Share

บทที่ 5

Author: คอร์เนตโต
รูปถ่ายนั้นเป็นรูปมือสองข้างกำลังจับกันแน่นท่ามกลางแสงอาทิตย์ตก

นาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์ที่หลินจยาหมิงเคยโยนทิ้งก็กลับมาอยู่บนข้อมือของเขาอีกครั้ง

แคปชั่น

‘เธอบอกว่า ความรักเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวและหยั่งรากลึก ผมบอกว่า ขอเพียงแค่คุณมีใจตรงกับผม ความปรารถนาของผมก็จะไม่สูญเปล่า’

ผมเผลอไปกดไลก์ แล้วรีบอันไลก์ออกทันที

เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้พูดอะไร

ตอนที่กลับมาบ้านก็ดึกมากแล้ว ผมหิวมาทั้งวัน ดังนั้นจึงต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน

หลังจากกินไปครึ่งหนึ่ง เจียงเสวี่ยหนิงก็กลับมาที่บ้าน บนตัวของเธอยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยออกมาจาง ๆ

เธอแพ้แอลกอฮอล์ ผมเป็นห่วงเธอ ดังนั้นจึงไม่ค่อยปล่อยให้เธอไปสังสรรค์กับใคร

หากเป็นก่อนหน้านี้ ผมจะต้องซักถามอย่างเป็นห่วงว่าไปกินที่ไหน จากนั้นก็ต้มซุปแก้แฮงค์ให้เธอ

แต่ตอนนี้ผมไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอเลยด้วยซ้ำ ตั้งใจก้มหน้าก้มตากินต่อไป

เธอสะบัดรองเท้าส้นสูงทิ้ง จมูกทำท่าฟุดฟิดเล็กน้อย จากนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้น

“ทำไมถึงไม่รอฉันล่ะ? ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่ากินอาหารขยะแบบนี้ในบ้าน”

เจียงเสวี่ยหนิงไม่ชอบกลิ่นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และรังเกียจที่มันราคาถูก

แต่ตอนนี้เมื่อนึกย้อนกลับไป สิ่งที่น่ารังเกียจคือวันเวลาที่พวกเราเคยดิ้นรนต่อสู้มาด้วยกัน

เธอเดินเข้ามาแล้วชนเข้ากับกระเป๋าเดินทางที่ผมวางเอาไว้อย่างไม่ตั้งใจ เอกสารการเดินทางที่อยู่ด้านในกระจัดกระจายออกมา

เธอหยิบพาสปอร์ตขึ้น หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา

“สวีเหนียน คุณเสียใจแค่นี้ต้องถึงกับไปต่างประเทศเลยเหรอ?”

เธอโยนพาสปอร์ตลงกระเป๋าของผมอย่างไม่ใส่ใจ

หลังจากคืนดีกับหลินจยาหมิงแล้ว เธอก็อารมณ์ดีมาก จากนั้นเธอก็นวดไหล่ผมแล้วพูดขึ้นอย่างใจเย็นว่า

“วันนี้ฉันอินกับบทไปหน่อยก็เลยเผลอตวาดคุณไป ฉันขอโทษจริง ๆ”

“แต่เราวางแผนอวยเพื่อฆ่ามาหนึ่งปีแล้ว ฉันจะปล่อยให้มันจบแบบนี้ไม่ได้”

“หลินจยาหมิงยอมคืนดีกับฉันแล้ว เพียงแต่ในช่วงเวลานี้เขายังระแวงฉันอยู่ คุณกับอันอันรออีกหน่อยนะ อย่างมากก็หนึ่งเดือน ฉันจะหาเวลาที่เหมาะสมเพื่อทำให้เขาอับอาย”

“แต่ฉันก็รู้ว่าคุณร้อนใจ ฉันจะ—”

