جميع فصول : الفصل -الفصل 10

12 فصول

บทที่ 1

“คุณสวี นายจะไปทำงานกับพวกเราจริง ๆ เหรอ เยี่ยมไปเลย อีกสองวันพวกเราจะออกเดินทางแล้ว!’”เสียงจากปลายสายคือพนักงานฝ่ายบุคคลของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นมากพวกเขารอผมมาเจ็ดปี ถึงขั้นยอมตั้งบริษัทในประเทศ เพื่อที่จะดึงตัวผมไปร่วมงานโดยเฉพาะ “ครับ’”ภายในห้องดับจิตเงียบจนได้ยินเสียงสะท้อน ผมมองดูใบหน้าไร้เลือดของอันอันผู้เป็นน้องสาววัยสิบขวบเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็เซ็นชื่อลงในใบแจ้งการเสียชีวิต ก่อนเดินไปหาคุณหมอคุณหมอบอกว่าผมจำเป็นต้องจ่ายค่าฌาปนกิจศพหนึ่งหมื่นล่วงหน้าหลังจากอันอันป่วยหนัก เงินที่ผมเก็บสะสมมานานหลายปีก็หมดเกลี้ยง ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ชีวิตของผมหมุนรอบแฟนสาวอย่างเจียงเสวี่ยหนิง ผมไม่มีเพื่อน แต่หลังจากที่เธอไล่ผมออกจากตำแหน่งรองประธาน เพื่อนร่วมงานของผมก็ต่างตีตัวออกห่าง ตอนนี้แม้กระทั่งคนที่ยินดีให้ยืมเงินก็ยังไม่มี ผมเหลือบสายตามองนาฬิกาบนข้อมือข้างขวาตามความเคยชินนี่ของขวัญแทนใจที่เจียงเสวี่ยหนิงเคยมอบไว้ให้ เธอใช้เงินเดือนสามเดือนเพื่อซื้อมันให้ผม ตอนนั้นเธอบอกว่าสำหรับเธอแล้ว ผมมีค่ายิ่งกว่าทองคำ เดิมทีผมอยากจะขายนาฬิกาเรือ
اقرأ المزيد

บทที่ 2

แม้กระทั่งตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ตัว ปากเธอบอกว่าหลินจยาหมิงเอาแต่ใจ แต่แววตากลับมีความเอ็นดู ก่อนหน้านี้คนที่เธอเป็นห่วงเคยคือผมแค่ผมปวดท้องเล็กน้อย เธอก็จะนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังไปต้มโจ๊กด้วยตัวเอง ทำให้มือของเธอมีรอยพุพองจากน้ำร้อนลวก เจียงเสวี่ยหนิงหยิบโทรศัพท์ออกมา วินาทีถัดมาโทรศัพท์ของผมก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น “เงินเข้าแล้ว หนึ่งพัน”เธอยิ้มพร้อมอธิบายว่า “จยาหมิงชอบเช็กโทรศัพท์ของฉัน ถ้าเขารู้ว่าฉันโอนเงินให้คุณมากเกินไป เขาก็จะไม่พอใจเอาได้ คุณใช้เงินหนึ่งพันนี้ไปซื้อของบำรุงให้อันอันเถอะ ทำให้เธอมีความสุขหน่อย”ผมกำโทรศัพท์ในมือแน่น เห็นได้ชัดว่าผมกับเธอต่างหากที่เป็นแฟนกัน แต่ตอนนี้ผมกลับทำตัวเหมือนขโมย หลังจากผ่านไปสักพัก ผมก็หัวเราะเยาะตัวเองขึ้นมา ก่อนจะโอนเงินหนึ่งพันนี้กลับไป ในขณะที่กำลังจะลงรถ เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย ในที่สุดเธอก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ดังนั้นจึงหมุนตัวกลับมาลูบมือผมเบา ๆ“สวีเหนียน ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ถ้าคุณจะทำลายหลินจยาหมิง คุณก็ต้องปล่อยให้เขามีทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วรอจนกระทั่งเขาสูญเสียทุกอย่าง
اقرأ المزيد

