All Chapters of ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน: Chapter 1 - Chapter 10

15 Chapters

บทที่ 1

เธอแข็งทื่อไปทั้งตัวจนขยับไม่ได้ แต่เจียงซวี่หลิ่นกลับก้มลงมาจูบเธออย่างชำนาญและคุ้นเคย ท่าทางของเขาราวกับเคยทำเรื่องใกล้ชิดเช่นนี้ซ้ำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนความรู้สึกสะอิดสะเอียนถาโถมไปทั่วทั้งร่างสวี่ม่านรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ดิ้นหลุดจากอ้อมแขนที่กักเธอไว้อย่างแรง ก่อนเอื้อมมือคว้าเหล้าที่แช่เย็นไว้บนโต๊ะมาสาดใส่หน้าเจียงซวี่หลิ่นจนหมดแก้วตอนนั้นหลินหร่าน เพื่อนสนิทของเธอก็รีบเดินเข้ามา“พอได้แล้ว สวี่ม่าน เธอยังดูไม่ออกอีกเหรอ? คนที่เจียงซวี่หลิ่นชอบมาตลอดคือสวี่อวี๋ พี่สาวของเธอ!”สวี่ม่านแข็งค้างอยู่กับที่ ก่อนค่อย ๆ หันไปมองผู้คนทั่วทั้งห้องเสื้อผ้าที่ผู้หญิงทุกคนสวมใส่ ล้วนเป็นสไตล์และโทนสีที่สวี่อวี๋ พี่สาวของเธอมักสวมเป็นประจำลมหายใจของสวี่ม่านสั่นไหว เธอมองเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างกันมาหลายปีตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“หมายความว่ายังไง?”หลินหร่านมีสีหน้าสงบนิ่ง เธอเปิดอัลบั้มรูปในโทรศัพท์ ก่อนยื่นหน้าจอไปตรงหน้าสวี่ม่าน“ตอนทริปฉลองเรียนจบมัธยม พวกเราจงใจหลอกเธอว่าจองตั๋วให้ไม่ได้ เดิมทีตั้งใจจะเปิดโอกาสให้เจียงซวี่หลิ่นกับสวี่อวี๋ได้อยู่กันตามลำพัง แต่เธอก
Read more

บทที่ 2

สวี่ม่านลุกขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก ก่อนค่อย ๆ เดินออกจากห้องส่วนตัวอันครึกครื้นไปทีละก้าวเสียงของหลินหร่านดังไล่มาจากด้านหลัง “ให้ฉันไปส่งไหม?”สวี่ม่านกำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธแต่หลินหร่านกลับพูดต่อเองอย่างไม่ใส่ใจ น้ำเสียงราวกับเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว“ช่างเถอะ ฉันจะไปรับสวี่อวี๋มาที่นี่ ตอนนี้ในหัวเจียงซวี่หลิ่นมีแต่สวี่อวี๋ ก่อนแต่งงานก็ปล่อยให้พวกเขาสองคนตามใจตัวเองกันสักครั้ง เธอคงไม่ถือสาหรอกใช่ไหม?”ไม่รอให้สวี่ม่านตอบอะไร หลินหร่านก็หันหลังกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวทันทีสวี่ม่านเดินอยู่บนถนนยามดึกเพียงลำพังความเศร้าและความเจ็บปวดที่มาถึงล่าช้า ทำให้เธอขย้อนแห้งไม่หยุดตอนมัธยม วันหนึ่งหลังเลิกเรียนฝนตกหนัก ทุกคนกลับกันไปหมดแล้ว มีเพียงเจียงซวี่หลิ่นที่กางร่มคันใหญ่ยืนรอเธออยู่หน้าตึกเรียนนานถึงครึ่งชั่วโมง ทันทีที่เห็นเธอ เขาก็เอียงร่มมาทางเธอ ก่อนรับกระเป๋านักเรียนไปถือให้อย่างเบามือตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอเป็นไข้จนตัวร้อนจัด เจียงซวี่หลิ่นตระเวนหาร้านขายยาทั่วครึ่งเมืองตลอดทั้งคืน ก่อนเฝ้าอยู่ใต้หอพักของเธอโดยไม่ยอมไปไหนเลยตอนเธอหางานแล้วเจอแต่ความผิดหวัง จนนั่งย
Read more

