Share

บทที่ 2

Author: เข่ออ้ายตัว
ผมทำให้ความคาดหวังของอาจารย์ที่ปรึกษาต้องผิดหวัง ยอมทิ้งงานวิจัยด้านสถาปัตยกรรมโบราณ ลดเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆแล้วทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงานและชีวิตของเธอ ตลอดแปดปีที่ผ่านมา เธอคือโลกทั้งใบของผม

แต่หลังจากบริษัทพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรและขยายกิจการจนใหญ่โตขึ้น เธอกลับโยนหน้าที่หลักทั้งหมดมาให้ผม ส่วนตัวเองหาเวลาบินไปต่างประเทศบ่อยๆเพื่อพบกับรักแรกอย่างหลินเจียชวน

เธอคิดมาตลอดว่าผมไม่รู้เรื่อง

แต่ทุกครั้งที่พวกเขานัดเจอกันที่ต่างประเทศ หลินเจียชวนมักส่งข้อความส่วนตัวมาหาผม พร้อมอวดรูปคู่สุดสนิทสนมของพวกเขา

“ชิงอวิ้นอยู่กับฉันได้อย่างเปิดเผย แต่กลับต้องคบกับนายอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ตอนอยู่ในประเทศ ใครกันแน่ที่เป็นคนนอกก็ชัดเจนอยู่แล้วนะ"

"เธอซื้อชุดสูทสไตล์นักธุรกิจที่ฉันชอบให้ เพื่อแต่งตัวให้เข้าชุดกับฉัน เธอเคยทำแบบนี้ให้นายบ้างไหมล่ะ?"

สวี่ชิงอวิ้นไม่เคยยอมถ่ายรูปคู่กับผม และไม่เคยเลือกของขวัญโดยคำนึงถึงสิ่งที่ผมชอบเลย ในตู้เสื้อผ้าของผมมีแต่สูทที่เหมาะกับการทำงานเท่านั้น

ผมเคยคิดมาตลอดว่าเธอเพียงทุ่มเทความสนใจทั้งหมดให้กับการบริหารและดูแลบริษัท แต่ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ผมได้รับกลับเป็นเพียงของที่หลินเจียชวนเลือกเหลือไว้

ทุกครั้งหลังจากพวกเขาไปเดตกัน หลินเจียชวนก็มักโพสต์บอกรักเธอลงในโซเชียลเสมอ

“คุณคือปาฏิหาริย์ในชีวิตอันแสนธรรมดาของผม คือที่พักพิงเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางผู้คนมากมาย”

“เพราะได้พบคุณอีกครั้ง ผมถึงได้มองเห็นคำว่านิรันดร์”

“การได้พบกันอีกครั้ง คุณเปรียบเสมือนดวงดาวที่ส่องประกายที่สุด คอยส่องสว่างให้กับค่ำคืนอันยาวนานของผม”

ในรูปที่โพสต์คู่กัน มักมีสเต๊กเนื้อพริกไทยดำซอสไวน์แดงจานโปรดของเขาปรากฏอยู่เสมอ

เพื่อนๆของเขาต่างคิดมาตลอดว่าหลินเจียชวนกับสวี่ชิงอวิ้นเป็นเพียงคู่รักที่อยู่กันคนละที่ และพากันเข้ามาคอมเมนต์อวยพร

ผมหัวเราะเยาะตัวเองออกมาเบาๆและภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว ไม่รักก็คือไม่รัก ต่อให้พยายามมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์

หมอที่อยู่ข้างๆถามขึ้นอีกครั้ง ดึงผมกลับออกมาจากความคิด

“คุณเจียง เราเริ่มการรักษาได้หรือยังครับ?”

ผมถอนหายใจยาว เช็ดหยดน้ำที่หางตา ก่อนบล็อกเธอทันทีแล้วปิดโทรศัพท์

“ผมพร้อมแล้ว เริ่มได้เลยครับ”

สวี่ชิงอวิ้น เธอได้ปิดฉากบทบาทของตัวเองในเรื่องราวชีวิตของผมแล้ว

นับจากนี้ ระหว่างเราจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผมก็ฟื้นอยู่ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลและเวลาได้ผ่านไปแล้วสามวัน

พยาบาลแจ้งข่าวว่ากระบวนการสะกดจิตประสบความสำเร็จด้วยดี ทำเอาผมตกตะลึงไปพอสมควร

ผมจ้องลายเซ็นของตัวเองบนเอกสารยินยอมเข้ารับการรักษาอยู่นาน

ผมต้องเจอเรื่องกระทบกระเทือนใจมากแค่ไหน ถึงได้ยอมทิ้งความทรงจำตลอดแปดปีไปโดยไม่มีเหตุผล

