บททั้งหมดของ เกิดใหม่อีกครา อนุไร้ค่าขอทวงแค้น: บทที่ 11 - บทที่ 20

25

ลางร้าย

สามคืนต่อมา หลังจากฮ่องเต้เสร็จสิ้นราชกิจต้องเข้าพักผ่อนที่ตำหนักใน ขันทีรีบนำถาดใส่ป้ายมาให้ทรงคัดเลือก ฮ่องเต้จ้าวเสวียนทอดพระเนตรป้ายทองในถาดเงินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบป้ายประจำหงส์ของหลี่ฮองเฮาขึ้นมา“คืนนี้...เราจะไปตำหนักคุนหนิง”รับสั่งเพียงสั้นๆ ก็ทำให้ขันทีใหญ่รีบโค้งกายรับพระบัญชา จากนั้นจึงออกไปถ่ายทอดพระประสงค์ พร้อมกับไปจัดขบวนเสด็จทันทีหลังเสร็จกิจภายในม่านมุ้งที่ตำหนักสำหรับใช้บรรทมร่วมกันทั้งคู่ต่างทอดพระวรกายนอนเคียงกันบนพระแท่น ใต้ม่านมุ้งสีทองอร่าม กลางดึกสงัด แสงจันทร์กระจ่างสาดส่องผ่านบานพระแกลเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นหินอ่อนขัดมันจนเป็นเงาวับ ท่ามกลางความเงียบสงบ อยู่ๆ หลี่ฮองเฮาก็เปล่งเสียงหวีดร้องดังขึ้น “อ๊า...!”พระนางสะดุ้งผวาลุกขึ้นประทับนั่ง พระพักตร์ซีดเผือด ลมหายใจหอบถี่ เม็ดเหงื่อเกาะพราวเต็มพระนลาฏ ราวกับเพิ่งผ่านฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัวมาอย่างนั้นฮ่องเต้จ้าวเสวียนตกพระทัย รีบลุกขึ้นประคองพระนางไว้ “ฮองเฮา...เกิดอะไรขึ้น!”หลี่ฮองเฮายกพระหัตถ์กุมพระอุระ สีพระพักตร์ยังไม่คลายหวาดหวั่น พระเนตรหงส์สั่นระริกเล็กน้อย “หม่อมฉัน...ฝันร้ายอีกแล้วเพคะ”“ฝันเช่นไร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

ลางร้าย (2)

สองวันต่อมา...ขบวนราชรถขององค์ชายใหญ่ก็เคลื่อนออกจากเมืองหลวงตั้งแต่ยามเฉิน มุ่งหน้าสู่วัดเก้าบรรพตสวรรค์ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูงทางทิศเหนือของวังหลวงทหารองครักษ์นับร้อยนายรายล้อมขบวนอย่างแน่นหนา ธงมังกรสีทองโบกสะบัดต้องสายลม เสียงเกือกม้าดังกึกก้องไปทั่วเส้นทางภูเขา เมื่อเดินทางมาถึงเชิงเขา ทุกคนต่างลงจากราชรถ เพราะเส้นทางขึ้นวิหารเป็นบันไดหินอ่อนสีขาวทอดยาวขึ้นไปบนยอดเขา ไม่อาจใช้รถม้าสัญจรได้องค์ชายใหญ่เงยหน้ามองวิหารซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เหนือแมกไม้ ก่อนสะบัดชายฉลองพระองค์แล้วก้าวขึ้นบันไดเป็นคนแรกองค์ชายสามเดินตามมาติดๆ พร้อมด้วยขุนนาง ขันที และทหารรักษาพระองค์ สองฟากบันไดเต็มไปด้วยต้นสนเก่าแก่ที่ยืนต้นมาหลายร้อยปี สายลมพัดยอดสนเสียดสีกันเกิดเป็นเสียงแผ่วเบาคล้ายกับสายลมครวญ บรรยากาศเงียบสงบจนชวนให้ผู้คนคลายความระแวดระวังครึ่งชั่วยามต่อมา ขบวนเสด็จจึงมาถึงลานกว้างหน้าวิหารเก้าบรรพตสวรรค์พระอาทิตย์ยามสายสาดแสงลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองจนเป็นประกายงดงาม พระภิกษุหลายรูปที่ได้รับคำเชิญล่วงหน้าพากันยืนรอต้อนรับอยู่หน้าบันไดวิหารทว่า...ยังไม่ทันที่องค์ชายใหญ่จะก้าวเข้าสู่ประตูวิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