บทที่ 3

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อตื่นขึ้นมา สวี่ม่านเห็นข้อความที่ยังไม่ได้อ่านสองข้อความปักอยู่ด้านบนสุด เป็นข้อความที่เจียงซวี่หลิ่นส่งมาเมื่อช่วงเช้ามืด[ฉันรักเธอ][คบกันมาหลายปี ในที่สุดเราก็ได้ลงเอยกันสักที]เธอจ้องข้อความสองบรรทัดนั้น คำบอกรักหวานซึ้งยามเช้ามืดคงเป็นเพียงคำปลอบใจที่เขาส่งมาให้เธอแบบส่ง ๆ หลังจากเพิ่งคลอเคลียใกล้ชิดกับสวี่อวี๋จนจิตใจผ่อนคลายเพียงนึกถึงภาพที่ทั้งสองนอนแนบชิดคลอเคลียกันบนเตียงอย่างรักใคร่ กระเพาะของสวี่ม่านก็ปั่นป่วน ความคลื่นไส้พุ่งขึ้นมาถึงลำคอเธอปัดหน้าต่างแชตทิ้งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนทันทีที่เปิดประตูห้องนอนออกมา เธอก็เห็นเจียงซวี่หลิ่นนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกทันทีที่เขาเหลือบเห็นบาดแผลบนฝ่ามือของสวี่ม่าน ก็รีบลุกขึ้นสาวเท้าเข้ามาหาเธอ“มือเธอไปเป็นอะไรมา?”เขาจับข้อมือข้างที่บาดเจ็บของเธอเบา ๆ น้ำเสียงเจือด้วยความรู้สึกผิด“เมื่อคืนฉันดื่มมากไปหน่อย หลายเรื่องเลยจำไม่ค่อยได้ ขอโทษนะ หลังแต่งงานฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”สวี่ม่านกระตุกมุมปากเล็กน้อย ปล่อยให้เขาหยิบยาทาแผลออกมา แล้วก้มหน้าทำแผลที่ฝ่ามือให้เธอสวี่อว
Read more

บทที่ 4

โทรศัพท์สั่นขึ้น เป็นข้อความที่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ส่งมา[คุณสวี่ บ้านที่คุณประกาศขายไว้ ลูกค้าชอบทั้งทำเลและการตกแต่งมากเลยครับ][แต่ขอถามยืนยันอีกครั้งนะครับ คุณแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมว่าจะรีบขาย? ได้ยินว่าบ้านหลังนี้เป็นเรือนหอของคุณ ตกแต่งไว้อย่างดีขนาดนี้ น่าเสียดายมากเลยครับ]สวี่ม่านตอบกลับไปเรียบ ๆ เพียงคำเดียว[ค่ะ]นายหน้าตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว [งั้นขั้นตอนต่อไปผมจัดการให้เลยนะครับ? คุณสะดวกนัดส่งต่องานและให้ลูกค้าเข้าดูบ้านเมื่อไหร่ครับ?][มะรืนนี้ค่ะ พาลูกค้าเข้ามาได้เลย]หลังส่งข้อความเสร็จ เธอก็กินยาแก้แพ้ไปสองเม็ดบ้านหลังนี้คือเรือนหอที่เธอค่อย ๆ ตกแต่งขึ้นมาทีละนิดด้วยมือตัวเองแต่ตอนนี้ มันไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วสวี่ม่านนั่งแท็กซี่มาถึงด้านล่างอาคารที่เรือนหอตั้งอยู่ ก่อนกดรหัสปลดล็อกประตูแล้วเดินเข้าไปทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเสื้อผ้าของสวี่อวี๋ถูกวางทิ้งไว้กระจัดกระจายบนโซฟาในห้องรับแขกตรงตู้รองเท้าบริเวณโถงทางเข้า รองเท้าแตะคู่รักที่เธอตั้งใจสั่งทำเป็นพิเศษในตอนนั้นกลับถูกใครบางคนเตะทิ้งไว้อย่างไม่ใส่ใจข้างพรมในห้องรับแขกบนโต๊ะเตี้ย
Read more

