Share

บทที่ 2

Author: เหมิงเหมิง
จนถึงทุกวันนี้ เธอยังคงจำภาพเหตุการณ์ตอนที่พบลั่วถิงเซินเป็นครั้งแรกได้ดี

นั่นคือวันแรกที่เธอเพิ่งย้ายจากเมืองเล็ก ๆ เข้ามาเรียนต่อมัธยมปลายในตัวเมือง

บนรถเมล์ หลังเธอควานมือหาในกระเป๋า ถึงได้รู้ตัวว่ากระเป๋าสตางค์ถูกขโมยไปแล้ว

คนขับรถเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ “ถ้าไม่มีเงินก็ลงไปซะ!”

ผู้โดยสารรอบข้างต่างมองมาด้วยสายตาแปลก ๆ แถมยังพากันกระซิบกระซาบชี้ไม้ชี้มือ

ใบหน้าของซางอิ๋งแดงก่ำ แต่ขณะที่กำลังทำตัวไม่ถูกอยู่นั้น ก็มีคนจากด้านหลังยื่นเหรียญห้ามาให้

“ผมจ่ายให้เธอเองครับ”

เมื่อซางอิ๋งหันไปมอง ก็พบกับเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนคนหนึ่ง

เขาตัวสูง หล่อเหลา นัยน์ตาลึกล้ำ จมูกโด่งเป็นสัน ทั้งเนื้อทั้งตัวแผ่กลิ่นอายความเย็นชาและสูงส่งที่ดูแปลกแยกจากคนรอบข้างโดยสิ้นเชิง

เธอรีบขอบคุณด้วยความร้อนรน แต่เขากลับปรายตามองเธออย่างเรียบเฉย ก่อนพูดว่า “ไม่เป็นไร” แล้วก็เดินไปท้ายรถ สวมหูฟัง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง

เพียงชำเลืองมองแวบเดียว ก็สามารถตราตรึงและเติมเต็มช่วงเวลาวัยรุ่นอันแสนแห้งแล้งของเธอได้โดยสมบูรณ์

หลังจากนั้นเธอถึงได้รู้ว่า เขาคือคนดังประจำโรงเรียน เป็นเดือนโรงเรียนนามว่าลั่วถิงเซิน

การเรียนดี ชาติตระกูลเด่น หน้าตาหล่อเหลา เขาคือเป้าหมายที่เด็กผู้หญิงนับไม่ถ้วนต่างแอบชอบ

แต่ข้างกายเขากลับมีคนที่เจิดจรัสไม่แพ้กันอยู่แล้ว…ดาวโรงเรียนอย่างจงหว่านอวี๋นั่นเอง

ทั้งคู่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก เป็นคู่รักที่คนทั้งโรงเรียนต่างยอมรับ และพวกเขาก็รักกันมาก

ความรู้สึกดี ๆ ที่เพิ่งผลิบานของซางอิ๋ง จึงต้องฝังลึกไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ กลายเป็นการแอบรักอันยาวนาน

เธอเฝ้ามองลั่วถิงเซินดูแลจงหว่านอวี๋อย่างทะนุถนอม และก็เฝ้าดูจงหว่านอวี๋ลำพองใจ จนไม่เห็นค่าความจริงใจของเขาแม้แต่น้อย

หลังการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสิ้นสุดลง จงหว่านอวี๋ก็ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอไม่ยอมรับการคบทางไกล จึงเป็นฝ่ายบอกเลิกลั่วถิงเซิน

ไม่ว่าลั่วถิงเซินพยายามรั้งไว้อย่างไร หรือแม้กระทั่งยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนแค่ไหน จงหว่านอวี๋ก็ยังคงยืนยันว่าจะไปอยู่ดี

สุดท้าย จงหว่านอวี๋ก็ลากกระเป๋าเดินทางเข้าจุดตรวจความปลอดภัยไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ลั่วถิงเซินยืนอยู่หน้าสนามบินตลอดทั้งคืน เหมือนเป็นรูปปั้นที่ไร้ชีวิตจิตใจ

หลังจากนั้นไม่นาน ลั่วถิงเซินก็มาหาซางอิ๋ง

บนดาดฟ้าของอาคารเรียน เขายืนพิงราวระเบียง ถามด้วยเสียงแหบพร่า “ซางอิ๋ง เธออยากจะ... คบกับฉันไหม?”

