Share

บทที่ 4

Author: คอร์เนตโต
วินาทีถัดมา ผ้าม่านของห้องลองเสื้อก็ถูกกระชากออกอย่างแรง

ในตอนที่เจียงเสวี่ยหนิงกำลังจะตำหนิผู้ช่วย

เมื่อเธอเห็นหลินจยาหมิง ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดทันที

หลินจยาหมิงยืนอยู่ที่หน้าประตู จากนั้นเขาก็หัวเราะเยาะใส่เจียงเสวี่ยหนิง

“เจียงเสวี่ยหนิง ผมคิดว่าคุณจะเป็นห่วงที่ผมเจ็บเท้าจริง ๆ ดังนั้นก็เลยให้คนอื่นมาลองชุดในวันพรุ่งนี้ให้ผมดู”

“ถ้าสวีเหนียนไม่บอกให้ผมมาดูละครสนุก ๆ ผมก็คงไม่รู้หรอกว่าเรื่องทั้งหมดนี้ผมเป็นคนที่คิดไปเอง! ไม่ต้องรอพรุ่งนี้หรอก สิ่งที่คุณมอบให้ผมมาทั้งหมด ผมจะคืนให้คุณเดี๋ยวนี้!”

มือที่สั่นเทาของเขาถอดเสื้อสูทราคาแพงบนตัวออก นาฬิการาคาหลักล้านถูกโยนใส่เจียงเสวี่ยหนิง

ในขณะที่เขากำลังจะดึงป้ายรองประธานออก สายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความอาฆาต ตอนนั้นเขายังตั้งใจปาบัตรใส่หน้าผม

ใบหน้าของผมถูกเข็มที่อยู่หลังบัตรกรีดจนเลือดออกเป็นทาง มันเจ็บมาก

เจียงเสวี่ยหนิงไม่มองมาทางผมเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่จ้องหน้าหลินจยาหมิงตาเขม็ง แม้กระทั่งถูกทำร้ายก็ยังไม่หลบ

สายตาของเธอทำให้ผมหนาวสั่นไปทั้งตัว

ในตอนที่เธอรักผมที่สุด เธอก็มองผมด้วยสายตาแบบนี้

นั่นเป็นตอนที่ผมเพิ่งปฏิเสธบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ จากนั้นก็มาเริ่มทำธุรกิจกับเธอตั้งแต่ศูนย์

เพื่อประหยัดเงิน ผมจะต้องกินแค่ซาลาเปากับผักดอง ดังนั้นจึงทำให้ขาดสารอาหาร กอปรกับมีภาวะเลือดออกในกระเพาะ ดังนั้นจึงต้องเข้าโรงพยาบาล

ในขณะที่กำลังมึนงง ผมก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงจับมือผมไว้ แววตาเต็มไปด้วยความรัก เธอสาบานว่าหลังจากนี้จะไม่ให้ผมได้รับความเจ็บปวดทรมานอีก

แต่ตอนนี้สายตาคู่นั้นมันเป็นของหลินจยาหมิงแล้ว

“เจียงเสวี่ยหนิง หลังจากนี้พวกเราก็จะเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน ผมขออวยพรให้คุณกับสวีเหนียนครองรักกันไปนาน ๆ เป็นร้อยปี!”

หลินจยาหมิงกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า สีหน้าเด็ดเดี่ยว

ในขณะที่หมุนตัวกลับไป เขาก็กุมหน้าอกแล้วทรุดตัวลงกับพื้น

เจียงเสวี่ยหนิงตกใจแล้วรีบพยุงเขาไว้ เธอคุกเข่าแล้วหยิบยาออกมา

“จยาหมิง คุณเป็นโรคหอบหืด อย่าตื่นตระหนกเกินไป รีบกินยานี้เร็ว!”

“อย่าเข้ามา! ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ!”

