Partager

บทที่ 6

Auteur: เจ้าตัวแสบ
เธอไม่ได้รับคำตอบ ก่อนเจ้าหน้าที่การแพทย์จะเข็นเธอขึ้นรถพยาบาลฉุกเฉิน

ไม่นานนัก พ่อแม่ก็รีบรุดมาถึงโรงพยาบาล

ทั้งสองรีบเข้ามาข้างเตียงผู้ป่วย แววตาวาบผ่านด้วยความปวดใจ

แต่ในวินาทีถัดมา แม่กลับตบอกด้วยความหวาดผวา พลางถอนหายใจทั้งน้ำตา “ยังดีที่คนเจ็บคือลูก โชคดีที่ไม่ใช่อวี๋อวี๋! พี่สาวลูกบอบบางขนาดนั้น ทั้งถูกทำร้ายทั้งถูกมีดบาด จะทนไหวได้ยังไง!”

พ่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดเห็นด้วย สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสาร “ใช่ แค่คิดถึงความลำบากที่อวี๋อวี๋เคยเจอตอนอยู่บ้านสามี ก็ปวดใจจะแย่แล้ว ชีวิตของเธอลำบากมามากจริง ๆ”

พยาบาลที่กำลังเปลี่ยนยาอยู่ข้าง ๆ ทนฟังต่อไม่ไหว มือชะงัก ก่อนอดพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองไม่ได้ “คุณน้าคะ ตอนนี้คนที่นอนอยู่บนเตียง บาดเจ็บไปทั้งตัว แถมเกือบเอาชีวิตไม่รอดคือลูกสาวคนเล็กของคุณนะคะ คุณพูดว่าโชคดีที่ไม่ใช่ลูกสาวคนโตออกมาได้ยังไง?”

แม่ชะงักอยู่กับที่ สีหน้าดูกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

เพื่อชดเชยสิ่งที่แม่เรียกว่า “ความติดค้าง” แม่จึงอาสารับหน้าที่จัดเตรียมอาหารบำรุงให้สวี่ม่านตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่นอนโรงพยาบาล

แต่ตลอดทั้งสัปดาห์ อาหารที่ส่งมาล้วนเป็นรสชาติที่สวี่อวี๋ชอบ ไม่มีสักอย่างที่สวี่ม่านกินได้เลย

ทุกมื้อ แม่จะคอยอยู่เฝ้าในห้องผู้ป่วย พลางคีบอาหารให้สวี่อวี๋ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างอ่อนโยน พร้อมกับปลอบเธอเสียงเบา ๆ

“อวี๋อวี๋ อย่ารู้สึกผิดเลย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลูก”

หลังพักฟื้นครบหนึ่งสัปดาห์ สวี่ม่านก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้าน

วันแต่งงาน แม่ถือถ้วยซุปหวานร้อนกรุ่นเดินเข้ามาในห้องนอนของสวี่ม่าน

เป็นซุปเห็ดหูหนูขาวตุ๋นพุทราหวานที่สวี่ม่านชอบที่สุดมาตั้งแต่เด็กจนโต

ซุปนี้ ตลอดทั้งปีแม่แทบจะไม่เคยทำให้เธอกินสักครั้ง

แม่ถือถ้วยไว้ในมือ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ม่านม่าน ดื่มซุปเถอะ ดื่มเสร็จแล้ววันนี้ก็แต่งงานออกเรือนไปอย่างมีความสุข ต่อไปก็เป็นสะใภ้บ้านอื่นแล้ว”

สวี่ม่านไม่ลังเล เงยหน้าดื่มจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว

เมื่อเห็นเธอดื่มซุปจนหมด พ่อกับแม่ก็สบตากัน ก่อนจะแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกัน

ไม่กี่นาทีต่อมา สวี่ม่านอาศัยจังหวะที่ฤทธิ์ยาเริ่มออก แสร้งหลุบตาลงเล็กน้อย ร่างโงนเงน ก่อนค่อย ๆ ล้มลงตามขอบเตียง ทำทีเหมือนหมดแรงจนสลบไป

พวกเขาช่วยกันยกสวี่ม่านที่ “หมดสติ” เข้าไปในห้องนอนด้านในอย่างระมัดระวัง ก่อนจะล็อกประตูจากด้านนอก