ลางร้าย (3)

พระองค์ยื่นพระหัตถ์ประคองหัวหน้าองครักษ์ให้ลุกขึ้นด้วยพระองค์เอง “จงเก็บกำลังไว้สืบหาตัวผู้บงการจะดีกว่า”หัวหน้าองครักษ์ซาบซึ้งจนดวงตาแดงเรื่อ รีบประสานมือรับคำ “กระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายใหญ่พยักหน้า ก่อนหมุนพระวรกายตรงไปยังสตรีชุดแดงที่ยืนสงบนิ่งอยู่ริมลานวิหาร“แม่นาง” พระองค์ประสานมือคารวะอย่างจริงใจ “หากมิใช่เพราะเจ้า วันนี้ข้ากับน้องสามคงไม่มีโอกาสยืนอยู่ตรงนี้ บุญคุณช่วยชีวิตครั้งนี้ ข้าจะไม่มีวันลืมเลย”เฉินมี่เพียงยิ้มบางๆ “องค์ชายไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่พระทัย ข้าเพียงผ่านมาโดยบังเอิญเท่านั้น”“แม่นางถ่อมตัวเกินไปแล้ว” องค์ชายใหญ่ทอดพระเนตรสตรีลึกลับตรงหน้าอย่างพินิจ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่านางมีรัศมีแปลกประหลาด แตกต่างจากสตรีทั่วไปอย่างบอกไม่ถูกเฉินมี่คล้ายมองความคิดของพระองค์ออก จึงยิ้มบางเบา ก่อนหันไปทางสตรีอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล“นี่คือลูกพี่ลูกน้องของข้า...เสี่ยวหลัน”ซุนลี่ที่อยู่ๆ ก็ได้รับการแนะนำเช่นนั้นทำหน้าตกใจ เฉินมี่ต้องขยิบตาให้นาง ซุนลี่ถึงรีบก้าวออกมา ยอบกายให้ราชนิกุลหนุ่ม “คารวะองค์ชายใหญ่ คารวะองค์ชายสามเพคะ”องค์ชายใหญ่ชะงักค้างจ้องมอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

ลางร้าย (จบ)

ดังนั้น วันเดียวกันนั้นเอง องค์ชายใหญ่พร้อมผู้ติดตามจึงเดินทางไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กในป่าไผ่เวลานั้นชุนเหมยกำลังตากสมุนไพรอยู่หน้าบ้าน ครั้นเห็นขบวนของราชวงศ์มาหยุดอยู่ตรงหน้า นางถึงกับตกใจ รีบวางกระด้งสมุนไพรแล้วคุกเข่าลง เนื้อตัวของนางสั่นสะท้าน ซุนลี่เห็นดังนั้นจึงโผเข้าไปโอบกอดนางไว้ “ท่านแม่ ลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ”องค์ชายใหญ่รีบตรัสด้วยความห่วงใยเช่นกัน โดยมิทรงถือพระองค์แม้แต่น้อย “ท่านป้าลุกขึ้นเถิด ท่านเลี้ยงดูผู้มีพระคุณของข้า ย่อมเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณของข้าด้วย ท่านอย่าได้คุกเข่าเลย”ชุนเหมยยิ่งทำตัวไม่ถูกด้วยอยู่ๆ ก็มีเชื้อพระวงศ์มาปรากฏตัวบนภูเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงท้ายวัด นางทั้งกลัวทั้งกังวลใจ ทำอย่างไรก็ไม่ยอมลุกขึ้นองค์ชายใหญ่ที่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนมากมาย เมื่อเห็นกิริยาหวาดกลัวของนางเขาก็รีบเอ่ยถึงความตั้งใจทั้งหมดของตนทันที เพื่อให้นางสบายใจ “ท่านป้า บุตรสาวของท่านเป็นผู้มีพระคุณช่วยเหลือข้าไว้ ตัวข้าจึงแค่อยากตอบแทนพวกนางเท่านั้น หาได้อยากทำให้ท่านตื่นตกใจไม่ ขอท่านป้าวางใจเถิด ที่มาครั้งนี้แค่อยากมาขออนุญาตท่านป้า เพราะข้าอยากรับแม่นางเฉินและแม่นางซุนเข้าวังในฐา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