หลินจยาหมิงหอบหายใจอย่างแรง เขาเหมือนกับนางเอกที่น่าทะนุถนอมในละครหลังข่าว เขาพยายามลุกขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว

ผมยื่นมือไปคว้าแขนของเจียงเสวี่ยหนิงแล้วรีบอธิบายตามสัญชาตญาณ

“เรื่องนี้ผมไม่ได้บอกเขา ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณจะให้ผมมาลองชุด ยิ่งไปกว่านั้น—”

เจียงเสวี่ยหนิงสะบัดแขนผมออกไปเหมือนกำลังสัมผัสเชื้อโรค

สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจ

“สวีเหนียน แค่วันเดียวคุณก็รอไม่ได้เลยหรือไง? ถ้าจยาหมิงเป็นอะไรขึ้นมา ฉันจะทำให้คุณอยู่ไม่สู้ตาย!”

มือของผมแข็งค้างกลางอากาศ มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน

คนรักที่นอนเตียงเดียวกันมาเจ็ดปี แต่กลับจะทำให้ผมอยู่ไม่สู้ตายเพียงเพราะหลินจยาหมิงคนเดียว

ผมดึงมือกลับไป

เจียงเสวี่ยหนิงตามอีกฝ่ายออกไปโดยไม่ลังเล

ผู้ช่วยรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย

“คุณสวี ประธานเจียงขาดสติชั่วคราว เดี๋ยวฉันพาคุณไปทำแผลที่หน้าก่อนดีไหมคะ?”

ผมส่ายหน้าปฏิเสธ จากนั้นก็ถอดเสื้อสูทออก

มันตลกมากที่ต้องใส่ของที่ไม่ใช่ของตัวเอง

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นมา

ใบลาออกของผมได้รับการอนุมัติแล้ว

ดูเหมือนว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะเกลียดผมแล้วจริง ๆ

ก็ดีเหมือนกัน

หลังเดินออกจากร้านชุดแต่งงาน ผมก็ไปที่บริษัทเพื่อรับเอกสาร

เสียงผู้คนเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นระหว่างทางเดิน

“ได้ยินหรือเปล่า ใครบางคนตั้งใจจะหลอกเอาเงินประธานเจียง แต่กลับถูกประธานหลินจับได้ ดังนั้นก็เลยชิงลาออกด้วยตัวเอง!”

“ในตอนแรกเขาก็เป็นคนโปรดของประธานเจียงเหมือนกัน แต่โชคชะตามันก็เปลี่ยนแปลงกันได้ ไม่มีอะไรสามารถเทียบรักแท้ได้หรอก”

ผมชินกับคำพูดเสียดสีเหล่านี้มานานแล้ว ดังนั้นจึงไม่รู้สึกอะไรเลย

หลังจากหลินจยาหมิงขึ้นรับตำแหน่ง พวกเขาก็สร้างความลำบากให้กับผมทุกวิถีทาง แผนงานหนึ่งฉบับของผมถูกปัดตกไปแล้วเป็นสิบครั้ง

พวกผู้อาวุโสในบริษัทที่อ่านคลื่นลมออกก็มักจะโยนงานมาให้ผม

ผมเคยจินตนาการว่าจะตบหน้าทุกคนในวันที่แผนการอวยเพื่อฆ่าของเจียงเสวี่ยหนิงสำเร็จ

แต่ตอนนี้ผมกลับคิดว่าตัวเองนั้นไร้เดียงสาเหลือเกิน

คนในแผนกก็อยากจะไล่ผมออกเหลือเกิน พวกเขาโยนเอกสารให้ผมอย่างไม่ใส่ใจ

ตอนเดินออกจากบริษัท ผมก็เห็นว่าหลินจยาหมิงโพสต์โมเมนต์ในวีแชทใหม่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 12

