Share

บทที่ 3

Author: คอร์เนตโต
เมื่อเห็นว่ามีประวัติการโอนเงิน เขาก็ปาโทรศัพท์ลงพื้นอย่างแรง

“เจียงเสวี่ยหนิง! ผมกำลังคุยกับคุณอยู่นะ แต่คุณยังตัดใจกับคนเก่าไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่ต้องพาผมไปหาหมอแล้ว ให้ขาผมหักไปเลย!”

เขาเดินจากไปอย่างหัวเสีย

เจียงเสวี่ยหนิงเป็นคนที่มีอำนาจเด็ดขาดในบริษัท พูดคำไหนคำนั้น แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เธอกลับไม่กล้าเถียงเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังวิ่งตามเขาไป

แต่เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอก็ชะงักฝีเท้า

ก่อนจะหมุนตัวกลับมาจับมือของผมเขย่า แล้วให้สัญญาอย่างจริงจัง

“สวีเหนียน เหลือเวลาอีกสองวัน คุณอดทนหน่อยนะ เดี๋ยวหลังจากนี้ฉันจะชดเชยให้คุณเอง!”

นี่เป็นวิธีออดอ้อนที่เธอชอบทำมากที่สุด ก่อนหน้านี้ตอนที่ผมเห็นเธอแสดงความอ่อนแอ ในใจของผมจะรู้สึกหวานล้ำอยู่เสมอ

แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกขยะแขยง

ผมยังไม่ทันได้ดึงมือออก แต่เธอก็หมุนตัววิ่งไล่ตามหลินจยาหมิงไปแล้ว

ผมยืนอยู่ที่เดิม แล้วใช้ชายเสื้อเช็ดมือตัวเอง

แต่เจียงเสวี่ยหนิง อีกสองวันก็เป็นวันที่ผมจะไปจากที่นี่เหมือนกัน

ผมไม่ต้องการคุณแล้ว

หลังออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน ผมก็หาลูกค้าเจอด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็เอาเงินไปเป็นค่าฌาปนกิจศพให้อันอัน

ในขณะที่ผมถือเถ้าอัฐิของอันอันกลับบ้าน ท้องฟ้าก็มืดเสียแล้ว

เจียงเสวี่ยหนิงยังไม่กลับมา

แต่เธอกลับบอกกับผมในเรื่องที่น่าประหลาดใจว่า หลินจยาหมิงเดินเหินไม่สะดวก ดังนั้นเธอต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อดูแลเขา

ครั้งที่แล้วที่เธอรายงานแบบนี้คือเมื่อหลายเดือนก่อน

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมไม่ได้รู้สึกหึงหรือต้องการการชดเชยจากเธอ ผมเพียงแค่เปิดโปรแกรมของบริษัท จากนั้นก็ส่งใบลาออก

ใบลาออกยังไม่ได้รับการอนุมัติ

แต่ผมก็วางโทรศัพท์ลงและไม่สนใจมันอีก

สองวันเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างกระชั้นชิด ผมต้องเก็บกระเป๋าก่อน พรุ่งนี้ต้องไปที่บริษัทเพื่อจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เรียบร้อย

เวลาเจ็ดปีถูกจัดลงไปในกระเป๋าเดินทางขนาดยี่สิบนิ้ว

เช้าวันรุ่งขึ้นขณะที่ผมกำลังนอนอยู่ ผู้ช่วยของเจียงเสวี่ยหนิงก็มาเคาะประตู

เมื่อเธอเห็นกระเป๋าสัมภาระภายในห้อง เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย

“คุณสวี นี่คุณจะไปเที่ยวเหรอคะ”

“อื้อ”

เธอไม่ได้ถามอะไรต่อ

“ประธานเจียงเชิญคุณไปพบค่ะ”

เดิมทีผมก็ไม่อยากไป แต่ก็ถูกบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังพาออกไปอย่างบังคับ

จุดหมายปลายทางคือร้านชุดแต่งงานร้านหนึ่ง

เจียงเสวี่ยหนิงมองผมด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็ลากผมเข้าไปในห้องลองเสื้อ

เธอหยิบสูทตัวหนึ่งขึ้นมา แล้วช่วยผมสวมด้วยตัวเอง จากนั้นก็ยังช่วยผูกเนกไทให้ผม

ผมมองดูผมที่เป็นลอนสวยของเธอ ตอนนั้นก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย

เพื่อแผนการอวยเพื่อฆ่าหลินจยาหมิง เธอจึงไม่ได้ใกล้ชิดกับผมอีก เธอบอกว่าจะต้องหลอกตัวเองให้ได้ ถึงจะสามารถหลอกคนอื่นได้

ในขณะที่เธอกำลังติดกระดุมข้อมือให้ผม เธอก็ชะงักไป

“นาฬิกาล่ะ?”

เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดขึ้นโดยไม่รอให้ผมตอบ

“เอาไปเก็บใส่กล่องไว้อีกแล้วสินะ”

“พี่สวีสุดหล่อของฉันใส่เสื้อผ้าแบบนี้แล้วเหมาะสมมาก หล่อที่สุด!”

“ฉันหาคนวางแผนเรื่องงานแต่งงานของพวกเราเรียบร้อยแล้ว”

“เป็นงานแต่งงานริมทะเลที่คุณชอบ นอกจากนี้ยังมีซุ้มดอกไม้ที่อันอันชอบ เมื่อถึงตอนนั้นให้เธอเป็นเด็กถือดอกไม้ในงานแต่งงานของเราดีไหม?”

เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่มันกลับเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงโสตประสาทของผม

ผมกำหมัดแน่น

ผมนึกถึงคำถามก่อนตายของอันอันขึ้นมา

“พี่คะ ทำไมพี่สะใภ้ถึงยังไม่มาช่วยฉันล่ะคะ?”

เจียงเสวี่ยหนิงรักอันอันเหมือนกับแก้วตาดวงใจ คอยสอบถามอาการป่วยของเธออย่างเป็นห่วงอยู่เสมอ อีกทั้งยังเล่านิทานก่อนนอนให้เธอทั้งคืน โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

การแต่งงานกับเจียงเสวี่ยหนิงถือเป็นความฝันสูงสุดของผม

แต่ความฝันนั้นจะไม่มีทางเป็นจริง

“เจียงเสวี่ยหนิง งานแต่งงาน—”

เธอยิ้มละมุนออกมา จากนั้นก็ใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากของผม

“แผนการของพวกเราใกล้จะสำเร็จแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของหลินจยาหมิง ฉันจะประกาศต่อหน้าทุกคน และไล่เขาออกจากบริษัท”

“จากนั้นก็จะฟ้องร้องเรียกทรัพย์สินและรถยนต์ที่อยู่ภายใต้ชื่อเขาคืนกลับมาทั้งหมด”

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เขาเคยชินกับการใช้ชีวิตเสเพลและฟุ่มเฟือย เขาจะไม่กินข้าวในร้านอาหารที่ไม่ใช่โรงแรมห้าดาว ฉันจะขอดูสิว่า ในตอนที่เขาไม่เหลืออะไรสักอย่าง ตอนที่ทุกคนสามารถเหยียบย่ำเขาได้ เขายังจะกล้าปรับโครงสร้างบริษัทอยู่หรือเปล่า!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 12

    เมื่อพูดจบผมกับซ่งหว่านถังก็เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อจดทะเบียนสมรสด้วยความรวดเร็ว เจียงเสวี่ยหนิงอยากจะขัดขวาง แต่เธอกลับถูกฝูงชนห้ามไว้ สุดท้ายแล้วผมก็จดทะเบียนสมรสเรียบร้อย ผมยิ้มให้กับเจียงเสวี่ยหนิงอย่างมีมารยาท “ผมขอไม่เชิญคุณไปงานแต่งงานนะ คุณเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่า ตอนนี้บริษัทของคุณขาดหัวเรือใหญ่ มันจะวุ่นวายขนาดไหน?”สายตาของเจียงเสวี่ยหนิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า“สวีเหนียน คุณจำเป็นต้องปฏิเสธฉันอย่างรุนแรงแบบนี้เชียวเหรอ? ฉันต้องทำยังไงคุณถึงจะให้อภัย?”ผมหงุดหงิด แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ“ถ้าคุณสามารถทำให้อันอันฟื้นขึ้นมาได้ ผมก็อาจจะทบทวนเรื่องการให้อภัยคุณ” การฟื้นคืนชีพคนตายคือการปฏิเสธที่ตรงไปตรงมาที่สุด เจียงเสวี่ยหนิงมีใบหน้าซีดเผือด ปลายนิ้วจิกเข้าที่กลางฝ่ามือ เธอพูดอะไรไม่ออกสักคำ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าขณะที่ผมกับซ่งหว่านถังกำลังเดินออกจากโบสถ์ ทันใดนั้นก็เห็นชายคนหนึ่งที่มีผมเผ้ารุงรังถือมีดทำครัวพุ่งตรงเข้ามาท่ามกลางกลุ่มคนที่ไม่มีอาวุธ เมื่อเกิดเหตุการณ์ชุลมุน ทุกคนต่างวิ่งหนีกระจัดกระจาย แต่เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นพุ่งเป้ามาที่ผม เขาคำรามเสียงดัง “สวีเหน