วังหลวง

หลายวันต่อมา หลังเดินทางกลับจากวัดเก้าบรรพตสวรรค์ องค์ชายใหญ่ก็หาเหตุออกจากวังแทบทุกสองสามวัน บางครั้งทรงอ้างว่ามาตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยของวัดบางครั้งก็ทรงนำตำราหรือยาบำรุงมามอบให้ชุนเหมยเพื่อที่จะเอาอกเอาใจนาง แต่ทุกครั้ง สายพระเนตรของพระองค์มักทอดมองไปยังซุนลี่โดยไม่รู้ตัวองค์ชายสามเองก็ไม่ต่างกัน แม้จะมีชันษาเพียงแค่สิบสี่อ่อนกว่าซุนลี่หลายปี แต่มักจะชอบมองซุนลี่แล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ วันนี้องค์ชายสามเสด็จออกมาที่วัดเพียงลำพังโดยมิได้นัดหมายกับองค์ชายใหญ่และแล้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายต่างก็ยืนอยู่หน้าประตูกระท่อม ราชนิกุลหนุ่มทั้งสองคนต่างก็ชะงักงัน“พี่ใหญ่” องค์ชายสามยิ้มเจื่อนๆ“บังเอิญจริงๆ” องค์ชายใหญ่หัวเราะเก้อๆ“ดูเหมือนเราจะคิดเหมือนกันนะ” ทั้งสองพระองค์มองหน้ากัน ก่อนต่างฝ่ายต่างหัวเราะออกมาชุนเหมยเห็นดังนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ รีบเชื้อเชิญให้ทั้งคู่เข้าไปนั่งพักในกระท่อมส่วนซุนลี่จัดสำรับน้ำชาและขนมอย่างคล่องแคล่ว “องค์ชาย เชิญเพคะ”องค์ชายใหญ่รับถ้วยชามาด้วยรอยยิ้ม “ลำบากแม่นางแล้ว”องค์ชายสามรีบเอ่ยเสริม “วันหน้าหากมีสิ่งใดอยากได้ ก็บอกข้า”ซุนลี่ยิ้มอ่อนโยน ก่อนตอบผู้สูงศักด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

วังหลวง (2)

องค์ชายสามที่เปิดผ้าม่านออกมาเมียงมองเห็นสีหน้าของนางก็อดยิ้มไม่ได้ “ชอบหรือไม่!” ทรงตะโกนถามมาจากหน้าต่างเกี้ยวหลังใหญ่ซุนลี่พยักหน้าหลายครั้งพลางขยับริมฝีปาก “เพคะ”องค์ชายใหญ่เองก็เปิดผ้าม่านหน้าต่างออกมาเช่นกัน พลางทอดพระเนตรนางครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“อีกครู่หนึ่ง ข้ากับน้องสามต้องเข้าเฝ้าเสด็จแม่”แล้วพระองค์ก็หันไปกำชับหัวหน้าองครักษ์ “จัดคนคุ้มกันแม่นางทั้งสองด้วย”“พ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าทหารองครักษ์รับคำสั่งจากนั้นองค์ชายใหญ่จึงหันมาพูดกับซุนลี่และเฉินมี่ “ระหว่างนี้ พวกเจ้าสามารถเดินชมพระราชวังได้ แต่จำไว้ว่าอย่าเข้าไปยังตำหนักของพระสนมและเขตพระราชฐานหวงห้าม หากมีเรื่องใดก็ให้บอกองครักษ์ทันที”ซุนลี่ยอบกายรับคำสั่ง “หม่อมฉันจะระวังเพคะ”องค์ชายสามยิ้ม พลางชี้ไปทางอุทยานหลวง “ตรงนั้นมีสระบัวใหญ่ แล้วก็ศาลาชมปลา เจ้าน่าจะชอบ”ซุนลี่ยิ้มหวาน “ขอบพระทัยองค์ชาย”องค์ชายใหญ่ทอดพระเนตรนางอยู่ชั่วอึดใจ ราวกับยังไม่ค่อยวางพระทัย แต่เมื่อเห็นเฉินมี่อยู่เคียงข้าง จึงค่อยผ่อนคลายลง “ถ้าเช่นนั้น พวกเราคงต้องขอตัวก่อน”กล่าวจบ พระองค์กับองค์ชายสามก็ทรงปิดผ้าม่านหน้าต่างลง ก่อนท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