วินาทีนั้นหัวใจของซางอิ๋งเต้นระรัว แทบกระดอนหลุดออกมาจากอก

แต่เธอไม่ได้โง่ จึงรู้ดีว่าทำไมลั่วถิงเซินถึงมาหาเธอ

เพราะเธอคือคนที่จงหว่านอวี๋เกลียดขี้หน้ามากที่สุดตลอดช่วงมัธยมปลาย

จงหว่านอวี๋ครองตำแหน่งดาวโรงเรียนมาตลอด จนกระทั่งงานแสดงศิลปะตอนม.6 ซางอิ๋งก็ถอดแว่นตากรอบดำหนาเตอะ และตัดหน้าม้าที่เคยปิดไปครึ่งหน้าทิ้งไป ใบหน้าที่เคยถูกบดบังไว้จึงทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

เธอเบียดจงหว่านอวี๋ตกกระป๋อง และกลายเป็นดาวโรงเรียนคนใหม่ทันที

จงหว่านอวี๋ผูกใจเจ็บกับเรื่องนี้ จึงคอยหาเรื่องซางอิ๋งตลอดทั้งเทอม

การที่ลั่วถิงเซินจงใจมาหาเธอ ก็เพราะต้องการประชดจงหว่านอวี๋เท่านั้น…ที่มาคบกับคนที่จงหว่านอวี๋เกลียดที่สุด ก็เพื่อบีบให้อีกฝ่ายยอมกลับประเทศ

ซางอิ๋งรู้อยู่เต็มอก แต่เธอก็ยังพยักหน้าตกลง

ทั้งสองคนคบกันมาหกปี

ซางอิ๋งทุ่มเททำดีกับลั่วถิงเซินสุดชีวิต ขณะที่จงหว่านอวี๋ก็ไม่ได้กลับมาอีก

ลั่วถิงเซินเฝ้ารอแล้วรอเล่า จนดูเหมือนว่าในที่สุดเขาก็ยอมถอดใจและยอมรับความเป็นจริง

เขาเริ่มตอบสนองต่อความรักของซางอิ๋ง

เขาจำอาหารที่เธอชอบกิน คอยอยู่เป็นเพื่อนเวลาเธอป่วย และส่งดอกไม้ให้เวลาเธอขึ้นแสดง

ซางอิ๋งคิดว่า ในที่สุดวันเวลาดี ๆ ก็มาถึงแล้ว

เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เธอถึงขั้นพบแหวนเพชรวงหนึ่งในกระเป๋าเสื้อของลั่วถิงเซิน…แถมด้านในตัวแหวน ยังสลักชื่อเธอไว้อีกด้วย

หัวใจเธอกระตุกวูบ ก่อนกลับมาเต้นโครมคราม ความประหลาดใจระคนหวานล้ำท่วมท้นไปทั้งใจ!

เขากำลังจะขอแต่งงาน!

เธอค่อย ๆ เก็บแหวนกลับไปไว้ที่เดิมอย่างระมัดระวัง แกล้งทำเป็นไม่รู้อะไรทั้งนั้น แต่ตลอดทั้งวันกลับว้าวุ่นใจแทบไม่เป็นอันทำอะไร ริมฝีปากคอยแต่จะยิ้มโดยไม่รู้ตัว

และแล้วในคืนนั้น ลั่วถิงเซินก็กลับบ้านเร็วอย่างที่เกิดขึ้นไม่บ่อย แถมยังลงมือเข้าครัวทำดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่รสชาติอาจไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่ด้วยตัวเอง

บรรยากาศช่างเป็นใจ ฤทธิ์ไวน์แดงทำเอามึนเมาเล็กน้อย ทั้งคู่กอดกันล้มตัวลงบนเตียงใหญ่ในห้องนอน

แต่ในวินาทีที่ลั่วถิงเซินสอดใส่เข้ามาในร่างกายเธอ สองร่างหลอมรวมเป็นหนึ่ง ในห้วงเวลาที่อารมณ์พุ่งพล่านถึงขีดสุด โทรศัพท์มือถือของลั่วถิงเซินกลับสั่นเตือนขึ้นมา

เขาปรายตามองหน้าจอ

จากนั้น ในจังหวะปลดปล่อย เขากลับหลุดปากครางชื่อออกมาว่า…

“หว่านอวี๋...”