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 11

    ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอไม่เคยอยากให้อันอันที่เป็นน้องสาวสุดที่รักต้องตาย เธอเติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่เคยสัมผัสความรักจากครอบครัวมาก่อน แต่อันอันเป็นคนที่ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใยระหว่างพี่น้อง และความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมแต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะความหยิ่งยโสและมั่นใจในตัวเองมากเกินไปของเธอ เจียงเสวี่ยหนิงพูดอ้อนวอนเสียงเบา “สวีเหนียน ฉันผิดไปแล้ว คลิปเสียงที่คุณส่งให้มา ฉันได้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้ว มันเป็นของจริง ในช่วงเวลานั้นฉันยุ่งอยู่กับการจัดการหลินจยาหมิงจริงๆ!”เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา จากนั้นเธอก็เปิดรูปอวดผมอย่างภาคภูมิใจ “ดูสิ ทั้งหุ้น ตำแหน่งรองประธาน รถสปอร์ต และบ้านหรู ฉันเอากลับคืนมาทั้งหมดแล้ว!”“หลินจยาหมิงถูกฉันไล่ออกจากบริษัท คนในวงการไม่มีใครกล้าจ้างงานเขาอีก แต่เขาไม่สามารถใช้ชีวิตแบบประหยัดได้อีกต่อไปแล้ว ได้ยินมาว่าเขากู้เงินมาเป็นจำนวนไม่น้อย ทุกวันจะมีคนไปตามทวงหนี้ที่บ้าน และเขาก็ถูกซ้อมจนตัวช้ำทั้งร่าง”“คุณดีใจไหม ดีใจสักนิดไหม?”ผมหลับตาลง แล้วรู้สึกว่าเกมอวยเพื่อฆ่านั่นช่างไร้สาระสิ้นดีผมหมุนตัวเด

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 10

    มิน่าล่ะ ผมก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมจู่ ๆ เจียงเสวี่ยหนิงถึงจะคืนตำแหน่งรองประธานให้ผมที่แท้เป็นเพราะเธอมอบหุ้นให้กับหลินจยาหมิงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจผลประโยชน์เล็กน้อยอย่างตำแหน่งรองประธาน แต่มันไม่ได้สำคัญกับผมอีกต่อไปแล้ว “อ่า ถ้าอย่างนั้นผมก็ขออวยพรให้พวกคุณได้แต่งงานกันเร็ว ๆ อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า”หลินจยาหมิงกลับพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ผมรู้ว่าน้องสาวของคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด และรู้ว่าคุณยังขาดเงินอีกแสนห้าสำหรับค่าผ่าตัด แต่เป็นผมเองที่ห้ามเอาไว้ ผมรู้ว่าน้องสาวของคุณจะต้องตาย ขอเพียงเธอตาย คุณก็จะปล่อยมือและตัดใจจากเสี่ยวเสวี่ย”“สวีเหนียน ต่อให้คุณเก่งกว่านี้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? ในบริษัทไม่ต้องการคนซื่อสัตย์แบบคุณหรอกนะ”ผมเงียบแล้วกดตัดสายไป จากนั้นข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในโทรศัพท์ของผม“บันทึกเสียงเรียบร้อย” ผมรู้ตั้งแต่แรกว่าที่หลินจยาหมิงโทรมา เขาจะต้องมีเจตนาไม่ดีแน่นอน ดังนั้นจึงกดบันทึกเสียงเอาไว้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผมจะบันทึกอะไรบางอย่างได้ แต่ด้วยพฤติกรรมของเขา ต่อให้ถือว่าผิดศีลธรรม ก็ยังไม่นับว่าเป็นการฆ่าคน สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพราะเจียง

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 9

    “สวีเหนียน คุณรู้สึกเสียใจหรือยัง” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ผมก้มหน้าลงต่ำ เผยรอยยิ้มขมขื่น “เสียใจแล้ว ถ้ารู้ว่าคุณคือลูกสาวของท่านประธาน ผมก็น่าจะไปกับคุณ”ซ่งหว่านถังถึงกับชะงักไป ในความทรงจำของเธอ เมื่อเจ็ดปีก่อนผมเป็นชายหนุ่มที่มีดวงตาสดใส เป็นคนเคร่งครัดในหลักการ นอกจากนี้ยังเป็นคนซื่อตรง เธอคิดว่าผมจะดื้อรั้นแล้วบอกว่าไม่เสียใจ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าผมจะมีสีหน้าเศร้าหมองและโดดเดี่ยวแบบนี้ความโดดเดี่ยวนี้ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “เป็นอะไรไป ทะเลาะกับภรรยาเหรอ?”“เลิกกันแล้ว”“เลิกกันแล้ว? ตั้งแต่เมื่อไหร่ เลิกกันทำไม ไหนคุณบอกว่าคุณรักเธอมากกว่าตัวเอง…”ในตอนนั้นเธอก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นตื่นเต้นมากเกินไป ซ่งหว่านถังกำมือขึ้นแล้วกระแอมไอเบา ๆ “อย่าเข้าใจผิด ฉันก็แค่เป็นห่วงสุขภาพจิตของพนักงานเท่านั้น”ผมเองก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดไปอย่างไม่ปิดบัง ซ่งหว่านถังโมโหยิ่งกว่าผมเสียอีก เธอกัดฟันกรอดอยู่นาน จากนั้นก็ให้ผมไปทำงาน แล้วบอกว่าไม่ต้องกังวลใจ วันรุ่งขึ้นผมก็เริ่มงานอย่างเป็นทางการ หลังจากจัดการเรื่องที่อยู่ใหม่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เ