    เมื่อพูดจบผมกับซ่งหว่านถังก็เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อจดทะเบียนสมรสด้วยความรวดเร็ว เจียงเสวี่ยหนิงอยากจะขัดขวาง แต่เธอกลับถูกฝูงชนห้ามไว้ สุดท้ายแล้วผมก็จดทะเบียนสมรสเรียบร้อย ผมยิ้มให้กับเจียงเสวี่ยหนิงอย่างมีมารยาท “ผมขอไม่เชิญคุณไปงานแต่งงานนะ คุณเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่า ตอนนี้บริษัทของคุณขาดหัวเรือใหญ่ มันจะวุ่นวายขนาดไหน?”สายตาของเจียงเสวี่ยหนิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า“สวีเหนียน คุณจำเป็นต้องปฏิเสธฉันอย่างรุนแรงแบบนี้เชียวเหรอ? ฉันต้องทำยังไงคุณถึงจะให้อภัย?”ผมหงุดหงิด แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ“ถ้าคุณสามารถทำให้อันอันฟื้นขึ้นมาได้ ผมก็อาจจะทบทวนเรื่องการให้อภัยคุณ” การฟื้นคืนชีพคนตายคือการปฏิเสธที่ตรงไปตรงมาที่สุด เจียงเสวี่ยหนิงมีใบหน้าซีดเผือด ปลายนิ้วจิกเข้าที่กลางฝ่ามือ เธอพูดอะไรไม่ออกสักคำ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าขณะที่ผมกับซ่งหว่านถังกำลังเดินออกจากโบสถ์ ทันใดนั้นก็เห็นชายคนหนึ่งที่มีผมเผ้ารุงรังถือมีดทำครัวพุ่งตรงเข้ามาท่ามกลางกลุ่มคนที่ไม่มีอาวุธ เมื่อเกิดเหตุการณ์ชุลมุน ทุกคนต่างวิ่งหนีกระจัดกระจาย แต่เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นพุ่งเป้ามาที่ผม เขาคำรามเสียงดัง “สวีเหน

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 11

    ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอไม่เคยอยากให้อันอันที่เป็นน้องสาวสุดที่รักต้องตาย เธอเติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่เคยสัมผัสความรักจากครอบครัวมาก่อน แต่อันอันเป็นคนที่ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใยระหว่างพี่น้อง และความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมแต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะความหยิ่งยโสและมั่นใจในตัวเองมากเกินไปของเธอ เจียงเสวี่ยหนิงพูดอ้อนวอนเสียงเบา “สวีเหนียน ฉันผิดไปแล้ว คลิปเสียงที่คุณส่งให้มา ฉันได้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้ว มันเป็นของจริง ในช่วงเวลานั้นฉันยุ่งอยู่กับการจัดการหลินจยาหมิงจริงๆ!”เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา จากนั้นเธอก็เปิดรูปอวดผมอย่างภาคภูมิใจ “ดูสิ ทั้งหุ้น ตำแหน่งรองประธาน รถสปอร์ต และบ้านหรู ฉันเอากลับคืนมาทั้งหมดแล้ว!”“หลินจยาหมิงถูกฉันไล่ออกจากบริษัท คนในวงการไม่มีใครกล้าจ้างงานเขาอีก แต่เขาไม่สามารถใช้ชีวิตแบบประหยัดได้อีกต่อไปแล้ว ได้ยินมาว่าเขากู้เงินมาเป็นจำนวนไม่น้อย ทุกวันจะมีคนไปตามทวงหนี้ที่บ้าน และเขาก็ถูกซ้อมจนตัวช้ำทั้งร่าง”“คุณดีใจไหม ดีใจสักนิดไหม?”ผมหลับตาลง แล้วรู้สึกว่าเกมอวยเพื่อฆ่านั่นช่างไร้สาระสิ้นดีผมหมุนตัวเด