เวลาค่อยๆผ่านไปทีละวินาที สุดท้ายผมก็ทำได้เพียงยอมรับความจริงนี้

หลังออกจากโรงพยาบาล ผมก็ไปยังที่อยู่แห่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป บ้านกลับรกเละเทะ เสื้อผ้าของผู้หญิงกองเต็มโซฟา ส่วนบนโต๊ะยังมีเศษอาหารเดลิเวอรีที่กินเหลือทิ้งไว้

นี่ผมอาศัยอยู่ร่วมกับผู้หญิงซกมกคนหนึ่งงั้นเหรอ?

แต่พอเห็นสภาพ มือไม้ของผมกลับขยับเก็บกวาดโดยไม่รู้ตัว

พอรู้สึกตัว ผมก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ ปกติอยู่บ้านตัวเองผมเป็นพวกสุขสบายมีคนคอยรับใช้ แล้วไปขยันขันแข็งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ผมกวาดตามองไปรอบๆ บนตู้โชว์เต็มไปด้วยฟิกเกอร์โมเดลสีสันฉูดฉาดและของที่ระลึกจากดอกไม้แห้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของที่ผมไม่เคยสนใจ เพราะผมคิดว่าความโรแมนติกที่ดูเหมือนมีพิธีรีตองพวกนี้เป็นเพียงเรื่องฉาบฉวย สู้การได้อยู่เคียงข้างกันจริงๆไม่ได้

ส่วนโมเดลสถาปัตยกรรมโบราณที่ผมรักที่สุดกลับถูกวางทิ้งไว้ในมุมหนึ่งจนมีฝุ่นเกาะ

ผมหยิบโมเดลออกมาเช็ดทำความสะอาด แต่กลับเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งตกอยู่ด้านหลังตู้โชว์

ในรูปนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายผมมากกำลังกอดสวี่ชิงอวิ้น เพื่อนสนิทของพี่สาวผม พร้อมรอยยิ้มที่มีความสุข

ขณะที่ผมยังสงสัยอยู่ว่าทำไมรูปของเพื่อนพี่สาวถึงมาอยู่ในบ้านของผม จู่ๆก็ได้ยินเสียงกดรหัสจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงที่เดินเข้ามาเบาๆ

ผมหันไปมองด้วยความตื่นตระหนก และคนที่เดินเข้ามาก็คือสวี่ชิงอวิ้นในรูปนั่นเอง

แต่สวี่ชิงอวิ้นในตอนนี้ไม่ได้ดูอ่อนเยาว์เหมือนในรูปอีกแล้ว เธอดูสง่างาม เย็นชา และแผ่บรรยากาศกดดันแบบคนที่อยู่เหนือกว่าคนอื่นออกมาอย่างชัดเจน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 14

    “ผมกับเธอเป็นศัตรูกันแล้ว ผมแค่ถามดูว่าเธอเป็นยังไง เผื่อจะได้เติมเชื้อไฟให้เรื่องมันร้อนขึ้นอีกหน่อย” ผมติดต่อทนายความและยื่นข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อสวี่ชิงอวิ้น เนื่องจากหลักฐานชัดเจนและแน่นหนา เธอจึงถูกจำคุกเป็นเวลาห้าปี ระหว่างที่สวี่ชิงอวิ้นอยู่ในเรือนจำ บริษัทขาดทุนจนต้องปิดตัวลง ทรัพย์สินของบริษัทถูกนำออกขายทอดตลาดจนไม่เหลืออะไรเลย หลังจากพักฟื้นอยู่ระยะหนึ่ง ผมกับเมี่ยวเมี่ยวก็ทุ่มเทให้กับงานในสถาบันวิจัยอย่างเต็มที่ ชีวิตในแต่ละวันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ผมกับเธอตื่นแต่เช้า นอนดึก นั่งทำงานด้วยกันจนแทบไม่ได้พัก ออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูลและลงพื้นที่ศึกษาสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมตีพิมพ์ผลงานวิจัย ฝึกวาดเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณ เขียนแบบอาคาร และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อการบูรณะและอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ สี่ปีต่อมา ตอนที่โปรเจกต์เสร็จสิ้นลงด้วยดี ผมก็คุกเข่าขอเธอแต่งงานหลังจากนั้น ผมก็จัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้แก่เธอ ประกาศความรักที่ผมมีต่อเธอให้คนทั้งเมืองได้รับรู้ญาติสนิทมิตรสหายต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขยิ่งไปกว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 13

