Partager

บทที่ 3

Auteur: เจ้าตัวแสบ
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อตื่นขึ้นมา สวี่ม่านเห็นข้อความที่ยังไม่ได้อ่านสองข้อความปักอยู่ด้านบนสุด เป็นข้อความที่เจียงซวี่หลิ่นส่งมาเมื่อช่วงเช้ามืด

[ฉันรักเธอ]

[คบกันมาหลายปี ในที่สุดเราก็ได้ลงเอยกันสักที]

เธอจ้องข้อความสองบรรทัดนั้น คำบอกรักหวานซึ้งยามเช้ามืดคงเป็นเพียงคำปลอบใจที่เขาส่งมาให้เธอแบบส่ง ๆ หลังจากเพิ่งคลอเคลียใกล้ชิดกับสวี่อวี๋จนจิตใจผ่อนคลาย

เพียงนึกถึงภาพที่ทั้งสองนอนแนบชิดคลอเคลียกันบนเตียงอย่างรักใคร่ กระเพาะของสวี่ม่านก็ปั่นป่วน ความคลื่นไส้พุ่งขึ้นมาถึงลำคอ

เธอปัดหน้าต่างแชตทิ้งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอน

ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนออกมา เธอก็เห็นเจียงซวี่หลิ่นนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก

ทันทีที่เขาเหลือบเห็นบาดแผลบนฝ่ามือของสวี่ม่าน ก็รีบลุกขึ้นสาวเท้าเข้ามาหาเธอ

“มือเธอไปเป็นอะไรมา?”

เขาจับข้อมือข้างที่บาดเจ็บของเธอเบา ๆ น้ำเสียงเจือด้วยความรู้สึกผิด

“เมื่อคืนฉันดื่มมากไปหน่อย หลายเรื่องเลยจำไม่ค่อยได้ ขอโทษนะ หลังแต่งงานฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

สวี่ม่านกระตุกมุมปากเล็กน้อย ปล่อยให้เขาหยิบยาทาแผลออกมา แล้วก้มหน้าทำแผลที่ฝ่ามือให้เธอ

สวี่อวี๋นั่งเงียบ ๆ อยู่บนโซฟา สายตาจับจ้องมือของทั้งสองที่สัมผัสกัน แววตาแฝงความเหงาเศร้าที่ไม่อาจสลัดทิ้ง

ดูเหมือนแม่จะทนเห็นสวี่อวี๋มีสีหน้าแบบนั้นไม่ได้ จึงรีบเอ่ยปากเปลี่ยนเรื่อง

“เอาละ ๆ แค่แผลนิดเดียวเอง สวี่ม่านก็ซุ่มซ่ามแบบนี้มาตลอด ซวี่หลิ่น ขั้นตอนทั้งหมดสำหรับลองชุดแต่งงานกับถ่ายรูปแต่งงานวันนี้ เธอรู้หมดแล้วใช่ไหม?”

การทายาของเจียงซวี่หลิ่นช้าลง ก่อนเขาจะเอียงหน้าไปตอบรับ

สวี่ม่านดึงมือกลับ ก่อนก้มลงมองบาดแผลบนฝ่ามือที่เพิ่งทายาไปได้เพียงครึ่งเดียว

เธอกระตุกมุมปากเล็กน้อย ไม่พูดอะไร ก่อนลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ

หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อย เธอก็ออกจากบ้านทันที

รถของเจียงซวี่หลิ่นจอดอยู่หน้าบ้าน สวี่ม่านเอื้อมมือเปิดประตูเบาะหลัง ก่อนก้มตัวเข้าไปนั่งทันที

เจียงซวี่หลิ่นมองเธอผ่านกระจกมองหลัง ก่อนเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเล็กน้อย “เมื่อก่อนเธอชอบแย่งที่นั่งข้างคนขับกับพี่สาวตลอด วันนี้กลับรู้ความขึ้นมาแล้ว”

สวี่ม่านไม่ได้ตอบอะไร

เมื่อก่อนทุกครั้งที่เธอเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับอย่างตื่นเต้นดีใจ เจียงซวี่หลิ่นก็มักหาเหตุผลสารพัดให้สวี่อวี๋เป็นคนนั่งตรงนั้นเสมอ

