Partager

บทที่ 5

Auteur: เจ้าตัวแสบ
ในที่สุดทุกคนก็ซ้อมเกมรับตัวเจ้าสาวกันจนเสร็จ ก่อนจะปรึกษากันว่าจะไปกินข้าวที่ร้านไหนดี

พอเดินลงมาถึงชั้นล่าง จู่ ๆ สวี่อวี๋ก็หยุดฝีเท้า พลางกำชายเสื้อเบา ๆ “แย่แล้ว ฉันลืมสร้อยข้อมือไว้บนโต๊ะเตี้ยในห้องรับแขก เป็นของสำคัญมากด้วย”

เจียงซวี่หลิ่นหันกลับไปมองหน้าต่างชั้นบนแวบหนึ่ง ก่อนหันมาหาสวี่ม่าน “ม่านม่าน เธอขึ้นไปหยิบให้พี่สาวหน่อยได้ไหม พี่สาวเธอไม่รู้รหัส เข้าไปเองไม่สะดวก”

สวี่ม่านยืนนิ่งอยู่ที่เดิม พลางมองเขาแวบหนึ่ง

เธอรู้ว่าพวกเขาคงอยากฉวยช่วงเวลาที่เธอขึ้นไปข้างบน อาจเป็นอ้อมกอดสักครั้ง อาจเป็นคำปลอบโยนก่อนงานแต่ง หรืออาจเป็นคำสัญญาบางอย่างที่เธอไม่ควรได้ยิน

แต่เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงพยักหน้าเบา ๆ เท่านั้น

เดิมทีเธอก็ตั้งใจจะกลับขึ้นไปที่เรือนหอ เพื่อถ่ายรูปทั่วทั้งบ้านเพิ่มอีกสองสามรูปส่งให้นายหน้าอยู่แล้ว

สวี่ม่านจึงเดินย้อนกลับขึ้นไปชั้นบน

ทันทีที่กดรหัสเสร็จ แรงมหาศาลจากด้านหลังก็คว้าแขนเธอไว้แน่น ก่อนกระชากร่างเธอฟาดเข้ากับกำแพงอย่างแรง

“ปึก!” สวี่ม่านตาพร่าไปทันทีจากแรงกระแทก

“นังสารเลว!”

สวี่ม่านยังไม่ทันได้สติ ก็ถูกตบหน้าอย่างแรงจนศีรษะสะบัดไปด้านข้าง รสคาวหวานของเลือดแผ่ซ่านอยู่ในปาก

“หย่าแล้วก็ไปคบผู้ชายใหม่ แถมยังแอบไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นลับหลังฉันอีก เธอนี่หน้าด้านจริง ๆ!”

ตอนนั้นเองสวี่ม่านถึงมองเห็นชายตรงหน้าได้ชัดเจน

ดวงตาของเขาแดงก่ำ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั้งตัว เขาคืออดีตสามีของสวี่อวี๋ ผู้ชายที่ติดนิสัยใช้ความรุนแรงในครอบครัว

สวี่ม่านพยายามพยุงตัวขึ้นอย่างยากลำบาก ในปากมีน้ำลายปนเลือด ก่อนเอ่ยด้วยลำคอตีบแน่น “นายจำคนผิดแล้ว ฉันไม่ใช่สวี่อวี๋”

ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนบีบคอเธอแล้วกดติดกับกำแพง กัดฟันพูด “ยังคิดจะหลอกฉันอีกเหรอ? ถ้าเมื่อสองวันก่อนแกไม่เผลอหลุดปากในข้อความ บอกว่าคืนนี้จะมาที่บ้านหลังนี้ มีหรือฉันจะมาดักแกได้!”

สวี่ม่านถูกบีบคอจนแทบหายใจไม่ออก เธอจิกเล็บลงบนหลังมือของชายคนนั้น เขาเจ็บจนปล่อยมือ ก่อนจะฟาดเธออีกหนึ่งฉาดทันที

แรงตบทำให้เธอเซล้มลงกับพื้น ท้ายทอยกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะ เลือดอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไหลซึมลงมาตามต้นคอด้านหลัง

ชายคนนั้นยกเท้าขึ้นเตะใส่เธอทันที

เธอขดตัวอยู่บนพื้น นิ้วมือสั่นเทาขณะคลำหาโทรศัพท์ในกระเป๋า ก่อนกดโทรหาเจียงซวี่หลิ่น

สายถูกกดตัดแทบจะทันที

ชายคนนั้นหอบหายใจแรงพลางย่อตัวลง ก่อนกระชากผมเธอจนร่างถูกดึงขึ้นจากพื้นครึ่งหนึ่ง อีกมือหยิบมีดพับออกจากกระเป๋าแล้วจ่อไว้ข้างลำคอของเธอ

“ยังกล้าเรียกคนมาอีกเหรอ?”