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 8

    “ไม่ เธอไม่ใช่แฟนของผมครับ เธอเป็นแค่คนแปลกหน้า ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”เพื่อนร่วมงานสังเกตได้ถึงความสัมพันธ์ที่ผิดปกติของผมกับเจียงเสวี่ยหนิง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรมากผู้ช่วยเห็นว่าประธานของตัวเองกำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ดังนั้นจึงไปพยุงตัวเธอขึ้น “ประธานเจียง ถ้าอย่างนั้นคุณก็ปล่อยคุณสวีไปดีกว่าค่ะ ตรงนี้มีคนจำนวนมาก ถ้าเกิดเป็นข่าวขึ้นมา ภาพลักษณ์ของบริษัทพวกเรา…”สีหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงดูย่ำแย่มากยิ่งขึ้น ในใจของเธอมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง หากเธอไม่สามารถรั้งสวีเหนียนในตอนนี้ได้ หลังจากนี้ไม่ว่าเธอจะตามอีกฝ่ายยังไง สวีเหนียนก็จะไม่มีวันหวนกลับมาแล้วหลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจจราจรก็เดินเข้ามาเมื่อเห็นเจียงเสวี่ยหนิง เขาก็ขมวดคิ้วตำหนิ “คุณขับรถเร็วเกินกำหนด ผมสั่งให้คุณจอดข้างทางก็ไม่จอด ต่อให้คุณจะรีบขึ้นเครื่องก็ไม่สามารถทำแบบนี้ รถของคุณถูกลากออกไปแล้ว ตอนนี้คุณช่วยตามพวกเรามาด้วย!”เจียงเสวี่ยหนิงพูดขอร้องเสียงเบา “ฉันจะไปกับพวกคุณก็ได้ค่ะ แต่ขอเวลาฉันสักหน่อยนะคะ ฉันอยากพูดอะไรกับแฟนสักประโยคได้ไหมคะ?”“เสี่ยวเสวี่ย?”ด้านหลังของตำรวจจราจรก็มีเงาร่างผอมโ

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 7

    เจียงเสวี่ยหนิงลุกพรวดขึ้นอย่างกะทันหัน “ว่าไงนะ?”เธอก้มหน้ามองโทรศัพท์ ในตอนที่กำลังจะพูด แต่เสียงประกาศของสนามบินจากทางปลายสายก็ดังขึ้น “ท่านผู้โดยสารทุกท่าน เที่ยวบินระหว่างประเทศปลายทาง—”วินาทีถัดมาปลายสายก็ถูกตัดไปทันที อีกด้านหนึ่ง ผมก็ปิดเครื่อง จากนั้นก็ไปต่อแถวเช็กอินกับเพื่อนร่วมงานในอนาคต พนักงานฝ่ายบุคคลที่มีผมสีทองตาสีฟ้าเริ่มพูดคุยกับผมเป็นภาษาอังกฤษ “คุณสวี พวกเราเชิญคุณมาตั้งเจ็ดปี และส่งข้อความหาคุณทุกปี นอกจากนี้ยังส่งคนไปหาคุณถึงในประเทศ แม้กระทั่งโอกาสกินข้าว คุณยังไม่ยอมให้ แต่ทำไมตอนนี้คุณถึงตกลงมาทำงานกับบริษัทของเราอย่างกะทันหันแบบนี้ล่ะ?”ผมหลุบตาลงต่ำ มือจับด้ามกระเป๋าเดินทางจนแน่น ภายในกระเป๋าเดินทางมีเถ้ากระดูกของอันอันนอนอยู่อย่างสงบ “ก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นเอง อยู่แต่ที่เดิม ๆ มาตลอด ไม่มีความก้าวหน้าก็สมควรเบื่อได้แล้ว”พนักงานฝ่ายบุคคลตบไหล่ผมแล้วหัวเราะเสียงดัง “คุณสวี ผมรู้ว่าคุณเป็นคนทะเยอทะยาน คุณวางใจเถอะ บริษัทของพวกเรานั้นไร้ขีดจำกัด มีโอกาสไม่สิ้นสุด ไม่มีทางทำให้คุณเบื่อแน่นอน”ผมยิ้มเล็กน้อยไม่พูดไม่จา หล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status