สวี่ม่านลืมตาขึ้นทันที รีบพลิกตัวไปด้านข้าง ก่อนโน้มตัวพาดอยู่ตรงขอบเตียงแล้วคายซุปที่ยังค้างอยู่ในปากทั้งหมดลงถังขยะ

เสียงความเคลื่อนไหวจากด้านนอกดังเข้ามาอย่างชัดเจน

เป็นเสียงของแม่ที่ทั้งเร่งรีบและดีใจ “เร็วเข้า อวี๋อวี๋ รีบเปลี่ยนชุดแต่งงานได้แล้ว ใกล้ถึงฤกษ์แล้ว จะให้ขั้นตอนงานแต่งล่าช้าไม่ได้”

สวี่อวี๋ถามเสียงเบาด้วยความกังวลเล็กน้อย “พ่อ แม่ ถ้าน้องตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าฉันไปเข้าพิธีแทน จะทำยังไง?”

ตอนนั้นเอง เสียงของเจียงซวี่หลิ่นก็ดังมาจากหน้าประตู

“ปล่อยให้พวกเราทำตามใจตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ หลังแต่งงานฉันจะชดเชยให้เธอดี ๆ ฉันมีวิธีอธิบายกับเธอ เธอใจอ่อนขนาดนั้น ต้องยกโทษให้พวกเราแน่นอน”

หลังจากพวกเขาพูดจบ เสียงฝีเท้าก็ค่อย ๆ ห่างออกไปทีละคน ความครึกครื้นกลับไปรวมอยู่ที่ชั้นล่างอีกครั้ง

สวี่ม่านหยิบโทรศัพท์ที่อัดเสียงไว้ตลอดขึ้นมา แล้วกดหยุดบันทึก

เธอโทรหาช่างกุญแจ แล้วบอกที่อยู่อย่างใจเย็น

ระหว่างรอเพียงไม่กี่นาที เธอเปิดแชตกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แล้วส่งข้อความไปอย่างสงบนิ่ง

[วันนี้เข้ามาตรวจบ้านได้ทุกเมื่อเลยค่ะ เปลี่ยนรหัสแล้ว เป็นเลขศูนย์แปดตัว]

ช่างกุญแจมาถึง ไม่นานก็เปิดประตูได้สำเร็จ

หลังทำงานเสร็จ ช่างสแกนรับเงิน ก่อนอดหันกลับไปมองสวี่ม่านที่อยู่เงียบ ๆ อย่างอ้างว้างในห้องไม่ได้ เมื่อได้ยินเสียงประทัดฉลองงานแต่งดังแว่วมาจากชั้นล่าง เขาก็อดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้

“ครอบครัวจัดงานมงคลกันแท้ ๆ แต่กลับขังคุณไว้คนเดียวแบบนี้ ไม่ค่อยได้เห็นจริง ๆ”

ปลายนิ้วของสวี่ม่านชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เท่านั้น

ระหว่างนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน

เธอเปิดอัลบั้มรูปในโทรศัพท์

คลิปกล้องวงจรปิด ไฟล์เสียงเหตุทำร้ายร่างกาย และไฟล์เสียงบทสนทนาเรื่องสลับตัวเจ้าสาวในงานแต่ง

เธอแตะส่งทั้งหมดไปยังกลุ่มแชตใหญ่ของครอบครัว และกลุ่มแชตรวมทุกคนที่เตรียมงานแต่ง

สวี่ม่านมีสีหน้าไร้อารมณ์ ออกจากกลุ่มแชตทั้งหมดทีละกลุ่ม ก่อนบล็อกช่องทางติดต่อของพ่อแม่ เจียงซวี่หลิ่น สวี่อวี๋ และหลินหร่านทั้งหมด

แสงแดดส่องลงบนร่าง สวี่ม่านลากกระเป๋าเดินทาง พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามสดใส

……

อีกด้านหนึ่ง ขบวนรถแต่งงานเคลื่อนมาถึงหน้าเรือนหออย่างเอิกเกริก

ตามกำหนดการวันนี้ สวี่อวี๋จะออกจากเรือนหอหลังนี้ในฐานะเจ้าสาว

เจียงซวี่หลิ่นเดินเข้าไป กดรหัสเดิมอย่างคล่องแคล่ว

รหัสผิด

เขาไม่เชื่อ ลองกดซ้ำอีกสองครั้ง แต่ระบบยังแจ้งว่ารหัสผิด

พอลองสแกนลายนิ้วมือ ก็พบว่าใช้การไม่ได้โดยสิ้นเชิง

เพื่อนเจ้าบ่าว รวมถึงญาติและมิตรสหายที่อยู่ด้านหลังต่างพากันร้อนใจ

“จะเลยฤกษ์แล้ว!”