ซางอิ๋งตัวแข็งทื่อ รีบหยิบโทรศัพท์ของเขามาดู หน้าจอยังคงสว่าง มันคือข้อความแจ้งเตือนทางแอปพลิเคชันไลน์ ที่ส่งมาจากจงหว่านอวี๋

มีข้อความสั้น ๆ เพียงประโยคเดียวเท่านั้น

“ฉันกลับมาแล้วนะ”

วินาทีนั้น ซางอิ๋งรู้สึกราวกับโลกทั้งใบพังทลายแหลกสลายลงไป

เธอชูโทรศัพท์ขึ้นมา น้ำเสียงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้

“นานขนาดนี้แล้ว... ยังไม่ลืมผู้หญิงคนนั้นอีกเหรอ?”

ลั่วถิงเซินไม่ได้พูดอะไร คว้าซองบุหรี่บนหัวเตียง หยิบออกมามวนหนึ่งแล้วจุดไฟ ประกายไฟสีแดงสว่างวาบสลับกับความมืดมิด สาดส่องให้เห็นเสี้ยวหน้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึก

ความเงียบงันของเขา ช่างโหดร้ายยิ่งกว่าคำตอบใด ๆ

“ลั่วถิงเซิน!” เธอตะเบ็งเสียง “ตอบฉันเดี๋ยวนี้!”

ลั่วถิงเซินอัดควันบุหรี่เข้าปอดด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะพ่นควันสีเทาออกมา เขามองเธอผ่านม่านควันเบาบาง “พอได้แล้ว! ซางอิ๋ง ก่อนที่เธอจะตกลงคบกับฉัน เธอก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าคนที่ฉันรักคือจงหว่านอวี๋!”

ซางอิ๋งตกตะลึง

เขาลุกขึ้น สวมใส่เสื้อผ้า หันหลังเตรียมเดินจากไป

ตอนที่เดินไปถึงหน้าประตู เขาก็หยุดชะงัก ล้วงแหวนวงนั้นออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ปรายตามองมันเล็กน้อย จากนั้น ก็โยนมันทิ้งลงถังขยะ

“กริ๊ง…”

เสียงกระทบดังใสกังวาน

ซางอิ๋งมองดูแหวนวงนั้นกลิ้งลงไปในถังขยะ หัวใจราวกับถูกมีดกรีดแทงอย่างโหดเหี้ยม

สุดท้ายรักแรกที่ฝังใจคนนั้น ต่อให้เขาไม่เคยเอ่ยถึง แต่ก็ไม่เคยลืมเลือนไปจากใจ

แค่ข้อความในไลน์ข้อความเดียวของผู้หญิงคนนั้น ก็ทำให้เขาสามารถครางชื่อแฟนเก่าขณะจูบอยู่กับแฟนคนปัจจุบันได้ทันที

แค่ประโยคที่บอกว่า “ฉันกลับมาแล้วนะ” ก็ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะขอเธอแต่งงาน!

วินาทีนั้น ซางอิ๋งก็หมดรักเขาแล้ว

คืนนั้น เธอยื่นเรื่องขอไปเดินสายแสดงละครเวทีระดับนานาชาติกับทางคณะละคร

วันรุ่งขึ้น ลั่วถิงเซินกลับมาพร้อมของขวัญราคาแพง เขาพยายามอธิบายกับเธอว่าตอนนั้นไวน์เข้าปากมากไปหน่อย อารมณ์เลยเตลิดจนพูดไม่คิด ขอให้เธออย่าเก็บไปใส่ใจ