สวี่ม่านขยับริมฝีปากเอ่ย “ฉันจะพูดอีกครั้งนะ ฉันไม่ใช่สวี่อวี๋ ฉันคือน้องสาวของเธอ สวี่ม่าน”

เจียงซวี่หลิ่นรออยู่นานแต่ยังไม่เห็นเธอลงมา ในใจก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา จึงพาสวี่อวี๋เดินกลับขึ้นไปชั้นบน

ทันทีที่เปิดประตู เขาก็เห็นสวี่ม่านที่ร่อแร่แทบหมดแรงขดตัวอยู่บนพื้น และชายแปลกหน้าที่กำลังคลุ้มคลั่งถือมีดอยู่ในมือ

เขาพุ่งเข้าไปทันทีโดยไม่ลังเล

“ปล่อยเธอ!”

เขาพุ่งเข้าไปหมายจะจับข้อมือชายคนนั้นไว้ แต่อีกฝ่ายมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ จึงสะบัดเจียงซวี่หลิ่นออกไปในครั้งเดียว คมมีดตวัดตามแรง ขอบคมครูดผ่านลำคอของสวี่ม่านอย่างแรง จนเกิดรอยเลือดแดงสดเป็นเส้นขึ้นทันที

สวี่ม่านตัวสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด

ชายคนนั้นหันคมมีดไปชี้ตรงสวี่อวี๋ที่ยืนอยู่หน้าประตู “ดีนี่ มิน่าถึงบอกว่าฉันจำคนผิด ที่แท้ก็อยู่ตรงนี้เอง!”

เจียงซวี่หลิ่นเซก่อนจะทรงตัวได้ แล้วกางแขนบังสวี่อวี๋ไว้ด้านหลังตัวเองอย่างแน่นหนา

“พอได้แล้ว สวี่อวี๋ อย่าพูดมั่วอีก!” เขาตวาดใส่สวี่ม่านที่อยู่บนพื้น “เธอยังคิดจะโยนความผิดให้น้องสาว แล้วลากน้องสาวตัวเองเข้ามาเกี่ยวด้วยอีกหรือไง?”

ชายคนนั้นมองสวี่อวี๋ที่ถูกปกป้องอยู่ด้านหลัง ก่อนก้มมองสวี่ม่านที่ขดตัวอยู่แทบเท้า เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด แล้วแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม “นังสารเลว ถึงตอนนี้ยังคิดจะหลอกฉันอีก!”

เขาเดือดดาลจนถึงขีดสุด ยกมีดในมือขึ้น ก่อนแทงตรงไปที่คอหอยของสวี่ม่านอย่างแรง

สวี่ม่านกัดฟันแน่น รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดกลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง พร้อมกับคว้าข้อมือข้างที่ถือมีดของชายคนนั้นไว้แน่น

ทั้งสองกลิ้งไปกับพื้นพลางยื้อยุดกัน เธอคลำเจอเศษชิ้นหนึ่งที่แตกอยู่ข้างขาโต๊ะ คมแหลมของมันกดบาดเข้าไปในฝ่ามือขณะเธอกำไว้แน่น ก่อนแทงเข้าที่หัวไหล่ของชายคนนั้นอย่างแรง

ชายคนนั้นกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนเซถอยหลังไป มีดหลุดจากมือตกกระทบพื้นดัง “เคร้ง!”

ตำรวจพังประตูเข้ามา ก่อนรีบพุ่งเข้าไปบิดแขนชายคนนั้นไพล่หลัง กดลงกับพื้น แล้วใส่กุญแจมือควบคุมตัวไว้

เสียงไซเรนตำรวจยังคงดังสะท้อนมาจากด้านล่าง ภายในห้องเละเทะไปหมด เศษกระจกเกลื่อนพื้นปะปนกับคราบเลือดเป็นหย่อม ๆ

ร่างของเจียงซวี่หลิ่นสะท้าน ราวกับเพิ่งได้สติ เขาเซพลางรีบพุ่งเข้าไปหาสวี่ม่าน ก่อนย่อตัวลงข้างเธอ

เขาเอื้อมมือหมายจะอุ้มเธอขึ้นมา “ม่านม่าน...”