บทที่ 3

เมื่อเห็นว่ามีประวัติการโอนเงิน เขาก็ปาโทรศัพท์ลงพื้นอย่างแรง“เจียงเสวี่ยหนิง! ผมกำลังคุยกับคุณอยู่นะ แต่คุณยังตัดใจกับคนเก่าไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่ต้องพาผมไปหาหมอแล้ว ให้ขาผมหักไปเลย!”เขาเดินจากไปอย่างหัวเสียเจียงเสวี่ยหนิงเป็นคนที่มีอำนาจเด็ดขาดในบริษัท พูดคำไหนคำนั้น แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เธอกลับไม่กล้าเถียงเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังวิ่งตามเขาไปแต่เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอก็ชะงักฝีเท้าก่อนจะหมุนตัวกลับมาจับมือของผมเขย่า แล้วให้สัญญาอย่างจริงจัง“สวีเหนียน เหลือเวลาอีกสองวัน คุณอดทนหน่อยนะ เดี๋ยวหลังจากนี้ฉันจะชดเชยให้คุณเอง!”นี่เป็นวิธีออดอ้อนที่เธอชอบทำมากที่สุด ก่อนหน้านี้ตอนที่ผมเห็นเธอแสดงความอ่อนแอ ในใจของผมจะรู้สึกหวานล้ำอยู่เสมอแต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกขยะแขยงผมยังไม่ทันได้ดึงมือออก แต่เธอก็หมุนตัววิ่งไล่ตามหลินจยาหมิงไปแล้วผมยืนอยู่ที่เดิม แล้วใช้ชายเสื้อเช็ดมือตัวเองแต่เจียงเสวี่ยหนิง อีกสองวันก็เป็นวันที่ผมจะไปจากที่นี่เหมือนกันผมไม่ต้องการคุณแล้วหลังออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน ผมก็หาลูกค้าเจอด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็เอาเงินไปเป็นค่าฌาปนกิจศพ
اقرأ المزيد

บทที่ 4

วินาทีถัดมา ผ้าม่านของห้องลองเสื้อก็ถูกกระชากออกอย่างแรง ในตอนที่เจียงเสวี่ยหนิงกำลังจะตำหนิผู้ช่วยเมื่อเธอเห็นหลินจยาหมิง ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดทันทีหลินจยาหมิงยืนอยู่ที่หน้าประตู จากนั้นเขาก็หัวเราะเยาะใส่เจียงเสวี่ยหนิง“เจียงเสวี่ยหนิง ผมคิดว่าคุณจะเป็นห่วงที่ผมเจ็บเท้าจริง ๆ ดังนั้นก็เลยให้คนอื่นมาลองชุดในวันพรุ่งนี้ให้ผมดู”“ถ้าสวีเหนียนไม่บอกให้ผมมาดูละครสนุก ๆ ผมก็คงไม่รู้หรอกว่าเรื่องทั้งหมดนี้ผมเป็นคนที่คิดไปเอง! ไม่ต้องรอพรุ่งนี้หรอก สิ่งที่คุณมอบให้ผมมาทั้งหมด ผมจะคืนให้คุณเดี๋ยวนี้!” มือที่สั่นเทาของเขาถอดเสื้อสูทราคาแพงบนตัวออก นาฬิการาคาหลักล้านถูกโยนใส่เจียงเสวี่ยหนิงในขณะที่เขากำลังจะดึงป้ายรองประธานออก สายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความอาฆาต ตอนนั้นเขายังตั้งใจปาบัตรใส่หน้าผม ใบหน้าของผมถูกเข็มที่อยู่หลังบัตรกรีดจนเลือดออกเป็นทาง มันเจ็บมาก เจียงเสวี่ยหนิงไม่มองมาทางผมเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่จ้องหน้าหลินจยาหมิงตาเขม็ง แม้กระทั่งถูกทำร้ายก็ยังไม่หลบ สายตาของเธอทำให้ผมหนาวสั่นไปทั้งตัว ในตอนที่เธอรักผมที่สุด เธอก็มองผมด้วยสายตาแบบนี้ นั่นเป็นตอนที่ผมเพิ่
اقرأ المزيد