จากสองวันกลายเป็นหนึ่งเดือน

ท้ายที่สุดแล้วเธอก็แค่ตัดใจไม่ได้เท่านั้นเอง

ทำไมต้องหาข้ออ้างมาโกหกผมด้วย

“ไม่ต้องหรอก”

ผมพูดตัดบทเธอ เมื่อกินบะหมี่คำสุดท้ายเสร็จ ผมก็ดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก

“พวกเราเลิกกันเถอะ”

หลังจากพูดคำพูดนั้นออกไป ผมก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก

มือที่บีบไหล่ผมของเจียงเสวี่ยหนิงแข็งทื่อ

ผมปัดมือเธอออกแล้วลุกขึ้นไปทิ้งขยะ

ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ และนอกจากนี้เธอยังหมดความอดทนที่จะปลอบโยนผมแล้ว ใบหน้าของเธอเย็นชาขึ้นทันที

“สวีเหนียน ฉันแค่ไปพยายามเอาใจจยาหมิงเท่านั้นเอง คาดไม่ถึงว่าคุณจะขอเลิกกับฉันแบบนี้?”

“นั่นเป็นเพราะฉันไม่ได้จ่ายเงินเดือนล่วงหน้าให้คุณสามเดือนใช่ไหม? น้องสาวของคุณก็ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ใช่ว่าขาดเงินแล้วจะตายสักหน่อย แล้วคุณจะมาโกรธฉันเรื่องอะไร?”

เมื่อพูดถึงเรื่องน้องสาว หัวใจของผมก็ปวดแปลบขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำ

“ใช่ เพราะเงินเดือนสามเดือนนั่นแหละ”

“เจียงเสวี่ยหนิง เธอสามารถซื้อคฤหาสน์ราคาหลายล้านให้หลินจยาหมิงได้โดยไม่กะพริบตา แต่ให้เงินแสนห้ากับผมมันยากมากหรือไง?”

เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน สายตาของเจียงเสวี่ยหนิงก็มีประกายความประชดประชัน เธอเตะถังขยะจนล้ม

“มิน่าล่ะคุณถึงเอาแต่พูดว่าไม่อยากเล่นแผนอวยเพื่อฆ่าแล้ว ที่แท้คุณก็หลงละเลิงในชื่อเสียง จยาหมิงพูดได้ถูกต้องจริง ๆ คุณก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องการจะหลอกเอาเงินฉัน”

ผมรู้ว่าเจียงเสวี่ยหนิงเป็นเด็กกำพร้า ยากจนมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงหลงใหลในเงินทองมาก

แต่ผมไม่ได้แก้ตัว เพียงแค่พูดขึ้นเสียงเรียบ

“ต่อให้คุณจะปลดผมออกจากตำแหน่งรองประธาน แต่หน้าที่การทำงานของผมก็ไม่ได้ลดลงเลย คุณควรจะจ่ายเงินเดือนให้ผมเท่าเดิมด้วยซ้ำ ไม่ต้องมาก ชดเชยให้ผมแค่สามแสนห้าก็พอ”

สามแสนห้าเพื่อตัดความสัมพันธ์เจ็ดปี จะได้จบสิ้นกันตรงนี้

ผมจะได้ใช้เงินจำนวนนี้เพื่อซื้อหลุมฝังศพให้อันอันในต่างประเทศ

สายตาของเจียงเสวี่ยหนิงเย็นชามากขึ้น

“สวีเหนียน ฉันต้องทนรับกับความอับอายตลอดทั้งปีก็เพื่อคุณ! หากพูดกันตามตรงแล้ว ถ้าคุณไม่ได้เป็นแฟนของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เป็นรองประธานด้วยซ้ำ รอกระทั่งฉันได้แต่งงานกับคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นของคุณแล้วโอเคไหม ทำไมคุณต้องรีบร้อนแบบนี้ด้วย?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 12