เสียงของเขาแหบจนแทบฟังไม่ชัด “ฉันแค่ไม่อยากให้พวกเธอสองคนบาดเจ็บพร้อมกัน สถานการณ์เมื่อกี้ ฉัน...ฉันทำได้แค่ปกป้องคนหนึ่งไว้ก่อน ฉันกลัวจริง ๆ ว่าเขาจะทำร้ายคนอื่นเพิ่มอีก”

สวี่ม่านนอนปรือตาอยู่ท่ามกลางกองเลือด เธอไม่ได้มองเขา และไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะตอบเขา

เจ้าหน้าที่กู้ชีพหามเปลรีบวิ่งเข้ามา ก่อนช่วยกันเคลื่อนร่างเธอขึ้นเปลอย่างระมัดระวัง

ขณะที่ถูกหามออกจากห้องและผ่านสวี่อวี๋ที่ยืนอย่างกระอักกระอ่วนไม่สบายใจอยู่ข้างกำแพง สวี่ม่านพยายามยกมือที่เปื้อนเลือดขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนยื่นออกไปอย่างสั่นเทา แล้วใช้นิ้วจับปลายแขนเสื้อของสวี่อวี๋ไว้เบา ๆ

สวี่อวี๋เกร็งไปทั้งตัวทันที

สวี่ม่านรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ก่อนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก “พี่...เขารู้ที่อยู่ของบ้านหลังนี้ได้ยังไง?”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 15

    สวี่ม่านกลับถึงบ้านหลังทำงานล่วงเวลาเสร็จ เฉินอวี่กำลังต้มบะหมี่อยู่ในครัวต้นไม้สองสามกระถางบนระเบียงกำลังงอกงาม สะระแหน่แตกใบใหม่ ส่วนพลูด่างทอดเถาลงมาจนเกือบแตะพื้นแล้วสวี่ม่านเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ วางกระเป๋าไว้บนตู้ตรงทางเข้า เฉินอวี่ชะโงกตัวออกมาจากครัว “กินบะหมี่ไหม?”“อืม”ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากัน ตรงหน้าคนละชามเป็นบะหมี่น้ำใสที่มีไข่ดาวโปะอยู่ด้านบน เฉินอวี่กินไปคำหนึ่งแล้วพูดว่า “วันนี้มีคนมาหาเธอที่บริษัท”“ใคร?”“หลินหร่าน” เฉินอวี่ตอบ “รออยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับตั้งสองชั่วโมง บอกว่าอยากเจอเธอ พนักงานต้อนรับถามฉันว่าจะทำยังไง ฉันเลยบอกว่าไม่พบ”ตะเกียบในมือของสวี่ม่านที่กำลังคีบบะหมี่ชะงักไปครู่หนึ่ง “อืม”“หลินหร่านบอกว่าตัวเองผิดไปแล้ว”สวี่ม่านไม่ตอบอะไร ยังคงกินบะหมี่ต่อไปเฉินอวี่ก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกตอนเอาชามไปเก็บในครัว เสียงน้ำไหลซู่ดังไม่ขาด สวี่ม่านยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น มองผ่านประตูครัวไปยังแผ่นหลังของเฉินอวี่ เขาเปิดก๊อกน้ำแรง ก้มหน้าล้างจาน แขนเสื้อพับขึ้นถึงท่อนแขนล่างสวี่ม่านยิ้มบาง ๆเรื่องงานของเธอเป็นไปอย่างราบรื่นทีมที่สวี่ม่านดูแลได้

