Share

บทที่ 4

Author: เข่ออ้ายตัว
ส่วนอีกรูปหนึ่ง เป็นภาพผมกำลังกุมมือหญิงสาวคนหนึ่งไว้ นิ้วของเราสอดประสานกันแน่นและบนนิ้วของเราทั้งคู่ก็ยังสวมแหวนอยู่ด้วย

พอผมเห็นแล้วก็ไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยสักนิด

แหวนหมั้นแถมยังสลักตัวอักษรเนี่ยนะ มันใช่เรื่องเลี่ยนๆ ที่คนอย่างผมจะทำลงไปซะที่ไหนกัน

“พี่ นี่พี่ว่างมากเลยนะ ถึงขั้นตัดต่อรูปแบบนี้มาแกล้งผม”

“เดี๋ยวนี้จะเร่งให้แต่งงานกัน ต้องเล่นใหญ่ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”

โดยไม่สนใจสีหน้าตกใจเหมือนเห็นผีของเธอ ผมเดินตรงกลับเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อนทันที

เจียงจิ้งหลานเดินตามผมเข้ามาในห้องติดๆ

"ไอ้น้องชาย นายโดนปฏิเสธขอแต่งงานจนประสาทเสียไปแล้วหรือไง"

ผมยกมือกุมหน้าผาก

“เปล่าหรอก ผมแค่ไปเข้ารับการรักษาเพื่อลบความทรงจำมา แล้วก็ลืมเรื่องไปหลายอย่าง”

“อย่าถามเหตุผลเลย ผมลืมไปแล้ว”

เธอเลิกทำหน้าล้อเล่นแล้วหันมามองผมด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร

เธอบอกเพียงว่าพักผ่อนให้ดี ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

ผมได้ยินเสียงเธอสั่งให้คนไปตรวจสอบเรื่องที่ผมทำมาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาแว่วๆ แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรและหลับลึกไปในที่สุด

เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงโทรศัพท์ปลุกผมให้ตื่น

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่บอกว่าทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของผมโทรมาบอกว่า ประธานสวี่กำลังโกรธ ถ้าคุณไม่รีบไปบริษัทเครื่องสำอางอะไรสักแห่ง เธอจะไล่คุณออกแล้วนะ

ผมเป็นคนที่ใช้ชีวิตตามกรอบถึงขั้นไปทำงานเป็นเวลาทุกวันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แล้วผมไปสนใจธุรกิจเครื่องสำอางตั้งแต่เมื่อไหร่?

ตลอดแปดปีที่ผ่านมา ผมใช้ชีวิตจนกลายเป็นใครกันแน่?

ผมรีบไปถึงบริษัทด้วยความสงสัย ก่อนที่ลูกน้องจะเดินเร็วๆเข้ามาหา

“ประธานสวี่จู่ๆก็เข้มงวดเรื่องการเข้างาน บอกว่าคุณขาดงานถึง4วัน ถือว่าฝ่าฝืนกฎอย่างร้ายแรงแล้วก็โกรธจัดจนจะไล่คุณออก”

พอเดินมาถึงห้องทำงานของผู้บริหารและเห็นประธานสวี่ ผมก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา

ทำไมต้องเป็นสวี่ชิงอวิ้นอีกแล้ว

หรือว่าผมจะเคยคบกับเธอแบบลับๆ จริงๆ แถมยังยอมเปลี่ยนชีวิตตัวเองจนไม่เหลือเค้าเดิมเพราะเธอ?

ผมจมอยู่กับความคิดชั่วขณะ จนไม่ทันสังเกตเห็นผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาด้านข้าง

“ผู้จัดการเจียง นายขาดงาน4วันแถมยังเป็นหัวโจกในการไม่เอาการเอางาน นี่กำลังจะประท้วงฉันอยู่หรือไง?”

สวี่ชิงอวิ้นพูดต่อเองโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูด

"ตามกฎของบริษัท การขาดงานโดยไม่มีสาเหตุต้องถูกไล่ออกทันที แต่เห็นแก่ที่นายเป็นคนเก่าคนแก่ของบริษัท และตอนนี้ก็อยู่ในช่วงโปรโมตโปรเจกต์บลูโอเชียน ฉันจะให้โอกาสนายอีกสักครั้ง"

“นายสละตำแหน่งหัวหน้าแผนกให้เจียชวนซะ แล้วไปเป็นหัวหน้าทีมเล็กในฝ่ายประชาสัมพันธ์แทน”

ผมขมวดคิ้วแน่น ใครจะไปอยากได้ตำแหน่งหัวหน้าทีมเล็กๆนั่นกัน

“ไม่ต้องย้ายตำแหน่งหรอกครับ ผมลาออกเลยแล้วกัน”