“วันนี้พี่สาวเธอใส่รองเท้าส้นสูง นั่งข้างหลังไม่สะดวก” “พี่สาวเธอเมารถนิดหน่อย ยอมให้พี่เธอหน่อยนะ” “เบาะหลังกว้างกว่า เธอไปนั่งพักข้างหลังเถอะ”

ที่นั่งซึ่งควรเป็นของแฟนสาว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนที่ได้นั่งตรงนั้นกลับเป็นพี่สาวของเธอมาโดยตลอด

เมื่อก่อนเธอยังคิดว่าเพราะเขารักเธอ จึงพลอยเอ็นดูพี่สาวของเธอไปด้วย

แต่ตอนนี้เมื่อรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เธอจะยอมทำให้ตัวเองอับอายซ้ำอีกทำไม?

เธอหลุบตาลง ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นกระจกมองหลังในรถโดยไม่ตั้งใจ

ในกระจกสะท้อนให้เห็นรอยแดงจาง ๆ หลายรอยตรงข้างลำคอของเจียงซวี่หลิ่น ร่องรอยชวนให้คิดถึงความใกล้ชิดระหว่างชายหญิง

สวี่ม่านรีบเบือนสายตาหนี หัวใจเย็นเยียบไปหมด

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน พนักงานทุกคนก็กรูกันเข้าไปห้อมล้อมสวี่อวี๋

พวกเขาถือชุดแต่งงานหรูหราทีละชุดมาทาบเทียบตรงหน้าสวี่อวี๋ พลางพากันถามความเห็นเซ็งแซ่

เจียงซวี่หลิ่นมองสวี่ม่านที่เดินรั้งอยู่ด้านหลัง ก่อนผละออกจากกลุ่มคนแล้วเดินมาหาเธอ

“มีแบบไหนที่เธอชอบบ้างไหม?”

สวี่ม่านมองเขาอย่างเหม่อลอยไปชั่วขณะ

ราวกับย้อนกลับไปยังหลายต่อหลายครั้งในอดีต ที่สายตาของทุกคนมักจับจ้องอยู่ที่พี่สาวเสมอ มีเพียงเจียงซวี่หลิ่นที่หันมามองเธอซึ่งถูกคนอื่นละเลย

เจียงซวี่หลิ่นขมวดคิ้ว สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอ

“ทำไมถึงแพ้ขึ้นมาล่ะ หน้าเธอมีผื่นแดงขึ้นเป็นปื้นใหญ่เลย”

จังหวะนั้นเอง พ่อแม่ก็รีบเดินเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้น ก่อนดึงเจียงซวี่หลิ่นไปเร่งให้เขาลองชุดเจ้าบ่าว

“รีบไปเปลี่ยนสูทชุดนั้นสิ เข้ากับชุดแต่งงานของอวี๋อวี๋มากเลย”

พูดจบจึงเพิ่งเหลือบเห็นใบหน้าที่แดงขึ้นของสวี่ม่าน ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

“ทำไมถึงแพ้อีกแล้ว สำออยจริง ๆ”

แม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ยังดีที่รูปร่างลูกกับพี่สาวใกล้เคียงกัน งั้นก็ให้สวี่อวี๋ลองชุดแต่งงานและถ่ายรูปแต่งงานแทนลูกไปเลย เดี๋ยวตอนแต่งรูปค่อยเอาหน้าลูกใส่เข้าไปก็พอ ลูกไปโรงพยาบาลตรวจดูเถอะ”

ริมฝีปากของสวี่ม่านขยับเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เมื่อเห็นแบบนั้น เจียงซวี่หลิ่นก็เอื้อมมือมาจับข้อมือเธอไว้

“เธอเป็นอะไรไป วันนี้ดูแปลก ๆ มาตลอดเลย เมื่อคืนฉันทำอะไรไปหรือเปล่า?”