แต่เมื่อซางอิ๋งมองหน้าเขา กลับรู้สึกสมเพช

เธอรู้ดี เขาไม่ได้กลับมาเพราะรู้สึกผิด

ลั่วถิงเซินแค่ทำไปเพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอเกินกว่าจะไปอ้อนวอนอย่างต่ำต้อย เพื่อขอให้จงหว่านอวี๋กลับมาเหมือนเมื่อหกปีก่อน

ดังนั้น เขาจึงต้องการให้ “แฟนคนปัจจุบัน” อย่างเธอยังคงอยู่ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการงัดข้อกับจงหว่านอวี๋ เพื่อบีบให้ฝ่ายนั้นยอมก้มหัวให้เขาก่อน

แต่เธอไม่ใช่ยางอะไหล่ และยิ่งไม่ใช่เครื่องมือของใคร

ความโง่เขลาแบบนี้ พลาดไปแค่ครั้งเดียว ก็เกินพอแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 21

    ประกายไฟแห่งความหวังพลันแข็งค้างไปในทันที“ฉันจะไม่กลับมาคบกับนายเพียงเพราะความรู้สึกซาบซึ้งหรอกนะ ทำแบบนั้นมันไม่ยุติธรรมกับนาย และสำหรับฉันแล้ว” เธอส่ายหัวเบา ๆ “มันก็คือการดูถูกอย่างหนึ่งเช่นกัน”สีเลือดบนใบหน้าของลั่วถิงเซินค่อย ๆ เลือนหายไปจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซีดเซียวเสียยิ่งกว่าตอนเพิ่งผ่าตัดเสียอีกเขาอ้าปากพะงาบ ๆ อยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่ากลับเปล่งเสียงออกมาไม่ได้สักเสียง“ความรักของนาย” ซางอิ๋งมองเขา แววตาสงบนิ่งและไกลโพ้น ราวกับกำลังมองดูเรื่องราวในอดีตที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง “มันมาถึงช้าเกินไป และหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไหว ฉันรับไม่ไหวและไม่ต้องการมันอีกแล้ว”“ครั้งนี้คุณช่วยฉัน เราหายกันแล้ว” เธอสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อย ราวกับในที่สุดก็สลัดภาระหนักอึ้งบางอย่างออกไปได้เสียที “ตลอดหกปีที่ผ่านมา สิ่งดี ๆ ที่ฉันมีให้นาย กับแผลมีดเล่มนี้ที่นายรับแทนฉัน ถือว่าสะสางกันหมดสิ้น ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราต่างคนต่างไม่ติดค้างอะไรกันอีก”เธอเดินไปที่โต๊ะหัวเตียง หยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา ท่าทางเด็ดเดี่ยวและฉับไว ไม่มีแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์“รักษาตัวให้ดี ให้ความร่วมมือกับก

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 20

    ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงปารีสในอากาศคละคลุ้งด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันเย็นเยียบทางเดินเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ดังขึ้นเป็นจังหวะจำเจเป็นครั้งคราวซางอิ๋งนั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาวหน้าห้องฉุกเฉิน บนร่างยังคงสวมชุดการแสดงชุดเดิมที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ซึ่งตอนนี้แห้งกรังและแข็งกระด้างไปแล้วการแต่งหน้าบนเวทีอันประณีตของเธอถูกน้ำตาชะล้างจนเละเทะ ผสมปนเปไปกับฝุ่นละอองและคราบเลือด ดูมอมแมมในหัวว่างเปล่าและส่งเสียงอื้ออึงก้องกังวาน ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ฉายซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว: แสงประกายเย็นเยียบ เสียงคำราม ร่างที่พุ่งเข้ามาของเขา เสียงทึบยามคมมีดแทงทะลุเนื้อร่าง ใบหน้าที่ซีดเซียว และประโยคแผ่วเบาราวกับลมหายใจว่า “ในที่สุดก็ทำถูกสักที”ทุกครั้งที่ภาพเหล่านั้นย้อนกลับมา มันทำให้ทั่วร่างของเธอเย็นยะเยือก ราวกับร่วงหล่นลงไปในถ้ำน้ำแข็งเธอเคยเกลียดเขา เคยโกรธแค้นเขา และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะลืมเขาให้สิ้นซากทว่าเมื่อคมมีดเล่มนั้นพุ่งเข้าใส่เขา และร่างกายโชกไปด้วยเลือดล้มลงในอ้อมอกของเธอ ความเกลียดชังและความโกรธแค้นเหล่านั้นพลันถูกความหวาดกลัวอันเกิดจากสัญชาตญาณดั้งเ