บทที่ 5

รูปถ่ายนั้นเป็นรูปมือสองข้างกำลังจับกันแน่นท่ามกลางแสงอาทิตย์ตกนาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์ที่หลินจยาหมิงเคยโยนทิ้งก็กลับมาอยู่บนข้อมือของเขาอีกครั้งแคปชั่น‘เธอบอกว่า ความรักเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวและหยั่งรากลึก ผมบอกว่า ขอเพียงแค่คุณมีใจตรงกับผม ความปรารถนาของผมก็จะไม่สูญเปล่า’ผมเผลอไปกดไลก์ แล้วรีบอันไลก์ออกทันทีเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้พูดอะไรตอนที่กลับมาบ้านก็ดึกมากแล้ว ผมหิวมาทั้งวัน ดังนั้นจึงต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินหลังจากกินไปครึ่งหนึ่ง เจียงเสวี่ยหนิงก็กลับมาที่บ้าน บนตัวของเธอยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยออกมาจาง ๆเธอแพ้แอลกอฮอล์ ผมเป็นห่วงเธอ ดังนั้นจึงไม่ค่อยปล่อยให้เธอไปสังสรรค์กับใครหากเป็นก่อนหน้านี้ ผมจะต้องซักถามอย่างเป็นห่วงว่าไปกินที่ไหน จากนั้นก็ต้มซุปแก้แฮงค์ให้เธอแต่ตอนนี้ผมไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอเลยด้วยซ้ำ ตั้งใจก้มหน้าก้มตากินต่อไปเธอสะบัดรองเท้าส้นสูงทิ้ง จมูกทำท่าฟุดฟิดเล็กน้อย จากนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้น“ทำไมถึงไม่รอฉันล่ะ? ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่ากินอาหารขยะแบบนี้ในบ้าน”เจียงเสวี่ยหนิงไม่ชอบกลิ่นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และรังเกียจที่มันราคาถูกแต่ตอนนี้เ
اقرأ المزيد

บทที่ 6

“ก็แค่เงินสามแสนห้า ฉันจะให้คุณ เงินสามล้านห้าแสน หรือสามสิบห้าล้านก็ไม่เป็นไร!”เธอปาโทรศัพท์มาทางผม ผมไม่ได้หลบ ดังนั้นโทรศัพท์จึงกระแทกเข้าที่โหนกแก้ม แผลที่ถูกเย็บเมื่อตอนกลางวันฉีก ทำให้เลือดไหลออกมา รูม่านตาของเจียงเสวี่ยหนิงหดเล็กลง เธอกำลังเดินเข้ามา ผมเก็บโทรศัพท์แล้วโอนเงินให้ตัวเองสามแสนห้า“ขอบคุณนะ” เจียงเสวี่ยหนิงกัดริมฝีปากแน่น เธอเดินโซเซไปนั่งขดตัวบนโซฟา คิ้วขมวดแน่นขึ้นผมรู้ว่าเธอกำลังงอน แต่ก็ไม่อยากง้อเธอ ผมเข้าไปล้างจานในห้องครัว หลังจากล้างเสร็จแล้วก็เช็ดหยดน้ำบนเคาน์เตอร์ เธอคิดว่าผมกำลังทำซุปแก้แฮงค์ให้เธอ ดังนั้นจึงพูดเสียงเบาพร้อมดวงตาที่ปิดสนิท“ไม่ต้องใส่ขิงเยอะนะ”ผมหัวเราะเยาะตัวเองอย่างไร้เสียง จากนั้นก็หยิบกระเป๋าเดินทางขึ้น แล้วเปิดประตูเดินออกจากบ้าน ในตอนที่กำลังจะจากไป ทุกอย่างเงียบเชียบ เสียงไม่ดังพอที่จะปลุกคนเมาให้ลุกขึ้นมา ผมสุ่มหาโรงแรมพัก หลินจยาหมิงส่งวิดีโอมาเพื่อยั่วโมโห จากมุมกล้องวงจรปิด หลินจยาหมิงกำลังดื่มเหล้าอยู่ในบาร์ แต่เจียงเสวี่ยหนิงที่ตามมาก็แย่งแก้วเหล้าในมือไป เจียงเสวี่ยหนิงมีท่าทีโอนอ่อนอย่างถึงที
اقرأ المزيد