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 10

    มิน่าล่ะ ผมก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมจู่ ๆ เจียงเสวี่ยหนิงถึงจะคืนตำแหน่งรองประธานให้ผมที่แท้เป็นเพราะเธอมอบหุ้นให้กับหลินจยาหมิงแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจผลประโยชน์เล็กน้อยอย่างตำแหน่งรองประธาน แต่มันไม่ได้สำคัญกับผมอีกต่อไปแล้ว “อ่า ถ้าอย่างนั้นผมก็ขออวยพรให้พวกคุณได้แต่งงานกันเร็ว ๆ อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า”หลินจยาหมิงกลับพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ผมรู้ว่าน้องสาวของคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด และรู้ว่าคุณยังขาดเงินอีกแสนห้าสำหรับค่าผ่าตัด แต่เป็นผมเองที่ห้ามเอาไว้ ผมรู้ว่าน้องสาวของคุณจะต้องตาย ขอเพียงเธอตาย คุณก็จะปล่อยมือและตัดใจจากเสี่ยวเสวี่ย”“สวีเหนียน ต่อให้คุณเก่งกว่านี้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? ในบริษัทไม่ต้องการคนซื่อสัตย์แบบคุณหรอกนะ”ผมเงียบแล้วกดตัดสายไป จากนั้นข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในโทรศัพท์ของผม“บันทึกเสียงเรียบร้อย” ผมรู้ตั้งแต่แรกว่าที่หลินจยาหมิงโทรมา เขาจะต้องมีเจตนาไม่ดีแน่นอน ดังนั้นจึงกดบันทึกเสียงเอาไว้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผมจะบันทึกอะไรบางอย่างได้ แต่ด้วยพฤติกรรมของเขา ต่อให้ถือว่าผิดศีลธรรม ก็ยังไม่นับว่าเป็นการฆ่าคน สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพราะเจียง

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 9

    “สวีเหนียน คุณรู้สึกเสียใจหรือยัง” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ผมก้มหน้าลงต่ำ เผยรอยยิ้มขมขื่น “เสียใจแล้ว ถ้ารู้ว่าคุณคือลูกสาวของท่านประธาน ผมก็น่าจะไปกับคุณ”ซ่งหว่านถังถึงกับชะงักไป ในความทรงจำของเธอ เมื่อเจ็ดปีก่อนผมเป็นชายหนุ่มที่มีดวงตาสดใส เป็นคนเคร่งครัดในหลักการ นอกจากนี้ยังเป็นคนซื่อตรง เธอคิดว่าผมจะดื้อรั้นแล้วบอกว่าไม่เสียใจ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าผมจะมีสีหน้าเศร้าหมองและโดดเดี่ยวแบบนี้ความโดดเดี่ยวนี้ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “เป็นอะไรไป ทะเลาะกับภรรยาเหรอ?”“เลิกกันแล้ว”“เลิกกันแล้ว? ตั้งแต่เมื่อไหร่ เลิกกันทำไม ไหนคุณบอกว่าคุณรักเธอมากกว่าตัวเอง…”ในตอนนั้นเธอก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นตื่นเต้นมากเกินไป ซ่งหว่านถังกำมือขึ้นแล้วกระแอมไอเบา ๆ “อย่าเข้าใจผิด ฉันก็แค่เป็นห่วงสุขภาพจิตของพนักงานเท่านั้น”ผมเองก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดไปอย่างไม่ปิดบัง ซ่งหว่านถังโมโหยิ่งกว่าผมเสียอีก เธอกัดฟันกรอดอยู่นาน จากนั้นก็ให้ผมไปทำงาน แล้วบอกว่าไม่ต้องกังวลใจ วันรุ่งขึ้นผมก็เริ่มงานอย่างเป็นทางการ หลังจากจัดการเรื่องที่อยู่ใหม่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เ