เจียงซวี่หลิ่นกำลังจะโทรหาสวี่ม่าน

นอกกลุ่มคนมีเสียงสุภาพดังขึ้น “รบกวนหลีกทางหน่อยครับ พาลูกค้ามาดูบ้าน”

นายหน้าพาลูกค้าเดินฝ่าขบวนรับตัวเจ้าสาวที่กำลังวุ่นวาย ตรงไปยังหน้าประตู

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน นายหน้ากดรหัสอย่างคล่องแคล่ว

“ติ๊ด——”

ประตูเปิดออกทันที
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 15

    สวี่ม่านกลับถึงบ้านหลังทำงานล่วงเวลาเสร็จ เฉินอวี่กำลังต้มบะหมี่อยู่ในครัวต้นไม้สองสามกระถางบนระเบียงกำลังงอกงาม สะระแหน่แตกใบใหม่ ส่วนพลูด่างทอดเถาลงมาจนเกือบแตะพื้นแล้วสวี่ม่านเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ วางกระเป๋าไว้บนตู้ตรงทางเข้า เฉินอวี่ชะโงกตัวออกมาจากครัว “กินบะหมี่ไหม?”“อืม”ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากัน ตรงหน้าคนละชามเป็นบะหมี่น้ำใสที่มีไข่ดาวโปะอยู่ด้านบน เฉินอวี่กินไปคำหนึ่งแล้วพูดว่า “วันนี้มีคนมาหาเธอที่บริษัท”“ใคร?”“หลินหร่าน” เฉินอวี่ตอบ “รออยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับตั้งสองชั่วโมง บอกว่าอยากเจอเธอ พนักงานต้อนรับถามฉันว่าจะทำยังไง ฉันเลยบอกว่าไม่พบ”ตะเกียบในมือของสวี่ม่านที่กำลังคีบบะหมี่ชะงักไปครู่หนึ่ง “อืม”“หลินหร่านบอกว่าตัวเองผิดไปแล้ว”สวี่ม่านไม่ตอบอะไร ยังคงกินบะหมี่ต่อไปเฉินอวี่ก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกตอนเอาชามไปเก็บในครัว เสียงน้ำไหลซู่ดังไม่ขาด สวี่ม่านยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น มองผ่านประตูครัวไปยังแผ่นหลังของเฉินอวี่ เขาเปิดก๊อกน้ำแรง ก้มหน้าล้างจาน แขนเสื้อพับขึ้นถึงท่อนแขนล่างสวี่ม่านยิ้มบาง ๆเรื่องงานของเธอเป็นไปอย่างราบรื่นทีมที่สวี่ม่านดูแลได้

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 14

    เจียงซวี่หลิ่นกลับไปที่หน่วยงาน พอเดินเข้าห้องทำงานก็รู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศไม่ชอบมาพากลคนในห้องพักชงกาแฟเห็นเขาก็รีบแยกย้ายกันทันที ส่วนคนที่นั่งอยู่ตามโต๊ะทำงาน พอเขาเดินผ่านก็ดันเก้าอี้หลบไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัวหัวหน้าเรียกเขาเข้าไปคุยในห้อง แม้จะไม่ได้พูดตรง ๆ แต่ทุกประโยคล้วนสื่อความหมายเดียวกันว่า “พักงานไปสักระยะเถอะ”เขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร มีเพียงแอลกอฮอล์เท่านั้นที่ช่วยให้เขาหลับได้คืนนั้นเขาดื่มหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาท่ามกลางสติที่เลือนราง เขาเห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามาจากประตู มัดผมหางม้าต่ำ สวมเสื้อคลุมสีเทาอ่อน และรองเท้าส้นแบนคู่หนึ่งคือสวี่ม่าน เหมือนทุกครั้งในอดีตที่เธอมารับเขาหลังทำงานล่วงเวลาเสร็จเจียงซวี่หลิ่นลุกพรวดจากเก้าอี้จนแก้วเหล้าคว่ำตกพื้น เขาเซถลาไปทางประตูพร้อมกางแขนออก “ม่านม่าน”แต่เขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าคืนนั้นเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาลท่ามกลางสติที่เลือนราง เขาฝันไปในฝัน สวี่ม่านสวมชุดกระโปรงสีขาวตัวนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเขา ยิ้มพลางยื่นมือมาหาเขาตื่นขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มแต่พอลืมตาขึ้นมา กลับไม่พบอะไรเลยห้องผู้ป่