ยังไม่ทันที่สวี่ชิงอวิ้นจะพูดอะไร ผู้ชายที่อยู่ด้านข้างก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “ชิงอวิ้น ความสามารถในการมองคนของคุณดูจะแย่ลงนะ ผู้จัดการที่ทื่อๆแบบนี้จะไปพัฒนาโปรเจกต์ของบริษัทได้ยังไง แถมยังไม่อดทนเอาเสียเลย เอะอะก็เอาเรื่องลาออกมาขู่เจ้านาย”

ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ คิ้วเรียวขมวดแน่นด้วยความโกรธ “เจียงจิ้งเฉิง นายช่วยรู้เรื่องหน่อยได้ไหม นี่มันเรื่องงาน อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน”

ผมตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ผมพูดจริงครับ ผมต้องการลาออก ผมไม่สามารถรับผิดชอบงานด้านนี้ได้อีกต่อไป"

หลินเจียชวนก้มหน้าลงทันที ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

“น้องชายคงไม่ได้โกรธเพราะฉันเข้ามาหรอกใช่ไหม? ตลอดห้าปีที่ผ่านมาดูแลโปรเจกต์มาตั้งมากมายจะบอกว่าไม่เหมาะกับงานนี้ได้ยังไง? เอาอย่างนี้ไหม นายยังเป็นผู้จัดการต่อไป ส่วนฉันทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของนาย แบบนี้ได้ไหม?”

สวี่ชิงอวิ้นมองเขาด้วยสายตาสงสารจับใจ ก่อนหันมามองผมด้วยสายตาที่เจือความโกรธอยู่

“จิ้งเฉิงอย่าก่อเรื่องอีกเลย ตอนนี้เป็นช่วงสำคัญก่อนที่บลูโอเชียนจะวางจำหน่าย บริษัทต้องการความช่วยเหลือจากเจียชวน”

“เอาอย่างนี้ นายยกตำแหน่งผู้จัดการให้เจียชวน แต่ยังคงมีอำนาจในการบริหารงานเหมือนเดิม ส่วนเจียชวนจะคอยช่วยนาย”

"นอกจากนี้ ฉันจะขึ้นเงินเดือนให้นายอีก 50% นี่คือการยอมถอยให้มากที่สุดของฉันแล้ว นายอย่าได้คืบเอาศอก”

ผมกลอกตาโดยไม่รู้ตัว ผู้หญิงที่เอาแต่คิดว่าตัวเองถูกตรงหน้าคนนี้เนี่ยนะคือแฟนของผมจริงๆ?

ตลอดสองวันนี้เธอเอาแต่โกรธผมหรือไม่ก็สั่งให้ผมทำนู่นทำนี่ ไม่เคยสักครั้งที่จะใจเย็นแล้วถามว่าผมต้องการอะไร ผมไม่รู้สึกถึงความรักจากเธอเลยแม้แต่น้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 14

    “ผมกับเธอเป็นศัตรูกันแล้ว ผมแค่ถามดูว่าเธอเป็นยังไง เผื่อจะได้เติมเชื้อไฟให้เรื่องมันร้อนขึ้นอีกหน่อย” ผมติดต่อทนายความและยื่นข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อสวี่ชิงอวิ้น เนื่องจากหลักฐานชัดเจนและแน่นหนา เธอจึงถูกจำคุกเป็นเวลาห้าปี ระหว่างที่สวี่ชิงอวิ้นอยู่ในเรือนจำ บริษัทขาดทุนจนต้องปิดตัวลง ทรัพย์สินของบริษัทถูกนำออกขายทอดตลาดจนไม่เหลืออะไรเลย หลังจากพักฟื้นอยู่ระยะหนึ่ง ผมกับเมี่ยวเมี่ยวก็ทุ่มเทให้กับงานในสถาบันวิจัยอย่างเต็มที่ ชีวิตในแต่ละวันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ผมกับเธอตื่นแต่เช้า นอนดึก นั่งทำงานด้วยกันจนแทบไม่ได้พัก ออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูลและลงพื้นที่ศึกษาสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมตีพิมพ์ผลงานวิจัย ฝึกวาดเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณ เขียนแบบอาคาร และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อการบูรณะและอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ สี่ปีต่อมา ตอนที่โปรเจกต์เสร็จสิ้นลงด้วยดี ผมก็คุกเข่าขอเธอแต่งงานหลังจากนั้น ผมก็จัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้แก่เธอ ประกาศความรักที่ผมมีต่อเธอให้คนทั้งเมืองได้รับรู้ญาติสนิทมิตรสหายต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขยิ่งไปกว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 13

