Share

บทที่ 3

Author: เข่ออ้ายตัว
ผมเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิดว่า

“พี่ชิงอวิ้นรู้รหัสเข้าบ้านผมได้ยังไงครับ?”

สวี่ชิงอวิ้นขมวดคิ้ว สีหน้าดูประหลาดใจเล็กน้อย

ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนที่ผมคบกับเธอ ผมก็ไม่เคยเรียกเธอว่าพี่อีก และไม่อนุญาตให้เธอเรียกผมว่าน้องชายด้วย

ผมย้ำกับเธอมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงขั้นเคยโมโหใส่เธอว่าผมกับเธอเป็นแฟนกันไม่ใช่พี่น้อง

เธอเก็บความสงสัยในใจเอาไว้ กวาดตามองไปรอบห้องแล้วบ่นขึ้นมาว่า

“ห้องรกขนาดนี้ นายช่วยเก็บกวาดหน่อยไม่ได้หรือไง?”

“แล้วข้าวเย็นล่ะ? ฉันหิวแล้ว”

ผมมึนตึ๊บไปหมด พี่สาวคนนี้ไม่มีระยะห่างระหว่างบุคคลบ้างเลยหรือไง? นึกอยากจะจิกหัวใช้ใครก็ทำหน้าตาเฉยแบบนี้เนี่ยนะ

เมื่อเห็นว่าผมยังไม่ขยับ สวี่ชิงอวิ้นก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น พอเห็นรูปถ่ายในมือผม เธอก็รีบก้าวเข้ามาฉีกมันเป็นชิ้นๆทันที

"ฉันเคยบอกนายแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่าถ่ายรูปคู่ให้มีหลักฐานเหลือไว้ ความสัมพันธ์ลับๆของเราจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้”

ผมมองการเปลี่ยนสีหน้าอย่างกะทันหันของเธอแล้วถึงกับนิ่งอึ้ง

เธอคบกับผมแบบลับๆงั้นเหรอ?

เท่าที่ผมจำได้ เธอมีแฟนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?

ถึงผมจะรู้สึกสนใจเธออยู่บ้าง แต่ก็คงไม่ถึงขั้นไปแย่งแฟนคนอื่นหรอกมั้ง

“พี่ชิงอวิ้นแน่ใจนะครับว่าไม่ได้จำคนผิด?”

น้ำเสียงของสวี่ชิงอวิ้นมืดมนลงและพูดจี้ถามผมอย่างไม่ไว้หน้า

“เจียงจิ้งเฉิง นายจะแกล้งทำอะไรอีก? ไม่ใช่ว่านายกำลังโกรธที่ช่วงนี้ฉันอยู่กับเจียชวนจนไม่ได้กลับบ้านหรอกเหรอ?”

“เจียชวนไม่ได้กลับประเทศมาถึงแปดปี ยังปรับตัวกับชีวิตที่นี่ไม่ทัน ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเขาสักสองสามวันแล้วมันยังไง? จำเป็นต้องพูดเหน็บแนมกันขนาดนี้เลยหรือไง!”

“ก็เพราะเธอขี้ระแวงคิดมาก แถมยังคิดอะไรในแง่ร้าย ฉันถึงไม่อยากจะอยู่ใกล้ๆนาย"

พี่สาวคนนี้คงจะบ้าไปแล้วมั้ง

เธอไปอยู่กับแฟนเธอ แล้วจะมาหาเรื่องทะเลาะกับผมเพื่ออะไร?

ผมถอนหายใจ ไม่อยากเสียเวลาทะเลาะกับคนบ้า จึงเปิดประตูเตรียมจะเดินออกไป

สวี่ชิงอวิ้นเห็นดังนั้นก็รีบตามมาสองก้าวแล้วคว้าชายเสื้อผมไว้ สีหน้ายิ่งดูดุร้ายน่ากลัวขึ้นไปอีก

“นายจะแกล้งทำต่อไปใช่ไหม! นายเลิกหึงเจียชวนสักทีได้ไหม ทำตัวใจแคบแบบนี้มันทำให้ฉันเหนื่อยจริงๆนะ”

เห็นแก่ที่เธอเป็นเพื่อนของพี่สาว ผมจึงพยายามอดทนแล้วอดทนอีก

แต่เธอกลับยิ่งได้ใจคิดว่าผมไม่พูดอะไรแล้วจะข่มเหงยังไงก็ได้หรือไง!

ผมสะบัดมือเธอออกแล้วตะคอกใส่ทันที

“นี่พี่ เป็นบ้าอะไรเนี่ย!”

“ผมไปคบกับพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? ดูสภาพตัวเองสิเอาแต่โวยวายใส่คนอื่นแบบนี้ ใครเขาจะไปชอบพี่ลง!”

สวี่ชิงอวิ้นมองผมอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“นายกล้าพูดกับฉันแบบนี้เลยเหรอ เจียงจิ้งเฉิง ฉันขอเลิกกับนาย!"

ตอนนี้ความอดทนของผมหมดลงแล้ว

ผมจึงตอบออกไปอย่างไร้อารมณ์ว่า “ได้สิ งั้นก็เลิกกัน”

พูดจบผมก็เปิดประตูเดินออกไปทันที

สวี่ชิงอวิ้นมีสีหน้าสงสัย น้ำเสียงแฝงความตื่นตระหนกอยู่บ้าง "เป็นไปได้ยังไง เขาความจำเสื่อมจริงๆเหรอ?"

แต่ในวินาทีต่อมา ข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิทก็ทำให้เธอผ่อนคลายลงทันที

“ชิงอวิ้น ดูเหมือนเจียงจิ้งเฉิงจะรู้แผนที่เธอจะแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมแล้วนะ”

ในวิดีโอผมยืนอยู่หน้าห้องรับรองด้วยดวงตาแดงก่ำ มือกำลูกบิดประตูแน่นแต่กลับไม่ได้เปิดประตูเข้าไป

สวี่ชิงอวิ้นหลุดหัวเราะออกมาทันที

เจ้าน้องชายตัวดี ฉันพูดไปส่งๆแค่ประโยคเดียวทำเป็นเอาจริงเอาจังไปได้

“แกล้งทำเป็นความจำเสื่อมได้เหมือนจริงมากเลยนะ”

หลังจากออกมา ผมก็ตรงกลับไปบ้านพ่อแม่ทันที

พอมาถึงหน้าบ้าน ผมกลับลังเลอยู่ครู่หนึ่งรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้กลับมาที่นี่นานมากแล้ว ทั้งที่ในความทรงจำ ผมเพิ่งออกจากบ้านไปเมื่อวานเองแท้ๆ

ผมเปิดประตูเข้าไป และพบว่าที่บ้านมีเพียงพี่สาวอย่างเจียงจิ้งหลานอยู่คนเดียว

“โอ้โห แขกคนสำคัญมาเยือน ทิ้งแฟนลับๆของตัวเองไว้ไม่สนใจ แล้วทำไมวันนี้ถึงกลับมาหาพวกเราล่ะ?”

ผมทำหน้างุนงง ผมไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่?

“ยังจะทำเป็นไม่รู้อีก”

เธอหยิบรูปสองใบที่ผมแอบโพสต์ไว้ในพื้นที่ส่วนตัวออกมา เป็นรูปแหวนหมั้นหนึ่งคู่ โดยด้านในของวงแหวนยังสลักข้อความว่า JC love QY

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 14

    “ผมกับเธอเป็นศัตรูกันแล้ว ผมแค่ถามดูว่าเธอเป็นยังไง เผื่อจะได้เติมเชื้อไฟให้เรื่องมันร้อนขึ้นอีกหน่อย” ผมติดต่อทนายความและยื่นข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อสวี่ชิงอวิ้น เนื่องจากหลักฐานชัดเจนและแน่นหนา เธอจึงถูกจำคุกเป็นเวลาห้าปี ระหว่างที่สวี่ชิงอวิ้นอยู่ในเรือนจำ บริษัทขาดทุนจนต้องปิดตัวลง ทรัพย์สินของบริษัทถูกนำออกขายทอดตลาดจนไม่เหลืออะไรเลย หลังจากพักฟื้นอยู่ระยะหนึ่ง ผมกับเมี่ยวเมี่ยวก็ทุ่มเทให้กับงานในสถาบันวิจัยอย่างเต็มที่ ชีวิตในแต่ละวันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ผมกับเธอตื่นแต่เช้า นอนดึก นั่งทำงานด้วยกันจนแทบไม่ได้พัก ออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูลและลงพื้นที่ศึกษาสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมตีพิมพ์ผลงานวิจัย ฝึกวาดเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณ เขียนแบบอาคาร และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อการบูรณะและอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ สี่ปีต่อมา ตอนที่โปรเจกต์เสร็จสิ้นลงด้วยดี ผมก็คุกเข่าขอเธอแต่งงานหลังจากนั้น ผมก็จัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้แก่เธอ ประกาศความรักที่ผมมีต่อเธอให้คนทั้งเมืองได้รับรู้ญาติสนิทมิตรสหายต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขยิ่งไปกว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 13