    เมื่อพูดจบผมกับซ่งหว่านถังก็เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อจดทะเบียนสมรสด้วยความรวดเร็ว เจียงเสวี่ยหนิงอยากจะขัดขวาง แต่เธอกลับถูกฝูงชนห้ามไว้ สุดท้ายแล้วผมก็จดทะเบียนสมรสเรียบร้อย ผมยิ้มให้กับเจียงเสวี่ยหนิงอย่างมีมารยาท “ผมขอไม่เชิญคุณไปงานแต่งงานนะ คุณเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่า ตอนนี้บริษัทของคุณขาดหัวเรือใหญ่ มันจะวุ่นวายขนาดไหน?”สายตาของเจียงเสวี่ยหนิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า“สวีเหนียน คุณจำเป็นต้องปฏิเสธฉันอย่างรุนแรงแบบนี้เชียวเหรอ? ฉันต้องทำยังไงคุณถึงจะให้อภัย?”ผมหงุดหงิด แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ“ถ้าคุณสามารถทำให้อันอันฟื้นขึ้นมาได้ ผมก็อาจจะทบทวนเรื่องการให้อภัยคุณ” การฟื้นคืนชีพคนตายคือการปฏิเสธที่ตรงไปตรงมาที่สุด เจียงเสวี่ยหนิงมีใบหน้าซีดเผือด ปลายนิ้วจิกเข้าที่กลางฝ่ามือ เธอพูดอะไรไม่ออกสักคำ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าขณะที่ผมกับซ่งหว่านถังกำลังเดินออกจากโบสถ์ ทันใดนั้นก็เห็นชายคนหนึ่งที่มีผมเผ้ารุงรังถือมีดทำครัวพุ่งตรงเข้ามาท่ามกลางกลุ่มคนที่ไม่มีอาวุธ เมื่อเกิดเหตุการณ์ชุลมุน ทุกคนต่างวิ่งหนีกระจัดกระจาย แต่เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นพุ่งเป้ามาที่ผม เขาคำรามเสียงดัง “สวีเหน

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 11

    ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอไม่เคยอยากให้อันอันที่เป็นน้องสาวสุดที่รักต้องตาย เธอเติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่เคยสัมผัสความรักจากครอบครัวมาก่อน แต่อันอันเป็นคนที่ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใยระหว่างพี่น้อง และความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมแต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะความหยิ่งยโสและมั่นใจในตัวเองมากเกินไปของเธอ เจียงเสวี่ยหนิงพูดอ้อนวอนเสียงเบา “สวีเหนียน ฉันผิดไปแล้ว คลิปเสียงที่คุณส่งให้มา ฉันได้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้ว มันเป็นของจริง ในช่วงเวลานั้นฉันยุ่งอยู่กับการจัดการหลินจยาหมิงจริงๆ!”เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา จากนั้นเธอก็เปิดรูปอวดผมอย่างภาคภูมิใจ “ดูสิ ทั้งหุ้น ตำแหน่งรองประธาน รถสปอร์ต และบ้านหรู ฉันเอากลับคืนมาทั้งหมดแล้ว!”“หลินจยาหมิงถูกฉันไล่ออกจากบริษัท คนในวงการไม่มีใครกล้าจ้างงานเขาอีก แต่เขาไม่สามารถใช้ชีวิตแบบประหยัดได้อีกต่อไปแล้ว ได้ยินมาว่าเขากู้เงินมาเป็นจำนวนไม่น้อย ทุกวันจะมีคนไปตามทวงหนี้ที่บ้าน และเขาก็ถูกซ้อมจนตัวช้ำทั้งร่าง”“คุณดีใจไหม ดีใจสักนิดไหม?”ผมหลับตาลง แล้วรู้สึกว่าเกมอวยเพื่อฆ่านั่นช่างไร้สาระสิ้นดีผมหมุนตัวเด

