดหลายอย่าง แม่รอเธอกลับมาอยู่ตลอดนะ”“หวานหว่าน จากนี้เธอจะยังกลับมาอีกไหม”ตอนที่ฉันเห็นข้อความสุดท้าย ฉันกำลังกินสตรอว์เบอร์รีที่แม่สามียกมาให้พอดีมือพลันสั่นจนเผลอทำเลอะเสื้อผ้ามือข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง แล้วดึงโทรศัพท์มือถือของฉันไป“เลิกอ่านเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ส่งผลกับอารมณ์เปล่า ๆ”เฉิงมั่วยื่นแก้วน้ำอุ่นมาให้ฉัน“ลูกเตะคุณอีกแล้วเหรอ”ฉันส่ายหน้า ก้มมองหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ภาย

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 8

    ข้อความของพ่อมีเพียงข้อความเดียว“พ่อจ้างทำหีบให้แกใหม่แล้วนะ ตอนกลับมาก็เอาไปด้วยล่ะ”ปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ทุกครั้งที่มีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้น เขามักจะเป็นคนตัดสินชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้ายเสมอราวกับผู้พิพากษาที่คอยประกาศผลการตัดสิน เพียงแต่ฉันมักจะเป็นฝ่ายแพ้คดีอยู่ร่ำไปการที่เขาส่งข้อความนี้มาได้ ย่อมหมายความว่าเขากำลังยอมก้มหัวให้ ฉันเข้าใจดี แต่ก็ไม่อยากยอมรับมันฉันไม่เปิดอ่านข้อความเหล่านั้นอีก และไม่ได้บล็อกพวกเขาด้วยเพราะฉันยังคิดไม่ออกว่าจะเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างไรดีวันที่ฉันได้รับแจ้งผลการสัมภาษณ์งานจากบริษัทใหม่ว่าสอบสัมภาษณ์ คือวันเกิดของฉันแม่สามีสั่งเค้กก้อนโตมาให้บนหน้าเค้กเขียนไว้ว่า “นางฟ้าหวานหว่าน อายุ 18 ตลอดกาล”เธอทำอาหารไว้อีกเต็มโต๊ะ ฉันพยายามจะเข้าไปช่วยเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเธอเอาแต่ดันตัวฉันออกมาข้างนอก“วันนี้ลูกใหญ่ที่สุด ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ”ฉันที่นั่งอยู่บนโซฟาเหม่อไปเล็กน้อยเมื่อก่อนทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของฉันกับเซี่ยงหน่วน บนหน้าเค้กจะมีแค่ชื่อของเซี่ยงหน่วนเพียงคนเดียวเพราะตอนเด็ก ๆ เธอเคยร้องไห้งอแงบอกว่าไม่อยากให

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 7

    หลายวันต่อมา พี่ชายออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และกลับดึกดื่นทุกวันเพื่อสืบหาร่องรอยของฉันเขาไปที่บริษัทเก่าของฉัน แล้วแนะนำตัวว่าเป็นพี่ชายของฉันมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ไปร่วมงานแต่งของฉัน เธอมองพี่ชายด้วยสายตาแปลก ๆ“คุณเป็นพี่ชายของเซี่ยงหว่านเหรอ ไม่น่าใช่มั้ง งานแต่งของเธอ ฉันไม่เห็นหน้าคุณเลยนะ”“คุณเป็นคนในครอบครัวเธอจริง ๆ เหรอ”พี่ชายเหมือนถูกคนบีบคอจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวสุดท้ายเพื่อนร่วมงานก็ส่งคลิปวิดีโองานแต่งงานคลิปหนึ่งให้เขาตอนที่พี่ชายหันหลังเดินจากมา เพื่อนร่วมงานก็บ่นพึมพำไล่หลัง“นี่น่ะเหรอพี่ชายแท้ ๆ งานแต่งของน้องสาวยังไม่รู้เรื่องเลย พูดออกไปใครจะไปเชื่อล่ะ!”“เฮ้อ เซี่ยงหว่านใช้ชีวิตแบบไหนกันเนี่ย”แผ่นหลังของพี่ชายแข็งทื่อ พลันนึกถึงวันก่อนที่ฉันจะจากมาทุกคนในบ้านต่างพากันรุมต่อว่าฉัน ส่วนตัวเขาเองก็เป็นคนกดฉันไว้กับมือ ทั้งยังด่าว่าฉันทำให้บ้านลุกเป็นไฟทั้งที่ฉันก็แค่อยากจะเอาของของตัวเองคืนมาเท่านั้นเองเขากลับถึงบ้าน แล้วเอาคลิปวิดีโอให้พ่อกับแม่ดูพอแม่เห็น น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง“เด็กคนนี้ หายไปไหนกันแน่นะ”ขอบตาของพ่อเองก็แดงรื้น เขา