ความคับข้องใจที่สะสมมานานแทบจะทะลักออกมาจากลำคอ อีกเพียงนิดเดียวเธอก็จะโพล่งคำถามต่อว่าทั้งหมดออกไป

แต่จังหวะนั้นเอง สวี่อวี๋ที่เปลี่ยนเป็นชุดแต่งงานสีขาวเรียบร้อยแล้วก็ค่อย ๆ เดินเข้ามา

ชายกระโปรงยาวลากพื้น เรือนร่างดูอ่อนช้อยพลิ้วไหว

ความสนใจของเจียงซวี่หลิ่นถูกดึงไปทางนั้นทันที เขาปล่อยมือที่จับสวี่ม่านไว้โดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องอยู่ที่สวี่อวี๋ไม่วางตา

สวี่ม่านก้มมองข้อมือของตัวเองที่พลันรู้สึกว่างโหวง ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เจียงซวี่หลิ่นก็เดินไปอยู่ข้างสวี่อวี๋แล้ว เขาเอียงหน้าเล็กน้อยฟังสิ่งที่เธอกำลังพูด

สวี่ม่านหรี่ตาลง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้านี้เหมือนเธอเคยพบเจอมาแล้วนับพันครั้ง

ทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายปล่อยมือเธอ แล้วเดินไปหาอีกคนเสมอ

เพียงแต่เมื่อก่อนเธอเคยคิดว่า ไม่ช้าก็เร็วความสนใจของเขาจะหวนกลับมาที่เธอ

แต่ตอนนี้เธอไม่อยากหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายอีกแล้ว

เธอหันหลัง แล้วเดินตรงออกจากร้านชุดแต่งงานไปทันที
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 15

    สวี่ม่านกลับถึงบ้านหลังทำงานล่วงเวลาเสร็จ เฉินอวี่กำลังต้มบะหมี่อยู่ในครัวต้นไม้สองสามกระถางบนระเบียงกำลังงอกงาม สะระแหน่แตกใบใหม่ ส่วนพลูด่างทอดเถาลงมาจนเกือบแตะพื้นแล้วสวี่ม่านเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ วางกระเป๋าไว้บนตู้ตรงทางเข้า เฉินอวี่ชะโงกตัวออกมาจากครัว “กินบะหมี่ไหม?”“อืม”ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากัน ตรงหน้าคนละชามเป็นบะหมี่น้ำใสที่มีไข่ดาวโปะอยู่ด้านบน เฉินอวี่กินไปคำหนึ่งแล้วพูดว่า “วันนี้มีคนมาหาเธอที่บริษัท”“ใคร?”“หลินหร่าน” เฉินอวี่ตอบ “รออยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับตั้งสองชั่วโมง บอกว่าอยากเจอเธอ พนักงานต้อนรับถามฉันว่าจะทำยังไง ฉันเลยบอกว่าไม่พบ”ตะเกียบในมือของสวี่ม่านที่กำลังคีบบะหมี่ชะงักไปครู่หนึ่ง “อืม”“หลินหร่านบอกว่าตัวเองผิดไปแล้ว”สวี่ม่านไม่ตอบอะไร ยังคงกินบะหมี่ต่อไปเฉินอวี่ก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกตอนเอาชามไปเก็บในครัว เสียงน้ำไหลซู่ดังไม่ขาด สวี่ม่านยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น มองผ่านประตูครัวไปยังแผ่นหลังของเฉินอวี่ เขาเปิดก๊อกน้ำแรง ก้มหน้าล้างจาน แขนเสื้อพับขึ้นถึงท่อนแขนล่างสวี่ม่านยิ้มบาง ๆเรื่องงานของเธอเป็นไปอย่างราบรื่นทีมที่สวี่ม่านดูแลได้

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 14

    เจียงซวี่หลิ่นกลับไปที่หน่วยงาน พอเดินเข้าห้องทำงานก็รู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศไม่ชอบมาพากลคนในห้องพักชงกาแฟเห็นเขาก็รีบแยกย้ายกันทันที ส่วนคนที่นั่งอยู่ตามโต๊ะทำงาน พอเขาเดินผ่านก็ดันเก้าอี้หลบไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัวหัวหน้าเรียกเขาเข้าไปคุยในห้อง แม้จะไม่ได้พูดตรง ๆ แต่ทุกประโยคล้วนสื่อความหมายเดียวกันว่า “พักงานไปสักระยะเถอะ”เขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร มีเพียงแอลกอฮอล์เท่านั้นที่ช่วยให้เขาหลับได้คืนนั้นเขาดื่มหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาท่ามกลางสติที่เลือนราง เขาเห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามาจากประตู มัดผมหางม้าต่ำ สวมเสื้อคลุมสีเทาอ่อน และรองเท้าส้นแบนคู่หนึ่งคือสวี่ม่าน เหมือนทุกครั้งในอดีตที่เธอมารับเขาหลังทำงานล่วงเวลาเสร็จเจียงซวี่หลิ่นลุกพรวดจากเก้าอี้จนแก้วเหล้าคว่ำตกพื้น เขาเซถลาไปทางประตูพร้อมกางแขนออก “ม่านม่าน”แต่เขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าคืนนั้นเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาลท่ามกลางสติที่เลือนราง เขาฝันไปในฝัน สวี่ม่านสวมชุดกระโปรงสีขาวตัวนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเขา ยิ้มพลางยื่นมือมาหาเขาตื่นขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มแต่พอลืมตาขึ้นมา กลับไม่พบอะไรเลยห้องผู้ป่