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 10

    มิน่าล่ะ ผมก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมจู่ ๆ เจียงเสวี่ยหนิงถึงจะคืนตำแหน่งรองประธานให้ผมที่แท้เป็นเพราะเธอมอบหุ้นให้กับหลินจยาหมิงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจผลประโยชน์เล็กน้อยอย่างตำแหน่งรองประธาน แต่มันไม่ได้สำคัญกับผมอีกต่อไปแล้ว “อ่า ถ้าอย่างนั้นผมก็ขออวยพรให้พวกคุณได้แต่งงานกันเร็ว ๆ อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า”หลินจยาหมิงกลับพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ผมรู้ว่าน้องสาวของคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด และรู้ว่าคุณยังขาดเงินอีกแสนห้าสำหรับค่าผ่าตัด แต่เป็นผมเองที่ห้ามเอาไว้ ผมรู้ว่าน้องสาวของคุณจะต้องตาย ขอเพียงเธอตาย คุณก็จะปล่อยมือและตัดใจจากเสี่ยวเสวี่ย”“สวีเหนียน ต่อให้คุณเก่งกว่านี้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? ในบริษัทไม่ต้องการคนซื่อสัตย์แบบคุณหรอกนะ”ผมเงียบแล้วกดตัดสายไป จากนั้นข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในโทรศัพท์ของผม“บันทึกเสียงเรียบร้อย” ผมรู้ตั้งแต่แรกว่าที่หลินจยาหมิงโทรมา เขาจะต้องมีเจตนาไม่ดีแน่นอน ดังนั้นจึงกดบันทึกเสียงเอาไว้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผมจะบันทึกอะไรบางอย่างได้ แต่ด้วยพฤติกรรมของเขา ต่อให้ถือว่าผิดศีลธรรม ก็ยังไม่นับว่าเป็นการฆ่าคน สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพราะเจียง

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 9

    “สวีเหนียน คุณรู้สึกเสียใจหรือยัง” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ผมก้มหน้าลงต่ำ เผยรอยยิ้มขมขื่น “เสียใจแล้ว ถ้ารู้ว่าคุณคือลูกสาวของท่านประธาน ผมก็น่าจะไปกับคุณ”ซ่งหว่านถังถึงกับชะงักไป ในความทรงจำของเธอ เมื่อเจ็ดปีก่อนผมเป็นชายหนุ่มที่มีดวงตาสดใส เป็นคนเคร่งครัดในหลักการ นอกจากนี้ยังเป็นคนซื่อตรง เธอคิดว่าผมจะดื้อรั้นแล้วบอกว่าไม่เสียใจ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าผมจะมีสีหน้าเศร้าหมองและโดดเดี่ยวแบบนี้ความโดดเดี่ยวนี้ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “เป็นอะไรไป ทะเลาะกับภรรยาเหรอ?”“เลิกกันแล้ว”“เลิกกันแล้ว? ตั้งแต่เมื่อไหร่ เลิกกันทำไม ไหนคุณบอกว่าคุณรักเธอมากกว่าตัวเอง…”ในตอนนั้นเธอก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นตื่นเต้นมากเกินไป ซ่งหว่านถังกำมือขึ้นแล้วกระแอมไอเบา ๆ “อย่าเข้าใจผิด ฉันก็แค่เป็นห่วงสุขภาพจิตของพนักงานเท่านั้น”ผมเองก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดไปอย่างไม่ปิดบัง ซ่งหว่านถังโมโหยิ่งกว่าผมเสียอีก เธอกัดฟันกรอดอยู่นาน จากนั้นก็ให้ผมไปทำงาน แล้วบอกว่าไม่ต้องกังวลใจ วันรุ่งขึ้นผมก็เริ่มงานอย่างเป็นทางการ หลังจากจัดการเรื่องที่อยู่ใหม่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เ