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 6

    งานแต่งของเซี่ยงหน่วนคือวันนี้ คนทั้งบ้านจึงตื่นกันแต่เช้าตรู่จนกระทั่งเสียงตะโกนลุกลี้ลุกลนของเซี่ยงหน่วนดังขึ้น“แม่คะ ห้องพี่ไม่มีคนอยู่ พี่ยังไม่กลับมาอีกเหรอ”แม่ชะงักไปทันที“จะเป็นไปได้ยังไง! วันนี้เธอจะไม่แต่งงานแล้วหรือไง”เซี่ยงหน่วนลากผ้าห่มมงคลสองผืนนั้นออกมาจากห้องนอนของฉัน“พี่เขาไม่ได้เอาอะไรไปเลย แม้แต่ไอ้นี่ก็ไม่ได้เอาไป”พี่ชายโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก“ไม่ต้องร้อนใจไปหรอก เธอคงตรงไปที่โรงแรมแล้ว เธอเนี่ยนะ ทะเลาะกับที่บ้านครั้งไหนเคยโกรธจริงจังบ้าง”แม่พยายามปัดความรู้สึกแปลกประหลาดในใจทิ้งไป แล้วเออออรับคำ“หนวนหน่วน รีบเก็บของเข้าเถอะ เราไปที่โรงแรมกันก่อน”“งานแต่งของลูกสำคัญกว่า”ครอบครัวของพวกเธอไปถึงโรงแรม แจ้งชื่อห้องจัดเลี้ยงที่จองไว้ล่วงหน้ากับพนักงานต้อนรับแต่พนักงานเห็นเซี่ยงหน่วนแล้วก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย“เอ๊ะ เมื่อวานคุณเพิ่งจัดงานแต่งไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“อะไรนะคะ”คนที่ดึงสติกลับมาได้เป็นคนแรกคือเซี่ยงหน่วน“งานแต่งเมื่อวาน เจ้าสาวชื่อเซี่ยงหว่านใช่ไหมคะ”พนักงานต้อนรับพยักหน้า “ใช่ค่ะ งานแต่งเสร็จไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมวันนี้ถึงมาอ

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 5

    เฉิงมั่วแบกฉันลงไปชั้นล่าง ฝีเท้าของเขามั่นคงเสียจนฉันไม่รู้สึกถึงแรงสั่นคลอนเลยสักนิดไม่มีการกั้นประตู ไม่มีการเล่นเกมใด ๆแต่เบื้องหลังกลับยังคงคึกคักเพราะเฉิงมั่วพาคนมาด้วยกลุ่มใหญ่ มีทั้งแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนร่วมงานของฉัน และเพื่อนกลุ่มเดียวกันของเราสองคนพวกเขาไม่ได้ถามอะไร ทุกคนติดดอกไม้กลัดอกสำหรับญาติฝั่งเจ้าสาวไว้ที่หน้าอก และบนใบหน้าของทุกคนก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีมีชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกนสุดเสียง“ใครชมเจ้าสาวหนึ่งประโยค ฉันจะโปรยซองแดงให้หนึ่งที!”เพราะแบบนั้นฉันจึงได้ยินคำอวยพรมากมายคนเดินผ่านไปมาพูดว่า “เจ้าสาวลงมาจากสวรรค์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!”เด็กน้อยพูดว่า “โตขึ้นผมจะแต่งงานกับคนแบบพี่สาวครับ!”ป้าแม่บ้านก็ยังเอ่ยแซวเฉิงมั่ว “ดูทีมบ้านเจ้าสาวซะก่อน ต่อไปคงไม่กล้าทำให้ภรรยาโกรธเลยสิ!”เฉิงมั่วยิ้มจนเห็นฟันขาว“ไม่กล้าหรอกครับ กว่าจะได้แต่งงานกับเธอ จะรักจะทะนุถนอมยังแทบไม่ทันเลย”เสียงโห่ร้องแซวจากด้านหลังก็ยิ่งดังขึ้นซองแดงถูกโปรยไปตลอดทาง คำอวยพรก็ดังแว่วให้ได้ยินตลอดทางเช่นกันกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถแต่งงาน ฉันก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 4

    สามวันก่อนงานแต่ง คนทั้งบ้านต่างวุ่นวายกันไปหมดพ่อวุ่นอยู่กับการแจ้งข่าวให้ญาติมิตรกลุ่มสุดท้ายทราบ ปากก็พร่ำบอกว่าหนวนหน่วนของเรากำลังจะแต่งงานแล้วแม่จัดเตรียมสินเดิมของน้องสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าจะตกหล่นอะไรไปจนทำให้เจ้าหญิงน้อยของเธอต้องน้อยเนื้อต่ำใจพี่ชายยิ่งแล้วใหญ่ เรียกปุ๊บมาปั๊บ คอยช่วยน้องสาวไปรับเพื่อนร่วมชั้น วิ่งวุ่นทำธุระให้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำคนทั้งบ้านยุ่งกันจนหัวหมุน ทว่ากลับไม่มีใครเอ่ยปากถามฉันสักคำว่าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว หรือขาดเหลืออะไรบ้างไหมสายตาของฉันทอดมองไปยังโถงทางเดินหน้าประตู ตรงนั้นมีการ์ดเชิญงานแต่งของฉันวางอยู่ สะดุดตาเป็นอย่างมากตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ไม่มีใครเปิดดูเลยแม้แต่คนเดียว และไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ากำหนดการวันแต่งงานของฉันถูกเลื่อนให้ไม่ตรงกับของเธอตั้งนานแล้วพวกเขาไม่ได้สนใจลำดับพิธีงานแต่งของฉันเลย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าชีวิตที่เหลือของฉันจะมีความสุขหรือไม่สำหรับพวกเขา ฉันเป็นแค่ลูกสาวส่วนเกินที่บังเอิญแต่งงานพร้อมกัน เป็นเพียงฉากหลังที่คอยขับเน้นให้น้องสาวดูโดดเด่นก็เท่านั้นฉันเปลี่ยนรองเท้าอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกจากบ้านไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status