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 13

    สวี่ม่านลงจากเครื่องบินแล้วเรียกแท็กซี่ตรงไปโรงพยาบาลทันทีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโชยมาปะทะจากสุดทางเดิน เธอถามหมายเลขห้องผู้ป่วยให้แน่ชัด ก่อนเดินไปถึงหน้าประตู ชะงักฝีเท้าครู่หนึ่งแล้วผลักประตูเข้าไปแม่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าซีดเหลือง ริมฝีปากแทบไม่มีสีเลือด ที่มือยังมีเข็มน้ำเกลือปักอยู่ทันทีที่เห็นสวี่ม่าน ดวงตาของแม่ก็เป็นประกายขึ้นมา เธอยันขอบเตียงพยายามลุกนั่ง มืออีกข้างสั่นเทายื่นไปหา “ม่านม่าน ลูกมาแล้ว”สวี่ม่านยืนอยู่ตรงประตู มองมือที่แม่ยื่นมา แต่ไม่ได้เดินเข้าไปหา กลับถอยหลังไปสองก้าวมือของแม่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ แข็งค้างพ่อที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้ว กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แม่กลับยกมือห้ามไว้ น้ำเสียงอ่อนแรงแต่ร้อนรน “อย่าว่าม่านม่านเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ลูกผอมลงเยอะเลย อยู่ข้างนอกคนเดียว กินไม่ดีใช่ไหม? ที่พักเป็นยังไงบ้าง?”“พอเถอะ”สวี่ม่านตัดบท น้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับผืนน้ำที่ไร้ระลอก “ทำไมจู่ ๆ ถึงทำเหมือนเป็นห่วงฉันขนาดนี้? เมื่อก่อนพวกคุณเคยใส่ใจฉันด้วยเหรอ?”สีเลือดบนใบหน้าของแม่ค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อยพ่อลุกพรวดขึ้นมา เงื้อม

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 12

    สวี่ม่านก้มมองข้อมือที่เพิ่งถูกจับ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วดึงมือกลับ“ถ้าเธอไม่อยากให้พ่อแม่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่” เสียงของเจียงซวี่หลิ่นดังมาจากด้านหลัง “ก็ให้เวลาฉันสิบนาที”ฝีเท้าของสวี่ม่านชะงัก เธอเงียบไปสองวินาที ก่อนหันหลังเดินไปยังร้านกาแฟข้างบริษัททั้งสองนั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่างเจียงซวี่หลิ่นวางกล่องสีฟ้าอ่อนใบนั้นลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าเธอ “ฉันได้รับแล้ว ของพวกนี้เธอเป็นคนเตรียมไว้”เสียงของเจียงซวี่หลิ่นทั้งต่ำและแหบพร่า “ม่านม่าน ฉันรู้ว่าฉันทำผิดไปหลายอย่าง ฉันจะตัดขาดกับสวี่อวี๋อย่างเด็ดขาด ถ้าเธอยอม เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้—”สวี่ม่านยกกาแฟตรงหน้าขึ้นมา แล้วสาดใส่หน้าเขาจนหมดแก้ว“เหล้าแก้วนั้นยังสาดให้นายได้สติไม่ได้ กาแฟแก้วนี้ทำให้นายได้สติหรือยัง?” เธอวางแก้วกลับลงบนโต๊ะ “อย่ามาทำตัวน่าขยะแขยงใส่ฉัน”เช้าวันจันทร์ ตอนสวี่ม่านมาถึงหน้าอาคารบริษัท เธอก็เห็นเจียงซวี่หลิ่นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนแต่ไกล ในมือถือถุงกระดาษสีขาวใบหนึ่งเธอเดินต่อไปโดยไม่หยุด มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลือบมองเขา ก่อนผลักประตูเข้าไปในบริษัทตอนเที่ยงขณะที่เธอลงมาข้างล่าง เจ้าหน้