บทที่ 7

เจียงเสวี่ยหนิงลุกพรวดขึ้นอย่างกะทันหัน “ว่าไงนะ?”เธอก้มหน้ามองโทรศัพท์ ในตอนที่กำลังจะพูด แต่เสียงประกาศของสนามบินจากทางปลายสายก็ดังขึ้น “ท่านผู้โดยสารทุกท่าน เที่ยวบินระหว่างประเทศปลายทาง—”วินาทีถัดมาปลายสายก็ถูกตัดไปทันที อีกด้านหนึ่ง ผมก็ปิดเครื่อง จากนั้นก็ไปต่อแถวเช็กอินกับเพื่อนร่วมงานในอนาคต พนักงานฝ่ายบุคคลที่มีผมสีทองตาสีฟ้าเริ่มพูดคุยกับผมเป็นภาษาอังกฤษ “คุณสวี พวกเราเชิญคุณมาตั้งเจ็ดปี และส่งข้อความหาคุณทุกปี นอกจากนี้ยังส่งคนไปหาคุณถึงในประเทศ แม้กระทั่งโอกาสกินข้าว คุณยังไม่ยอมให้ แต่ทำไมตอนนี้คุณถึงตกลงมาทำงานกับบริษัทของเราอย่างกะทันหันแบบนี้ล่ะ?”ผมหลุบตาลงต่ำ มือจับด้ามกระเป๋าเดินทางจนแน่น ภายในกระเป๋าเดินทางมีเถ้ากระดูกของอันอันนอนอยู่อย่างสงบ “ก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นเอง อยู่แต่ที่เดิม ๆ มาตลอด ไม่มีความก้าวหน้าก็สมควรเบื่อได้แล้ว”พนักงานฝ่ายบุคคลตบไหล่ผมแล้วหัวเราะเสียงดัง “คุณสวี ผมรู้ว่าคุณเป็นคนทะเยอทะยาน คุณวางใจเถอะ บริษัทของพวกเรานั้นไร้ขีดจำกัด มีโอกาสไม่สิ้นสุด ไม่มีทางทำให้คุณเบื่อแน่นอน”ผมยิ้มเล็กน้อยไม่พูดไม่จา หล
اقرأ المزيد

บทที่ 8

“ไม่ เธอไม่ใช่แฟนของผมครับ เธอเป็นแค่คนแปลกหน้า ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”เพื่อนร่วมงานสังเกตได้ถึงความสัมพันธ์ที่ผิดปกติของผมกับเจียงเสวี่ยหนิง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรมากผู้ช่วยเห็นว่าประธานของตัวเองกำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ดังนั้นจึงไปพยุงตัวเธอขึ้น “ประธานเจียง ถ้าอย่างนั้นคุณก็ปล่อยคุณสวีไปดีกว่าค่ะ ตรงนี้มีคนจำนวนมาก ถ้าเกิดเป็นข่าวขึ้นมา ภาพลักษณ์ของบริษัทพวกเรา…”สีหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงดูย่ำแย่มากยิ่งขึ้น ในใจของเธอมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง หากเธอไม่สามารถรั้งสวีเหนียนในตอนนี้ได้ หลังจากนี้ไม่ว่าเธอจะตามอีกฝ่ายยังไง สวีเหนียนก็จะไม่มีวันหวนกลับมาแล้วหลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจจราจรก็เดินเข้ามาเมื่อเห็นเจียงเสวี่ยหนิง เขาก็ขมวดคิ้วตำหนิ “คุณขับรถเร็วเกินกำหนด ผมสั่งให้คุณจอดข้างทางก็ไม่จอด ต่อให้คุณจะรีบขึ้นเครื่องก็ไม่สามารถทำแบบนี้ รถของคุณถูกลากออกไปแล้ว ตอนนี้คุณช่วยตามพวกเรามาด้วย!”เจียงเสวี่ยหนิงพูดขอร้องเสียงเบา “ฉันจะไปกับพวกคุณก็ได้ค่ะ แต่ขอเวลาฉันสักหน่อยนะคะ ฉันอยากพูดอะไรกับแฟนสักประโยคได้ไหมคะ?”“เสี่ยวเสวี่ย?”ด้านหลังของตำรวจจราจรก็มีเงาร่างผอมโ
اقرأ المزيد