บทที่ 5

ในที่สุดทุกคนก็ซ้อมเกมรับตัวเจ้าสาวกันจนเสร็จ ก่อนจะปรึกษากันว่าจะไปกินข้าวที่ร้านไหนดีพอเดินลงมาถึงชั้นล่าง จู่ ๆ สวี่อวี๋ก็หยุดฝีเท้า พลางกำชายเสื้อเบา ๆ “แย่แล้ว ฉันลืมสร้อยข้อมือไว้บนโต๊ะเตี้ยในห้องรับแขก เป็นของสำคัญมากด้วย”เจียงซวี่หลิ่นหันกลับไปมองหน้าต่างชั้นบนแวบหนึ่ง ก่อนหันมาหาสวี่ม่าน “ม่านม่าน เธอขึ้นไปหยิบให้พี่สาวหน่อยได้ไหม พี่สาวเธอไม่รู้รหัส เข้าไปเองไม่สะดวก”สวี่ม่านยืนนิ่งอยู่ที่เดิม พลางมองเขาแวบหนึ่งเธอรู้ว่าพวกเขาคงอยากฉวยช่วงเวลาที่เธอขึ้นไปข้างบน อาจเป็นอ้อมกอดสักครั้ง อาจเป็นคำปลอบโยนก่อนงานแต่ง หรืออาจเป็นคำสัญญาบางอย่างที่เธอไม่ควรได้ยินแต่เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงพยักหน้าเบา ๆ เท่านั้นเดิมทีเธอก็ตั้งใจจะกลับขึ้นไปที่เรือนหอ เพื่อถ่ายรูปทั่วทั้งบ้านเพิ่มอีกสองสามรูปส่งให้นายหน้าอยู่แล้วสวี่ม่านจึงเดินย้อนกลับขึ้นไปชั้นบนทันทีที่กดรหัสเสร็จ แรงมหาศาลจากด้านหลังก็คว้าแขนเธอไว้แน่น ก่อนกระชากร่างเธอฟาดเข้ากับกำแพงอย่างแรง“ปึก!” สวี่ม่านตาพร่าไปทันทีจากแรงกระแทก“นังสารเลว!”สวี่ม่านยังไม่ทันได้สติ ก็ถูกตบหน้าอย่างแรงจนศีรษะสะบัดไปด้านข้าง รสคาว
Read more

บทที่ 6

เธอไม่ได้รับคำตอบ ก่อนเจ้าหน้าที่การแพทย์จะเข็นเธอขึ้นรถพยาบาลฉุกเฉินไม่นานนัก พ่อแม่ก็รีบรุดมาถึงโรงพยาบาลทั้งสองรีบเข้ามาข้างเตียงผู้ป่วย แววตาวาบผ่านด้วยความปวดใจแต่ในวินาทีถัดมา แม่กลับตบอกด้วยความหวาดผวา พลางถอนหายใจทั้งน้ำตา “ยังดีที่คนเจ็บคือลูก โชคดีที่ไม่ใช่อวี๋อวี๋! พี่สาวลูกบอบบางขนาดนั้น ทั้งถูกทำร้ายทั้งถูกมีดบาด จะทนไหวได้ยังไง!”พ่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดเห็นด้วย สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสาร “ใช่ แค่คิดถึงความลำบากที่อวี๋อวี๋เคยเจอตอนอยู่บ้านสามี ก็ปวดใจจะแย่แล้ว ชีวิตของเธอลำบากมามากจริง ๆ”พยาบาลที่กำลังเปลี่ยนยาอยู่ข้าง ๆ ทนฟังต่อไม่ไหว มือชะงัก ก่อนอดพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองไม่ได้ “คุณน้าคะ ตอนนี้คนที่นอนอยู่บนเตียง บาดเจ็บไปทั้งตัว แถมเกือบเอาชีวิตไม่รอดคือลูกสาวคนเล็กของคุณนะคะ คุณพูดว่าโชคดีที่ไม่ใช่ลูกสาวคนโตออกมาได้ยังไง?”แม่ชะงักอยู่กับที่ สีหน้าดูกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันทีเพื่อชดเชยสิ่งที่แม่เรียกว่า “ความติดค้าง” แม่จึงอาสารับหน้าที่จัดเตรียมอาหารบำรุงให้สวี่ม่านตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่นอนโรงพยาบาลแต่ตลอดทั้งสัปดาห์ อาหารที่ส่งมาล้วนเป็นรสชาติที่สวี
Read more