วังหลวง (จบ)

นางยกมือกุมหน้าอก ความทรงจำเมื่อครู่ยังแจ่มชัดราวกับเกิดขึ้นตรงหน้า“เป็นไปไม่ได้” นางพึมพำด้วยเสียงสั่นก่อนหันไปมองอดีตฮองเฮาที่กำลังกอดแมว พลางเรียกซ้ำๆ ว่า “ลูก...ลูกของแม่”ซุนลี่ค่อยๆ ต่อภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน เด็กหญิงที่ถูกอุ้มออกจากห้องประสูติคือองค์หญิงตัวจริง ส่วนเด็กชายชาวบ้านถูกนำเข้าสู่วังเพื่อสวมรอยเป็นโอรสของหลี่กุ้ยเฟยนั้นก็คือองค์ชายใหญ่ริมฝีปากของนางซีดเผือด คนที่อยู่เบื้องหลังคือสามพ่อลูกตระกูลหลี่เฉินมี่ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังมิได้แสดงอาการตกใจ เพียงทอดสายตามองซุนลี่อย่างสงบนิ่ง ราวกับรู้ความจริงทั้งหมดนี้มาตั้งแต่แรก และกำลังรอวันที่ความลับซึ่งถูกฝังมานานกว่าสิบเก้าปี จะถูกเปิดเผยในวันนี้“ใช่แล้ว อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ลิ้มรสแล้วว่าการอยู่บนที่สูงน่ะมันเป็นเช่นไร” เฉินมี่พูดยิ้มๆดวงตาของซุนลี่สั่นระริก นางเม้มปาก ก่อนหันกลับมาจ้องมองติ้งฮองเฮาผู้เป็นมารดาเจ้าของร่างด้วยสายตาเจ็บปวด “ท่าน...ไม่สิ เสด็จแม่” นางจะคืนฐานะฮองเฮาให้แก่สตรีผู้นี้เองภายในตำหนักเย็นยังคงเงียบงันมีเพียงเสียงลมพัดลอดหน้าต่างไม้เก่า และเสียงแมวลายร้องแผ่วเบาอยู่ในอ้อมแขนของอดีตฮองเฮาซุนลี่ยังค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

ศาลต้าหลี่

หลังออกจากตำหนักเย็น ซุนลี่ก็เดินตามเฉินมี่กลับมายังอุทยานหลวง รอคอยให้องค์ชายใหญ่กับองค์ชายสามเสด็จกลับมา ระหว่างที่รอคอยอยู่นั้น ทั้งคู่ได้พูดคุยปรึกษากัน ซุนลี่คุกเข่าให้แก่เฉินมี่“พี่เฉิน...ข้าขอคำชี้แนะได้หรือไม่ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าหลี่ฮองเฮาสลับตัวองค์หญิงและเด็กชาวบ้าน ซ้ำยังใส่ร้ายติ้งฮองเฮาจนต้องถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น ข้าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยพระนางและเปิดโปงความจริงได้”เฉินมี่หลุบตามองซุนลี่ ครู่เดียวก็พยุงนางให้ลุกขึ้น แล้วเอ่ยเสียงเรียบๆ ให้คำปรึกษาแก่นาง “เจ้าคิดว่า หากนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้ พระองค์จะเชื่อหรือ”ซุนลี่ชะงัก เพียงครู่เดียวก็ส่ายหน้า “ย่อมไม่เชื่อแน่เจ้าค่ะ”เฉินมี่กล่าวต่อไป “ระหว่างหญิงสามัญกับชนชั้นสูง อย่างไรพระองค์ก็ไม่มีทางลงโทษหลี่ฮองเฮาหรอก”ซุนลี่เม้มริมฝีปาก นั่นคือความจริง ผู้หนึ่งคือฮองเฮาผู้ปกครองวังหลังอีกผู้หนึ่งเป็นเพียงหญิงชาวบ้านไร้ชาติกำเนิด ไม่มีผู้ใดยอมเชื่อคำของนางง่ายๆ แน่เฉินมี่กล่าวต่อ “เช่นนั้นถึงต้องใช้ตัวช่วยอย่างไรเล่า”ซุนลี่เลิกคิ้ว “เอ๊ะ” นางอยากจะถามว่าตัวช่วยอันใดเฉินมี่กล่าวต่อไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “คนผู้หนึ่ง...ผู้เด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