    “ถ้าตื่นแล้ว ก็เริ่มทำการรักษาได้เลย” ผมพยายามจะดิ้นลุกขึ้นจากเตียงรักษา แต่กลับพบว่ามือและเท้าของตัวเองถูกมัดเอาไว้หมดแล้ว ทำรักษาเหรอ? เธอคนนี้คิดจะจับผมทำการรักษาอะไรกันชายแก่เคราขาวในชุดสำหรับการรักษาที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินขยับก้าวเข้ามาใกล้“ถ้าจิตใต้สำนึกของคนไข้ต่อต้านการฟื้นความทรงจำ จะทำให้อัตราความสำเร็จของการรักษาลดลงอย่างมาก และอาจทำให้ความทรงจำเกิดความสับสนได้ด้วย ที่แย่ที่สุดคืออาจทำให้การทำงานของสมองด้านความทรงจำเสียหาย จนเขาอาจกลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้” ทันทีที่ได้ยิน ผมก็ดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมจนข้อมือที่ถูกมัดแดงก่ำ แทบจะมีเลือดซึมออกมา เขามองผมด้วยสายตาสงสาร ก่อนจะหันไปถามสวี่ชิงอวิ้น "ถึงจะเป็นอย่างนั้น คุณยังยืนยันจะทำต่ออีกอย่างนั้นเหรอ?"เธอขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสภาพของผมตอนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน“ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้บอกว่ามั่นใจมากเหรอ? ถ้าให้ยาสลบแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงอยู่อีกเหรอ?”ชายแก่ถอนหายใจพยักหน้าอย่างจนใจ“ตอนนี้คนไข้ปฏิเสธการรักษาอย่างชัดเจน แถมอารมณ์ยังแปรปรวนอย่างมาก จิตใต้สำนึกของเขาปิดกั้นความเป็นไปได้ที่จะฟื้นความทรงจำเอาไว้แล้ว

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 12

    “สวี่ชิงอวิ้น ผมแสดงความรักกับคนอื่นต่อหน้าคุณเลยนะ คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?” เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน ยื่นมือไปคว้าแขนหลินเจียชวนไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือฟางเส้นสุดท้าย"ฉันถามนายว่ามันยังมีวิธีอยู่อีกไหม? ยังมีทางทำให้เขากลับมารักฉันอีกครั้งได้ไหม?"ทุกถ้อยคำพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตา หลินเจียชวนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโหจัด "ตอนที่คุณแอบมาออกเดตกับผม ไม่เห็นคุณจะรักจริงหวังแต่งขนาดนี้เลยนี่!""สวี่ชิงอวิ้น ชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีวันได้เขาคืนมาอีกแล้วล่ะ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรงจนหลินเจียชวนล้มลงกับพื้น "เป็นไปไม่ได้! เขาจะต้องกลับมารักฉันอีก นายไสหัวไปให้พ้นเลยนะ!"เธอกวาดทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับความสิ้นหวังจากการสูญเสียเจียงจิ้งเฉิงที่พังทลายลงไปพร้อมกัน วันถัดมา ลูกน้องเข้ามาปลุกเธอให้ตื่นขึ้นท่ามกลางเศษซากความพังพินาศบนพื้นห้องทำงาน"ประธานสวี่ ตื่นเร็วครับ! หลินเจียชวนหอบเงินสด90%ของบริษัทหนีไปแล้วครับ""ตอนนี้กระแสเงินสดของบริษัทขาดสะบั้น การชดเชยค่าเสียหายและสายการผลิตทุกสายชะงักหยุดนิ่ง แผนกประชาสัมพันธ์ก

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 11

    "วงในแฉ แฟนของประธานสวี่ไม่ได้ป่วยเลยสักนิด วันที่เขามายื่นใบลาออกยังทะเลาะกับประธานสวี่จนทุ่มฮาร์ดดิสก์พังยับ ไม่แน่ว่าข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนโดยเจตนาอ าจเกิดขึ้นในวันนั้นก็ได้ แถมตลอดห้าปีมานี้ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำ""มิน่าล่ะ นึกว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีก ตอนไลฟ์สองครั้งก่อนประธานสวี่พูดถึงแฟนตัวเองก็ไม่ได้ดูรักอะไรขนาดนั้น ที่แท้ก็โดนข่มขู่มาตลอดนี่เอง"เพียงชั่วพริบตา กระแสก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชาวเน็ตพากันหันมาโจมตีผมแทน กล่องข้อความส่วนตัวของผมโดนถล่มจนแทบระเบิดยิ่งคนให้ความสนใจผมมากขึ้น ข่าวแฉสารพัดเรื่องก็ทยอยตามมาไม่ขาดสาย ถึงขั้นมีคนขุดออกมาว่า ผมเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ระหว่างหลินเจียชวนกับสวี่ชิงอวิ้น แถมยังใช้อิทธิพลจากการเป็นทายาทเศรษฐีบีบให้หลินเจียชวนต้องออกจากประเทศ ยังมีข่าวว่าผมตามจีบสวี่ชิงอวิ้นอย่างหนักถึงสามปีแต่ไม่สำเร็จ จึงใช้ช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อบีบบังคับให้เธอรับผมเข้าบริษัท แล้วตามรังควานเธอมานานถึงห้าปี ข่าวลือสารพัดแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ กระแสโจมตีผมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีผมไม่คิดจะสนใจ แต่ไม่คิดเลยว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 10