บทที่ 7

นายหน้าเบี่ยงตัวหลบ ก่อนผายมือเชิญลูกค้าที่อยู่ด้านหลังอย่างสุภาพเจียงซวี่หลิ่นชะงักอยู่กับที่ ก่อนยื่นมือขวางไว้โดยไม่รู้ตัว “เดี๋ยวก่อน พวกคุณเป็นใคร? นี่คือเรือนหอของผม”นายหน้าหันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนมองขบวนรับตัวเจ้าสาวอันเอิกเกริกที่อยู่ด้านหลังเจียงซวี่หลิ่น และสวี่อวี๋ในชุดเจ้าสาวเขายิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “คุณครับ บ้านหลังนี้โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เป็นทรัพย์สินของลูกค้าผม รบกวนพวกคุณอย่าขวางหน้าประตูครับ”สีหน้าของเจียงซวี่หลิ่นแข็งค้าง “โอนกรรมสิทธิ์เหรอ?”นายหน้าหยิบเอกสารออกจากกระเป๋าเอกสาร พลิกไปหน้าหนึ่งแล้วยื่นให้เขา “คุณสวี่ม่าน เจ้าของเดิมได้เซ็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันส่งมอบบ้านอย่างเป็นทางการ ส่วนพวกคุณ...”เขากวาดตามองดอกไม้ที่ติดอยู่บนอกเจียงซวี่หลิ่นกับขบวนรับตัวเจ้าสาว ก่อนพูดอย่างอ้อมค้อม “พวกคุณมาผิดที่หรือเปล่าครับ? ผมจำได้ว่าคุณสวี่ม่านบอกว่างานแต่งนี้เธอไม่แต่งแล้ว”เจียงซวี่หลิ่นจ้องลายเซ็นของสวี่ม่านบนสัญญาฉบับนั้น ร่างแข็งทื่อไปทั้งตัวกลุ่มคนด้านหลังเริ่มฮือฮาขึ้นมาเหล่าเพื่อนเจ้าสาวมองหน้ากัน ช่างวิดีโอที่แบกกล้อง
Read more

บทที่ 8

สีหน้าของเจียงซวี่หลิ่นค่อย ๆ ซีดเผือดลงเรื่อย ๆคลิปแรกเป็นภาพเขากับสวี่อวี๋ในเรือนหอ สวี่อวี๋สวมเสื้อเชิ้ตของเขา ซุกอยู่ในอ้อมกอด ส่วนเขาก้มลงจูบผมของเธอจากนั้นเป็นไฟล์เสียงบันทึกเขากดเปิด แล้วเสียงของตัวเองก็ดังออกมา“หลังแต่งงานฉันจะชดเชยให้เธอดี ๆ ฉันมีวิธีอธิบายกับเธอ เธอใจอ่อนขนาดนั้น ต้องให้อภัยพวกเราแน่นอน”จากนั้นเป็นเสียงแม่ของสวี่ม่าน “เร็วเข้า อวี๋อวี๋ รีบเปลี่ยนชุดเจ้าสาว ใกล้ถึงฤกษ์แล้ว”แล้วก็ตามด้วยเสียงกระวนกระวายของสวี่อวี๋ “พ่อ แม่ ถ้าน้องตื่นมาแล้วรู้ว่าฉันเข้าไปแทนที่เธอล่ะ”มือของเจียงซวี่หลิ่นกำแน่นขึ้นทันทีเขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองไปทางสวี่อวี๋เสียงฮือฮารอบข้างดังขึ้นจนระงับไม่อยู่แล้วช่างวิดีโอที่แบกกล้องอยู่ได้สติก่อนใคร เขาถอยหลังไปครึ่งก้าว หันไปสบตากับผู้ช่วยข้าง ๆ ก่อนทั้งคู่จะวางอุปกรณ์ในมือลงพร้อมกัน“คุณเจียง” ช่างวิดีโอวางกล้องลงกับพื้น “งานนี้พวกเราทำต่อไม่ได้ ที่โปรโมตไว้คือรักกันมานานจนได้ลงเอยกัน แต่กลับกลายเป็นเจ้าบ่าวนอกใจไปหาพี่สาว แถมวันแต่งงานยังเปลี่ยนตัวเจ้าสาวอีก? เรื่องฉาวเละเทะของครอบครัวพวกคุณ พวกเราถ่ายต่อไม่ไหว เงินจะค
Read more