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 13

    สวี่ม่านลงจากเครื่องบินแล้วเรียกแท็กซี่ตรงไปโรงพยาบาลทันทีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโชยมาปะทะจากสุดทางเดิน เธอถามหมายเลขห้องผู้ป่วยให้แน่ชัด ก่อนเดินไปถึงหน้าประตู ชะงักฝีเท้าครู่หนึ่งแล้วผลักประตูเข้าไปแม่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าซีดเหลือง ริมฝีปากแทบไม่มีสีเลือด ที่มือยังมีเข็มน้ำเกลือปักอยู่ทันทีที่เห็นสวี่ม่าน ดวงตาของแม่ก็เป็นประกายขึ้นมา เธอยันขอบเตียงพยายามลุกนั่ง มืออีกข้างสั่นเทายื่นไปหา “ม่านม่าน ลูกมาแล้ว”สวี่ม่านยืนอยู่ตรงประตู มองมือที่แม่ยื่นมา แต่ไม่ได้เดินเข้าไปหา กลับถอยหลังไปสองก้าวมือของแม่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ แข็งค้างพ่อที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้ว กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แม่กลับยกมือห้ามไว้ น้ำเสียงอ่อนแรงแต่ร้อนรน “อย่าว่าม่านม่านเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ลูกผอมลงเยอะเลย อยู่ข้างนอกคนเดียว กินไม่ดีใช่ไหม? ที่พักเป็นยังไงบ้าง?”“พอเถอะ”สวี่ม่านตัดบท น้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับผืนน้ำที่ไร้ระลอก “ทำไมจู่ ๆ ถึงทำเหมือนเป็นห่วงฉันขนาดนี้? เมื่อก่อนพวกคุณเคยใส่ใจฉันด้วยเหรอ?”สีเลือดบนใบหน้าของแม่ค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อยพ่อลุกพรวดขึ้นมา เงื้อม

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 12

    สวี่ม่านก้มมองข้อมือที่เพิ่งถูกจับ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วดึงมือกลับ“ถ้าเธอไม่อยากให้พ่อแม่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่” เสียงของเจียงซวี่หลิ่นดังมาจากด้านหลัง “ก็ให้เวลาฉันสิบนาที”ฝีเท้าของสวี่ม่านชะงัก เธอเงียบไปสองวินาที ก่อนหันหลังเดินไปยังร้านกาแฟข้างบริษัททั้งสองนั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่างเจียงซวี่หลิ่นวางกล่องสีฟ้าอ่อนใบนั้นลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าเธอ “ฉันได้รับแล้ว ของพวกนี้เธอเป็นคนเตรียมไว้”เสียงของเจียงซวี่หลิ่นทั้งต่ำและแหบพร่า “ม่านม่าน ฉันรู้ว่าฉันทำผิดไปหลายอย่าง ฉันจะตัดขาดกับสวี่อวี๋อย่างเด็ดขาด ถ้าเธอยอม เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้—”สวี่ม่านยกกาแฟตรงหน้าขึ้นมา แล้วสาดใส่หน้าเขาจนหมดแก้ว“เหล้าแก้วนั้นยังสาดให้นายได้สติไม่ได้ กาแฟแก้วนี้ทำให้นายได้สติหรือยัง?” เธอวางแก้วกลับลงบนโต๊ะ “อย่ามาทำตัวน่าขยะแขยงใส่ฉัน”เช้าวันจันทร์ ตอนสวี่ม่านมาถึงหน้าอาคารบริษัท เธอก็เห็นเจียงซวี่หลิ่นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนแต่ไกล ในมือถือถุงกระดาษสีขาวใบหนึ่งเธอเดินต่อไปโดยไม่หยุด มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลือบมองเขา ก่อนผลักประตูเข้าไปในบริษัทตอนเที่ยงขณะที่เธอลงมาข้างล่าง เจ้าหน้