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 11

    สายลมของเมืองใหม่พัดกระทบใบหน้า ให้ความรู้สึกฝาดระคายเล็กน้อยตอนสวี่ม่านลากกระเป๋าเดินทางออกจากสนามบิน เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าครู่หนึ่งเธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ระบายความอึดอัดที่ค้างอยู่ในอกออกมา แล้วเรียกแท็กซี่ไปยังอพาร์ตเมนต์ที่จองไว้ล่วงหน้าห้องพักมีหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย หน้าต่างหันไปทางทิศเหนือ แต่สะอาดสะอ้านเจ้าของห้องเป็นป้าวัยห้าสิบกว่า เห็นเธอลากกระเป๋ามาคนเดียวก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงรับเงินประกันกับค่าเช่าเดือนแรก ก่อนยื่นกุญแจให้พร้อมบอกว่า “หนู ซูเปอร์มาร์เก็ตข้างล่างมีทุกอย่าง ขาดอะไรก็ลงไปซื้อเองนะ”สวี่ม่านพยักหน้าเธอใช้เวลาสองวันจัดข้าวของ นำเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนไม่กี่ชุดในกระเป๋าเดินทางแขวนเข้าตู้ แล้วไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อผ้าปูที่นอน ปลอกผ้านวม และของใช้สำหรับอาบน้ำล้างหน้าเธอถอดซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์เครื่องเก่า แล้วเปลี่ยนไปใช้ซิมใหม่เธอยัดโทรศัพท์เครื่องเก่าพร้อมซิมเดิมไว้ลึกสุดในลิ้นชัก และไม่เคยแตะมันอีกวันที่สาม เธอไปรายงานตัวที่บริษัทใหม่ตอนที่เธอยังอยู่เมืองบ้านเกิด บริษัทนี้เคยส่งคำเชิญสั

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 10

    ด้านบนสุดเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งขอบรูปเริ่มเหลืองเล็กน้อย เป็นรูปที่พวกเขาถ่ายไว้สมัยมัธยมปลายในรูป เขาสวมเสื้อยืดเก่าที่ซักจนสีซีด ผมถูกลมพัดจนยุ่งเหยิง ยืนอยู่ใต้ต้นอู๋ถงข้างสนามของโรงเรียนสวี่ม่านยืนอยู่ข้างเขา มัดผมหางม้า ผูกเสื้อนอกชุดนักเรียนไว้รอบเอว เงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาทั้งสองโค้งเป็นจันทร์เสี้ยวทั้งคู่ยิ้มอย่างสดใสไร้เดียงสาตามวัยปลายนิ้วของเจียงซวี่หลิ่นแตะลงบนรูปเบา ๆ แล้วไล้ไปตามกรอบหน้าของสวี่ม่านนั่นคือเธอในวัยสิบเจ็ดปี ชอบหัวเราะ ชอบเล่นสนุก และในกระเป๋านักเรียนก็มักมีลูกอมนมที่เขาแอบใส่ไว้ให้เสมอเขาพลิกรูปกลับ ด้านหลังมีข้อความหนึ่งบรรทัด เป็นลายมือของสวี่ม่านที่เขียนไว้อย่างตั้งใจทีละขีดทีละเส้น “เจียงซวี่หลิ่น ฉันชอบนาย”ลำคอของเจียงซวี่หลิ่นตีบแน่นขึ้นทันทีเขาหยิบของชิ้นถัดไปขึ้นมาดูใต้รูปถ่ายเป็นหางตั๋วหนังที่เริ่มเหลืองตามกาลเวลา—เรื่อง “อินเตอร์สเตลลาร์”ข้างตั๋วมีโพสต์อิทแปะอยู่ บนนั้นเป็นลายมือของสวี่ม่านว่า“ครั้งแรกที่เราไปดูหนังด้วยกัน นายแอบจับมือฉันในโรงหนัง ต่อจากนี้มือของฉันฝากให้นายดูแลแล้วนะ”ถัดลงมาเป็นกระดาษโน้ตยับ ๆ แผ่นหนึ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status