    “ถ้าตื่นแล้ว ก็เริ่มทำการรักษาได้เลย” ผมพยายามจะดิ้นลุกขึ้นจากเตียงรักษา แต่กลับพบว่ามือและเท้าของตัวเองถูกมัดเอาไว้หมดแล้ว ทำรักษาเหรอ? เธอคนนี้คิดจะจับผมทำการรักษาอะไรกันชายแก่เคราขาวในชุดสำหรับการรักษาที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินขยับก้าวเข้ามาใกล้“ถ้าจิตใต้สำนึกของคนไข้ต่อต้านการฟื้นความทรงจำ จะทำให้อัตราความสำเร็จของการรักษาลดลงอย่างมาก และอาจทำให้ความทรงจำเกิดความสับสนได้ด้วย ที่แย่ที่สุดคืออาจทำให้การทำงานของสมองด้านความทรงจำเสียหาย จนเขาอาจกลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้” ทันทีที่ได้ยิน ผมก็ดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมจนข้อมือที่ถูกมัดแดงก่ำ แทบจะมีเลือดซึมออกมา เขามองผมด้วยสายตาสงสาร ก่อนจะหันไปถามสวี่ชิงอวิ้น "ถึงจะเป็นอย่างนั้น คุณยังยืนยันจะทำต่ออีกอย่างนั้นเหรอ?"เธอขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสภาพของผมตอนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน“ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้บอกว่ามั่นใจมากเหรอ? ถ้าให้ยาสลบแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงอยู่อีกเหรอ?”ชายแก่ถอนหายใจพยักหน้าอย่างจนใจ“ตอนนี้คนไข้ปฏิเสธการรักษาอย่างชัดเจน แถมอารมณ์ยังแปรปรวนอย่างมาก จิตใต้สำนึกของเขาปิดกั้นความเป็นไปได้ที่จะฟื้นความทรงจำเอาไว้แล้ว

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 12

    “สวี่ชิงอวิ้น ผมแสดงความรักกับคนอื่นต่อหน้าคุณเลยนะ คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?” เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน ยื่นมือไปคว้าแขนหลินเจียชวนไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือฟางเส้นสุดท้าย"ฉันถามนายว่ามันยังมีวิธีอยู่อีกไหม? ยังมีทางทำให้เขากลับมารักฉันอีกครั้งได้ไหม?"ทุกถ้อยคำพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตา หลินเจียชวนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโหจัด "ตอนที่คุณแอบมาออกเดตกับผม ไม่เห็นคุณจะรักจริงหวังแต่งขนาดนี้เลยนี่!""สวี่ชิงอวิ้น ชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีวันได้เขาคืนมาอีกแล้วล่ะ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรงจนหลินเจียชวนล้มลงกับพื้น "เป็นไปไม่ได้! เขาจะต้องกลับมารักฉันอีก นายไสหัวไปให้พ้นเลยนะ!"เธอกวาดทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับความสิ้นหวังจากการสูญเสียเจียงจิ้งเฉิงที่พังทลายลงไปพร้อมกัน วันถัดมา ลูกน้องเข้ามาปลุกเธอให้ตื่นขึ้นท่ามกลางเศษซากความพังพินาศบนพื้นห้องทำงาน"ประธานสวี่ ตื่นเร็วครับ! หลินเจียชวนหอบเงินสด90%ของบริษัทหนีไปแล้วครับ""ตอนนี้กระแสเงินสดของบริษัทขาดสะบั้น การชดเชยค่าเสียหายและสายการผลิตทุกสายชะงักหยุดนิ่ง แผนกประชาสัมพันธ์ก

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 11

    "วงในแฉ แฟนของประธานสวี่ไม่ได้ป่วยเลยสักนิด วันที่เขามายื่นใบลาออกยังทะเลาะกับประธานสวี่จนทุ่มฮาร์ดดิสก์พังยับ ไม่แน่ว่าข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนโดยเจตนาอ าจเกิดขึ้นในวันนั้นก็ได้ แถมตลอดห้าปีมานี้ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำ""มิน่าล่ะ นึกว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีก ตอนไลฟ์สองครั้งก่อนประธานสวี่พูดถึงแฟนตัวเองก็ไม่ได้ดูรักอะไรขนาดนั้น ที่แท้ก็โดนข่มขู่มาตลอดนี่เอง"เพียงชั่วพริบตา กระแสก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชาวเน็ตพากันหันมาโจมตีผมแทน กล่องข้อความส่วนตัวของผมโดนถล่มจนแทบระเบิดยิ่งคนให้ความสนใจผมมากขึ้น ข่าวแฉสารพัดเรื่องก็ทยอยตามมาไม่ขาดสาย ถึงขั้นมีคนขุดออกมาว่า ผมเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ระหว่างหลินเจียชวนกับสวี่ชิงอวิ้น แถมยังใช้อิทธิพลจากการเป็นทายาทเศรษฐีบีบให้หลินเจียชวนต้องออกจากประเทศ ยังมีข่าวว่าผมตามจีบสวี่ชิงอวิ้นอย่างหนักถึงสามปีแต่ไม่สำเร็จ จึงใช้ช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อบีบบังคับให้เธอรับผมเข้าบริษัท แล้วตามรังควานเธอมานานถึงห้าปี ข่าวลือสารพัดแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ กระแสโจมตีผมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีผมไม่คิดจะสนใจ แต่ไม่คิดเลยว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 10