    "โจวเมี่ยวเมี่ยวคนนี้อาศัยจังหวะที่จิ้งเฉิงสับสนเรื่องความทรงจำ เฝ้าคอยประคบประหงมอยู่ข้างกายเขาทุกวัน ถ้าคุณไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง ต่อให้วันข้างหน้าเขาจะฟื้นความจำกลับมาได้ ข้างกายเขาก็คงไม่มีที่ว่างให้คุณอีกต่อไปแล้วล่ะ"ไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนขึ้นในดวงตาของสวี่ชิงอวิ้น เธอถูกยั่วยุจนโกรธขึ้นมาทันที หลินเจียชวนยังคงเกลี้ยกล่อมเธอต่อ “ชิงอวิ้น ขอแค่คุณออกมาเป็นพยาน ใส่ร้ายจิ้งเฉิงจนเขาถูกทุกคนทอดทิ้งและไม่มีใครช่วยเหลืออีก ถึงตอนนั้นข้างกายเขาก็จะเหลือแค่คุณคนเดียว แล้วถ้าคุณยื่นมือเข้าไปช่วย ยังจำเป็นต้องมานั่งอ้อนวอนให้เขากลับมาเหมือนตอนนี้อีกเหรอ?” มุมปากของสวี่ชิงอวิ้นยกขึ้น ราวกับในชั่วขณะนั้นเธอมองเห็นภาพผมที่คอยอยู่ข้างกายเธออย่างว่าง่าย หลินเจียชวนดึงร่างเธอเข้ามาสวมกอดไว้ พร้อมลูบหลังเธอเบาๆ“ชิงอวิ้น ที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อคุณ ข้างกายคุณจะไม่มีผมก็ได้ แต่ต้องมีคนที่คุณรักอยู่ด้วย” สวี่ชิงอวิ้นมีสีหน้าซาบซึ้งเต็มที่ แล้วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดและเกรงใจ"ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่สามารถรักคนสองคนพร้อมกันได้จริง"หลินเจียชวนถอนหายใจยาว "อย่างน้อยที่สุดคุณก็ต้องมีความสุข

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 9

    "เธอทำได้ดีมากแล้วล่ะ""ผมอยากกลับบ้านแล้ว คุณช่วยไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้หน่อยได้ไหม?"เมี่ยวเมี่ยวตอบรับด้วยใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศหวานละมุนในตอนนั้นลงทันที เงาร่างหนึ่งแวบผ่านหน้าประตู เมี่ยวเมี่ยวจึงรีบวิ่งตามออกไปในทันทีไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็กลับมาด้วยสีหน้าหงอยๆ “จับตัวคนคนนั้นไม่ได้ รูปที่เขาถ่ายจะส่งผลกระทบกับนายไหม?” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้หรอก"ไม่กี่วันต่อมา ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างบลูโอเชียนของบริษัทสวี่ชิงอวิ้นก็เปิดตัววางจำหน่ายในงานเปิดตัว สวี่ชิงอวิ้นพูดถึงผลงานด้านการออกแบบของผมที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างยกใหญ่ พร้อมยกความดีความชอบทั้งหมดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เปิดตัวได้สำเร็จให้กับความทุ่มเทในการทำงานและการนำทีมของผม นักข่าวที่อยู่ในงานจึงถือโอกาสถามขึ้นว่า "ขอถามหน่อยครับว่าผู้จัดการเจียงที่ประธานสวี่เอ่ยชมอยู่นี้อยู่ในงานด้วยไหมครับ?""แล้วคุณกับเขา มีความสัมพันธ์กันอย่างไรครับ?"สวี่ชิงอวิ้นได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอาย "เขาเป็นแฟนของฉันเองค่ะ ช่วงนี้สุขภา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status