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 19

    การเดินทางแสดงวนรอบดำเนินต่อไป จากนิวยอร์กสู่ลอนดอน และมุ่งหน้าสู่ปารีสเมืองแห่งความโรแมนติกการแสดงทุกรอบของซางอิ๋งบัตรขายหมดเกลี้ยง เสียงชื่นชมหนาหูเธอกำลังเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่บนเวที ถ่ายทอดบทบาทตัวละครสตรีผู้เปี่ยมด้วยพลังชีวิต ผ่านพ้นความทุกข์ยากจนกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกครั้งที่โค้งคำนับลาผู้ชม เสียงปรบมือยาวนานไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้นลั่วถิงเซินยังคงติดตามราวกับเงาตามตัว เขาเปรียบเสมือนเงาที่ซีดจางแต่ดื้อดึง ทอดทาบอยู่อย่างดึงดันบริเวณขอบโลกอันเจิดจรัสของเธอ ดูแปลกแยก น่ารำคาญ ทว่ากลับสลัดไม่หลุดการแสดงรอบสุดท้ายในปารีส เป็นการแสดงกลางแจ้งเพื่อการกุศล ณ จัตุรัสประวัติศาสตร์ชื่อดัง โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงละครเด็กในท้องถิ่นที่นั่งผู้ชมจัดอยู่กลางจัตุรัส แม้เวทีสร้างขึ้นชั่วคราวอย่างเรียบง่าย แต่กลับมีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวการแสดงประสบความสำเร็จอย่างงดงามเมื่อซางอิ๋งและเหล่านักแสดงทั้งหมดโค้งคำนับอำลาบนเวที แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบไล้ทั่วทั้งจัตุรัสด้วยประกายสีแดงอมทอง เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องกึกก้องราวกระแสน้ำฝูงชนเริ่มท

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 18

    ลั่วถิงเซินไม่ได้ออกจากนิวยอร์กเขาราวกับร่างไร้วิญญาณ ดึงดันและดื้อรั้นที่จะอยู่ในเมืองนี้ต่อไปเมื่อคณะละครเวทีเดินทางออกจากโรงแรมไปยังสถานที่ซ้อมแห่งถัดไป เขาก็ตามไปยังเมืองถัดไปด้วยเช่นกันเขารู้ว่าตัวเองดูเหมือนตัวตลก ราวกับพวกโรคจิตสะกดรอยตาม แต่เขากลับควบคุมตัวเองไม่ได้เขาตามซื้อตั๋วการแสดงรอบเปิดของเธอทุกรอบ นั่งอยู่แถวหน้าสุดตรงกลางเสมอทุกครั้งที่การแสดงจบลงและนักแสดงออกมาโค้งคำนับ เขาจะส่งช่อดอกไม้ขนาดใหญ่มหึมา ซึ่งเกือบจะท่วมเวทีได้ทั้งเวทีบนการ์ดอวยพรของช่อดอกไม้เหล่านั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิดและการอ้อนวอนอันเงอะงะและวกวนของเขาทว่าดอกไม้เหล่านั้นไม่เคยส่งไปถึงมือของซางอิ๋งเลยสักครั้ง หากไม่ถูกเจ้าหน้าที่ของคณะละครปฏิเสธด้วยถ้อยคำสุภาพแต่หนักแน่น ก็ถูกแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ชมคนอื่น ๆ ในโรงละครเขาพยายามใช้เงินเบิกทาง ติดสินบนคนในคณะละครที่ดูเหมือนจะเข้าใกล้ซางอิ๋งได้ เพื่อส่งจดหมาย ส่งของขวัญ และฝากข้อความแต่ท้ายที่สุดของทุกอย่างก็ถูกส่งคืนกลับไปยังเคาน์เตอร์โรงแรมที่เขาพักอยู่โดยไม่มีการแกะดูเลยแม้แต่น้อยท่าทีของซางอิ๋งถูกส่งตรงถึงเขาอย่างชัดเจนผ่านว