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 8

    “ไม่ เธอไม่ใช่แฟนของผมครับ เธอเป็นแค่คนแปลกหน้า ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”เพื่อนร่วมงานสังเกตได้ถึงความสัมพันธ์ที่ผิดปกติของผมกับเจียงเสวี่ยหนิง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรมากผู้ช่วยเห็นว่าประธานของตัวเองกำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ดังนั้นจึงไปพยุงตัวเธอขึ้น “ประธานเจียง ถ้าอย่างนั้นคุณก็ปล่อยคุณสวีไปดีกว่าค่ะ ตรงนี้มีคนจำนวนมาก ถ้าเกิดเป็นข่าวขึ้นมา ภาพลักษณ์ของบริษัทพวกเรา…”สีหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงดูย่ำแย่มากยิ่งขึ้น ในใจของเธอมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง หากเธอไม่สามารถรั้งสวีเหนียนในตอนนี้ได้ หลังจากนี้ไม่ว่าเธอจะตามอีกฝ่ายยังไง สวีเหนียนก็จะไม่มีวันหวนกลับมาแล้วหลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจจราจรก็เดินเข้ามาเมื่อเห็นเจียงเสวี่ยหนิง เขาก็ขมวดคิ้วตำหนิ “คุณขับรถเร็วเกินกำหนด ผมสั่งให้คุณจอดข้างทางก็ไม่จอด ต่อให้คุณจะรีบขึ้นเครื่องก็ไม่สามารถทำแบบนี้ รถของคุณถูกลากออกไปแล้ว ตอนนี้คุณช่วยตามพวกเรามาด้วย!”เจียงเสวี่ยหนิงพูดขอร้องเสียงเบา “ฉันจะไปกับพวกคุณก็ได้ค่ะ แต่ขอเวลาฉันสักหน่อยนะคะ ฉันอยากพูดอะไรกับแฟนสักประโยคได้ไหมคะ?”“เสี่ยวเสวี่ย?”ด้านหลังของตำรวจจราจรก็มีเงาร่างผอมโ

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 7

    เจียงเสวี่ยหนิงลุกพรวดขึ้นอย่างกะทันหัน “ว่าไงนะ?”เธอก้มหน้ามองโทรศัพท์ ในตอนที่กำลังจะพูด แต่เสียงประกาศของสนามบินจากทางปลายสายก็ดังขึ้น “ท่านผู้โดยสารทุกท่าน เที่ยวบินระหว่างประเทศปลายทาง—”วินาทีถัดมาปลายสายก็ถูกตัดไปทันที อีกด้านหนึ่ง ผมก็ปิดเครื่อง จากนั้นก็ไปต่อแถวเช็กอินกับเพื่อนร่วมงานในอนาคต พนักงานฝ่ายบุคคลที่มีผมสีทองตาสีฟ้าเริ่มพูดคุยกับผมเป็นภาษาอังกฤษ “คุณสวี พวกเราเชิญคุณมาตั้งเจ็ดปี และส่งข้อความหาคุณทุกปี นอกจากนี้ยังส่งคนไปหาคุณถึงในประเทศ แม้กระทั่งโอกาสกินข้าว คุณยังไม่ยอมให้ แต่ทำไมตอนนี้คุณถึงตกลงมาทำงานกับบริษัทของเราอย่างกะทันหันแบบนี้ล่ะ?”ผมหลุบตาลงต่ำ มือจับด้ามกระเป๋าเดินทางจนแน่น ภายในกระเป๋าเดินทางมีเถ้ากระดูกของอันอันนอนอยู่อย่างสงบ “ก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นเอง อยู่แต่ที่เดิม ๆ มาตลอด ไม่มีความก้าวหน้าก็สมควรเบื่อได้แล้ว”พนักงานฝ่ายบุคคลตบไหล่ผมแล้วหัวเราะเสียงดัง “คุณสวี ผมรู้ว่าคุณเป็นคนทะเยอทะยาน คุณวางใจเถอะ บริษัทของพวกเรานั้นไร้ขีดจำกัด มีโอกาสไม่สิ้นสุด ไม่มีทางทำให้คุณเบื่อแน่นอน”ผมยิ้มเล็กน้อยไม่พูดไม่จา หล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status