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 14

    เจียงซวี่หลิ่นกลับไปที่หน่วยงาน พอเดินเข้าห้องทำงานก็รู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศไม่ชอบมาพากลคนในห้องพักชงกาแฟเห็นเขาก็รีบแยกย้ายกันทันที ส่วนคนที่นั่งอยู่ตามโต๊ะทำงาน พอเขาเดินผ่านก็ดันเก้าอี้หลบไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัวหัวหน้าเรียกเขาเข้าไปคุยในห้อง แม้จะไม่ได้พูดตรง ๆ แต่ทุกประโยคล้วนสื่อความหมายเดียวกันว่า “พักงานไปสักระยะเถอะ”เขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร มีเพียงแอลกอฮอล์เท่านั้นที่ช่วยให้เขาหลับได้คืนนั้นเขาดื่มหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาท่ามกลางสติที่เลือนราง เขาเห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามาจากประตู มัดผมหางม้าต่ำ สวมเสื้อคลุมสีเทาอ่อน และรองเท้าส้นแบนคู่หนึ่งคือสวี่ม่าน เหมือนทุกครั้งในอดีตที่เธอมารับเขาหลังทำงานล่วงเวลาเสร็จเจียงซวี่หลิ่นลุกพรวดจากเก้าอี้จนแก้วเหล้าคว่ำตกพื้น เขาเซถลาไปทางประตูพร้อมกางแขนออก “ม่านม่าน”แต่เขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าคืนนั้นเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาลท่ามกลางสติที่เลือนราง เขาฝันไปในฝัน สวี่ม่านสวมชุดกระโปรงสีขาวตัวนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเขา ยิ้มพลางยื่นมือมาหาเขาตื่นขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มแต่พอลืมตาขึ้นมา กลับไม่พบอะไรเลยห้องผู้ป่

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 13

    สวี่ม่านลงจากเครื่องบินแล้วเรียกแท็กซี่ตรงไปโรงพยาบาลทันทีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโชยมาปะทะจากสุดทางเดิน เธอถามหมายเลขห้องผู้ป่วยให้แน่ชัด ก่อนเดินไปถึงหน้าประตู ชะงักฝีเท้าครู่หนึ่งแล้วผลักประตูเข้าไปแม่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าซีดเหลือง ริมฝีปากแทบไม่มีสีเลือด ที่มือยังมีเข็มน้ำเกลือปักอยู่ทันทีที่เห็นสวี่ม่าน ดวงตาของแม่ก็เป็นประกายขึ้นมา เธอยันขอบเตียงพยายามลุกนั่ง มืออีกข้างสั่นเทายื่นไปหา “ม่านม่าน ลูกมาแล้ว”สวี่ม่านยืนอยู่ตรงประตู มองมือที่แม่ยื่นมา แต่ไม่ได้เดินเข้าไปหา กลับถอยหลังไปสองก้าวมือของแม่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ แข็งค้างพ่อที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้ว กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แม่กลับยกมือห้ามไว้ น้ำเสียงอ่อนแรงแต่ร้อนรน “อย่าว่าม่านม่านเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ลูกผอมลงเยอะเลย อยู่ข้างนอกคนเดียว กินไม่ดีใช่ไหม? ที่พักเป็นยังไงบ้าง?”“พอเถอะ”สวี่ม่านตัดบท น้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับผืนน้ำที่ไร้ระลอก “ทำไมจู่ ๆ ถึงทำเหมือนเป็นห่วงฉันขนาดนี้? เมื่อก่อนพวกคุณเคยใส่ใจฉันด้วยเหรอ?”สีเลือดบนใบหน้าของแม่ค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อยพ่อลุกพรวดขึ้นมา เงื้อม

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 12

    สวี่ม่านก้มมองข้อมือที่เพิ่งถูกจับ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วดึงมือกลับ“ถ้าเธอไม่อยากให้พ่อแม่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่” เสียงของเจียงซวี่หลิ่นดังมาจากด้านหลัง “ก็ให้เวลาฉันสิบนาที”ฝีเท้าของสวี่ม่านชะงัก เธอเงียบไปสองวินาที ก่อนหันหลังเดินไปยังร้านกาแฟข้างบริษัททั้งสองนั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่างเจียงซวี่หลิ่นวางกล่องสีฟ้าอ่อนใบนั้นลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าเธอ “ฉันได้รับแล้ว ของพวกนี้เธอเป็นคนเตรียมไว้”เสียงของเจียงซวี่หลิ่นทั้งต่ำและแหบพร่า “ม่านม่าน ฉันรู้ว่าฉันทำผิดไปหลายอย่าง ฉันจะตัดขาดกับสวี่อวี๋อย่างเด็ดขาด ถ้าเธอยอม เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้—”สวี่ม่านยกกาแฟตรงหน้าขึ้นมา แล้วสาดใส่หน้าเขาจนหมดแก้ว“เหล้าแก้วนั้นยังสาดให้นายได้สติไม่ได้ กาแฟแก้วนี้ทำให้นายได้สติหรือยัง?” เธอวางแก้วกลับลงบนโต๊ะ “อย่ามาทำตัวน่าขยะแขยงใส่ฉัน”เช้าวันจันทร์ ตอนสวี่ม่านมาถึงหน้าอาคารบริษัท เธอก็เห็นเจียงซวี่หลิ่นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนแต่ไกล ในมือถือถุงกระดาษสีขาวใบหนึ่งเธอเดินต่อไปโดยไม่หยุด มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลือบมองเขา ก่อนผลักประตูเข้าไปในบริษัทตอนเที่ยงขณะที่เธอลงมาข้างล่าง เจ้าหน้