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 11

    สายลมของเมืองใหม่พัดกระทบใบหน้า ให้ความรู้สึกฝาดระคายเล็กน้อยตอนสวี่ม่านลากกระเป๋าเดินทางออกจากสนามบิน เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าครู่หนึ่งเธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ระบายความอึดอัดที่ค้างอยู่ในอกออกมา แล้วเรียกแท็กซี่ไปยังอพาร์ตเมนต์ที่จองไว้ล่วงหน้าห้องพักมีหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย หน้าต่างหันไปทางทิศเหนือ แต่สะอาดสะอ้านเจ้าของห้องเป็นป้าวัยห้าสิบกว่า เห็นเธอลากกระเป๋ามาคนเดียวก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงรับเงินประกันกับค่าเช่าเดือนแรก ก่อนยื่นกุญแจให้พร้อมบอกว่า “หนู ซูเปอร์มาร์เก็ตข้างล่างมีทุกอย่าง ขาดอะไรก็ลงไปซื้อเองนะ”สวี่ม่านพยักหน้าเธอใช้เวลาสองวันจัดข้าวของ นำเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนไม่กี่ชุดในกระเป๋าเดินทางแขวนเข้าตู้ แล้วไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อผ้าปูที่นอน ปลอกผ้านวม และของใช้สำหรับอาบน้ำล้างหน้าเธอถอดซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์เครื่องเก่า แล้วเปลี่ยนไปใช้ซิมใหม่เธอยัดโทรศัพท์เครื่องเก่าพร้อมซิมเดิมไว้ลึกสุดในลิ้นชัก และไม่เคยแตะมันอีกวันที่สาม เธอไปรายงานตัวที่บริษัทใหม่ตอนที่เธอยังอยู่เมืองบ้านเกิด บริษัทนี้เคยส่งคำเชิญสั

  • ใบไม้ผลิผ่าน ฤดูร้อนยาวนาน   บทที่ 10

    ด้านบนสุดเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งขอบรูปเริ่มเหลืองเล็กน้อย เป็นรูปที่พวกเขาถ่ายไว้สมัยมัธยมปลายในรูป เขาสวมเสื้อยืดเก่าที่ซักจนสีซีด ผมถูกลมพัดจนยุ่งเหยิง ยืนอยู่ใต้ต้นอู๋ถงข้างสนามของโรงเรียนสวี่ม่านยืนอยู่ข้างเขา มัดผมหางม้า ผูกเสื้อนอกชุดนักเรียนไว้รอบเอว เงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาทั้งสองโค้งเป็นจันทร์เสี้ยวทั้งคู่ยิ้มอย่างสดใสไร้เดียงสาตามวัยปลายนิ้วของเจียงซวี่หลิ่นแตะลงบนรูปเบา ๆ แล้วไล้ไปตามกรอบหน้าของสวี่ม่านนั่นคือเธอในวัยสิบเจ็ดปี ชอบหัวเราะ ชอบเล่นสนุก และในกระเป๋านักเรียนก็มักมีลูกอมนมที่เขาแอบใส่ไว้ให้เสมอเขาพลิกรูปกลับ ด้านหลังมีข้อความหนึ่งบรรทัด เป็นลายมือของสวี่ม่านที่เขียนไว้อย่างตั้งใจทีละขีดทีละเส้น “เจียงซวี่หลิ่น ฉันชอบนาย”ลำคอของเจียงซวี่หลิ่นตีบแน่นขึ้นทันทีเขาหยิบของชิ้นถัดไปขึ้นมาดูใต้รูปถ่ายเป็นหางตั๋วหนังที่เริ่มเหลืองตามกาลเวลา—เรื่อง “อินเตอร์สเตลลาร์”ข้างตั๋วมีโพสต์อิทแปะอยู่ บนนั้นเป็นลายมือของสวี่ม่านว่า“ครั้งแรกที่เราไปดูหนังด้วยกัน นายแอบจับมือฉันในโรงหนัง ต่อจากนี้มือของฉันฝากให้นายดูแลแล้วนะ”ถัดลงมาเป็นกระดาษโน้ตยับ ๆ แผ่นหนึ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status