    “ถ้าตื่นแล้ว ก็เริ่มทำการรักษาได้เลย” ผมพยายามจะดิ้นลุกขึ้นจากเตียงรักษา แต่กลับพบว่ามือและเท้าของตัวเองถูกมัดเอาไว้หมดแล้ว ทำรักษาเหรอ? เธอคนนี้คิดจะจับผมทำการรักษาอะไรกันชายแก่เคราขาวในชุดสำหรับการรักษาที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินขยับก้าวเข้ามาใกล้“ถ้าจิตใต้สำนึกของคนไข้ต่อต้านการฟื้นความทรงจำ จะทำให้อัตราความสำเร็จของการรักษาลดลงอย่างมาก และอาจทำให้ความทรงจำเกิดความสับสนได้ด้วย ที่แย่ที่สุดคืออาจทำให้การทำงานของสมองด้านความทรงจำเสียหาย จนเขาอาจกลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้” ทันทีที่ได้ยิน ผมก็ดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมจนข้อมือที่ถูกมัดแดงก่ำ แทบจะมีเลือดซึมออกมา เขามองผมด้วยสายตาสงสาร ก่อนจะหันไปถามสวี่ชิงอวิ้น "ถึงจะเป็นอย่างนั้น คุณยังยืนยันจะทำต่ออีกอย่างนั้นเหรอ?"เธอขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสภาพของผมตอนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน“ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้บอกว่ามั่นใจมากเหรอ? ถ้าให้ยาสลบแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงอยู่อีกเหรอ?”ชายแก่ถอนหายใจพยักหน้าอย่างจนใจ“ตอนนี้คนไข้ปฏิเสธการรักษาอย่างชัดเจน แถมอารมณ์ยังแปรปรวนอย่างมาก จิตใต้สำนึกของเขาปิดกั้นความเป็นไปได้ที่จะฟื้นความทรงจำเอาไว้แล้ว

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 12

    “สวี่ชิงอวิ้น ผมแสดงความรักกับคนอื่นต่อหน้าคุณเลยนะ คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?” เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน ยื่นมือไปคว้าแขนหลินเจียชวนไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือฟางเส้นสุดท้าย"ฉันถามนายว่ามันยังมีวิธีอยู่อีกไหม? ยังมีทางทำให้เขากลับมารักฉันอีกครั้งได้ไหม?"ทุกถ้อยคำพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตา หลินเจียชวนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโหจัด "ตอนที่คุณแอบมาออกเดตกับผม ไม่เห็นคุณจะรักจริงหวังแต่งขนาดนี้เลยนี่!""สวี่ชิงอวิ้น ชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีวันได้เขาคืนมาอีกแล้วล่ะ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรงจนหลินเจียชวนล้มลงกับพื้น "เป็นไปไม่ได้! เขาจะต้องกลับมารักฉันอีก นายไสหัวไปให้พ้นเลยนะ!"เธอกวาดทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับความสิ้นหวังจากการสูญเสียเจียงจิ้งเฉิงที่พังทลายลงไปพร้อมกัน วันถัดมา ลูกน้องเข้ามาปลุกเธอให้ตื่นขึ้นท่ามกลางเศษซากความพังพินาศบนพื้นห้องทำงาน"ประธานสวี่ ตื่นเร็วครับ! หลินเจียชวนหอบเงินสด90%ของบริษัทหนีไปแล้วครับ""ตอนนี้กระแสเงินสดของบริษัทขาดสะบั้น การชดเชยค่าเสียหายและสายการผลิตทุกสายชะงักหยุดนิ่ง แผนกประชาสัมพันธ์ก

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 11

    "วงในแฉ แฟนของประธานสวี่ไม่ได้ป่วยเลยสักนิด วันที่เขามายื่นใบลาออกยังทะเลาะกับประธานสวี่จนทุ่มฮาร์ดดิสก์พังยับ ไม่แน่ว่าข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนโดยเจตนาอ าจเกิดขึ้นในวันนั้นก็ได้ แถมตลอดห้าปีมานี้ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำ""มิน่าล่ะ นึกว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีก ตอนไลฟ์สองครั้งก่อนประธานสวี่พูดถึงแฟนตัวเองก็ไม่ได้ดูรักอะไรขนาดนั้น ที่แท้ก็โดนข่มขู่มาตลอดนี่เอง"เพียงชั่วพริบตา กระแสก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชาวเน็ตพากันหันมาโจมตีผมแทน กล่องข้อความส่วนตัวของผมโดนถล่มจนแทบระเบิดยิ่งคนให้ความสนใจผมมากขึ้น ข่าวแฉสารพัดเรื่องก็ทยอยตามมาไม่ขาดสาย ถึงขั้นมีคนขุดออกมาว่า ผมเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ระหว่างหลินเจียชวนกับสวี่ชิงอวิ้น แถมยังใช้อิทธิพลจากการเป็นทายาทเศรษฐีบีบให้หลินเจียชวนต้องออกจากประเทศ ยังมีข่าวว่าผมตามจีบสวี่ชิงอวิ้นอย่างหนักถึงสามปีแต่ไม่สำเร็จ จึงใช้ช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อบีบบังคับให้เธอรับผมเข้าบริษัท แล้วตามรังควานเธอมานานถึงห้าปี ข่าวลือสารพัดแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ กระแสโจมตีผมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีผมไม่คิดจะสนใจ แต่ไม่คิดเลยว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 10