ศาลต้าหลี่ (จบ)

“เจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันคำพูดของเจ้าเล่า” กงซุนเส้อคาดคั้น ซุนลี่เม้มปากแน่นด้วยเพิ่งตระหนักได้ว่าการจะกล่าวหาใครนั้นอย่างน้อยก็ต้องมีพยานหลักฐาน ลำพังตัวนางเพียงคนเดียวย่อมไม่อาจโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในศาลเชื่อได้แน่นางค่อยๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้น เอี้ยวตัวหันไปยังกลุ่มฝูงชนที่ยืนออ ป้องปากซุบซิบกันแซงแซ่ ด้วยหมายจะมองหาตัวช่วยของตน ทว่ากลับหาได้เจอเฉินมี่อยู่ท่ามกลางกลุ่มของชาวบ้านไม่ซุนลี่ใจหายวาบ กงซุนเส้อก็ป่าวประกาศด้วยน้ำเสียงขึงขัง “ว่ายังไง เจ้ามีหลักฐานอะไร หากไม่มีเจ้าคงรู้ใช่หรือไม่ว่าโทษลบหลี่เบื้องบนนั้นถึงขั้นประหารชีวิตเชียวนะ”เหงื่อบนหน้าผากของซุนลี่ไหลซึม เรื่องนี้นางลืมไปได้อย่างไรกันหนอขณะที่กำลังตกประหม่าอยู่นั่นเอง เลยออกไปตรงประตู ด้านหลังของกลุ่มชาวบ้าน มีเสียงประกาศของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น “ใครบอกว่าไม่มีหลักฐานกันเล่า!”เสียงอันก้องกังวานนั้นทำให้ซุนลี่เผยรอยยิ้มอย่างโล่งใจ เพราะเฉินมี่เดินแหวกฝูงชนเข้ามายังห้องโถงของศาล เบื้องหลังของนางมีสตรีวัยกลางคนสวมผ้าห่มคลุมศีรษะเดินกระย่องกระแย่งตามหลังมาด้วย“ท่านแม่!” ซุนลี่อุทานออกมาด้วยความยินดีที่เห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

ลอบสังหาร

หลังจากเกิดเรื่องขึ้นที่ศาลต้าหลี่ ไม่นานข่าวการฟ้องร้องคดีก็แพร่งพรายไปยังตำหนักคุนหนิงกงโดยหูตาของตระกูลหลี่ ที่วางเอาไว้ในทุกๆ ที่ ทันทีที่ใต้เท้าซ่งเดินทางออกจากวังหลวงกลับไปที่ศาลต้าหลี่“อะไรนะ มีคนมาตีกลองฟ้องร้องข้าที่ศาลต้าหลี่อย่างนั้นเหรอ”“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่กงกงตอบเสียงหวาดหวั่น“เพล้ง!” ฉับพลันถ้วยชาในมือของพระนางก็ถูกขว้างลงกับพื้น เศษเครื่องเคลือบสีขาวนวลเนื้อละเอียดแตกกระจายเกลื่อน พระพักตร์ขาวเนียนของหลี่ฮองเฮาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาหงส์ที่มักจะเย็นเยียบอยู่เสมอลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ“ศาลต้าหลี่งั้นเรอะ!” พระนางแค่นเสียงต่ำลอดไรพระทนต์ หลี่มาม่าแม่นมคนสนิทรีบเดินเข้าไปปลอบพระนาง “ทูนหัวของหม่อมฉันอย่าเพิ่งกริ้วไปเลยเพคะ”“จะไม่ให้ข้าโมโหได้อย่างไรกัน นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วนะแม่นม!” พระนางหันกลับมาแหวใส่คนสนิทหลี่มาม่ารีบคุกเข่าลง พลางกราบทูล “ทรงเย็นพระทัยก่อนเพคะแล้วค่อยคิดกันเถิดว่าจะทำยังไง”หลี่ฮองเฮาเม้มพระโอษฐ์ พระพักตร์ที่แฝงความกรุ่นโกรธพลันเปลี่ยนกลายเป็นวิตกกังวล ทรงเดินกลับไปกลับมาราวกับหนูติดจั่น ขณะกำลังใช้ความคิดว่าจะทำเช่นไรกับเรื่องที่เกิดขึ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status