บทที่ 9

“สวีเหนียน คุณรู้สึกเสียใจหรือยัง” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ผมก้มหน้าลงต่ำ เผยรอยยิ้มขมขื่น “เสียใจแล้ว ถ้ารู้ว่าคุณคือลูกสาวของท่านประธาน ผมก็น่าจะไปกับคุณ”ซ่งหว่านถังถึงกับชะงักไป ในความทรงจำของเธอ เมื่อเจ็ดปีก่อนผมเป็นชายหนุ่มที่มีดวงตาสดใส เป็นคนเคร่งครัดในหลักการ นอกจากนี้ยังเป็นคนซื่อตรง เธอคิดว่าผมจะดื้อรั้นแล้วบอกว่าไม่เสียใจ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าผมจะมีสีหน้าเศร้าหมองและโดดเดี่ยวแบบนี้ความโดดเดี่ยวนี้ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “เป็นอะไรไป ทะเลาะกับภรรยาเหรอ?”“เลิกกันแล้ว”“เลิกกันแล้ว? ตั้งแต่เมื่อไหร่ เลิกกันทำไม ไหนคุณบอกว่าคุณรักเธอมากกว่าตัวเอง…”ในตอนนั้นเธอก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นตื่นเต้นมากเกินไป ซ่งหว่านถังกำมือขึ้นแล้วกระแอมไอเบา ๆ “อย่าเข้าใจผิด ฉันก็แค่เป็นห่วงสุขภาพจิตของพนักงานเท่านั้น”ผมเองก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดไปอย่างไม่ปิดบัง ซ่งหว่านถังโมโหยิ่งกว่าผมเสียอีก เธอกัดฟันกรอดอยู่นาน จากนั้นก็ให้ผมไปทำงาน แล้วบอกว่าไม่ต้องกังวลใจ วันรุ่งขึ้นผมก็เริ่มงานอย่างเป็นทางการ หลังจากจัดการเรื่องที่อยู่ใหม่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เ
اقرأ المزيد

บทที่ 10

มิน่าล่ะ ผมก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมจู่ ๆ เจียงเสวี่ยหนิงถึงจะคืนตำแหน่งรองประธานให้ผมที่แท้เป็นเพราะเธอมอบหุ้นให้กับหลินจยาหมิงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจผลประโยชน์เล็กน้อยอย่างตำแหน่งรองประธาน แต่มันไม่ได้สำคัญกับผมอีกต่อไปแล้ว “อ่า ถ้าอย่างนั้นผมก็ขออวยพรให้พวกคุณได้แต่งงานกันเร็ว ๆ อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า”หลินจยาหมิงกลับพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ผมรู้ว่าน้องสาวของคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด และรู้ว่าคุณยังขาดเงินอีกแสนห้าสำหรับค่าผ่าตัด แต่เป็นผมเองที่ห้ามเอาไว้ ผมรู้ว่าน้องสาวของคุณจะต้องตาย ขอเพียงเธอตาย คุณก็จะปล่อยมือและตัดใจจากเสี่ยวเสวี่ย”“สวีเหนียน ต่อให้คุณเก่งกว่านี้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? ในบริษัทไม่ต้องการคนซื่อสัตย์แบบคุณหรอกนะ”ผมเงียบแล้วกดตัดสายไป จากนั้นข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในโทรศัพท์ของผม“บันทึกเสียงเรียบร้อย” ผมรู้ตั้งแต่แรกว่าที่หลินจยาหมิงโทรมา เขาจะต้องมีเจตนาไม่ดีแน่นอน ดังนั้นจึงกดบันทึกเสียงเอาไว้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผมจะบันทึกอะไรบางอย่างได้ แต่ด้วยพฤติกรรมของเขา ต่อให้ถือว่าผิดศีลธรรม ก็ยังไม่นับว่าเป็นการฆ่าคน สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพราะเจียง
اقرأ المزيد
السابق
12
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status