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 17

    ซางอิ๋งไม่ได้ขัดขืน เพียงแค่ก้มมองมือของเขาที่กำท่อนแขนของเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้น เธอก็เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่พังทลายและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงของเขา ในแววตาคู่นั้นไม่มีความหวั่นไหว ไม่มีความสะใจ มีเพียงความรู้สึกเวทนาจาง ๆ ที่เบาบางเสียจนแทบจะเรียกว่าความสงสารเธอยกมืออีกข้างขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคงอย่างยิ่ง ค่อย ๆ แกะนิ้วมือที่เย็นเฉียบและแข็งทื่อของเขาออกทีละนิ้ว ทีละนิ้ว“ลั่วถิงเซิน” น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ชัดถ้อยชัดคำและเยือกเย็นท่ามกลางสายลมยามเย็น “พวกเราเลิกกันไปนานแล้ว ยังเหลือบ้านที่ไหนกันล่ะ?”“ไม่! เราไม่ได้เลิกกัน! ฉันไม่ยอม!” ลั่วถิงเซินถูกเธอแกะมือออก ราวกับสูญเสียหลักยึดเหนี่ยวสุดท้ายไป อารมณ์จึงยิ่งพวยพุ่งรุนแรงขึ้น “ฉันรู้ว่าฉันมันเลว! ฉันมันตาบอด! แต่ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว! ในใจฉันมีแค่เธอ มีแค่เธอมาโดยตลอด! ฉันเคลียร์กับจงหว่านอวี๋แล้ว ตัดขาดกันเด็ดขาดแล้ว! แหวนนี่ไง ดูสิ ฉันยังเก็บมันไว้อยู่เลย!”เขาลนลานหยิบกล่องกำมะหยี่ขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน เนื่องจากมือที่สั่นเทาทำให้กล่องตกลงพื้น เขารีบก้มลงเก็บอย่างร้อนล

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 16

    “ไม่ต้องการให้ใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณเข้ามารบกวน”ประโยคนี้เปรียบดั่งค้อนเหล็กหนักอึ้งที่ทุบลงมาจนนัยน์ตาของลั่วถิงเซินมืดดับลงเธอคาดการณ์ไว้แล้วว่าเขาต้องตามมา ถึงขั้นเอ่ยปากดักทางล่วงหน้า ปิดตายทุกเส้นทางที่เขาจะเข้าหาจนหมดสิ้นคนเย่อหยิ่งอย่างลั่วถิงเซิน เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าอำนาจและเงินตราที่อยู่ในกำมือนั้นไร้ค่าเสียเหลือเกินเขาราวกับสัตว์ป่าที่ติดกับ เดินวนเวียนอย่างสูญเปล่าอยู่ในเมืองแปลกหน้าต่อให้เขาจ้างนักสืบเอกชนด้วยราคาสูงลิ่ว ก็สืบพบเพียงสถานที่ที่คณะละครเวทีอาจใช้ซ้อมอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้น ไม่สามารถระบุพิกัดที่แน่ชัดได้เขามีทางเลือกเดียวคือเฝ้ารอโชคเข้าข้างเท่านั้นเขาเดินวนเวียนอยู่ภายนอกโรงละครเป้าหมายที่น่าจะเป็น นั่งรออย่างยากลำบากอยู่ในล็อบบี้โรงแรมหลายแห่งที่คณะละครมีโอกาสเข้าพักเขาอดหลับอดนอน ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง สูทราคาแพงยับยู่ยี่ บริเวณคางมีตอหนวดสีเขียวครึ้มขึ้นระเกะระกะ ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายความตกต่ำและดื้อรั้นสุดขั้วเขาไม่รู้ว่าตัวเองรอมานานเท่าไรแล้ว สามวัน หรืออาจจะสี่วัน? ห้วงเวลาพร่าเลือนจนแยกแยะไม่ออกกระทั่งยามเย็นวัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status