    "โจวเมี่ยวเมี่ยวคนนี้อาศัยจังหวะที่จิ้งเฉิงสับสนเรื่องความทรงจำ เฝ้าคอยประคบประหงมอยู่ข้างกายเขาทุกวัน ถ้าคุณไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง ต่อให้วันข้างหน้าเขาจะฟื้นความจำกลับมาได้ ข้างกายเขาก็คงไม่มีที่ว่างให้คุณอีกต่อไปแล้วล่ะ"ไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนขึ้นในดวงตาของสวี่ชิงอวิ้น เธอถูกยั่วยุจนโกรธขึ้นมาทันที หลินเจียชวนยังคงเกลี้ยกล่อมเธอต่อ “ชิงอวิ้น ขอแค่คุณออกมาเป็นพยาน ใส่ร้ายจิ้งเฉิงจนเขาถูกทุกคนทอดทิ้งและไม่มีใครช่วยเหลืออีก ถึงตอนนั้นข้างกายเขาก็จะเหลือแค่คุณคนเดียว แล้วถ้าคุณยื่นมือเข้าไปช่วย ยังจำเป็นต้องมานั่งอ้อนวอนให้เขากลับมาเหมือนตอนนี้อีกเหรอ?” มุมปากของสวี่ชิงอวิ้นยกขึ้น ราวกับในชั่วขณะนั้นเธอมองเห็นภาพผมที่คอยอยู่ข้างกายเธออย่างว่าง่าย หลินเจียชวนดึงร่างเธอเข้ามาสวมกอดไว้ พร้อมลูบหลังเธอเบาๆ“ชิงอวิ้น ที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อคุณ ข้างกายคุณจะไม่มีผมก็ได้ แต่ต้องมีคนที่คุณรักอยู่ด้วย” สวี่ชิงอวิ้นมีสีหน้าซาบซึ้งเต็มที่ แล้วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดและเกรงใจ"ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่สามารถรักคนสองคนพร้อมกันได้จริง"หลินเจียชวนถอนหายใจยาว "อย่างน้อยที่สุดคุณก็ต้องมีความสุข

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 9

    "เธอทำได้ดีมากแล้วล่ะ""ผมอยากกลับบ้านแล้ว คุณช่วยไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้หน่อยได้ไหม?"เมี่ยวเมี่ยวตอบรับด้วยใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศหวานละมุนในตอนนั้นลงทันที เงาร่างหนึ่งแวบผ่านหน้าประตู เมี่ยวเมี่ยวจึงรีบวิ่งตามออกไปในทันทีไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็กลับมาด้วยสีหน้าหงอยๆ “จับตัวคนคนนั้นไม่ได้ รูปที่เขาถ่ายจะส่งผลกระทบกับนายไหม?” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้หรอก"ไม่กี่วันต่อมา ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างบลูโอเชียนของบริษัทสวี่ชิงอวิ้นก็เปิดตัววางจำหน่ายในงานเปิดตัว สวี่ชิงอวิ้นพูดถึงผลงานด้านการออกแบบของผมที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างยกใหญ่ พร้อมยกความดีความชอบทั้งหมดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เปิดตัวได้สำเร็จให้กับความทุ่มเทในการทำงานและการนำทีมของผม นักข่าวที่อยู่ในงานจึงถือโอกาสถามขึ้นว่า "ขอถามหน่อยครับว่าผู้จัดการเจียงที่ประธานสวี่เอ่ยชมอยู่นี้อยู่ในงานด้วยไหมครับ?""แล้วคุณกับเขา มีความสัมพันธ์กันอย่างไรครับ?"สวี่ชิงอวิ้นได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอาย "เขาเป็นแฟนของฉันเองค่ะ ช่วงนี้สุขภา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status