บทที่ 9

ใบหน้าของสวี่อวี๋ซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกไม่หยุดเจียงซวี่หลิ่นหันขวับไปมองเธอ รายละเอียดเล็ก ๆ ที่เขาเคยมองข้าม บัดนี้กลับเหมือนตะปูที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวเจียงซวี่หลิ่นก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงตึงแน่น “มิน่าล่ะ วันนั้นพวกเราลงไปข้างล่างกันหมดแล้ว แต่เธอยังยืนกรานจะกลับขึ้นไป บอกว่าลืมของไว้ เธอกะไว้แล้วใช่ไหมว่าฉันจะให้สวี่ม่านขึ้นไปหยิบของแทนเธอ?”สวี่อวี๋ถอยหลังไปหนึ่งก้าว น้ำตาไหลพราก “ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้ทำ”แม่ของสวี่ม่านมองสวี่อวี๋อยู่ข้าง ๆ สีหน้าที่เดิมเต็มไปด้วยความลนลานค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นตกตะลึงอย่างไม่อยากเชื่อเธอจ้องสวี่อวี๋ ราวกับเพิ่งมองเห็นใบหน้าของลูกสาวตัวเองชัดเจนเป็นครั้งแรก ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ก่อนจะขึ้นเสียงทันที“อวี๋อวี๋ หลังหย่าแล้วลูกยังติดต่อกับผู้ชายคนนั้นอีกเหรอ?”สวี่อวี๋ชะงักไปทั้งตัว“ลูกรู้ไหมว่าพวกเราอยากให้ลูกทำใจได้ ถึงได้ตามใจลูกทุกอย่าง ลูกว่าอะไรก็เอาตามนั้น!”เสียงของผู้เป็นแม่สั่นอย่างหนัก “ลูกอยากเปลี่ยนชุดเจ้าสาว พวกเราก็ให้เปลี่ยน ลูกอยากอยู่เรือนหอ พวกเราก็ให้ลูกอยู่ ลูกบอกว่าทุกข์ใจ พวกเราถึงขั้นเกือบยกงานแต่งให้ลูกด้วยซ้ำ! แล
Read more

บทที่ 10

ด้านบนสุดเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งขอบรูปเริ่มเหลืองเล็กน้อย เป็นรูปที่พวกเขาถ่ายไว้สมัยมัธยมปลายในรูป เขาสวมเสื้อยืดเก่าที่ซักจนสีซีด ผมถูกลมพัดจนยุ่งเหยิง ยืนอยู่ใต้ต้นอู๋ถงข้างสนามของโรงเรียนสวี่ม่านยืนอยู่ข้างเขา มัดผมหางม้า ผูกเสื้อนอกชุดนักเรียนไว้รอบเอว เงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาทั้งสองโค้งเป็นจันทร์เสี้ยวทั้งคู่ยิ้มอย่างสดใสไร้เดียงสาตามวัยปลายนิ้วของเจียงซวี่หลิ่นแตะลงบนรูปเบา ๆ แล้วไล้ไปตามกรอบหน้าของสวี่ม่านนั่นคือเธอในวัยสิบเจ็ดปี ชอบหัวเราะ ชอบเล่นสนุก และในกระเป๋านักเรียนก็มักมีลูกอมนมที่เขาแอบใส่ไว้ให้เสมอเขาพลิกรูปกลับ ด้านหลังมีข้อความหนึ่งบรรทัด เป็นลายมือของสวี่ม่านที่เขียนไว้อย่างตั้งใจทีละขีดทีละเส้น “เจียงซวี่หลิ่น ฉันชอบนาย”ลำคอของเจียงซวี่หลิ่นตีบแน่นขึ้นทันทีเขาหยิบของชิ้นถัดไปขึ้นมาดูใต้รูปถ่ายเป็นหางตั๋วหนังที่เริ่มเหลืองตามกาลเวลา—เรื่อง “อินเตอร์สเตลลาร์”ข้างตั๋วมีโพสต์อิทแปะอยู่ บนนั้นเป็นลายมือของสวี่ม่านว่า“ครั้งแรกที่เราไปดูหนังด้วยกัน นายแอบจับมือฉันในโรงหนัง ต่อจากนี้มือของฉันฝากให้นายดูแลแล้วนะ”ถัดลงมาเป็นกระดาษโน้ตยับ ๆ แผ่นหนึ
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status