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 8

    “ไม่ เธอไม่ใช่แฟนของผมครับ เธอเป็นแค่คนแปลกหน้า ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”เพื่อนร่วมงานสังเกตได้ถึงความสัมพันธ์ที่ผิดปกติของผมกับเจียงเสวี่ยหนิง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรมากผู้ช่วยเห็นว่าประธานของตัวเองกำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ดังนั้นจึงไปพยุงตัวเธอขึ้น “ประธานเจียง ถ้าอย่างนั้นคุณก็ปล่อยคุณสวีไปดีกว่าค่ะ ตรงนี้มีคนจำนวนมาก ถ้าเกิดเป็นข่าวขึ้นมา ภาพลักษณ์ของบริษัทพวกเรา…”สีหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงดูย่ำแย่มากยิ่งขึ้น ในใจของเธอมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง หากเธอไม่สามารถรั้งสวีเหนียนในตอนนี้ได้ หลังจากนี้ไม่ว่าเธอจะตามอีกฝ่ายยังไง สวีเหนียนก็จะไม่มีวันหวนกลับมาแล้วหลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจจราจรก็เดินเข้ามาเมื่อเห็นเจียงเสวี่ยหนิง เขาก็ขมวดคิ้วตำหนิ “คุณขับรถเร็วเกินกำหนด ผมสั่งให้คุณจอดข้างทางก็ไม่จอด ต่อให้คุณจะรีบขึ้นเครื่องก็ไม่สามารถทำแบบนี้ รถของคุณถูกลากออกไปแล้ว ตอนนี้คุณช่วยตามพวกเรามาด้วย!”เจียงเสวี่ยหนิงพูดขอร้องเสียงเบา “ฉันจะไปกับพวกคุณก็ได้ค่ะ แต่ขอเวลาฉันสักหน่อยนะคะ ฉันอยากพูดอะไรกับแฟนสักประโยคได้ไหมคะ?”“เสี่ยวเสวี่ย?”ด้านหลังของตำรวจจราจรก็มีเงาร่างผอมโ

  • รักลึกล้ำวาสนาตื้นเขิน   บทที่ 7

    เจียงเสวี่ยหนิงลุกพรวดขึ้นอย่างกะทันหัน “ว่าไงนะ?”เธอก้มหน้ามองโทรศัพท์ ในตอนที่กำลังจะพูด แต่เสียงประกาศของสนามบินจากทางปลายสายก็ดังขึ้น “ท่านผู้โดยสารทุกท่าน เที่ยวบินระหว่างประเทศปลายทาง—”วินาทีถัดมาปลายสายก็ถูกตัดไปทันที อีกด้านหนึ่ง ผมก็ปิดเครื่อง จากนั้นก็ไปต่อแถวเช็กอินกับเพื่อนร่วมงานในอนาคต พนักงานฝ่ายบุคคลที่มีผมสีทองตาสีฟ้าเริ่มพูดคุยกับผมเป็นภาษาอังกฤษ “คุณสวี พวกเราเชิญคุณมาตั้งเจ็ดปี และส่งข้อความหาคุณทุกปี นอกจากนี้ยังส่งคนไปหาคุณถึงในประเทศ แม้กระทั่งโอกาสกินข้าว คุณยังไม่ยอมให้ แต่ทำไมตอนนี้คุณถึงตกลงมาทำงานกับบริษัทของเราอย่างกะทันหันแบบนี้ล่ะ?”ผมหลุบตาลงต่ำ มือจับด้ามกระเป๋าเดินทางจนแน่น ภายในกระเป๋าเดินทางมีเถ้ากระดูกของอันอันนอนอยู่อย่างสงบ “ก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นเอง อยู่แต่ที่เดิม ๆ มาตลอด ไม่มีความก้าวหน้าก็สมควรเบื่อได้แล้ว”พนักงานฝ่ายบุคคลตบไหล่ผมแล้วหัวเราะเสียงดัง “คุณสวี ผมรู้ว่าคุณเป็นคนทะเยอทะยาน คุณวางใจเถอะ บริษัทของพวกเรานั้นไร้ขีดจำกัด มีโอกาสไม่สิ้นสุด ไม่มีทางทำให้คุณเบื่อแน่นอน”ผมยิ้มเล็กน้อยไม่พูดไม่จา หล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status