    "โจวเมี่ยวเมี่ยวคนนี้อาศัยจังหวะที่จิ้งเฉิงสับสนเรื่องความทรงจำ เฝ้าคอยประคบประหงมอยู่ข้างกายเขาทุกวัน ถ้าคุณไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง ต่อให้วันข้างหน้าเขาจะฟื้นความจำกลับมาได้ ข้างกายเขาก็คงไม่มีที่ว่างให้คุณอีกต่อไปแล้วล่ะ"ไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนขึ้นในดวงตาของสวี่ชิงอวิ้น เธอถูกยั่วยุจนโกรธขึ้นมาทันที หลินเจียชวนยังคงเกลี้ยกล่อมเธอต่อ “ชิงอวิ้น ขอแค่คุณออกมาเป็นพยาน ใส่ร้ายจิ้งเฉิงจนเขาถูกทุกคนทอดทิ้งและไม่มีใครช่วยเหลืออีก ถึงตอนนั้นข้างกายเขาก็จะเหลือแค่คุณคนเดียว แล้วถ้าคุณยื่นมือเข้าไปช่วย ยังจำเป็นต้องมานั่งอ้อนวอนให้เขากลับมาเหมือนตอนนี้อีกเหรอ?” มุมปากของสวี่ชิงอวิ้นยกขึ้น ราวกับในชั่วขณะนั้นเธอมองเห็นภาพผมที่คอยอยู่ข้างกายเธออย่างว่าง่าย หลินเจียชวนดึงร่างเธอเข้ามาสวมกอดไว้ พร้อมลูบหลังเธอเบาๆ“ชิงอวิ้น ที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อคุณ ข้างกายคุณจะไม่มีผมก็ได้ แต่ต้องมีคนที่คุณรักอยู่ด้วย” สวี่ชิงอวิ้นมีสีหน้าซาบซึ้งเต็มที่ แล้วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดและเกรงใจ"ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่สามารถรักคนสองคนพร้อมกันได้จริง"หลินเจียชวนถอนหายใจยาว "อย่างน้อยที่สุดคุณก็ต้องมีความสุข

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 9

    "เธอทำได้ดีมากแล้วล่ะ""ผมอยากกลับบ้านแล้ว คุณช่วยไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้หน่อยได้ไหม?"เมี่ยวเมี่ยวตอบรับด้วยใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศหวานละมุนในตอนนั้นลงทันที เงาร่างหนึ่งแวบผ่านหน้าประตู เมี่ยวเมี่ยวจึงรีบวิ่งตามออกไปในทันทีไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็กลับมาด้วยสีหน้าหงอยๆ “จับตัวคนคนนั้นไม่ได้ รูปที่เขาถ่ายจะส่งผลกระทบกับนายไหม?” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้หรอก"ไม่กี่วันต่อมา ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างบลูโอเชียนของบริษัทสวี่ชิงอวิ้นก็เปิดตัววางจำหน่ายในงานเปิดตัว สวี่ชิงอวิ้นพูดถึงผลงานด้านการออกแบบของผมที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างยกใหญ่ พร้อมยกความดีความชอบทั้งหมดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เปิดตัวได้สำเร็จให้กับความทุ่มเทในการทำงานและการนำทีมของผม นักข่าวที่อยู่ในงานจึงถือโอกาสถามขึ้นว่า "ขอถามหน่อยครับว่าผู้จัดการเจียงที่ประธานสวี่เอ่ยชมอยู่นี้อยู่ในงานด้วยไหมครับ?""แล้วคุณกับเขา มีความสัมพันธ์กันอย่างไรครับ?"สวี่ชิงอวิ้นได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอาย "เขาเป็นแฟนของฉันเองค่ะ ช่วงนี้สุขภา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status