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 11

    สายลมของเมืองใหม่พัดกระทบใบหน้า ให้ความรู้สึกฝาดระคายเล็กน้อยตอนสวี่ม่านลากกระเป๋าเดินทางออกจากสนามบิน เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าครู่หนึ่งเธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ระบายความอึดอัดที่ค้างอยู่ในอกออกมา แล้วเรียกแท็กซี่ไปยังอพาร์ตเมนต์ที่จองไว้ล่วงหน้าห้องพักมีหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย หน้าต่างหันไปทางทิศเหนือ แต่สะอาดสะอ้านเจ้าของห้องเป็นป้าวัยห้าสิบกว่า เห็นเธอลากกระเป๋ามาคนเดียวก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงรับเงินประกันกับค่าเช่าเดือนแรก ก่อนยื่นกุญแจให้พร้อมบอกว่า “หนู ซูเปอร์มาร์เก็ตข้างล่างมีทุกอย่าง ขาดอะไรก็ลงไปซื้อเองนะ”สวี่ม่านพยักหน้าเธอใช้เวลาสองวันจัดข้าวของ นำเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนไม่กี่ชุดในกระเป๋าเดินทางแขวนเข้าตู้ แล้วไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อผ้าปูที่นอน ปลอกผ้านวม และของใช้สำหรับอาบน้ำล้างหน้าเธอถอดซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์เครื่องเก่า แล้วเปลี่ยนไปใช้ซิมใหม่เธอยัดโทรศัพท์เครื่องเก่าพร้อมซิมเดิมไว้ลึกสุดในลิ้นชัก และไม่เคยแตะมันอีกวันที่สาม เธอไปรายงานตัวที่บริษัทใหม่ตอนที่เธอยังอยู่เมืองบ้านเกิด บริษัทนี้เคยส่งคำเชิญสั

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 10

    ด้านบนสุดเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งขอบรูปเริ่มเหลืองเล็กน้อย เป็นรูปที่พวกเขาถ่ายไว้สมัยมัธยมปลายในรูป เขาสวมเสื้อยืดเก่าที่ซักจนสีซีด ผมถูกลมพัดจนยุ่งเหยิง ยืนอยู่ใต้ต้นอู๋ถงข้างสนามของโรงเรียนสวี่ม่านยืนอยู่ข้างเขา มัดผมหางม้า ผูกเสื้อนอกชุดนักเรียนไว้รอบเอว เงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาทั้งสองโค้งเป็นจันทร์เสี้ยวทั้งคู่ยิ้มอย่างสดใสไร้เดียงสาตามวัยปลายนิ้วของเจียงซวี่หลิ่นแตะลงบนรูปเบา ๆ แล้วไล้ไปตามกรอบหน้าของสวี่ม่านนั่นคือเธอในวัยสิบเจ็ดปี ชอบหัวเราะ ชอบเล่นสนุก และในกระเป๋านักเรียนก็มักมีลูกอมนมที่เขาแอบใส่ไว้ให้เสมอเขาพลิกรูปกลับ ด้านหลังมีข้อความหนึ่งบรรทัด เป็นลายมือของสวี่ม่านที่เขียนไว้อย่างตั้งใจทีละขีดทีละเส้น “เจียงซวี่หลิ่น ฉันชอบนาย”ลำคอของเจียงซวี่หลิ่นตีบแน่นขึ้นทันทีเขาหยิบของชิ้นถัดไปขึ้นมาดูใต้รูปถ่ายเป็นหางตั๋วหนังที่เริ่มเหลืองตามกาลเวลา—เรื่อง “อินเตอร์สเตลลาร์”ข้างตั๋วมีโพสต์อิทแปะอยู่ บนนั้นเป็นลายมือของสวี่ม่านว่า“ครั้งแรกที่เราไปดูหนังด้วยกัน นายแอบจับมือฉันในโรงหนัง ต่อจากนี้มือของฉันฝากให้นายดูแลแล้วนะ”ถัดลงมาเป็นกระดาษโน้ตยับ ๆ แผ่นหนึ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status